โทร เส้นทาง เว็บไซต์

Fastmoneycar11 ศูนย์ให้บริการรับจำนำรถจอด ประสบการณ์ 8 ปี

Honda วางแผนเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอีก 3 รุ่น ภายในปี 2567Honda ผู้นำวงการณ์รถจักรยานยนต์ระดับโลก เผยแผนการวางจำหน่ายร...
18/09/2023

Honda วางแผนเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอีก 3 รุ่น ภายในปี 2567

Honda ผู้นำวงการณ์รถจักรยานยนต์ระดับโลก เผยแผนการวางจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลถึง 3 รุ่น ภายในปี พ.ศ.2567 หรืออีก 3 ปีข้างหน้านี้ในรุ่นระดับ 50 - 125 cc เจาะตลาดประเทศแถบยุโรปเป็นหลัก
Honda วางแผนขายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพิ่ม
สืบเนื่องจากงานแถลงข่าวของฮอนด้าที่ผ่านมา ทางด้านรองประฐานบริษัทฯ ได้เผยว่า บริษัทฯ มีแผนการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือ e-bike ถึง 3 รุ่น และจะเริ่มวางจำหน่ายในตลาดภายในปี 2024 นี้ โดยจะเป็นรถสำหรับใช้งานส่วนบุคคลเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคลาสเดียวกับรถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาปพิกัดตั้งแต่ไม่เกิน 50 ถึง 125 cc เจาะตลาดประเทศโซนยุโรปเป็นหลัก
Honda วางแผนทำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไซส์เล็ก
สาเหตุที่เล็งพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไซส์เล็กก่อน สืบเนื่องมาจากข้อกำหนดของใบขับขี่รถจักรยานยนต์ในประเทศแถบยุโรปส่วนใหญ่ ที่บีบให้ทำรถมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 50 - 125 cc เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของฮอนด้าที่ต้องการส่งเสริมยานพาหนะส่วนบุคคล หรือ micro-mobility โดยเชื่อว่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไซส์นี้จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานฝั่งยุโรปอย่างแน่นอน โดยจะมาในชื่อใด หน้าตาแบบใดนั้นยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ แต่คาดว่าอยู่ในพิกัดเดียวกับรถสกู๊ตเตอร์เครื่องยนต์ไม่เกิน 125 cc อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีแผนจะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ในกลุ่ม "Fun" หรือรถที่ใช้เพื่อการสันทนาการ เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นรถในกลุ่ม BigBike ประสิทธิภาพสูง ที่ไม่ได้เน้นใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่เป็นรถที่เน้นสมรรถนะเป็นหลัก
ส่วนโมเดลที่ฮอนด้าได้เผยชื่อออกมาแล้วได้แก่ Honda Benly e:, Gyro e: และ Gyro Canopy e: ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อ ตอบโจทย์การใช้งานกับธุรกิจขนาดเล็ก ที่ต้องการรถขนส่งสินค้าที่มีความคล่องตัว และขับขี่ได้ง่าย โดยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของฮอนด้า ล้วนเป็นรถที่สามารถเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องจอดรถชาร์จไฟฟ้าบ่อยๆ เพียงแค่ถอดแบตมาแยกชาร์จไว้ และเอาแบตที่ชาร์จไว้ใส่เข้าไปใช้งานได้เลย เพื่อความต่อเนื่องในการใช้งาน เรียกได้ว่าตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องใช้รถเยอะอย่างแท้จริง
สำหรับในประเทศไทย ณ ขณะนี้ Honda มีเพียง Honda PCX Electric ซึ่งยังไม่ได้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วไป แต่ยังอยู่ในลักษณะของการศึกษาและวิจัยอยู่ โดยในขณะนี้ก็มีโครงการ วินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Green Win by Honda ที่กำลังให้บริการอยู่ ณ ขณะนี้

Honda Click 160 2023 (ฮอนด้า คลิก 160 2023) รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกดีไซน์สปอร์ต สำหรับขี่ในเมืองเป็นหลัก คล่องตัวด้วยเครื...
31/08/2023

