นินจาน้อยการาจ

นินจาน้อยการาจ คุณภาพ คือหัวใจของเรา ของแต่ง Ninja250 300 650 ER6N Z250 300 800 and service

13/03/2018

หลักการทำงานของโช้ค ที่เราใช้อยู่ทุกวัน

อยากจะใส่ยางใหญ่ ต้องรู้อะไรบ้าง???????
14/01/2018

อยากจะใส่ยางใหญ่ ต้องรู้อะไรบ้าง???????

25/11/2017

กันสะบัด...มีหน้าที่อะไร ช่วยได้ขนาดไหน ไบค์เกอร์ตัวจริงต้องรู้ - รถแต่ง ศูนย์รวมข้อมูลเกี่ยวกับรถแต่ง

สิ่งที่ร้านยางไม่เคยบอก คือ ใส่แล้วดีหรือไม่ นอกจากใส่ได้
15/09/2017

สิ่งที่ร้านยางไม่เคยบอก คือ ใส่แล้วดีหรือไม่ นอกจากใส่ได้

ขอเอาบทความที่ดีมากๆมาแบ่งปันให้เพื่อนๆสมาชิกชมรมได้เสพกันครับหวังว่าจะได้รับประโยชน์กันไปทุกๆคนครับผม ต้องขอขอบคุณสาระดีๆจากคุณ Jutipan Holaiead มากเลยครับ

