18/06/2022
KOSO 9 ช่วยชุบชีวิตเกียร์รถยนต์
1.ใช้กับรถใหม่ ช่วยให้เพิ่มการหล่อลื่น ลดการสึกหรอของชิ้นส่วน ยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น ประหยัดน้ำมัน
2. ใช้กับรถเก่า ช่วยฟื้นฟูสภาพเกียร์ ชะล้างทำความสะอาดตามซอกเกียร์ ได้สะอาดหมดจดมากกว่าการฟลัชชิ่งเกียร์ อัตราเร่งดีขึ้นมากกว่าหลายเท่า
------------------------------------------------------
ขนาดบรรจุ 330 ml. ใช้ได้หลายครั้ง
ราคา 1,620 บาท
เก็บเงินปลายทาง ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
สนใจสั่งซื้อ อินบ๊อกซ์ เข้ามาได้
หรือ โทร. 094 665 1311
--------------------------------------------------------
สาเหตุหลักที่ทำให้เกียร์รถยนต์บ้านเรามีปัญหาเกียร์ลูกหนึ่ง ๆ มีความร้อนสะสมในน้ำมันเกียร์มากเกินจริง
( สำหรับสภาพการจราจรที่ติดขัดในตัวเมืองใหญ่ ๆ ) ใช้งานกันหนักเป็นพิเศษ แถมอุณหภูมิร้อนชื้นแถบนี้ด้วย ทำให้เกียร์ทำงานหนัก เร็วกว่าศูนย์คาดการณ์เอาไว้
ทำให้ระบุระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ยาวเกินไป
ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่บ้านเรา
อยู่ในแถบ “ ภูมิภาคแถบร้อนชื้น “
ประกอบกับมีฝนตกและน้ำท่วมขัง (รอการระบาย )
ซึ่งทำให้ควบแน่นและมีน้ำเกิดขึ้นในระบบง่ายมาก
เมื่อมีน้ำในระบบย่อมส่งผลกระทบที่ตามมาคือ
ทำให้น้ำมันเกียร์ย่อมเสื่อมคุณภาพไป ทำให้พวกซีล / โอริง / ยาง
เผชิญความร้อนสูงเป็นเวลานาน
ทำให้เกิดการแข็งตัว / หดตัว / บิดตัว
และเกิดการรั่วไหลในระบบ
แรงดันน้ำมันที่ส่งไปยัง “ ห้องคลัตช์ “
ก็ต้องอ่อนกำลังโดยปริยาย
หากต้องการแรงดันในการทำงานที่สมบูรณ์
ต้องเพิ่มรอบเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น
เมื่อมีแรงบิดสูงแรงเค้นก็ต้องสูงตาม
ความเครียดก็ถามหาแล้วทีนี้
การเปลี่ยนสภาพของชิ้นงานในระบบ
อาทิ เพลทคลัตช์ / น็อต – สปริงทอร์ค
ก็ย่อมได้รับผลกระทบกันไปแบบเต็ม ๆ
เริ่มต้นด้วยอาการสะดุดเบา ๆ จนถึงกระชากแรง
มีโอกาสมาก ๆ ที่จะแตกร้าวหรือหักไป
กำตังค์ไว้เลย “ เงินหมื่น “ เป็นค่าซ่อม
ไม่ได้ขู่ ... แค่เล่าสู่กันฟังเจ๋ย ๆ
#แต่ถ้าเกียร์พัง เราจะสังเกตอาการอย่างไร?
ระวัง! 7 สัญญานอันตรายของเกียร์พัง ก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด!
อาการเริ่มแรกที่สังเกตุง่ายๆคือ รถจะเริ่มกระตุก เล็กน้อย ในขณะออกตัวครั้งแรก หรือชละความเร็วขณะติดไฟฟแดง ให้พึงระวังว่าเกียร์ฟ้องแล้วว่าเริ่มมีปัญหา ยิ่งรู้เร็วยิ่งรักษาได้ทันจริงไหม?
อาการระดับที่ 2 จากอาการกระตุก รถจะเริ่ม หน่วงๆ บ้างเป็นบางครั้งเล็กน้อยแต่พอรู้สึกได้ว่ารถทำความเร็วได้ลดลง ขณะกดเร่งความเร็วไม่พุ่งเหมือนเมื่อก่อน
อาการระดับที่ 3 ขั้นต่อมาอาการกระตุก จะหนักขึ้น แต่เป็นๆหาย ถ้าผืนใช้ปล่อยไว้นานตามสภาพ เกียร์จะเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น หรือบางครั้งคนนั่งโดยสารในรถอาจตกใจได้
อาการระดับที่ 4 ถัดจากนี้ อาการเกียร์จะกระตุก จะเป็นประจำตามรอบมากขึ้น แสดงว่า เกียร์เริ่มมีปัญหาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากผืนปล่อยไว้อาจควบคุมการขับขี่ได้ยาก ยิ่งกำลังขึ้นเขา หรือ เนินสูงๆยิ่งอันตรายมาก ๆ เลยใช่ไหม?