Honda Click 160 2023 (ฮอนด้า คลิก 160 2023) รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกดีไซน์สปอร์ต สำหรับขี่ในเมืองเป็นหลัก คล่องตัวด้วยเครื่องยนต์ขนาด 160 ซี.ซี. สามารถสตาร์ตรถโดยไม่ต้องเสียบกุญแจ แค่พก SMART Key ติดตัว ส่วนระบบความปลอดภัยมีเบรก ABS ให้เลือก แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ Standard กับ ABS มีชุดสี 4 แบบ พร้อมกับรุ่นพิเศษ Spirit of Speed Edition
Honda Click 160 2023 ดีไซน์ตัวรถ
ดีไซน์ของ Honda Click 160 2023 มาในสไตล์สปอร์ตออโตเมติก เส้นสาย-เหลี่ยมมุมชัดเจน ไฟส่องสว่างรอบคันเป็น LED เรือนไมล์ดิจิทัลแบบ Grey Scale คอนโซลหน้ามีที่ชาร์จไฟ USB Type A พร้อมช่องใส่ของขนาดเล็กเปิด-ปิดได้ ใต้เบาะนั่งมีช่องเก็บของขนาดความจุ 18 ลิตร ด้านข้างตัวรถใช้ตัวอักษร Click 160 สีทอง (รุ่น ABS) ส่วนรุ่นพิเศษ Spirit of Speed Edition มีเฉพาะชุดสี Magnetic Black ตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ลายกราฟิกสีทอง
นอกจากนี้ยังให้กุญแจ SMART key สตาร์ตเครื่องได้เพียงแค่พกกุญแจติดตัว ส่วนล้อแม็กมีทั้งสีดำและสีทองขนาด 14 นิ้ว ขึ้นอยู่กับรุ่นรวมถึงชุดสี ยางเป็นแบบ Tubeless ล้อหน้า 100/80 และล้อหลัง 120/70 ระบบกันสะเทือนหน้าโช้คอัพเทเลสโคปิก ด้านหลังแบบยูนิตสวิง เบรกหน้าดิสก์ ด้านหลังดรัมเบรก ยกเว้นรุ่น ABS ด้านหลังจะเป็นดิสก์ และมีระบบป้องกันล้อล็อก ABS ที่ล้อหน้า
Honda Click 160 2023 เครื่องยนต์และสมรรถนะ
Honda Click 160 2022 ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว ขนาดความจุจริง 157 ซี.ซี. SOHC จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติสายพาน V-Matic ถังน้ำมันมีความจุ 5.5 ลิตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง 91, 95 และ E20

Honda Click 160 2023 มีวางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่นย่อย
Honda Click 160 รุ่น Standard ราคา 63,500 บาท
Honda Click 160 รุ่น Standard Spirit of Speed Edition ราคา 64,000 บาท
Honda Click 160 รุ่น ABS ราคา 69,900 บาท

ไทยฮอนด้า เปิดตัว LEAD125 สีดำ สีใหม่ล่าสุด มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘Be More in minimal เป็นได้มากกว่า ในสไตล์ที่ใช่ เท่ โดดเด่...
21/08/2023

ไทยฮอนด้า เปิดตัว LEAD125 สีดำ สีใหม่ล่าสุด มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘Be More in minimal เป็นได้มากกว่า ในสไตล์ที่ใช่ เท่ โดดเด่น มีพลัง ผสานความมินิมอลและความทันสมัยกับเทคโนโลยีสุดล้ำ และฟังก์ชันการใช้งานรอบคันที่รองรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างลงตัว
Honda LEAD125 สีดำใหม่ เรียบง่ายแต่ดูเท่ ด้วยดีไซน์ด้านหน้าเป็นเส้นสายโครเมียมทำให้รถดูโดดเด่นลงตัวกับรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร ขับความเป็นตัวตนให้ดูมีสไตล์ได้ไม่หลุดโทน
นอกจากตัวดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่ LEAD125 ยังมาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 125 ซีซี ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 52.6 กม./ลิตร จากการทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 รับรองโดยสถาบันยานยนต์ พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า ที่มาพร้อมระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง และยังคงความล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีฟังก์ชันการใช้งานที่ให้ความสะดวกสบายรอบคัน ด้วยกุญแจรีโมตอัจฉริยะที่สตาร์ตรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจ ช่องเสียบสายชาร์จ และช่องเก็บของใต้เบาะที่ใหญ่ที่สุดในรถตระกูลออโตเมติกคลาส 125 ซีซี ของเมืองไทย ที่สามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้ถึง 2 ใบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จบ ครบ ในคันเดียว

เครื่องยนต์ 1 สูบ SOHC 4 จังหวะ 2 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ 124.88 ซีซี
เกียร์ CVT
ระบบขับเคลื่อน สายพาน

ตัวรถ Honda LEAD125
เฟรม อันเดอร์โบน
โช๊คหน้า โช๊คอัพเทเลสโกปิค
โช๊คหลัง ยูนิตสวิง
เบรคหน้า ไฮดรอลิก ดิสก์เบรก พร้อม Combine Brake
เบรคหลัง ดรัมเบรก
ยางหน้า 90/90 R12
ยางหลัง 100/90 R10

มิติรถ Honda LEAD125
ขนาด ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 1,842 x 680 x 1,130
ความสูงเบาะ 760 มม.
ระยะฐานล้อ 1,273 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเครื่อง 138 มม.
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน 114 กก.
น้ำมันเชื้อเพลิง 6 ลิตร
Honda LEAD125 2023 เปิดราคาที่ 58,500 บาท นอกจากสีดำใหม่แล้ว Honda LEAD125 ยังมีสีอื่นให้เลือกอีก 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาว, สีแดง, สีน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

Honda เล่นใหญ่ส่งท้ายปีเปิดตัว All New Forza350 , All New Wave125i และ All New ADV 160เรียกได้ว่างานนี้ทาง Honda ประเทศไ...
07/08/2023

