ร้านยางเอ็มไทร์ได้รับไม้ต่อจากร้านยางดั้งเดิมในนาม”ทรัพย์ไพศาลยางยนต์”ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของคนพิษณุโลกเดิมทีทรัพย์ไพศาลยางยนต์เปิดเมื่อราวปี2536และได้เปิดมาจนถึงปี2559
คุณ สุเมธธี มีเงินทอง (เจ้าของดั้งเดิม) ตัดสินใจวางมือจากร้านยางเนื่องด้วยอายุ(ปัจจุบันอายุ76)ที่เยอะพอสมควรจึงได้ตัดสินใจวางมือและได้หาคนรุ่นใหม่ที่จะมาสานต่อ
เมื่อได้ทราบข่าวว่าทางทรัพย์ไพศาลยางยนต์กำลังหาคนที่จะมาทำต่อเฮียกฤตและซ้อด้าจึงได้ติดต่อและเข้ามาทำสัญญาและได้ทำการปรับปรุงสภาพสถานที่จนเสร็จสิ้น
วันที่ 16 สิงหาคม 2559 ได้เปิดให้บริการในนาม “เอ็มไทร์แอนด์เซอร์วิส”เป็นวันแรก
“เอ็ม” ย่อ มาจาก “มาลินี” (ชื่อจริงซ้อด้า)
“ไทร์” แปลว่า “ยางรถยนต์”
“เซอร์วิส” หมายถึง “การบริการครบวงจร”
หลังจากเปิดให้บริการได้ไม่นาน บริษัทยักษ์ใหญ่ “ต.สยามคอมเมอร์เซียล” ผู้นำเข้ายาง แบรนด์ชั้นนำระดับโลก “TOYO TIRES” (อันดับ1ในญี่ปุ่น) “NITTO TIRES” (อันดับต้นๆในอเมริกาและแถบยุโรป) “KUMHO TIRES” (อันดับ2ในเกาหลีและฝั่งเอเชีย) โดยบริษัท ต.สยาม ได้มีสังเกตุการณ์การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของ บริษัทเอ็มไทร์ อย่างต่อเนื่องและได้ส่งทีมงานเจรจาเพื่อจะเซ็นปากกาจด ศูนย์บริการ “GRIP”
หลังจากได้มีการเจรจาและศึกษาเงื่อนไขของ ต.สยาม เฮียกฤตและซ้อด้า จึงตัดสินใจเซ็นสัญญากับ บริษัท ต.สยาม ภายใต้ชื่อศูนย์บริการครบวงจร “GRIP” By M.TIRE & SERVICE
และอีกแบรนด์ที่เฮียกฤตคัดสรรและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่เดียวในพิษณุโลก “HANKOOK TIRES” แบรนด์อันดับ1ในเกาหลีและเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก
เฮียกฤตกำเนิดเมื่อปี 2530 ที่กรุงเทพ (แถบเจริญกรุง) ชีวิตตั้งแต่สมัยเด็กฐานะค่อนข้างสบายเดิมทีกิจการที่บ้านของเฮียกฤตทำเกี่ยวกับเสื้อผ้าส่งนอก (อินเดีย-แอฟริกา-ตะวันออกกลาง)
วิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 กิจการหลายอย่างในกทมได้ปิดตัวลงเช่นเดียวกับกิจการครอบครัวเฮียกฤตเองเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ทำให้ครอบครัวเฮียกฤตมีภาระหนี้ก้อนโตมากถึง 50 ล้านบ. ณ ตอนนั้นเฮียกฤตซึ่งอายุเพียง 10 ขวบหลายปีต่อมา พ่อเฮียกฤตได้พาครอบครัวย้ายถิ่นฐาน
กลับมาแถบบ้านเกิดของแม่เฮีย อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี และได้เปิดกิจการเล็กๆเต้นท์รถมือสองซึ่งเริ่มต้นมีเพียงรถจอดแค่ 5 คัน ในขณะนั้นเฮียกฤตอายุ 16 ปี ด้วยที่เฮียเป็นเด็กเรียนไม่เก่งและเกเรจึงทำให้เฮียกฤตจบได้แค่ ม.3 ก็ได้ลาออกโรงเรียนมาทำงานกับพ่อเฮียเต็มตัว งานหลักของเฮียตอนนั้นที่พ่อเฮียมอบมายให้คือ “เช็ดรถ” หลังจากเป็นเด็กเช็ดรถมาได้ 2 ปี พ่อเฮียก็เริ่มมอบมายงานใหม่ๆให้
