05/01/2023
แชมป์ในปี 2022 ได้แก่ New NISSAN KICKS e-POWER 🏆
ติดอันดับ 1 ใน Top 5 Car of The Year 2022 by Showroom Onair
จากการจัดลำดับในด้านสมรรถนะ ความคุ้มค่า ราคา รวมไปถึงการบริการหลังการขาย
New NISSAN KICKS มาด้วยเครื่องยนต์ e-POWER ที่เปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้าสร้างพลังงานใหม่ให้คุณเร่งแรงเร้าใจออกไปทำสกอร์ได้แบบสุดสนุก! บอกเลยว่าประสบการณ์ใหม่แบบนี้ ไม่ลองไม่ได้แล้ว!
👉 สนใจออกไปเริ่มคิกส์ออฟได้เลย ที่โชว์รูมนิสสันที.เค.เอฟ.
📍 https://goo.gl/maps/BSeNufdeEbgMHSDw7
แอดไลน์รับสิทธิประโยชน์ก่อนใครที่ : https://lin.ee/l49ade
--------------------------------------------
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
🚘 นิสสัน ที.เค.เอฟ กระทุ่มแบน
☎️ 02-0249003-4 ต่อ 101-102 ฝ่ายขาย
(เวลาทำการของโชว์รูมเปิดทำการทุกวัน จันทร์-เสาร์ 8.30-17.30 น. วันอาทิตย์ 8.30-17.00น.)
ุ่มแบน
#ประสบการณ์ใหม่คันนี้ใช่เลย
Top 5 Car of The Year 2022🏆
ก่อนอื่นต้องกล่าว “สวัสดีปีใหม่” แฟนๆของShowroom Onair รับศักราช 2566 ในปีที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ขับรถหลากรุ่นหลายยี่ห้อ แน่นอนว่า ย่อมมีทั้งความประทับใจ ทั้งชอบ ไม่ชอบ หรือเฮ้ย...เอารถแบบนี้มาขายได้งัยหว่า..?
แต่วันนี้ วันดี ปีใหม่ ขอพูดถึงรถที่ขับแล้วชื่นชอบ และมีความรู้สึกว่า เหมาะกับตลาดบ้านเรา ทั้งในแง่สมรรถนะ ความคุ้มค่า ราคา รวมไปถึงการบริการหลังการขาย สำหรับ 5 อันดับ แรก หรือ Top 5 Car of The Year 2022 by Showroom Onair มีดังนี้
เริ่มกันที่ อันดับ 5 Toyota Yaris ATIV
ต้องยอมรับว่า โตโยต้าทำการบ้านมาดี สำหรับ Yairs ATIV ใหม่ ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันกับเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Daihatsu ด้วยการยกแพลตฟอร์ดของ DNGA (Daihatsu New Global Architecture) ส่วนขุมพลัง ก็ยังคงใช้ของเดิม คือ เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร แต่มีการปรับใหม่ ได้ แรงม้าเพิ่มขึ้น มาอีก 2 ตัว จากเดิม 92 แรงม้า มาเป็น 94 แรงม้า ส่วนแรงบิด เพิ่มขึ้นมาอีก 1 นิวตันเมตร มาเป็น 109 นิวตันเมตร พร้อมกับรหัสเครื่องยนต์ใหม่ 3NR-VE
Yairs ATIV ใหม่ โดดเด่นด้วยออปชั่นที่จัดเต็ม พร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ในราคาที่จับต้องได้ แต่ต้องยอมรับว่า ทั้งออปชั่น และระบบความปลอดภัยที่ใส่มาให้ ดูเหมือน เป็นแค่ท๊อปปิ้งโรยหน้าแค่นั้น เพราะหลายอย่างยังไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ ไม่ว่า จะเป็นเครื่องเสียงที่แปะยี่ห้อ PIONEER ที่ฟังแล้วยังเคลิ้ม หรือระบบ Adaptive Cruise Contral ที่ไม่ค่อยจะฉลาดสักเท่าไหร่
อันดับ 4 Ford Ranger Raptor Next Generation
เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยส่วนตัวแอดฯมองยังคงเป็นรถกระบะที่มีสมรรถนะสูงที่สุด ดีที่สุด และแพงที่สุด ที่จำหน่ายในบ้านเราอย่างเป้นทางการโดยบริษัทผู้ผลิต แร็พเตอร์ เจนเนอร์ชั่นนี้ถือว่า ครบเครื่องจริงๆทั้ง ดีไซน์ สมรรถนะ และออปชั่นต่างๆ โดยเฉพาะ
ระบบรองรับ ซึ่งทีม Ford Performance ได้ปรับจูน โช้กอัพ FOX ขนาด2.5 นิ้ว Internal Bypass พร้อมเทคโนโลยี Live Valve ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานโดยอัตโนมัติ ตามสภาพถนนหน้า
ส่วนห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมลำโพง Bang & Olufsen 10 ตำแหน่ง อันนี้เสียงดีจริงๆ