อาการระดับที่ 5 หลังจากอาการกระตุกเกิดขึ้นแล้ว จะมีอาการเพิ่มขึ้นมาคือ ขณะเครื่องเย็นหรือตอนออกตัวตอนเช้าๆ รถจะไม่สามารถออกตัวได้ตามปกติ จะเริ่มหน่วงขึ้น ในระดับ ขั้นวินาทีกว่าเกียร์ D ถึงจะออกตัว
อาการระดับที่ 6 อาการขั้นถัดมาถ้าเราปล่อยไว้นานๆโดยที่ไม่มีการบำรุงรักษา เกียร์ D จะออกตัวนานขึ้น ในระดับนาทีขึ้นไป แสดงว่าอาการใกล้ระยะปลายแล้ว แต่ยังพอช่วยได้
อาการระดับที่ 7 อาการหนักระยะสุดท้าย คือ เกียร์ไม่ยอมออกตัว และนานมากกว่าจะออกตัวได้ และจะลามไปเกียร์อื่นๆ สังเกตุคือ ขณะขับรถ รอบจะสูงเร่ง เครื่องไม่ขึ้น ถึงขั้นนี้ ไม่ควรใช้รถเดินทางไกลๆ เพราะอาจผิดปกติการเดินทางได้จะเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างที่คุณรัก คุณคงไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลยถูกต้องไหมครับ?
สาเหตุของอาการกระตุก เพราะสมองเกียร์อุดตัน น้ำมันไหลเวียนในเกียร์ไม่สะดวก ทำให้สมองเกียร์ทำงานไม่ไหลรื่น แต่ยิ่งผืนยิ่งรู้สึกว่าอาการจะหนักขึ้นจริงไหม?
"แต่หลายสาเหตุที่เกียร์พังได้เพราะ"
1. #จากการทำงานของเกียร์
เราลองนึกภาพด้านในของเกียร์เหมือนสมองของคนเรา ประกอบด้วยเฟืองเกียร์ซับซ้อนมากมายจนแทบนับไม่ได้ มีซอกเล็ก ๆ มากกว่า 18,900 กว่าซอกซอย ยิ่งกว่ากองขยะที่ทับถมกันหนึ่งกอใหญ่๋ๆ อีก แล้วยิ่งมีอัตราการทดเฟืองเกียร์ที่สูงมากเหมือนโงกุนที่พร้อมจะระเบิดพลัง ทำโลหะมีการเสียดสีกันอยู่ตลอดเวลา เกิดความร้อน จึงทำให้ภายในเกียร์มีความร้อนสูงนึกถึงภาพเหล็กร้อนจนโลหะกลางเป็นสีแดงเหมือนลาวา ในดวงอาทิตย์ เราจะต้องหาตัวช่วยที่มาดับความร้อนจากพลังงานนี้ให้ได้ ด้วยการใส่หล่อลื่นด้วยน้ำมันเกียร์อยู่ตลอดเวลา
แต่ลองคิดดู เมื่อใช้งานเกียร์นานๆ น้ำมันเกียร์เริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้โลหะเสียดสีกันอย่างหนัก เมื่อโลหะเสียดสีกับโลหะ จึงเกิดเศษตะกอนเล็กๆ ขนาด 20 ไมครอนหลุดออกมาปนไปกับน้ำมันเกียร์ในระบบ ยิ่งทำให้เกียร์ทำงานหนักมากเศษโลหะยิ่งหลุดออกออกมามาก
เมื่อโลหะเจอความร้อนเสียดสีกันไปมาจึงกลายสภาพเป็นแม่เหล็กเล็ก ๆ ติดกันแน่นกับชิ้นส่วนเกียร์ด้านใน ไม่ว่าจะเป็น สมองเกียร์ โซลินอยส์ เฟืองเกียร์ ผนังเกียร์ ทั้งหมดที่เป็นโลหะ ทำให้ตะกอนแม่เหล็กเหล่านี้ ติดค่ารูเล็กในเกียร์เต็มไปหมด ไม่สามารถตกมาที่กรองเกียร์ได้หมด เพราะน้ำมันเกียร์ไม่มีประสิทธภาพดึงตะกอนแม่เหล็กเหล่านี้ ออกมาได้จนหมด
2. #เปลี่ยนเกียร์กะทันหันในขณะที่รถยังไม่นิ่ง