เช่น โอนรถยนต์ - ต่อทะเบียน - ซื้ออ่ะไหล่รถ - ซื้อยาง% - ซื้อแม็กมือสอง จึงทำให้เฮียกฤตคลุกคลีกับรถมาตั้งแต่เด็กและได้ซึมซับความรู้มากมายเกี่ยวกับรถค่อนข้างเยอะไม่กี่ปีต่อมาเต้นท์รถครอบครัวเฮียได้มีการขยายสาขา 4 ภายในเวลาไม่กี่ปีมีรถมากกว่า 150 คันในสต๊อก
ทำให้ครอบครัวเฮียกฤตสามารถใช้หนี้หมดได้ภายในระยะเวลา 5 ปี ปัจจุบันธุรกิจเต้นท์รถมือสองได้ย้ายสาขาใหญ่มาที่ใจกลางเมืองใหญ่จังหวัดระยอง ถนนสุขุมวิท
ด้วยเฮียกฤตเป็นคนไทยเชื้อสายจีนมีเลือดนักการค้าอยู่ในตัวเมื่อ ปี 2558 เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตเจ้าของร้านยางแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองได้เล็งเห็นอะไรบางอย่างในตัวเฮียกฤตจึงได้ชักชวนให้มาช่วยงานที่ร้านเฮียกฤตตอบตกลงและทางพ่อเฮียเองก็ไม่คัดค้านอะไรจึงปล่อยลูกชายคนโตให้ไปช่วยงานที่ร้านยางแห่งนั้นเวลาผ่านไป 1 ปีเต็มๆเฮียกฤตก็ได้เรียนรู้วิชาต่างๆนาๆมากมายจนในที่สุดเฮียกฤตก็ได้เจอกับซ้อด้าเฮียกฤตจึงตัดสินใจลาออกจากร้านยางแห่งนั้นและได้มาเปิดร้านยางที่ พิษณุโลกโดยใช้เงินเริ่มต้นของตัวเองจำนวนหนึ่ง แม่เฮียบอกกับเฮียว่า ”อั้วไม่มีทุนให้ลื้อนะลื้ออยากเปิดร้านลื้อก็เอาเงินตัวเองลงเอง”
ซ้อด้ากำเนิดเมื่อปี 2530 ที่จังหวัดนครพนม อ.ศรีสงคราม ชีวิตตั้งแต่เด็กจะแตกต่างกับเฮียกฤตค่อนข้างฟ้ากับเหว ซ้อด้าแม่เสียตั้งแต่ซ้ออายุเพียงแค่ 4 เดือน และเกิดมาในครอบครัวที่ฐานะยากจนมาก ชีวิตค่อนข้างลำบาก พ่อซ้อนั้นมีอาชีพเป็นช่างตัดผมพ่อซ้อจึงอยากให้ซ้อนั้นมีวิชาชีพไว้หาเลี้ยงตนเองจึงออมเงินเพื่อให้ซ้อได้เรียนเป็นช่างทำผม
ดังนั้น ซ้อด้าจึงเป็นช่างตัดผมประจำบ้านเลยครับ
ชีวิตวัยเด็ก
ตั้งแต่วัยเด็กซ้อด้านั้นชื่นชอบขายของและชอบหารายได้พิเศษจากการขายขนมกล้วยฉาบในสมัยนั้นซ้อด้าไม่มีอุปกรณ์เนื่องจากครอบครัวไม่มีเงินที่จะซื้ออุปกรณ์ทำขนมแต่ด้วยความเป็นเด็กขยันผู้ใหญ่ในระแวกบ้านจึงให้ยืมอุปกรณ์เครื่องทำขนมด้วยวัยเพียง 15ปี ซ้อด้าได้ขายขนมกล้วยฉาบได้ค่าขนมให้ตนเองได้วันละหลายสิบบาท นอกจากนั้น ซ้อด้ายังมีความสามารถทางด้านการพูด และได้เข้าร่วมการแข่งขันดีเจเยาวชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.นครพนม และได้อันดับ1ของจังหวัด จึงใช้ความสามารถนี้หารายได้จากการจัดรายการ เป็นดีเจท้องถิ่นในขณะเรียนชั้นมัธยมปลาย ซ้อด้าเป็นเด็กที่อดทนและขยันมากกว่าเด็กทั่วไปเมื่อโตขึ้น ซ้อด้าจึงมีความมุ่งมั่นและมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน
เมื่อซ้อด้าเรียนจบ ม.6 (วัยเพียงอายุ19) จึงตัดสินใจเข้ากรุงเทพเพื่อต่อการศึกษาทีี่มหาลัยราชภัฏธนบุรีด้วย
ซ้อด้าเริ่มเข้าวงการล้อแม็กและยาง
เริ่มเรียนปี 1 ซ้อด้าเริ่มทำงานสมัครเป็นเซลขายล้อแม็กบริษัทแห่งหนึ่ง ในขณะที่เด็กวัยเดียวกันจะชอบกินเที่ยวตามประสาวัยรุ่นเมื่อไรที่เพื่อนซ้อชวนไปกินหรือเที่ยวซ้อจะตอบกลับไปว่า “พวกเธอไปเที่ยวเถอะชั้นอยากทำงานหาเงินให้พ่อ”ด้วยที่ซ้อด้าเป็นลูกเพียงนเดียวและคุณแม่ได้เสียชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อซ้อด้าเข้ามาเรียนและทำงานในเมืองกรุงซ้อด้าจึงกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย
ซ้อด้าเริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ขายล้อแม็กตามเขตสามย่านกรุงเทพมหานคร ซ้อด้าจะแบกแม็กขอบ 20” ในสมัยนั้นแม็กขอบใหญ่ๆจะหนักหลายสิบโลมาก ซ้อด้าก็ไปเสนอตามร้านยางต่างๆขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ซ้อด้าจะเป็นที่ชื่นชมของเจ้าของร้านยางต่างๆในแถบนั้นมาก เจ้เจ้าของร้านยางแห่งหนึ่งตะโกนจากในร้านบอกเฮียเจ้าของร้านว่า “เฮียๆดูแม็กน้องมันหน่อยช่วยมันซื้อซักชุดไป”
เมื่อหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย จึงมีโอกาสได้วิ่งเป็นเซลขายสินค้าไปในภาคต่างๆ ทั่วประเทศด้วยความขยันและซื้อสัตย์ จึงมีลูกค้าแระจำที่ให้การสนับสนุนและความเอ็นดูเสมอมา
เวลาผ่านไปไม่กี่ปีซ้อด้าตัดสินใจลาออกจากบริษัทล้อแม็กแห่งนั้นและมีเงินก้อนหนึ่งมาเปิดบริษัทขายอ่ะไหล่ร่วมกับนายทุนกลุ่มหนึ่งและได้นำเข้าล้อแม็กจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เมื่อปี 2554 เหตุการณ์น้ำท่วมที่คนไทยไม่มีวันลืม โกดังเก็บล้อแม็กของซ้อด้าตั้งอยู่ในจังหวัด นนทบุรี ซึ่งหนีไม่พ้นน้ำท่วมครั้งนั้นล้อแม็กล็อตใหญ่ในโกดังเสียหายหลาย 10 ล้านบาท ทำให้กลุ่มนายทุนถอนหุ้นทั้งหมดทิ้งภาระหนี้ก้อนโตซ้อด้าจึงทำได้เพียงประคับประคองบริษัทให้ไม่ล้ม
จนกระทั่งปี 2559 ซ้อด้ายังคงค้าส่งอ่ะไหล่และล้อแม็กยางรถยนต์ จนกระทั่งซ้อด้าได้เดินเข้าไปเสนอสินค้าร้านยางแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง
ซ้อด้าก็ได้เจอกับเฮียกฤตและได้ทำความรู้จักและพูดคุยกันอย่างถูกคอยังคงคุยในฐานะเพื่อนผ่านไปไม่กี่เดือน ทั้งสองตัดสินใจคบกันในฐานะคนรู้ใจและมีการพูดคุยเรื่องของอนาคตซึ่งเป้าหมายหลักทั้งซ้อและเฮียอยู่ในจุดเดียวกัน
ร้านยางเอ็มไทร์ขึ้นแท่นร้านยางอันดับหนึ่งในพิษณุโลกภายในเวลาอันสั้น เจ้าของกิจการอายุเพียงแค่ 30 ปี ทั้งซ้อและเฮียด้วยการขายยางนอกนำเข้าเป็นที่แรกๆในจังหวัดพิษณุโลก ยางนำเข้าประเทศ ญี่ปุ่นและเกาหลี
เฮียและซ้อมองว่าในจังหวัดพิษณุโลกขายยางไทยกันทุกร้านแต่ยังไม่มีร้านไหนที่จำหน่ายยางนอกจากประเทศ ญี่ปุ่นหรือเกาหลีเลย ทั้งๆที่คุณภาพยางดีมากๆ เฮียมีความคิดที่อยากจะทำอะไรที่ใหม่ๆแหวกแนวจึงนำมาจำหน่าย ช่วงแรกๆลูกค้าจะปฎิเสธยางนอกเนื่องจากไม่รู้จักและไม่กล้าใช้ระยะเวลาแรกค่อนข้างจะลำบากพอสมควรแต่ด้วยอุปสรรคมีไว้ซ้อและเฮียข้ามมันไปใช้เวลาไม่นานยางนอกของเฮียและซ้อก็ติดตลาดลูกค้าเริ่มกล้าลองใช้และผลตอบรับดีมากๆเอ็มไทร์จะชื่อเสียงดีมากๆในด้านการบริการและคุณภาพสินค้าที่ให้ตรงความการของลูกค้ามากที่สุดและเรื่องราคาที่ไม่แพงจนเกินไป
“อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น อย่าเอาอุปสรรคมาเป็นตัวรั้ง แต่เอาอุปสรรคมาเป็นแรงผลักดันตัวเรา”
"ซ้อด้า"
“ไม่มีใครเคยสร้างความแตกต่างด้วยการทำเหมือนคนอื่นๆ”
"เฮียกฤต"
#ขอบคุณเฮียและซ้อที่สละเวลาให้กับเราและทีมงาน