แต่การที่ฟอร์ดเลือกใช้ ขุมพลัง เบนซิน 3.0 ลิตร V6 EcoBoost เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 397 แรงม้า ที่ 5,650 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด ที่ 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
แอดฯมองว่า มันโหดร้ายเกินไปสำหรับการจะนำเจ้าแร็พเตอร์มาใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยอัตราสิ้นเปลือง 3-5 กม.ต่อลิตร์ สำหรับในเมือง ส่วนนอกเมือง 6-8 กม.ต่อลิตร มันจึงเหมาะสำหรับเป็น Weekend Hobby หรือของเล่นสำหรับคนตังค์เหลือเท่านั้น
อันดับ 3 Hoda CIVIC e:HEV RS
ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ใหม่ เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน ของปีที่แล้ว มาพร้อมกับเครื่องยนต์รหัส LFC2 เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1,993 ซีซี.ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 182 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า AC Synchronous Permanent Magnet Electric Motor 2 ตัว ประกอบด้วยมอเตอร์ Generator และมอเตอร์ขับเคลื่อน พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ที่ 0-2,000 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 25 กม.ต่อลิตร
ด้วยขุมพลัง และสมรรถนะ ที่ฮอนด้าจับยัดใส่ภายใต้ฝากระโปรง ของซีวิค เจนเนอเรชั่นที่ 11 ส่งผลให้ แอดฯหลงรัก Hoda CIVIC e:HEV RS และน่าจะบอกได้ว่าเป็นรถที่ดีที่สุดในคลาสนี้ แต่ด้วยดีไซน์ทั้งภายใน และภายนอก ที่ทำให้ซีวิค ดูภูมิฐาน และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จึงอาจทำให้ไม่ถูกจริตกับบรรดาวัยรุ่นมากนัก แต่ในเรื่องของการขับขี่ ระบบรองรับ ถือว่า ทางฮอนด้าเซ็ตมาได้ดีมาก รวมถึงระบบความปลอดภัย Honda Sensing และออปชั่นต่างๆ ฮอนด้า ก็จัดมาเต็ม ที่ชื่นชอบอีกอย่างคือ ระบบ ANC (Active Noise Control) ซึ่งคอยทำหน้าที่ลดเสียงรบกวนจากภายนอก และระบบ ASC (Active Sound Control) ที่ช่วยเสริมแต่งเติมเสียงเครื่องยนต์ให้มีความเร้าใจมากยิ่งขึ้น
อันดับ 2 MG4 EV
รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เพียงคันเดียวที่เข้ามาอยู่ในลิสต์ของ Top 5 Car of The Year 2022 ด้วยเหตุผลก็ คือ โคตรคุ้มค่ากับราคาเริ่มต้น 869,000 บาท
MG 4 EV มาพร้อมกับแพลตฟอร์มใหม่ nebula pure electric platform ที่ SAIC พัฒนาเพื่อใช้กับรถไฟฟ้าเท่านั้น และเป็น Global Model ที่จะทำตลาดทั่วโลก ขนาด และมิติ ของรถ ยาว 4,287 มม.กว้าง 1,836 มม. สูง 1,504 มม. ระยะฐานล้อ 2,705 มม. เรียกว่า อยู่ในระดับน้องๆ C-Segment
ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ RUBIK’s CUBE Baterry ขนาดความจุ 51 kWh ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย IP67 ระบายความร้อนแบบ LIQUID Cooling System รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 6.6kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 88 kW
MG 4 EV ถือว่าเป็นรถที่ขับสนุกที่สุดในคลาสนี้ ให้อารมณ์สปอร์ต แบบรถขับเคลื่อนล้อหลัง ระบบรองรับด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระแบบ 5-Link Suspension ช่วยสร้างความมั่นใจ และยึดเกาะถนนได้หนึบหนับดีมาก ที่สำคัญคือ ราคาจับต้องได้
อันดับ 1 Nissan Kicks e-Power Minor Change
นิสสัน คิกส์ มันมีอะไรใหม่เหรอ..แล้วก่อนหน้านี้ โดนวิจารณ์ ยับ ?