การเปลี่ยนเกียร์กะทันหันในขณะที่รถยังวิ่งอยู่นั้น อาจจะเป็นความเคยชินของใครหลายคน โดยเฉพาะเวลาที่กำลังถอยรถเข้าจอด เพราะผู้ใช้รถจะต้องเปลี่ยนเกียร์เดินหน้าถอยหลังสลับกันไป ซึ่งถือเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง และเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจจะส่งผลให้เกียร์เกิดความชำรุดเสียหายได้
3. #เหยียบคันเร่งแรงๆ บ่อยเกินไป
หลายคนติดนิสัยในการเหยียบคันเร่งแรงๆ หรือย้ำบ่อยครั้ง โดยอาจจะไม่รู้เลยว่านี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกียร์สึกหรอได้เร็วกว่าปกติ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เกียร์รถชำรุดเสียหายได้ง่าย ก็ควรหลีกเลี่ยงการเหยียบคันเร่งแรงๆ อย่างเด็ดขาด ยกเว้นเมื่อต้องการแซงรถคันข้างหน้าหรือเมื่อมีปัญหาล้อรถติดหรือรถตกหลุมนั่นเอง
4. #ใส่เกียร์ว่างในขณะที่รถกำลังแล่นอยู่
การใส่เกียร์ว่างในขณะที่รถยนต์ของคุณกำลังแล่นอยู่นั้น จะทำให้น้ำมันหล่อลื่นในเกียร์เดินหน้าลดต่ำลง ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดสภาวะขาดแรงดัน จึงทำให้เกิดความร้อนผิดปกติ และเป็นผลให้เกียร์พังได้ในที่สุด
5. #เข้าเกียร์ P ในขณะที่รถยังไม่หยุดนิ่ง
หลายคนมักจะเข้าเกียร์ P ในขณะที่รถยังไม่หยุดนิ่งสนิทดี ซึ่งการเข้าเกียร์ในลักษณะนี้จะส่งผลเสียต่อตัวระบบเกียร์โดยตรง เนื่องด้วยชุดเกียร์จะทำการล็อกตัวเองอัตโนมัติ จึงอาจทำให้เกิดปัญหากับเกียร์ตามมาได้ ดังนั้นคุณควรเช็คให้มั่นใจก่อนทุกครั้งว่ารถของคุณจอดสนิทดีแล้วหรือไม่ ก่อนจะสับเกียร์มาที่ตำแหน่ง P ต่อไป
6. #อุปกรณ์พวกโอลิงเรื่อมเสื่อม
อาการจับแล้วเร่งไม่ขึ้น ขณะแซง เร่งไม่ไป แซงไม่พ้นอะไรจะเกิดขึ้น
7. #คลัชเปียกเริ่มมีปัญหา
ยิ่งผืนขับไปนานๆ กลิ่นไหม้ยิ่งแรง จนควันไหม้ออกมาจากหน้ากระโปรงรถยนต์
8. #โซลินอยส์อุดตันทำงานช้า
อาการกระชากรุนแรงตอนกำลังออกตัว ยิ่งอยู่บนเขายิ่งอันตราย
จึงเป็นสาเหตุให้ เกียร์ทำงานหนัก มีปัญหาตามมา จนเกิดอันตรายต่อชีวิตและเสียเงินได้ เช่น
9. #อาการเกียร์อืด
อาการรถอืด เร่งไม่ขึ้น กดเร่งแซงไม่ขึ้นเหมือนแต่ก่อน รู้สึกรถกินน้ำมันผิดปกติ ทั้งที่วิ่งระยะทางเท่าเดิม สาเหตุเกิดจาก สมองเกียร์ไหม้เศษเหล็กขนาดเล็กๆเท่าฝุ่น อุดตันในสมองเกียร์ ทำให้เกียร์ไหม้ความร้อนสูง จนขับรถจะเร่งแซง รถไม่ไปจะเอาไปซ่อมก็คงแสนแพง เลยทนๆขับก่อนแบบนี้แต่ก็กลัวอันตรายอยู่ด้วยใช่ไหม?
10. #เกียร์หอน
มีเสียงหอน สาเหตุเพราะ ลูกปืนแตกด้านใน ซ้ำร้ายไปกว่านั้น นานๆเข้ายิ่งบ่อยครั้งถี่ขึ้น หนักขึ้น จนทำให้ไม่สบายใจในการขับขี่ใช่ไหม? กลัวเกิดเหตุการณ์แบบไม่คาดคิดถ้าเป็นขึ้นมาคุณจะรับมือคนเดียวไหวไหม?
