25/10/2023
ใครที่วางแผนว่าปีนี้…ธุรกิจของเราต้องเติบโต
พร้อมส่งออกไปยังประเทศจีนห้ามพลาดโพสต์นี้ด้วยประการทั้งปวง
เพราะโพสต์นี้เราจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับเส้นทางด่านส่งออกและนำเข้าสำคัญจากไทย-จีน
หลักๆ ว่ามีเส้นทางใดบ้าง เหมาะกับการขนส่งสินค้ารูปแบบใด หรือมีจุดเด่นด้านไหน
เพื่อให้เจ้าของธุรกิจที่อยากขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่ประเทศจีนได้นำไปประกอบการใช้งานกันครับ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย!!
1. เส้นทาง R3A : ไทย - ลาว - จีน
ทางสายไหม การนำเข้า-ส่งออกสินค้าการเกษตร โดยเส้นทาง มีดังนี้ ด่านเชียงของ (จ.เชียงราย ประเทศไทย) - ด่านห้วยทราย (สปป.ลาว) - เวียงภูคา - หลวงน้ำทา ด่านบ่อเต็น - ด่านบ่อหาน - เมืองเชียงรุ้งหรือจิ่งหง - คุนหมิง (มณฑลยูนาน ประเทศจีน)
2. เส้นทาง R8 : ไทย - ลาว - เวียดนาม - จีน
โดยสินค้าที่ขนส่งผ่านเส้นทางนี้จะมีความหลากหลายทั้ง ผลิตภัณฑ์ด้านเคมีภัณฑ์, ด้านเภสัชภัณฑ์, รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วนประกอบ ไปจนถึงสินค้าอุปโภค-บริโภค
โดยเชื่อมต่อผ่านจุดสำคัญของทั้ง 4 ประเทศดังนี้
ด่านบึงกาฬ (ประเทศไทย) - ด่านปากซัน (สปป.ลาว) - ด่านน้ำพาว - ด่านเกาแจว (ฮาติงห์ ประเทศเวียดนาม) - กรุงฮานอย - ด่านเหล่าเซิน - ด่านโหยวอี้กว่าน (ประเทศจีน)
3. เส้นทาง R12 ไทย - ลาว - เวียดนาม - จีน
เป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งจากไทยสู่เวียดนาม จากไทยสู่และจีนที่สั้นที่สุด โดยแยกได้ 2 ทางดังนี้ เส้นทางที่ 1 : ด่านนครพนม (ประเทศไทย) - ด่านท่าแขก (สปป.ลาว) - ด่านน้ำพาว - ด่านจาลอ (ประเทศเวียดนาม) - ด่านหูหงิ - ด่านโหยวอี้กว่าน (ประเทศจีน)
เส้นทางที่ 2 : ด่านนครพนม (ประเทศไทย) - ด่านท่าแขก (สปป.ลาว) - ด่านน้ำพาว - ด่านจาลอ (ประเทศเวียดนาม) - ด่านหม่องก๋าย - ด่านตงซิน (ประเทศจีน)
ใครสนใจธุรกิจส่งออกไทย-จีน แต่ยังไม่มีรถบรรทุก ดูรายละเอียดได้เลย
สอบถามข้อมูเพิ่มเติม : ☎️📞เซลส์ไข่ดาว 0825964504