Honda เล่นใหญ่ส่งท้ายปีเปิดตัว All New Forza350 , All New Wave125i และ All New ADV 160
เรียกได้ว่างานนี้ทาง Honda ประเทศไทยได้จัดเต็มเล่นใหญ่ทิ้งท้ายปีกันให้บรรดาไบค์เกอร์ชาวไทยกันแบบจุก ๆ ไปเลยด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ถึง 3 รุ่นด้วยกันนั่นก็คือ All New Forza350 , All New Wave125i และ All New ADV 160 ซึ่งสำหรับในประเทศไทยนั้น All New Forza350 ถือเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้ทำการเปิดตัวรถรุ่นนี้ สำหรับรายละเอียดของตัวรถทั้ง 3 รุ่นที่ถูกเปิดตัวใหม่ในครั้งนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้างเราไปดูกันเลย

All New Forza350
All New Wave125i
All New ADV160

All New Forza350 เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก
All New Forza350
มาจนได้สำหรับ All New Forza350 หลังจากที่ได้มีภาพหลุดออกมาก่อนหน้านี้ โดย All New Forza350 ถือเป็นบิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับท็อปคลาสของทางค่ายปีกนก Honda โดยตัวรถมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่รอบคันสไตล์สปอร์ตหรูดุดัน จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีที่มีมาให้แบบเต็มพิกัด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลขั้นสุด ตัวรถโดดเด่นมาด้วยชุดไฟด้านหน้าแบบ Dual LED Headlight สะดุดทุกสายตา พร้อมไฟท้ายดีไซน์ใหม่ พร้อมหน้าจอเรือนไมล์แบบ New Multi-Function Meter Design
ไฟหน้าแบบใหม่
All New Forza350 มาพร้อมขุมพลัง eSP+ 330 ซี.ซี . พร้อมด้วยเทคโนโลยีอย่าง HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบตรวจจับและควบคุมล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กัน ป้องกันรถเสียการทรงตัว และระบบไฟ Emergency Stop Signal (ESS) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีการเบรกกะทันหัน ที่ทำงานร่วมกับระบบเบรกแบบ 2-Channel ABS (Anti-Brake System) ระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกระหว่างเบรกกะทันหัน เทคโนโลยีอัดแน่นเช่นเคย
พร้อมเสริมความปลอดภัยด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง Honda Smartphone Voice Control System (HSVCs) ที่ช่วยให้คุณควบคุมด้วยเสียงบนสมาร์ตโฟนได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน Honda RoadSync โดยที่คุณไม่ต้องละสายตาจากถนน นอกจากนี้ All New Forza350 ยังมาพร้อมชิลบังลมด้านหน้าแบบปรับไฟฟ้า Electrically Adjustable Windscreen ที่สามารถปรับระดับความสูงได้ถึง 150 มม. พร้อมด้วย Honda Smart Key รีโมตอัจฉริยะ และ In-Console USB Charger & Bottle Holder ที่เก็บของคอนโซลหน้าที่รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยที่ชาร์จไฟสำรองอเนกประสงค์
Honda Smart Key รีโมตอัจฉริยะ
สำหรับ All New Forza 350 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ด้วยกันคือรุ่น Roadsync Type (ติดตั้งระบบ HSVCs) ที่มาพร้อมล้อสีทอง ด้วยราคาแนะนำที่ 181,000 บาท และรุ่น Standard Type มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Mat Black), สีเทา-ดำ (Smoky Grey), สีแดง (Red) และสีน้ำเงิน (Blue) ราคาแนะนำที่ 179,000 บาท
All New Forza 350 มาพร้อม 2 รุ่นย่อย
นอกจากนี้ All New Forza 350 ยังมาพร้อมรุ่นพิเศษที่มาพร้อมของแต่งจากโรงงานคือ Forza Nitron Neon TH1 ราคา 221,800 บาท และ Forza Yoshimura Gcraft Rising Spirit TH2 ราคา 206,900 บาท