11. #อาการกระตุก
สาเหตุของอาการกระตุก เพราะสมองเกียร์อุดตัน น้ำมันไหลเวียนในเกียร์ไม่สะสดวก ทำให้สมองเกียร์ทำงานไม่ไหลรื่น แต่ยิ่งผืนยิ่งรู้สึกว่าอาการจะหนักขึ้นจริงไหม?
ยิ่งบางทีขับๆไป กระตุกกลางถนน ทำให้จะหยุดรถกระทันหัน แต่มีรถตามหลังมา จนต้องเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด คุณคงไม่อยากให้เกิดกับรถคุณเองและคนที่คุณรักใช่ไหม?
แต่ถ้าวันนี้ คุณดูแลรถคุณเองง่ายๆ เพียงเติม KOSO9 ไม่กี่ฝา ทำให้ช่วยสมองเกียร์ทำงานสะดวก ขจัดสิ่งสกปรกโคลนตะกอนในซอกเล็กๆ จนรถไม่มีอาการกระตุก จนไม่ต้องมานั่งจุกกับค่าซ่อมหลายหมื่นบาท ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาต้องเสียเงินฟรีๆเลย
คุณคงไม่ปฏิเสธที่จะดูแลรถให้หายเป็นปกติตั้งแต่วันนี้จริงไหม?
12. #อาการกระชาก
ช่วงออกตัว หรือ เปลี่ยนจังหวะเกียร์ถัดไป จะมีสองสาเหตุหลัก คือ เฟืองเกียร์บิ่นชำรุดจากการกดคัดเร่ง แซงกระทันหัน หรือชอบออกตัวแรงเกินไป ทำให้รอยต่อของเกียร์ ไม่สะมูทเกิดการกระตุกได้ หรือเกิดจากสมองเกียร์อุดตันสกปรก ทำให้น้ำมันไหลเข้าไปในระบบขัดข้อง เวลาเปลี่ยนเกียร์ ขับไปปกติมีอาการกระตุกขึ้นมา แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกขับรถไม่ปลอดภัยเลยจริงไหม?
13. #ออกตัวช้าตอนเครื่องเย็นๆทั้ง D และ R
ปัญหาเกิดจากหลายสาเหตุ สมองเกียร์สกปรก อุดตันทำให้การไหลเวียนมีปัญหา เกิดอาการเกียร์ร้อนสูงภายในห้องเกียร์ ยิ่งทำให้คัลชเปียกมีปัญหา ร้อนไหม้ เกิดเศษตะกอนขนาด 20 ไมครอนจนกลายเป็นโครนแม่เหล็ก อุดตันในสมองเกียร์หรักเข้าไปอีก ส่งผลให้โอลิง โซลินอยส์ มีปัญหา รถยิ่งมีอาการออกตัวช้าหนัก จนทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยในการขับขี่ใช่ไหมครับ?
ยิ่งปล่อยผืนใช้งานไปเรื่อยๆ ในระยะทางยิ่งไกล ความร้อนในเกียร์ยิ่งสูง ปัญหาตามมาคือ อาการรอบสูงแต่รถเร่งไม่ไป ที่เรียกกันว่าเกียร์วืด แต่หนักและอันตรายไปกว่านั้น ถ้าเกิดเกียร์วืดบนเขาขึ้นมา จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น คุณคงไม่อยากให้เกิดกับรถเรา หรือ คนใกล้ชิดจริงไหมครับ?
แต่คงดีกว่าถ้า เราดูแลรักษารถที่เริ่มมีอาการถอยหลังช้า รีบดูแลรักษาให้อาการกลับมาปกติ และยิ่งประหยัดเงินเป็นหมื่นๆ โดยยังไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ใหม่ หรือเสี่ยงอันตรายให้เกียร์พังเสียก่อน เพียงเติม KOSO9 เพียง 8 ฝา ง่ายๆด้วยตัวคุณเอง โดยผสมที่ก้านวัดระดับน้ำมันเกียร์เพียงเท่านี้
คุณคงไม่ปฏิเสธที่จะให้รถกลับมาใช้งานได้เลยตั้งแต่วันนี้เลย จริงไหมครับ?
14. #เกียร์วืดเมื่อความร้อนสูง
สาเหตุเพราะ ในสมองเกียร์เริ่มอุดตัน ทำให้คลัชเปียกเสื่อม น้ำมันเดินไม่สะดวก ส่งผลให้การขับขี่รถผิดปกติมีปัญหาเกียร์พัง จนบางครั้งต้องตกใจกลัวพังหนักกลางท้องถนนใช่ไหม?
หากยิ่งทนใช้ จะเกิดอาการเสียงดังในห้องเกียร์ น้ำมันเกียร์ร้อน อาจไหม้ได้จนได้กลิ่น เข้ามาในห้องโดยสาร จนคนที่นั่งซ้อนมาทักว่ารถเป็นอะไร ยิ่งขับติดไปแดงยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ กลัวรถจะดับกลางทางจริงไหม?