เรื่อง ยางโอเวอร์ไซด์, ล้อเดิมเพิ่มขนาดยาง
สืบเนื่องมาจากมีเพื่อนๆชาวสองล้อหลายคนมาสอบถามผมเกี่ยวกับหัวข้อที่ว่า "การใส่ยางโอเวอร์ไซด์" หรือใส่ยางที่ใหญ่ขึ้นกว่าขนาดเดิมติดรถนั้นจะมีผลอย่างไร??
บางคนผมอธิบายเป็นข้อสรุปใจความสั้นๆก็เข้าใจ (เข้าใจจริงรึเปล่าไม่รู้นะ.. "เห็นบอกว่า อ๋อ..ครับๆๆๆๆ" แล้วก็จบ..เหอะๆๆๆ)
บางคนผมอธิบายแบบสาธยายเชิงเปรียบเทียบละเอียดยิบ ชนิดที่ว่าคนฟังนั่งอ้าปาก.. เอ่ออออออออ... โดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วก็พยักหน้าเดินตาลอยๆกลับไป 555555
ฉะนั้น วันนี้ผมจะขออธิบายแบบมีภาพประกอบอย่างชัดเจน (โดยแอบใช้วัสดุจากที่ทำงาน..55555) มาสร้างเป็นขนาดล้อ และยาง ในอัตราส่วนที่เทียบเท่ากับขนาดล้อจริงๆให้เห็นกันจะจะไปเรยยยยย!!!
ภาพแรก : ใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นมายกตัวอย่างแทนขนาดความกว้างของหน้ายางตามขนาด 160mm. และ 180mm. (แทนยางเบอร์ 160/xx และยางเบอร์ 180/xx ตรงจุดนี้ผมขอไม่อ้างอิงถึงขนาดความสูงของแก้มยางนะครับ เนื่องจากยางโดยปกติทั่วไป จะมีความสูงของแก้มยางแปรผันตามความกว้างของหน้ายาง แต่โดยรวมแล้วความสูงสุทธิจะไม่ต่างกันมากนัก)
ภาพที่สอง : ใช้ภาชนะที่มีขอบกั้นด้านข้าง ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับกระทะล้อ ซึ่งตรงจุดนี้ ผมหาได้ใกล้เคียงของจริงที่สุดคือขนาดกว้าง 100mm. หรือเท่ากับ 4นิ้ว
ภาพที่สาม : (ที่มีตัวเลข 160 อยู่ที่มุมล่างขวา) แสดงผลให้เห็นถึงการที่นำยางขนาด 160 มาใส่ในกระทะขนาด 4นิ้ว โดยที่เปรียบเทียบให้เห็นความโค้ง ความกลม ของหน้ายาง เมื่อเทียบกับยางขนาด 180 ที่แสดงให้เห็นอยู่ด้านหลัง
ภาพที่สี่ : (ที่มีตัวเลข 180 อยู่ที่มุมล่างขวา) เป็นการแสดงผลแบบเดียวกัน แต่ในภาพจะให้ดูยางขนาด 180 อยู่ด้านหน้าของยาง 160
ภาพสุดท้าย : เป็นภาพแสดงผลจากมุมมองด้านข้าง เปรียบเทียบให้เห็นว่าเมื่อหน้ายางมีขนาดกว้าง แต่มาใส่ในกระทะล้อที่มีขนาดแคบ จะทำให้ยางบีบตัวสูงขึ้น
และเมื่อทุกท่านได้เห็นภาพเปรียบเทียบจากตัวอย่างที่ผมสมมุติขึ้นมาแล้ว แน่นอนว่าต้องมีคนสงสัยว่า "แล้วมันมีผลกับการขับขี่อย่างไรบ้าง"
ผมขอยกตัวอย่างที่ทุกท่านสามารถไปทดลองเพื่อหาคำตอบได้ด้วยตนเองดังนี้นะครับ
นำไข่ต้มที่ต้มจนสุกมาแล้ว 1 ฟอง ปอกเปลือกให้เรียบร้อย จากนั้นนำไข่ดังกล่าวมาวางลงบนโต๊ะ หรือพื้นที่ราบเรียบ
ให้เปรียบเทียบว่าด้านป้านของไข่ต้ม คือยางขนาด 160 และด้านแหลมของไข่ต้ม คือยางขนาด 180
สังเกตุดูว่า ส่วนที่ไข่ต้มสัมพัสพื้น ด้านไหนมากกว่ากัน ... และให้ลองเอียงไข่ต้มไปทางซ้ายสลับขวา แทนการขับขี่เข้าโค้ง สังเกตุว่าด้านไหนสามารถพลิกไปมาได้ต่อเนื่องกว่ากัน
"แต่" ... ยังมี แต่ มาอีก บางคนคงจะบอกว่า โห่ พี่ ขี้เกียจไปต้มไข่มาลองอ่ะ บอกมาเลยดีกว่า... โอเค ได้ จัดไป
ยางโอเวอร์ไซด์ ใส่แล้วยางจะโค้งกลมมากกว่ายางขนาดมาตรฐาน หน้าสัมพัสของยางกับพื้นถนนก็จะลดน้อยลง
การขับขี่เข้าโค้ง เริ่มต้นในการเอนรถลงเพื่อเข้าโค้ง ยางโอเวอร์ไซด์ ตัวรถจะเอนลงไปเร็วกว่ายางขนาดมาตรฐาน (จนกลายเป็นที่มาของคำว่า "พับไวขึ้น" ) แต่ลืมไปหรือเปล่า ว่าการที่รถมันเอนลงไปได้เร็วกว่าเดิม มันก็จะทำให้เราพลิกรถ สลับซ้าย-ขวาได้ยากขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญ หน้าสัมพัสของยางกับพื้นถนนในช่วงที่เรากำลังพลิกจากด้านนึง มาอีกด้านนึง ยางโอเวอร์ไซด์มันจะผ่านจุดที่หน้าสัมพัสระหว่างยางกับพื้นถนนน้อยกว่ายางขนาดมาตรฐานอยู่ด้วยนะแจ๊ะๆๆๆ!!!..เฮ๊อออ.. สาธยายมาซะยืดยาว จะมีคนเข้าใจบ้างรึเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ ... ส่วนใครจะบอกว่า ผมใส่เอาหล่อเฉยๆ ไม่ได้จะไปเข้าโค้งแข่งกับใคร อันนี้ก็ไม่ว่ากันครับ^^
#เหตุผลในการใช้รถแต่ล่ะคนต่างกัน
#เล่าจากประสบการณ์และความรู้เท่าที่มี