All New Wave125i
สำหรับ All New Wave125i โฉมใหม่ตัวรถมาพร้อมความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยชุดเฟรมใหม่ ที่มาพร้อมกับวัสดุ และเทคนิคการเชื่อมต่อตัวถังให้แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบาลง ควบคุมรถได้ง่าย และคล่องตัวกว่าเดิม พร้อมด้วยตัวเรือนไมล์ใหม่ LCD Multi Meter ผสานเทคโนโลยีจอแสดงผลชุดไฟ LED ด้านหน้าเรียบหรูแบบแยกส่วน พร้อมด้วยชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยว New X-clusive LED Tailight ครบครันทั้งไฟหน้า และไฟท้ายแบบ LED พร้อมดีไซน์คอนโซลหน้าใหม่ New Front Pocket เพิ่มช่องใส่ของอเนกประสงค์เรือนไมล์ LCD Multi Meter
นอกจากนี้ All New Wave125i ยังมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนใหม่ด้วยการเพิ่มระยะยุบของโช้คอัพด้านหน้า และด้านหลัง ที่สามารถซับแรงกระแทก
โช้คอัพใหม่เพิ่มระยะยุบ
พร้อมด้วยถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.4 ลิตร พร้อมด้วยสวิตช์กุญแจนิรภัยเพียงกดกุญแจเพื่อสั่งการ เปิด-ปิดล็อค-สตาร์ตเครื่องและเปิดเบาะนั่ง ได้อย่างง่ายดาย
XL Size U-Box ขนาด 17 ลิตร
All New Wave125i มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ New Honda Smart Engine เทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดของคลาส 125 cc. กับระบบหัวฉีด PGM-FI แรงล้ำหน้าด้วยการปรับระยะชักลูกสูบใหม่ และมอบอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 71.4 กม./ลิตร
เครื่องยนต์ทั้งทน และประหยัด
เสริมด้วยระบบ Piston Oil Jet ช่วยระบายความร้อนดียิ่งขึ้น ลดการสึกหรอ ทนทานยืดอายุการใช้งาน พร้อมการติดตั้งระบบปรับตั้งความตึงโซ่อัตโนมัติแบบ Hydraulic ใหม่ ส่งกำลังต่อเนื่องทุกรอบความเร็ว ลดการสะบัด และเสียงของเครื่องยนต์
เบาะนั่งหนานุ่มสบาย
All New Wave125i มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อยนั่นก็คือรุ่นสตาร์ทมือ ล้อแม๊ก 4 สีได้แก่ สีแดง-เทา, สีเทา-น้ำเงิน, สีขาว-แดง และสีดำ-เทา ราคา 56,500 บาท ส่วนในรุ่นสตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด มี 3 สี ได้แก่ สีแดง,สีน้ำเงิน และสีดำ ราคา 54,300 บาท
All New Wave125i มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อย
All New ADV160
All New ADV160 มาพร้อมกับคอนเซปต์ “Explore the Wild Urban มีทางใหม่ ให้ท้าทายทุกวัน” ที่มาพร้อมกับการยกระดับขุมพลังใหม่ด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 157 ซี.ซี. 4 วาล์ว พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเสริมความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบตรวจจับ และควบคุมล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กันป้องกันรถเสียการทรงตัว

All New ADV160 มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ตามคาด
ผสานเข้ากับการออกแบบที่ตอบโจทย์รถสไตล์ SUV Bike กับความสูงเบาะใหม่ 780 มม. ขึ้น-ลง สะดวก นั่งสบายยิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนด้านหลัง Twin Subtank อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างนุ่มนวล ลุยได้ไม่มีหวั่นในทุกเส้นทาง
โช้คอัพหลัง Twin Subtank ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี
สำหรับ All New ADV160 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยด้วยกันคือในรุ่น Standard มาพร้อม 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ (Mat Black), สีเทา (Grey) และสีแดง (Red) กับราคา 99,900 บาท
All New ADV160 มาพร้อม 2 รุ่นย่อย
และในรุ่นพิเศษที่พร้อมให้คุณได้โดดเด่นกว่าใคร ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งรอบคันในรุ่นพิเศษ H2C x KITACO Racing Soul Edition ที่มาพร้อมตัวรถสีดำ(Mat Black) พร้อมท่อไอเสียจาก Kitaco ด้วยราคา 108,200 บาท
รุ่นพิเศษ H2C x KITACO Racing Soul Edition
โดยตัวรถทั้งหมดนี้ พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

ALL-NEW TOYOTA INNOVA ZENIX 2023 MPV7ที่นั่ง หรูหรา ออปชั่นเพียบเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ALL-NEW INNOVA ZENIX “อินโนวา ซีน...
01/08/2023

ALL-NEW TOYOTA INNOVA ZENIX 2023 MPV7ที่นั่ง หรูหรา ออปชั่นเพียบ
เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ALL-NEW INNOVA ZENIX “อินโนวา ซีนิกซ์” รถยนต์อเนกประสงค์ MPV 7 ที่นั่ง ออปชั่นเพียบ ตัวถังใหม่ เครื่องใหม่ Toyota Safety Sense ทุกรุ่น