แต่ถ้าเราสังเกตุอาการได้ทัน ว่าเกียร์มีปัญหา เพียงใส่ KOSO9 เข้าไปไม่กี่ฝา เกียร์จะกลับมาใช้งานได้ปกติ ดีกว่าไปเสียเงินหลายหมื่นบาทเปลี่ยนเกียร์ใหม่เลย
คุณคงไม่ปล่อยให้เกียร์พังก่อน ถึงคิดเสียดายวิธีป้องกันง่ายๆตั้งแต่ตอนนี้เลย จริงไหม?
15. #ไม่ไม่มีแรง ขึ้นสะพาน
รอบรถเริ่มมีรอบสูงเป็นบางครั้ง แสดงว่าคลัชเริ่มมีปัญหา ทำให้เป็นต้นตอจองอาการกระตุก ยิ่งปล่อยนานไป อาการกระยิ่งมากขึ้น จนกระชากหัวขม่ำ อาการนี้อย่าฝืนทนใช้งานเป็นเด็ดขาด เพราะอันตรายต่อชีวิตได้จริงไหม?
16. #มีกลิ่นไหม้จากห้องเกียร์
ให้สังเกตุ สีน้ำมันเกียร์ จากสีแดงๆจะเป็นสีน้ำตาลเข้มๆ และมีเศษโลหะเล็กๆบนออกมา อาการรถจะเริ่มอืด เร่งไม่ค่อยไป เราชวนเช็คน้ำมันเกียร์ทุกๆเดือน เพียงแค่ดึงก้านวัดระดับน้ำมันเกียร์มาดูสีเท่านั้น ถ้าออกน้ำตาลเริ่มมีสัญญานเตือนเกียร์พัง
17. #รอบสูง แต่รถไม่ไป
สาเหตุเพราะ คลัชเปียก และสมองเกียร์เสื่อม ทำให้เวลาขับรถเกียร์จะเปลี่ยนยาก มีอาการลากรอบสูงมากกว่า 2500 -5000 รอบ ทำให้รู้สึกว่ารถอืดเวลาเร่งแซง รถจะกินน้ำมันเยอะมาก จนรู้สึกว่าช่วงนี้ต้องเติมน้ำมันบ่อยๆสังเกตเห็นไหมครับ?
เป็นแบบนี้จริงไหม?
แล้ววันนี้ผมมีวิธีดูแลรถเบื้องต้นมาฝาก สำหรับใครที่ต้องการยืดอายุดูแลรักษาเกียร์ให้ใช้ได้ยาวนาน
1. การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์แบบปกติ ใช้วิธีขันน็อตถ่าย
วิธีนี้น้ำมันเกียร์จะถูกถ่ายออกมาแค่ 40%-50% ของน้ำมันเกียร์ทั้งระบบ ดังนั้นในระบบจึงมีน้ำมันเกียร์เก่าที่ปนเปื้อนกับผงคลัทช์หรือผงเศษเหล็กซึ่งเกิดจากการทำงานของเกียร์ค้างอยู่ในระบบ ทำให้คุณสมบัติของน้ำมันเกียร์ลดลง ดังนั้นการเปลี่ยนถ่ายแบบนี้ แนะนำให้เปลี่ยนถ่ายทุก 20,000 กิโลเมตร
2. แบบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ทั้งระบบ หรือเรียกว่า “การฟอกเกียร์” หรือ “เปลี่ยนถ่ายทั้งระบบ” หรือ “ฟลัชชิ่งเกียร์”
วิธีนี้น้ำมันเกียร์เก่าในระบบจะถูกถ่ายออกมาทั้งหมด และดันน้ำมันเกียร์ใหม่เข้าไปทดแทน น้ำมันเกียร์ใหม่จึงยังคงคุณสมบัติได้เป็นอย่างดีเพราะไม่ถูกเจือปนโดยน้ำมันเกียร์เก่า การเปลี่ยนถ่ายแบบนี้ต้องใช้เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ แนะนำให้เปลี่ยนถ่ายทุก 40,000 กิโลเมตร โดยส่วนใหญ่เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ หรือที่เรียกกันติดปากในหมู่ช่างว่า เครื่องฟอกเกียร์ จะรองรับเฉพาะระบบเกียร์ ATF เท่านั้น ถ้าต้องการฟอกเกียร์ระบบ CVT จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เชื่อมต่อเรียกว่า CVT Adaptor ใช้ควบคู่กันกับเครื่องฟอกเกียร์ด้วย*
3.เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ ระยะ ตามกำหนด
หลายคนอาจจะขับรถมานานจนลืมไปเลยว่าต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ได้แล้ว โดยวิธีเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ที่เหมาะสมก็คือ ควรเปลี่ยนเมื่อรถของคุณวิ่งมาได้ระยะทางราวๆ 40,000 – 60,000 กิโลเมตร เพื่อให้เกียร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