29/08/2017

"ร้อนๆแบบนี้คงไม่พูดเรื่องความร้อนไม่ได้ครับ"

-รถเครื่องร้อนจัด ฮีท มีน้ำพุ่งออกมา มีควันออกมาจากเครื่อง มีกลิ่นแปลกๆออกมาจากเครื่อง มาดูกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

-อาการฮีทหรือเครื่องร้อนจัดส่วนมากชอบเกิดตอนไหน ตอนรถติด ตอนติดไฟแดงในเมือง ตอนขี่ช้ามากเช่นในที่แออัด เริ่มรู้สึกว่ามีน้ำพุ่งออกมาที่ขา ฟู่ ฟู่ น้ำพุ่งจู๊ดๆเลย เราก็ตกใจจอดรถมาดู ดับเครื่องก็แล้วแต่น้ำก็ยังพุ่งออกมาจากถังพักน้ำสำรองไม่เลิกแถมมีเสียงขู่ฟู่ๆด้วยนะ มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน

1.สาเหตุแรกเลยที่เจอบ่อยที่สุดคือ พัดลมไฟฟ้าเสียครับ แต่ทีนี้พัดลมไฟฟ้ามันไม่ได้ทำงานง่ายๆให้เราเห็นกันนะครับ ผมเชื่อว่าหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันทำงาน หรือหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันทำงานตอนไหน เพราะกว่ามันจะทำงานก็ประมาณ 102 องศาครับซึ่งสูงมากๆ ถ้าเราขี่ไป ตจว.รถโล่งๆลมโกรกๆมันไม่มีทางติดให้เราเห็นหรอกครับ เพราะอุณหภูมิมันยังไม่ถึงจุดที่มันจะทำงาน ถ้าอยากรู้ว่ามันยังทำงานอยู่ไหมง่ายๆเลยครับ ติดเครื่องอยู่ที่บ้านนั่นแหละครับ เร่งๆเบาๆ บรืนน บรืนน ไปสัก 4-5 นาที พอความร้อนถึงระดับ 102 แล้วถ้ามันไม่เสียเราจะเห็นพัดลมมันหมุนและมีลมแรงออกมา แปลว่ามันไม่เสีย แต่ถ้าความร้อนไปถึง 105 แล้วพัดลมยังไม่ติดทีนี้งานเข้าแล้วครับ เตรียมเช็คเสตปต่อไปได้เลยครับ

1.1 ปัญหายอดฮิตของอาการพัดลมไม่หมุนคือ สายไฟขาดตรงขั้ว ปลั๊กพัดลมหลุดปลั๊กพัดลมหลวมครับ เช็คดูมีเปื่อยขาดตรงไหนบ้างเพราะจุดนี้ร้อนเปื่อยง่ายมากครับ แก้แก้ไขสายไฟให้เรียบร้อย

1.2และถ้ายังไม่ติดอีกต้องลองต่อตรงดูก่อนครับ เอาไฟแบตต่อตรงเข้าพัดลมดูเลยว่าพัดลมมันเสียไหม ถ้าพัดลมหมุนก็โชคดีไปครับ พัดลมไม่เสียครับ เพราะมันเสียยากมากๆนะ