TOYOTA INNOVA 2023
ALL-NEW INNOVA ZENIX 2023ALL-NEW INNOVA ZENIX ท้ายรถ
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ถือเป็นอีกตลาดที่ดุเดือดมาก โตต้า อินโนวา เป็นรถที่อาจจะไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ในรุ่นก่อนหน้า ด้วยรูปทรงเครื่องยนต์ และช่วงล่างที่เหมือนกระบะ ทำให้คนมองหารถในกลุ่ม PPV มากกว่าแต่ในครั้งนี้ อินโนวา ใหม่ กลับมาด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ALL-NEW INNOVA ZENIX หน้าปัดALL-NEW INNOVA ZENIX หลังคาซันรูฟALL-NEW INNOVA ZENIX ที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าALL-NEW INNOVA ZENIX เบาะโดยสารTNGA “Toyota New Global Architecture” พร้อมช่วงล่างใหม่
หน้าตาที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น สมบูรณ์แบบด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA “Toyota New Global Architecture” พร้อมช่วงล่างใหม่ และพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ให้การควบคุมรถที่แม่นยำ จุดเปลี่ยนที่สำคัญกับเครื่องยนต์ใหม่ ยกเลิกเครื่องยนต์ ดีเซลและเบนซิน ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร ใหม่ล่าสุด ตอบสนองการขับขี่ที่นุ่มนวล ทรงพลัง กำลังสูงสุด 186 แรงม้า เกียร์ e-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 21.3 กม./ลิตร* (*อ้างอิงจาก ECO Sticker)
พื้นที่ห้องโดยสารออกแบบใหม่
พื้นที่ห้องโดยสารออกแบบใหม่ทั้งหมดพร้อมขนาดตัวถังที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันระดับพรีเมียม เช่น เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารแถวสองปรับไฟฟ้าแบบ “Captain Seat” พร้อมเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า และโต๊ะส่วนตัวแบบพับได้ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งแถว 3 พับเรียบเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ และสีพิเศษใหม่ Dark Steel Mica พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสมัยรอบคัน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย มีให้เลือก 2 รุ่น
All NEW Toyota Innova ZENIX Hybrid (นำเข้าอินโดนีเซีย)
2.0 HEV Smart 1,379,000 บาท
2.0 HEV Premium 1,479,000 บาท
รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 5 ปี 150,000 km.
รับประกันระบบไฮบริด นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
รับประกันแบตเตอรี่ นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ ถึง 100,000 km.

รุ่น 2.0 HEV Smart
เบาะนั่งแถว 2 แบบ Captain Seat และโต๊ะส่วนตัวพับได้
หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ไร้สาย และ Android Auto
ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
ไฟหน้า และไฟท้าย LED
ฝาท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์แบบ Kick Activated
จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่แบบจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว
เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
เบาะนั่งแถว 3 แบบพับเรียบ (50:50)
ระบบเบรกมือไฟฟ้า และหน่วงเบรกอัตโนมัติ
ระบบเชื่อมต่อ T-Connect
เปิดประสบการณ์ใหม่กับสมรรถนะในการขับขี่ และความปลอดภัย

เบนซิน 2.0 Hybrid
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์เบนซิน รหัส M20A-FXS ขนาด 2.0 ลิตร 1,987 ซีซี. Dual VVT-i กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 80.5 x 97.6 มิลลิเมตร พละกำลังสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 188 นิวตันเมตร ที่ 4,400 – 5,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 113 แรงม้า 206 นิวตันเมตร
เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 186 แรงม้า 206 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ e-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า แบตเตอรี่ Ni-MH 1.3 kWh รองรับน้ำมัน E10
ระบบส่งกำลังขับเคลื่อนล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้า EPS
ระบบกันสะเทือนล้อหน้าแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนล้อหลังแบบ Torsion Beam พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด
กล้องมองภาพขณะถอยหลัง
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSM และระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA
ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS
สัญญาณเตือนกะระยะ 8 ตําแหน่ง
ถุงลมนิรภัย 6 ตําแหน่ง
ราคา 1,379,000 บาท

รุ่น 2.0 HEV Premium
(อุปกรณ์ที่เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 HEV Smart)
หลังคามูนรูฟแบบ Panoramic
ภายในแบบทูโทน สีน้ำตาล Dark Chestnut และสีดำ
เบาะนั่งแถว 2 ปรับไฟฟ้าแบบ Captain Seat พร้อมเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า และโต๊ะส่วนตัวพับได้
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor
ราคา 1,479,000 บาท

อินโนวา ซีนิกซ์ ใหม่ 4 สี
สีดำ Dark Steel Mica
สีขาว Platinum White Pearl*
สีดำ Attitude Black Mica
สีเงิน Silver Metallic

ALL-NEW INNOVA ZENIX “The Amazing Memories ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม.....

Toyota REVO 54TH พร้อมชุดแต่ง Wide-body เผยโฉมที่งาน Bangkok Auto Salon 2023อัลบั้มภาพ 10 ภาพ ของ Toyota REVO 54TH พร้อม...
06/07/2023

Toyota REVO 54TH พร้อมชุดแต่ง Wide-body เผยโฉมที่งาน Bangkok Auto Salon 2023

อัลบั้มภาพ 10 ภาพ ของ Toyota REVO 54TH พร้อมชุดแต่ง Wide-body เผยโฉมที่งาน Bangkok Auto Salon 2023
Toyota เผยโฉม Hilux REVO D Pre-runner ที่ถูกตกแต่งพิเศษ 2 แบบ 2 สไตล์ ในงานแสดงรถแต่งและอุปกรณ์ตกแต่งรถ Bangkok Auto Salon 2023

โตโยต้าประเทศไทยเผยโฉม Toyota Hilux REVO 54TH และ REVO HI Performance & Style ที่ถูกตกแต่งเอาใจสายออฟโรดเป็นพิเศษภายในงาน Bangkok Auto Salon 2023 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม นี้ ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Toyota Hilux REVO 54TH ถูกตกแต่งมาจาก Toyota REVO Double Cab Prerunner 2x4 2.4 High AT ภายใต้แนวคิด Wide Body เน้นความบึกบึน ด้วย Wide Body Bumper ด้านหน้า, ชุด Wide Body ครอบล้อหน้าซ้ายและขวา, ชุดครอบข้างด้านหลังซ้าย-ขวา, Scoop hood, กันชนท้าย (ห่วง+ตะขอ), แผ่นกันแคร้งใต้ท้องรถ, สติ๊กเกอร์ฝาครอบน้ำมัน, แถบไฟ LED OFF ROAD + ฐานแม่เหล็ก 4 ชิ้น และกระจกหูช้าง ซ้าย-ขวา, บันไดไฟฟ้า