หลีกเลี่ยงนิสัยการเร่งเครื่องแรงๆ ทันทีที่สตาร์ทรถ
4.หลายคนชอบเร่งเครื่องแรงๆ หลังจากสตาร์ทรถ เพราะฉะนั้นควรเลิกนิสัยนี้อย่างเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้เกียร์พังได้ง่าย ซึ่งการเร่งเครื่องแรง นอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเกียร์แล้ว ยังส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อีกด้วย
5.หลีกเลี่ยงนิสัยการเป็นนักซิ่งบนท้องถนน
เกียร์ Auto ถูกออกแบบมาในสมรรถนะการใช้งานที่มีข้อจำกัด การเร่งเครื่องแรงๆ เหยียบคันเร่งหนักๆ ประหนึ่งว่าคุณขับรถอยู่ในสนามแข่ง Formula 1 อาจจะทำให้เกิดสภาวะเกียร์กระชาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อายุการทำงานของเกียร์ต่ำลง เพราะฉะนั้นควรหยุดพฤติกรรมนี้โดยด่วน
6.เปลี่ยนเกียร์ให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งาน
เกียร์ Auto มีข้อจำกัดในการใช้งานที่ผู้ใช้รถควรศึกษา ซึ่งคุณต้องระวังอย่าเปลี่ยนเกียร์ผิดวิธี เพื่อถนอมให้เกียร์รถสามารถใช้งานได้ในระยะยาว และเพิ่มประสิทธิภาพในความปลอดภัยบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น
7. บำรุงรักษาเกียร์ให้ยาวนานด้วย KOSO9 เพียงไม่กี่ฝา
หากยิ่งเราปล่อยผืนใช้งานไปนานๆ โดยไม่ดูแลรักษาให้เกียร์สะอาดปราศจากโคลนตะกอนแม่เหล็ก หรือมีอาการเกียร์พังแล้วก็ดันผืนใช้ต่อ อาการก็จะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุที่ตามมาอย่างคาดไม่ถึง แต่คุณก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครับของเราใช่ไหม?
จนวันนี้เราพัฒนา KOSO9 เพื่อมาแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป ซึ่งจะมีอนุภาคช่วยดึงตะกอนแม่เหล็กเล็กๆ ออกจากระบบให้หมด ทั้งในสมองเกียร์ที่สกปรก โซลินอยส์ที่อุดตันทางเดินน้ำมัน พร้อมทั้งไปคืนสภาพพวกโอลิง และซีลทั้งหมดให้อยู่ในสภาพใช้งานให้ได้นานขึ้น มีให้น้ำมันเกียร์รั่วซึม จึงช่วยให้เกียร์สะอาดเหมือนฟรัชชิ่งขั้นสูง
เพียงแค่ใช้งานและถ่ายน้ำมันเกียร์ตามรอบที่แนะนำคือ ทุกๆ 20,000-30,000โล โคลนตะกอนทั้งหมดจะถูกดึงมาที่กรองเกียร์ จึงแนะเปลี่ยนกรองเกียร์ในรอบ 20,000-30,000 นี้ด้วยเพื่อเกียร์สะอาดมากขึ้น
#สำหรับรถใหม่ ไม่มีอาการเพียงใส่ KOSO9 2ฝา ทุก 20,000 จะช่วยยืดอายุเกียร์ได้อีก 15-20 ปี
ส่วนรถเกียร์พัง มีอาการแล้ว ใส่ตามอาการที่เป็น (มีคู่มือการใช้งานแนบไปให้ด้วย)
เพียงเท่านี้รถจะเหมือใหม่แถมยืดอายุการใช้งานให้นานไปอีก ดีกว่าเปลี่ยนใหม่หลายหมื่น หรือ ฟรัชชิ่งเกือบครึ่งหมื่นหลายๆรอบ เอาเงินไปดูแลอย่างอื่นได้
"คุณคงไม่ปฏิเสธ" ที่จะดูแลรถคุณ ตั้งแต่วันนี้ เพราะราคารักษาแพงกว่าการถนอมดูแลถูกต้องไหม?
เหมือนท่านเหล่านี้ที่ช่วยให้รถกลับมาใช้งานได้แล้ว
"คุณพงษ์ศักดิ์"
ตัดสินใจอยู่ 3 เดือน.!!!!!!!!!