1.3ทีนี้ถ้าต่อตรงหมุน แต่เวลาต่อแบบปกติไม่หมุนแปลว่าเทอร์โมสตัทหม้อน้ำ หรือสวิตซ์พัดมหม้อน้ำเสียแล้วครับ ต้องเช็คซึ่งยุ่งยากพอสมควรเลยครับ ลองเช็คพัดลมดูว่าทำงานปกติหรือไม่ให้ถอดสายไฟออกจากตัวเทอร์โมสตัทแล้วจิ้มลงกราวน์ดูถ้าปกติ มันจะทำงานครับ ส่วนการเช็คเทอร์โมสตัทคงต้องมีอุปกรณ์ช่วยคือ มัลติมิเตอร์ วัดค่าความต้านทานของตัวเทอร์โมสตัท หรือถอดเทอร์โมออกมาต้มแล้ววัดค่า ซึ่งตรงนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ช่างดีกว่าครับ บางทีผมเคยเสียผมก็ซื้อของรถเล็กบ้านเราใส่แทนกันได้นะถ้ามันทำงานที่ความร้อนใกล้เคียงกัน ใช้ได้ในราคาประหยัด

2.สาเหตุที่ฮีทอีกอย่างนึงก็คือ เจ้าของรถดูแลรถไม่เป็นครับชอบไปเติมน้ำในถังพักน้ำสำรองแต่ไม่เคยเช็คในหม้อน้ำหลักเลย เลยทำให้น้ำแห้งในหม้อหลักนะครับ จำไว้เลยเราต้องเช็คหม้อหลักก่อนนะครับและค่อยมาเติมในถังสำรอง แต่มันก็ไม่ได้เช็คบ่อยนะ สองสามเดือนถึงจะเช็คทีนึง หรืออกทริปถึงจะเช็คครับ

3.ท่อยางหม้อน้ำเสื่อมสภาพจนแตกแล้วน้ำรั่วออกมาเวลาขี่เพราะมันมีแรงดันข้างในมันเลยดันออกมาได้ ต้องเช็คครับเอามือบีบสายดูถ้ากรอบๆก็ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วครับ

4.เข็มขัดรัดสายหม้อน้ำที่ก็พลาดกันมาเยอะแล้วครับ เวลาจอดเฉยๆมันไม่รั่วแต่เวลาขี่ร้อนๆมีแรงดันแล้วมันรั่วได้ครับ

5.พัดลมดี แต่ ฝาหม้อน้ำเสียก็มี รักษาแรงดันไม่ได้ น้ำเลยเดือด มีลมพ่นออกในถังพักน้ำ

6.วาล์วน้ำเสียทำให้น้ำไม่วนในระบบทำให้เครื่องร้อนจัด

7.ฝาสูบโก่ง

ปล.อย่าลืมเชคกันด้วยนะครับ หน้าร้อนแบบนี้จะเกิดปัญหาทั้งหมดได้ง่ายกว่าปติเยอะเลยครับ

01/07/2017

กรองแต่งคุณภาพสูง กับกรองเดิม ต่างกันอย่างไร ลองดูครับ

11/06/2017

ช่วงนี้ขอเอาใจเพื่อนๆ นักบิดที่ใช้มอเตอร์ไซค์แบบ 4 จังหวะกันหน่อยครับ PTT Motor Sport จะพาไปรู้จักกับ “มาตรฐาน JASO (Japanese Automobile Standard Organization)” มาตรฐานที่บ่งบอกการควบคุมค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทาน โดยแต่ละมาตรฐานบอกอะไรได้บ้าง เราจะพาไปดูกันครับ

หัวข้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
มาตรฐาน API สำคัญอย่างไร : https://goo.gl/qr1Iqx

08/03/2017

"ทำไมน้ำหม้อน้ำแห้งแล้วมันพังเยอะแยะไปหมด"

-ประสบการณ์ยอดฮิตของคนที่ไม่ค่อยดูแลรักษารถ ไม่ใส่ใจรถ คือน้ำหม้อน้ำแห้ง อาจจะรั่วซึม ฝาหม้อน้ำเก็บแรงดันไม่อยู่ รังผึ้งรั่ว สายยางแตก ฝาครอบปั๊มน้ำไม่แน่นนอตหลวมนอตหลุด ล้วนเป็นสาเหตุทำให้น้ำรั่วออกไปได้ทั้งนั้น