ขณะที่ช่วงล่างมาพร้อมยาง AMP MT ขนาด 285/55 R20, ล้อแม็ก Oasis LP70 20x12 ET-44 6x135-139.7, โช้กหน้า-หลัง (Profender OEM 2.5+ MONOTUBE 2.5), แหนบสปริง (TJM RAISED), แผ่นเพลทเลื่อนกันโครง, (ชุดบูชสปริง + ตะขอ) TJM XGS BUSH KIT SPRING + SHACKLE PU PXII, ปีกนกบน ซ้าย-ขวา (SUN 4X4) และอแดปเตอร์ล้อ 2 นิ้ว

ส่วน Toyota Hilux REVO HI Performance & Style ถูกตกแต่งภายใต้แนวคิด Off-Road Concept ด้วยชุดแต่งรอบคัน Design by arto Sports ประกอบด้วย กันชนหน้า ทรงสปอร์ต, กระจังหน้า ยังคงเป็น REVO, ฝากระโปรงหน้า ดูดุดัน, กันแคล้ง ด้านหน้า ดูสวยงาม, บังโคลนด้านข้างซ้าย และขวา ใหญ่ขึ้น, คิ้วบังโคลนหน้าซ้ายขวา ที่ดูกว้าง, บันไดข้างซ้ายขวา, สปอยเลอร์บนหลังคา, แผงปิดกระบะท้าย และกันชนหลัง

ขณะที่ช่วงล่างมีการเปลี่ยนโช้กอัปหน้า-หลังพร้อมสปริงจาก Profender, ล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว จาก Lenso Wheel, ยางขนาด 305/55 R20 นิ้ว จาก Yokohama, ปีกนกพร้อมกันโคลง profender, กล่อง ECU โดย arto, ขาคันเร่ง Race Chip และท่อไอเสีย arto Sports

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถไปชมคันจริงได้ที่งาน Bangok Auto Salon 2023 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม นี้ บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท

อย่างกับติดบัคในเกม! - รถโหลดเตี้ยคันนี้สามารถขับได้จริง ด้วยเครื่องยนต์หากคุณได้เห็นรถคันนี้ครั้งแรก จะไม่มีทางคิดว่ารถ...
04/07/2023

อย่างกับติดบัคในเกม! - รถโหลดเตี้ยคันนี้สามารถขับได้จริง ด้วยเครื่องยนต์

หากคุณได้เห็นรถคันนี้ครั้งแรก จะไม่มีทางคิดว่ารถคันนี้เป็นรถจริง ๆ สามารถวิ่งได้จริง เพราะมันดูเหมือนกับรถที่ติดบัคในเกม รถคันนี้คือ Fiat Panda ที่ถูกโหลดต่ำจนคล้ายกับทะลุลงไปใต้พื้นถนน แต่ยังสามารถวิ่งได้ด้วยเครื่องยนต์ของตนเอง

Fiat Panda รุ่นแรก
รถคันนี้เกิดขึ้นจากช่องยูทูปที่ชื่อว่า Carmagheddon พวกเขาได้นำ Fiat Panda รุ่นแรกที่ถูกทิ้งไว้เป็นซาก นำมาตัดส่วนของตัวถังด้านล่างออก เหลือเพียงส่วนบนของหน้าต่าง เสา มือเปิดประตู และฝากระโปรงเท่านั้นที่นำมาคืนชีพอีกครั้ง
พวกเขาเริ่มด้วยการทำให้โครงสร้างของรถคันนี้แข็งแรงขึ้นด้วยโครงสร้างแบบกล่องและให้มุมด้านหลังถูกรองด้วยล้อเลื่อน และเหลือระยะห่างจากพื้นถนนเพียง 1.2 นิ้ว ซึ่งเพียงพอสำหรับฝาท่อในประเทศที่เจริญแล้ว

ทำให้รถคันนี้กลายเป็นรถ 3 ล้อที่มีเครื่องยนต์เล็ก ๆ แบบ 2 จังหวะเท่านั้น เพราะไม่ได้มีพื้นที่พอสำหรับเครื่องยนต์หรือระบบขับเคลื่อนแบบเดิมของรถ

รถคันนี้สามารถขับได้จริงแต่ลำบากเล็กน้อย เพราะต้องเข้าผ่านประตูท้ายของรถและโดยสารได้คนเดียว โดยท่าขับขี่ของคนขับจะเป็นแบบนอนคว่ำ แต่คนขับจะมองไม่เห็นข้างหน้าเนื่องจากระบบขับเคลื่อน พวงมาลัย และกระจกบังลมที่ถูกพ่นสีได้บดบังทัศนวิสัยไปหมดแล้ว

