18/07/2026
🚀 พอร์ตแตะล้านแรกแล้ว! ปักหมุดเป้าหมาย 10 ล้านด้วยกลยุทธ์ "Covered Call" ฉบับทำตามได้จริง
ใครตีเก๊ผมรอบก่อนแล้วบอกว่าETF ให้คนกระจอกซื้อ คนจริงต้องไปซื้อหุ้นรายตัวเท่านั้น
ถ้าตอนนี้คุณติดดอยชิบหายอยู่ ก็สมน้ำหน้าด้วยนะครับ
ผมบอกแล้วว่าผมสายเพลเซฟ ได้ช้า แต่ได้ชัวร์ ขาดทุนตอนลงหนักก็แทบจะไม่เจ็บมาก
[ ผลลัพธ์ปัจจุบัน: พอร์ต 1,019,738 บาท! ] 💰
ตอนนี้ผมเริ่มสร้างฐานล้านแรกสำเร็จแล้ว และเป้าหมายต่อไปคือการไปให้ถึง 10 ล้านบาท ด้วยแผนการลงทุนที่ชัดเจนและจับต้องได้:
รับปันผล/กระแสเงินสด: เดือนละ 5,000 บาท
เติมเงินลงทุนเพิ่ม: เดือนละ 30,000 บาท ( DCA เข้าไปเรื่อย ๆ แบบไม่หยุดยั้ง)
สินทรัพย์หลักที่ใช้: หุ้น/ETF ปันผลสูงที่มีออปชันอย่าง QQQI , PFE (Pfizer) ,JEPQ ,MTCH(แอปหาคู่ Tinder) มีแค่4ตัวนี้เหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนมาตลอด 1ปี7เดือน
กลยุทธ์ที่ผมใช้และอยากมาแชร์ในวันนี้คือ "Covered Call" เครื่องมือผลิตเงินสดที่ช่วยลดต้นทุนหุ้น และสร้าง passive income ได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ในวันที่ตลาดนิ่ง ๆ หรือขาลงเบา ๆ
💡 Covered Call คืออะไร? (ฉบับเข้าใจง่ายที่สุด)
มันคือการ "ถือหุ้นตัวแม่ไว้ + เปิดสัญญา Call Option (ขายสิทธิ์ให้คนอื่นมาซื้อหุ้นเรา)"
สิ่งที่เราได้: เราจะได้เงินค่าพรีเมียม (Premium) หรือค่าตั๋วเข้ากระเป๋าทันที เปรียบเสมือนการเก็บ "ค่าเช่า" จากหุ้นที่เราถืออยู่
ข้อดี: ถ้าหุ้นไม่ขึ้นไปถึงราคาที่เราตกลงขาย (Strike Price) เราก็กินเงินค่าเช่าฟรี ๆ และยังได้ถือหุ้นต่อ แต่ถ้าหุ้นขึ้นทะลุ เราก็แค่ขายหุ้นทำกำไรตามราคาที่ตกลงไว้
🛠️ 3 ขั้นตอนเริ่มต้นทำ Covered Call (ทำตามได้จริง)
หากคุณอยากเริ่มทำตาม เพื่อสร้างกระแสเงินสดรายเดือนแบบนี้ ให้เริ่มจาก Step-by-Step ดังนี้ครับ:
Step 1: เลือกหุ้นและเตรียมจำนวนหุ้นให้พร้อม (สำคัญที่สุด!)
กฎเหล็ก: การจะทำ 1 สัญญา Covered Call ได้ คุณต้องมีหุ้นตัวแม่ตัวนั้นอย่างน้อย 100 หุ้น (เช่น ในภาพผมมี QQQI 100 หุ้น และ PFE 300 หุ้น)
การเลือกหุ้น: ควรเลือกหุ้นที่เป็นขาขึ้นหรือผันผวนต่ำที่เราเต็มใจจะถือยาว ๆ หรือ ETF ที่ออกแบบมาเพื่อจ่ายปันผลสูงพร้อมทำ Covered Call ในตัวอย่างเป็นระบบอัตโนมัติ (เช่น QQQI หรือ NEOS NASDAQ-100)
Step 2: เปิดสัญญา "Sell Call"
เข้าไปที่แอปพลิเคชันเทรดหุ้นต่างประเทศของคุณ (ที่มีฟังก์ชันออปชัน เช่น Interactive Brokers หรือแพลตฟอร์มที่คุณใช้)
เลือกหุ้นตัวแม่ที่คุณถืออยู่ 100 หุ้น
เลือกวันหมดอายุสัญญา (Expiration Date) ยิ่งยาวเงินพรีเมียมยิ่งเยอะ แต่แนะนำรายสัปดาห์หรือรายเดือนเพื่อความยืดหยุ่น
เลือกราคาใช้สิทธิ (Strike Price) ที่คุณพอใจจะขายหุ้นออกไปหากราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาถึง (แนะนำให้เลือกราคาที่สูงกว่าต้นทุนที่คุณซื้อ)
กด "Sell to Open" (หรือ Short Call) เพื่อรับเงินค่าพรีเมียมทันที
Step 3: บริหารจัดการสัญญา (รอรับเงินหรือส่งมอบหุ้น)
เมื่อใกล้ถึงวันหมดอายุสัญญา จะเกิด 2 กรณี:
1. ราคาหุ้นอยู่ต่ำกว่า Strike Price: สัญญากลายเป็นศูนย์ เงินพรีเมียมที่เราได้มาตอนแรกคือ "กำไร 100%" และเราก็ยังได้ถือหุ้นแม่ไว้เหมือนเดิม เพื่อเอาไปทำ Covered Call รอบเดือนถัดไปได้เรื่อย ๆ (สังเกตในภาพ สัญญา QQQI US$56 บวกอยู่ +94.36% แปลว่าเรากำลังจะกินนิ่มค่าพรีเมียมรอบนี้)
2. ราคาหุ้นวิ่งเกิน Strike Price: เราต้องส่งมอบหุ้น 100 หุ้นนั้นให้กับคนซื้อที่ราคา Strike Price ซึ่งเราจะได้กำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น + ค่าพรีเมียมที่ได้ไปตอนแรก (วิน-วิน ทั้งคู่)
📈 แผนการเดินทางสู่ 10 ล้านของผม
หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่กลยุทธ์ แต่คือ "วินัยและความสม่ำเสมอ"
ด้วยการเอาเงินปันผล/ค่าพรีเมียมเดือนละ 5,000 บาท สมทบกับเงินเติมส่วนตัวเดือนละ 30,000 บาท พลังของดอกเบี้ยทบต้น
(Compound Interest) จะทำงานร่วมกับระบบ Covered Call เพื่อเร่งให้พอร์ตโตสู่เป้าหมาย 10 ล้านได้เร็วขึ้นกว่าการออมเงินธรรมดาอย่างแน่นอนครับ
ใครที่กำลังศึกษาเรื่อง Option หรือ Covered Call อยู่ มีข้อสงสัยตรงไหน คอมเมนต์พูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้เลยครับ! 👇
#การลงทุน #ออมหุ้น #วางแผนการเงิน #พอร์ตล้านแรก