ใช่เลยครับ ก่อนที่นิสสัน จะปรับโฉม คิกส์ แอดฯก็วิจารณ์พอสมควร แต่ต้องถือว่า นิสสันยุคนี้ ปรับตัวค่อนข้างเร็ว และฟังเสียงลูกค้ามากยิ่งขึ้น
เหตุผลหลักๆ ที่ Nissan Kicks e-Power Minor Change ใด้รับตำแหน่ง Car of The Year 2022 ก็เพราะ นิสสันมีการอัพเกรด คิกส์ เยอะมาก ทั้งในแง่ของสมรรถนะ มอเตอร์ไฟฟ้า ขนาดของแบตเตอรี่ รวมถึงภายในห้องสาร และที่สำคัญคือ ราคาถูกลง 150,000-190,000 บาท ส่งผลให้ คิกส์ มีราคาเริ่มต้นเพียง 759,000 บาท
Kicks e-Power Minor Change ได้รับการปรับเปลี่ยนเป็น 2nd Generation e:POWER โดยเปลี่ยน มอเตอร์ไฟฟ้าเป็น EM47 AC3 Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร เปลี่ยน Inverter ให้มีขนาดขนาดเล็กลง 40% และน้ำหนักเบาลง 30% และเปลี่ยน แบตเตอรี่ใหม่ เพิ่มความจุจากเดิม 1.57 kWh เป็น 2.06 kWh
ภายในห้องโดยสาร เปลี่ยน คันเกียร์ไฟฟ้าใหม่ ดูทันสมัยขึ้น ปรับ ดีไซน์แผงคอนโซลหน้า แผงประตู และคอนโซลเกียร์ เปลี่ยน วัสดุหุ้มส่วนบนของคอนโซลหน้า และแผงประตูเป็นหนังสังเคราะห์ เดินตะเข็บสีเทา และเพิ่มวัสดุซับเสียง
ด้านนอกมีการปรับดีไซน์ฝาท้ายเล็กน้อย ด้วยการคาดแผงทับทิมสีแดงเส้นเชื่อมต่อไฟท้ายทั้งสองข้างเข้าหากัน ทำให้ตัวรถดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น
Kicks e-Power Minor Change ยังคงใช้ เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ รหัส HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร ทำหน้าที่ปั่นไฟไปเก็บที่แบตเตอรี่ และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า EM47 ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Single Speed Gear reductionให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ส่งผลให้ คิกส์ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เช่นเดียวกับรถไฟฟ้า แต่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก เพราะใช้เครื่องยนต์ มาเป้นตัวปั่นไฟ นั่นเอง
จึงทำให้ขับได้สนุกสนานในอารมณ์รถไฟฟ้า ช่วงล่างยังคงไว้ใจได้เหมือนเดิม แต่มีความนุ่มนวลขึ้นด้วยการเลือกใช้ยาง Continental ขนาด 205/55 R17 นอกจากนี้ยังปรับปรุงระบบ One Pedal มาเป็น E-Padel Step ส่งผลให้ใช้งานได้เนียนขึ้น ไม่หัวทิ่ม หัวคะมำเหมือนในตัวแรก
ทั้งหมดนี้ก็คือ เหตุผลของรถยนต์ที่เราเลือกมาอยู่ในลิสต์ Top 5 Car of the Year 2022 ส่วนคุณผู้อ่านมีความคิดเห็นเป็นเช่นไร มาร่วมแชร์กันได้ นะครับ