ดังนั้น การขับขี่รถคันนี้จึงต้องใช้กล้อง GoPro ติดตั้งบนหลังคาและเชื่อมต่อสัญญาณภาพมายังสมาร์ทโฟนภายในห้องโดยสารแทน ซึ่งเป็นการขับขี่ที่ยากลำบากมาก เรจะเห็นได้ว่า ฝุ่น หรือก้อนกรวดต่าง ๆ สามารถกระเด็นเข้าหนน้าคนขับได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม รถคันนี้ก็ยังตอบสนองความเป็นรถยนต์ได้อย่างครบถ้วน เพราะสามารถขับได้ด้วยเครื่องยนต์ของตนเอง แต่การที่ถูก “โหลดเตี้ย” แบบนี้จะได้รับการบันทึกสถิติโลกหรือไม่ ต้องคอยดูกันต่อไป

เปิดราคา รถออกใหม่ มาแล้วสำหรับ Ford Ranger FX4 MAX รุ่นพิเศษที่จะมาเติมความสมบูรณ์แบบสมชื่อคำว่า “MAX” ต่อยอดจากรถตระกู...
18/06/2023

เปิดราคา รถออกใหม่ มาแล้วสำหรับ Ford Ranger FX4 MAX รุ่นพิเศษที่จะมาเติมความสมบูรณ์แบบสมชื่อคำว่า “MAX” ต่อยอดจากรถตระกูลย่อยของ Ranger ในรุ่น XLT แล้วขยับความดุดันให้เข้าใกล้ตัวโหดที่สุดของค่าย Ford Ranger Raptor ให้มากขึ้น

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (1)
ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ชอบความดุดันใน Ford Raptor กระบะทรงพลัง Performance สูงที่สุดในตลาดเมืองไทย(เช่นเดียวกับราคา) เครื่องยนต์แรง ๆ พลังม้า “สองร้อยกว่า” แรงบิดโหด ๆ มีโช๊ค Fox มาให้ รูปลักษณ์ดุดันสไตล์กระบะอเมริกันพันธ์แท้ ยกสูงคันโต ๆ แต่ก็กัดฟันสู้ไม่ไหวกับตัวเลขค่าตัวที่แตะเกือบ 2 ล้าน นี่ ! คือทางเลือกสำหรับคุณกับรถรุ่นปลายโมเดลใกล้จะส่งท้าย พร้อมจัดเต็มให้แบบไม่มีกั๊กสำหรับขาลุย Ford Ranger FX4 MAX ที่ราคาเร้า ๆ 1.198 ล้านบาท รุ่นนี้มีความน่าสนใจอย่างไร วันนี้รู้ใจจะเล่าให้ฟัง

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (2)
Ford Ranger FX4 MAX ครบเครื่องสายลุย ทายาท Raptor
Ford Ranger FX4 MAX ถูกเพิ่มขึ้นมาอยู่ระหว่าง Raptor กับ XLT ซึ่งทาง Ford ได้นำรถรุ่น XLT เนี่ยแหละมาทำเพิ่ม อัดสมรรถนะให้สูงขึ้นดีขึ้นทั้งคัน ใส่ออปชั่นอุปกรณ์ตกแต่งเข้าไป เซ็ตค่าต่าง ๆ ของตัวรถใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่เพิ่มเข้ามา จนกลายมาเป็นความสมบูรณ์แบบที่ลงตัว ใกล้เคียงอสูรร้ายตัวสุดของค่าย Ford Raptor ไม่ต้องจ่ายเงินแพงก็ได้อารมณ์ความ “โหด แรง แกร่ง” รวมไว้ครบในรถคันนี้แล้วกับ Ford Ranger FX4 MAX ที่ราคา 1,198,000 บาท

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (3)
“โหด” ด้วยดีไซน์การตกแต่งใหม่
หนึ่งสิ่งที่สื่อถึงจิตวิญญาณความเป็น Raptor ที่มีอยู่ใน Ford Ranger FX4 MAX นั่นก็คือความโหดจากดีไซน์ ที่ทาง Ford ปรับใหม่แตกต่างจากรุ่น FX4 เดิม หรือแม้กระทั่ง Wildtrak อย่างเห็นได้ชัด กระจังหน้าสีเทาเข้ม Bolder Grey พร้อมตัวอักษร “FORD” ใหญ่โต เหมือนกับของ Raptor เป๊ะ ๆ ยิ่งถ้ามองละเอียดลึกเข้าไปจะเห็นเป็นเหมือนเกร็ดเพชร ไม่ใช่สีด้านธรรมดาอย่างที่ใครคิดถ้าได้เห็นบนหน้าจอ