-ทีนี้พอมันรั่วไปจนหมดเครื่องมันก็ฮีท ร้อนจัด และถ้าร้อนถึงขั้นเราได้กลิ่นไหม้แห้งๆเหมือนกลิ่นโรงหลอมเหล็กเมื่อไหร่ นั่นคือความบรรลัยมาถึงแล้ว

-แล้วมันเกี่ยวโยงกันยังไงล่ะ เพราะเมื่อน้ำแห้งเครื่องจะร้อนจัดจนโอริงสูบไหม้หรือชำรุด มันถึงได้มีกลิ่นไหม้ออกมา แต่..เราไม่รู้หรอกเพราะเรายังไม่ได้เปิดฝาสูบออกมาดู สิ่งแรกที่ทุกคนจะทำคือการเติมน้ำ พอเติมน้ำเต็มระบบก็ลองขี่ ปรากฏว่าพอเครื่องร้อนแล้ว น้ำพุ่งออกทางถังพักน้ำ นั่นล่ะครับแปลว่ามันบรรลัยไปแล้วครับ

-เพราะโอริงมันได้ละลายไปแล้วจนซีลน้ำไว้ไม่อยู่น้ำเลยพุ่งออกมา และอาการของฝาสูบโก่งก็มักจะตามมาด้วยกันด้วยครับ

-ถึงขั้นนี้แล้วยังไงก็ต้องรื้อเสื้อฝาออกมาทั้งหมดแล้ว เพื่อเพลี่ยนโอริง และก็เช็คความโก่งของฝาสูบไปด้วย โอริงเราสามารถเปลี่ยนได้เลย แต่ฝาสูบและเสื้อสูบถ้าโก่งเราต้องเอาไปปาดหน้าใหม่ อาจจะปาด 0.2 แล้วเรียบเหมือนเดิมก็ใช้ได้แล้วครับ

-และผลที่ตามมาของการปาดฝา ก็คือจะได้ความแรงมากกว่าเดิม และความร้อนสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยครับ ซึ่งส่วนมากวัยรุ่นก็จะชอบกันนะ

-แต่ทางที่ดี หมั่นดูแลน้ำ และคอยสังเกตุจุดรั่ว และกลิ่นเหม็นไหม้ และเกจ์ความร้อนไว้บ่อยๆดีที่สุดครับ ดีกว่าไปตายกลางทางจะเที่ยวไม่สนุกเอานะครับ และเครื่องเดิมๆไม่ไปทำอะไรมันเลยคือเครื่องยนต์ที่ทนทานและน่าขี่ที่สุดครับ

ปล.ถ้าบทความที่ผมเขียนมีประโยชน์ ช่วยแชร์ด้วยนะครับ จะได้มีแรงและกำลังใจเขียนเรื่องดีๆให้อ่านกันอีกเรื่อยๆครับ

หากคุณละเลย แล้วละก็......
16/02/2017

หากคุณละเลย แล้วละก็......

เกิน 100,000 กิโลเมตรไม่ถ่ายน้ำมันเครื่องเลย อย่างกับจารบีหมดหมดสภาพเลยครับ

03/02/2017

"เครื่องมือติดรถ"

-ผมเห็นวัยรุ่นหลายคนชอบเอาออก เพราะติดนิสัยจากรถแว๊นมาก่อน คือคิดว่าเอาออกจากรถแล้วรถมันจะเบา ทำให้รถไปได้เร็วขึ้น นี่คือความคิดสมัยขี่รถแว๊น เบรคหลังยังต้องเจาะให้เบา บางคนถอดเบรคหลังออกเลย คือเอาง่ายๆ อะไรที่ทำให้แรงขึ้นได้ (กูทำหมด) แต่อะไรที่จะช่วยให้ชีวิตปลอดภัยขึ้นได้ (กูถอดหมด) เบรคก็เจาะ บางคนถอดเบรคหลัง เบรคหน้าเจาะรูจาน กระจกข้างเอาออก ไฟท้ายถอด ไฟเลี้ยวถอด เอิ่ม...มันดูสวนทางกันหรือเปล่าวะ ระหว่างความแรงกับความปลอดภัย