ไม่อวยคับตัดสินใจซื้อ.. เพราะตอนแรกใช้ที่โฆษณาทั่วไปเล่นไป2กระปุกเกือบ1000ไม่มีผลอ่ะไรเลยคับ.. ถ่ายน้ำมันเกียร์ทิ้งเลยลองตัวนี้เติมอย่างที่บอก.. จากอาการแรกๆเครื่องเย็นเกียร์กระชากหัวแทบหลุดขับไปดีๆเกียร์วืดเฉยเลย.. ทุกวันนี้ปกติทุกอย่างคับ.. สิ้นเดือนจะถ่ายของเดิมทิ้งจะเติมที่เหลือทั้งหมดคับ... อาจารย์พลก็บอกคับว่ามันจะอยู่ได้ประมาณ25000โล..ของผมจะ50000ล่ะคับยังปกติ.. 23000แลกกับ1620คุ้มคับ...ต้องลองกับตัวเองคับ..ผมศึกษาเกือบ3เดือนคับกว่าจะตัดสินใจซื้อคับ
"ปราบไฟรรี"
ซื้อมาใช้แล้วครับใช้ตามที่คำแนะนำบอกเลยครับทดลองขับแล้วครับดีขึ้นเยอะเลยครับผมเวลาออกตัวเวลาถอยใช้งานได้ปกติแล้วครับผมผมใช้รถอีซูซุทรูเปอร์เกียร์ออโต้ครับ
"คุณเลอพงษ์
สวัดดีครับ หลังจากเติมผลิตภัณท์บำรุงเกียร์ออโต้ไปตามที่ได้แนะนำผม จำนวน 7 ฝาแล้วคือดีขึ้นสมราคาครับ ดีบอกต่อ ไม่พูดเยอะ..เจ็บคอครับ ขอบคุณสำหรับผลิตภัณท์ดีๆ ครับ...
"คุณธีรศักดิ์"
ผมซื้อมาใช้ น้ำมันเกียร์ผมแห้ง ช่างบอกเปลี่ยนเกียร์ใหม่ ผมใส่สารหมดขวดใช้เวลา 3 วัน เกียร์เดีนเรียบนิ่ง ต้องดูไปนานๆ ของเขาดีจริง ครับ
"คุณทิพย์พรรณ"
ก่อนซื้อชั่งใจกว่า80ตลบ..หลังซื้อมาใช้ใส่ทั้งเกียร เครื่องยน เฟืองท้ายผลเกินคาด โดยหลักเกียรมีปันหา.ใส่เกียรออกตัวกระตุก ตลอด..หายจริงครับ ใช่ไปแค่ 300ml.ได้ผลสุดยอด...
"คุณไผ่"
จากรถขับไม่ได้ จอดทิ้งอยู่ที่ทำงาน3วัน หลังจากใส่เมื่อคืนขับกลับบ้านได้เลยไม่ถึง 20นาที ตอนนี้ขับได้ปกติแล้วครับ เร่งแล้วพุ่งเลยครับ เสียงตอนเข้าเกียร์นิ่มขึ้น เบาขึ้นมากเลยครับ
"คุณทรงศักดิ์"
หลังจากได้รับ ผมเติมไป 7 ฝาตามคำแนะนำ อาการรถก็ยัง ออกตัวช้าอยู่ บ้างตอนเช้าๆ หลังจากนั้นผมเติมไปอีก 3 ฝา อาการเริ่มดีขึ้น เข้าเกียร์แล้วออกตัวเริ่มไวขึ้น ทุกวันนี้อาออกตัวช้า เข้าเกียร์ถอยไม่ถอย ไม่มีเลย วันนี้ไปทำธุระภรรยาผมได้ถามผมว่า ได้เอาไปทำอะไรมาเปล่า รู้สึกว่า ออกตัวไม่กระตุกเลย นิ่มๆ ถอยก็ไม่มีปัญหา ผมจึงบอกว่าผมสั่ง ผลิตภัณฑ์ สารเคลือบเครื่องยนต์ ชุบชีวิตเกียร์ พัง KOSO9 มาใช้แฟนบอกว่าล่ะรถเปลี่ยนไป ของเขาดีจริงๆ
"คุณเชิงชาย"
เหมือนกันครับ ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อนะ เงินตั้ง1620ใครจะยอมเสียง่าย ๆ ผมนั่งคิดอยู่หลายวัน แล้วก็ดูรีวิว อยู่หลายวิวนะ พูดตรง ๆ ตัดสินใจซื้อ เอามาใช้ บทสรุปใช้ดีจริง ๆ ครับ ผมก็ ขอ บอกเหมือนกันว่า ผมไม่ใช่หน้าม้าครับ
"คุณสายชล"
ใช้ดีครับรถผมโตโยต้าวิช 04 เกียร์ D ออกช้ามากลองซื้อมาเติมแรก ๆ 5-7 ฝาไม่หายเติมไปเรื่อยๆจนหมดขวดตอนนี้รถเริ่มออกตัวตามปกติครับของเขาดีจริงๆ ไม่ใช่หน้าม้านะครับผมลูกค้าลองใช้แล้วดีจึงบอกต่อถ้าไม่ดีผมประจานแน่ๆ