-ตอนนี้เรามีบิ๊กไบค์กันแล้ว โอ้โหแรงม้าระดับ 100 กว่าม้า บางคันมี 200 กว่าม้า แค่เครื่องมือใต้เบาะ 7 ขีดมันคงไม่ทำให้รถช้าลงหรอกครับ สมัยก่อนเราขี่รถจ่ายกับข้าว บิดสุดๆขี้แตกขี้แตนได้ร้อยกว่าๆ ไปจ่ายตลาดยังมิดไมล์ คือมันไม่พอใช้งาน แต่พอมาขี่บิ๊กไบค์ตั้งแต่เกิดแอดยังไม่เคยบิดจนสุดเกียร์สุดท้ายเลยหมายถึงรถ 800cc ขึ้นไปนะ ยังไงเราใช้ไม่หมดหรอกครับ อย่างมากก็ได้แปปเดียว

-แล้วเวลาฉุกเฉินเนี่ยเครื่องมือใต้เบาะมันช่วยชีวิตเพื่อนเรามาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ล่าสุดผมจอดล้มที่เชียงใหม่ พื้นมันเอียงแล้วรถล้มแปะเดือยขาตั้งงอแล้วทำให้เท้างัดเกียร์ไม่ได้ ผมก็ได้ไอ้เครื่องมือใต้เบาะนี่แหละสวมแล้วงัดได้พอดีเลย ฉุกเฉินมันช่วยได้เยอะเลยครับ ฉะนั้นเก็บมันไว้เถอะครับอย่าไปเอามันออกเลยครับ บางคนเห็นถึงคุณค่าของมันก็ซื้อเครื่องมือที่จำเป็นใส่เพิ่มเข้าไป นักเดินทางตัวจริงเค้าจะรู้กันว่ามันจำเป็นมากแค่ไหน อยากให้เที่ยวกันแบบสนุกๆไม่ต้องลำบากเวลาเจอปัญหาแล้วไม่มีใครมีเครื่องมือเลยสักคน มันเหนื่อยนะครับ

-พกเครื่องมือกันเถอะครับ ของใครของมันครับ เพราะมันจะเหมาะกับรถของเราครับ บางชิ้นหาซื้อตามท้องตลาดยากด้วย เฉพาะรุ่นเลยอย่างหกเหลี่ยมตั้งโซ่ของ z1000 ตัวเป้งมากๆครับ เค้าจะมีมาให้ ฉุกเฉินเรายังตั้งโซ่เองได้ครับ หรือตัวปรับความแข็งสปริงของ er6n เค้าจะมีมาให้ครับ เรียกว่าอุปกรณ์เฉพาะรุ่นเลย



มีไว้ไม่ได้ใช้ ย่อมดีกว่าจะใช้แล้วไม่มีนะครับ เจ้า ABS
19/12/2016

มีไว้ไม่ได้ใช้ ย่อมดีกว่าจะใช้แล้วไม่มีนะครับ เจ้า ABS

21/11/2016

อีกคำถามที่พบบ่อยก็คือ เสตอร์หลังหมดเปลี่ยนแต่เสตอร์หลังได้ไหม จำเป็นต้องเปลี่ยนยกชุดไหม และเมื่่อไหร่ควรเปลี่ยนเสตอร์

(เปลี่ยนแค่เสตอร์หลังได้ไหม)

-ถ้ารถยังใหม่ๆอยู่วิ่งน้อยๆสามารถเปลี่ยนได้ครับ แต่ถ้าวิ่งเยอะไปแล้วไม่ควรเปลี่ยนแค่ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เพราะว่าทุกส่วนมันสึกหรอไปพร้อมๆกันทั้งเสตอร์หน้าเสตอร์หลังและโซ่ ถ้าเราเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเกิดการสึกหรอสูงมาก และอีกอย่างนึงก็คือถ้าข้างหลังฟันสึกไปเยอะ แปลว่าข้างหน้าต้องสึกมากกว่าครับ เพราะข้างหน้าจะหมุนมากกว่าข้างหลัง 2-3 เท่าเลยครับ ยกตัวอย่างเสตอร์ 15/30 เอามาหารกันแปลว่าข้างหน้าหมุนมากกว่าข้างหลัง 2 เท่าเลยนะครับ หรือบางทีเราเห็นแต่ข้างหลังมันสึก เรานึกว่าสึกแค่ข้างหลัง แต่ข้างหน้าเราไม่เคยเห็นเพราะฝาปิดเสตอร์มันบังอยู่ครับ ลองถอดออกมาดูซิครับ มันยับเยินไม่น้อยกว่าข้างหลังแน่นอนครับ

-----------------------------------------------

(เมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยนโซ่เสตอร์)

-เวลาขี่แล้วมีเสียงดังเป็นจังหวะ สม่ำเสมอกัน แครก แครก แครก แบบนี้โซ่ยืดไม่เท่ากันแล้ว หรือข้อตาย ชอบเกิดจากพวกที่ไม่ค่อยดูแลโซ่ หรือพวกยกล้อบ่อยๆ

-ขี่แล้วมีเสียง แต๊ก แต๊ก เวลาเร่ง แปลว่าเสตอร์หน้าไปแล้วครับข้ามร่องไปแล้ว

-โซ่ยืดจนสุดหางปลา แปลว่าโซ่ยืดมากแล้ว

-ฟันเสตอร์แหลม หรือเริ่มล้ม

-----------------------------------------------

(ขี่อย่างไร ดูแลอย่างไรให้โซ่เสตอร์อยู่กับเรานานๆ)

-หมั่นล้างทำความสะอยู่เสมอ แอดล้างโซ่เสตอร์ทุกครั้งที่ล้างรถ ด้วยคำแนะนำตามคู่มือคือใช้ น้ำมันก๊าดหรือดีเซลล้าง และหล่อลื่นด้วยน้ำมันเกียร์เบอร์ 120 หรือ 140 ทุกครั้ง ส่วนเดินทางไกลแอดก็จะพกเสปรย์จารบีรติดไปด้วยและฉีดทุกๆ 500 โล

-ไม่ยกล้อ ไม่ขี่กระชาก ยกล้อเนี่ยตัวการของโซ่ยืดเลยครับ

-ใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็ว บางคนชอบใช้เกียร์สูงๆแล้วขี่ช้าๆ เครื่องจะกระตุก สั่น และทำให้โซ่รับภาระจากการกระตุกของเครื่องยนต์เยอะ

-ตั้งโซ่ให้ตึงตามมาตรฐานอยู่เสมอ เพราะถ้าตึงเกินไปก็กินเสตอร์ ถ้าหย่อนเกินไปโซ่ก็จะมีช่วงกระชากและสะบัดมากขึ้นทำให้สึกหรอสูงครับ

-หมั่นสังเกตุความตึงของโซ่เวลาขี่คนเดียว และซ้อนสอง และเมื่อมีสัมภาระ ลองนั่งบนรถและให้เพื่อนดูให้ว่าตึงไปไหม เพราะบางรุ่นเวลาจอดรถเปล่าๆก็ระยะปกติ แต่พอขึ้นไปคร่อม+คนซ้อน โซ่จะตึงมากอย่างเดินจนขี่แทบไม่ได้ เหมือนในกรณีของ ninja650 หรือ er จะเป็นแบบนี้ประจำเลยครับ

---------------------------------------------------

สาระดีๆมีที่นี่ครับ

ที่อยู่

Songkhla
90000

เบอร์โทรศัพท์

0899902485

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นินจาน้อยการาจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง นินจาน้อยการาจ:

แชร์