"คุณวิไล"
ดีจริงๆค่ะรถอาการ เกียร์ค้างอยู่เกียร์สูง ดีขึ้นเป็นลำดับ ทั่วไป รถ ขับลื่น และนุ่ม พวงมาลัย เบา ดีจริงๆค่ะ
"คุณบุญเหลือ"
ผมซื้อมาใช้แล้วรู้เลยว่าดีมากๆเลยไม่ต้องเสียเงินหมื่นเสียแค่พันกว่าสุดยอดครับ
"คุณบุญล้อม"
ดีจริงครับรถผมแคมรี่ออสเตรเลียปี1996เกียร์ถอยไม่ขยับพอใส่7ฝาเริ่มถอยได้ช้าๆใส่อีก3ฝา ดีขึ้นใส่อีก3ฝาถอยได้เร็วขึ้นใส่อีก3ฝาถอยได้ปกติเลยครับรวมๆดีครับตอนแรกกะจะจอดทิ้งแล้วยกเกียร์2หมื่นกว่าพอเติมเข้าไปทุกเกียร์วิ่งได้ปกติทุกเกียร์เป็นปกติเลยครับสุดยอด
"คุณแก้ว"
ช่างบอกให้ยกเกียใหม่ 16,500 บาท โชคดีค่ะมาเห็นสารตัวนี้ไหนจะเสียแล้วลองตัวนี้ไม่ตอ้งเสียเงินหมื่นเลยขอบคุณค่ะที่ให้ปรึกษาค่ะ
ถ้าวันมีตัวช่วยดีๆ ที่จะเป็นจากรถเกียร์พัง ให้กลับมาใช้งานได้ปกติ แถมยืดอายุให้เกียร์ใช้งานได้นานขึ้น คุณคงไม่ปฏิเสธที่จะใช้รถได้อย่างสบายใจแบบนี้จริงไหมครับ?
7 ข้อดี ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับการถนอมเกียร์ ด้วย "KOSO9"
1. ช่วยดึงเศษตะกอน ที่อุดตันในสมองเกียร์ที่เป็นโครนตะกอนแม่เหล็ก ลดอาการกระตุก กระชาก
2.คืนสภาพโอลิงให้รถออกตัวได้เร็วขึ้นได้ปกติ
3. ช่วยถนอมแผ่นคลัชเปียกให้รอบเกียร์ทำงานปกติ ไม่รอบสูง
4.ข่วยให้เกียร์ไหลลื่นสะดวกขึ้น เร่งเซงดี
5. ช่วยประหยัดน้ำมัน เพราะเกียร์ทำงานได้ปกติ
6. ลดอาการเสียงดัง หอน ให้เงียบลง
7. ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน ยังไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ใหม่
ยิ่งบางทีขับๆไป กระตุกกลางถนน ทำให้จะหยุดรถกระทันหัน แต่มีรถตามหลังมา จนต้องเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด คุณคงไม่อยากให้เกิดกับรถคุณเองและคนที่คุณรักใช่ไหม?
แต่ถ้าวันนี้ คุณดูแลรถคุณเองง่ายๆ เพียงเติม KOSO9 ไม่กี่ฝา ทำให้ช่วยสมองเกียร์ทำงานสะดวก ขจัดสิ่งสกปรกโคลนตะกอนในซอกเล็กๆ จนรถไม่มีอาการกระตุก ไม่ต้องมานั่งจุกกับค่าซ่อมหลายหมื่นบาท ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาต้องเสียเงินฟรีๆเลย คุณคงไม่ปฏิเสธที่จะดูแลรถให้หายเป็นปกติตั้งแต่วันนี้จริงไหม?
เพียงดูง่ายๆเท่านี้ รถคุณก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ทั้งสบายใจและสบายกระเป๋าอีกด้วยจริงไหมครับ?
คืนความสุขให้รถคุณ พร้อมประหยัดเงินหลายหมื่น
#เพราะคุณยังไม่อยากเสียเงินหมื่นเปลี่ยนเกียร์ใหม่จริงไหม?
___________________________________________
ราคาปกติ 5,900-.เหลือเพียง 1620-
ขนาด 330 ml. ใช้ได้หลายครั้ง.
****มีบริการเก็บเงินปลายทาง
***ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม!!
สนใจ inbox เข้ามาสอบถามได้
หรือ โทร. 094 665 1311