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (4)
ซึ่งสีนี้ถูกนำมาใช้ตกแต่งในหลาย ๆ รอบคันของตัวรถ ทั้งส่วนล่างของกันชน, ล้อ, กระจกมองข้าง, มือจับเปิดประตู รวมไปถึงอีกจุดหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาอย่างน่าสนใจอย่าง คิ้วซุ้มล้อบังโคลนที่เพิ่มมาให้เฉพาะในรุ่น FX4 MAX ก็ใช้สีเทานี้ด้วย
บอกไว้ก่อนว่าส่วนของคิ้วซุ้มล้อที่เพิ่มมานี้ หาได้เพื่อการตกแต่งให้สวยงามอย่างเดียว แต่เป็นเพราะว่าเจ้า FX4 MAX ใหม่นี้ใช้ล้อและยางขนาดใหม่ (ลายเดิม) เป็นล้อขนาด 17 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว ที่ออฟเซ็ตล้อยื่นออกมามากกว่าตัว Ford XLT ธรรมดา ซึ่งนั่นจะทำให้ฐานล้อของรุ่นนี้กว้างกว่ารุ่นธรรมดา XLT อยู่ที่ 26 มิลลิเมตร ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับการเกาะถนนที่มากกว่าเดิม

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (5) “แรง” ด้วยขุมกำลังเดียวกับ Raptor
จริง ๆ ก่อนหน้านี้ทาง Ford เคยปล่อยรุ่น FX4 มาแล้ว แต่ให้มาเป็นเครื่องยนต์ 2.2L ดีเซล 16 วาล์ว เทอร์โบชาร์จพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขับเคลื่อน 2 ล้อ แต่สำหรับ “ตัว MAX” นี้ จัดเต็มกว่าด้วยเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ Raptor เป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0L Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ให้กำลังอยู่ที่ 213 แรงม้า พร้อมกับแรงบิดกว่า 500 Nm ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 Speed แนบมาให้พร้อมกับ Manual Mode เล่นได้กับ +, – ตามต้องการ กับระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อที่พร้อมลุยได้ หรือจะตะกายเนินไหนก็ไม่หวั่น

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (6)
“แกร่ง” ด้วยของแต่งพรีเมี่ยม เซ็ตจบแล้วจากโรงงาน
ข้อขนาด 17 นิ้วชุดใหม่ใน Ford Ranger FX4 MAX ถูกประกบมาให้กับยางสำหรับตัวลุยแท้ ๆ ไม่ต้องเปลี่ยนให้วุ่นวายกับยาง All-Terrain KO2 BF Goodrich ขนาด 265/70 R17 ที่ใช้อยู่ใน Raptor เช่นเดียวกัน แต่ขนาดหน้ายางแคบกว่า(Raptor ใช้ขนาดยาง 285/70 R17)

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (7)
มากไปกว่านั้นและเป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้เลยก็คือ “โช๊ค Fox” แบบที่ Raptor ใช้ รุ่นใหม่นี้ Ford ก็ให้มาด้วย แต่เป็นคนละรุ่นซึ่งเป็นโช๊ครุ่นที่เหมาะกับตัวถังของ Ranger ธรรมดา เป็นชุดตัวโช๊คที่มีซับแทงค์มาให้ช่วยในการระบายความร้อนในขณะขับขี่ พร้อมเซ็ตค่าปรับแต่งออกมาตั้งแต่โรงงานโดยทีม Ford Performance เรียบร้อย

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (8)
และเอกลักษณ์เฉพาะอีกอย่างที่ทำให้ภายในห้องโดยสารสีดำธรรมดาของ Ford Ranger FX4 MAX ดูดีและพิเศษมากยิ่งขึ้นก็คือ ชุดเบาะนั่งลายพิเศษ หุ้มด้วยหนัง สลับ ผ้าหนังกลับ Alcantara แซมด้วยลายคาร์บอน แถมยังปักโลโก้ “FX4 MAX” หล่อ ๆ มาให้จบที่เบาะคู่หน้า

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (9)
แถมยังมีแป้นคันเร่งแบบสปอร์ตมาให้ ชุดผ้ายางใส่โลโก้ FX4 MAX รวมไปถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ที่จะทำให้สายออฟโร้ดรักเลยนั่นก็คือ ชุด Off-Road Switch Bank AUX 6 จุด ไว้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้หมด เลือกได้ตามกำลังไฟที่อุปกรณ์ต้องการ 25A, 15A, 5A จะต่อวินซ์ ลากจูง, สปอร์ตไลท์ ใช้กำลังไฟสูงก็ไม่ต้องเดินสายไฟให้ยุ่งยาก คันนี้เตรียมมาให้พร้อมแล้ว

Ford Ranger FX4 MAX กระบะพันธุ์ดุ (10)
สรุปจุดเด่นของ Ford Ranger FX4 MAX
• โช๊คอัพชุดใหม่ Fox Racing พร้อมเซ็ตค่าช่วงล่างใหม่ทั้งหมดจากโรงงาน
• ยาง All-Terrain KO2 BF Goodrich (รุ่นเดียวกับ Raptor)
• ชุด Off-Road Switch
• เบาะนั่งผ้าหนังกลับผสมลายคาร์บอน ปักโลโก้ FX4 MAX
• ไดร์ชาร์จลูกใหม่ขนาด 250A (มากกว่า Raptor ที่ให้มา 230A)
• โรวบาร์เหล็กพร้อมไฟเบรกบิ้วอิน
• บันไดข้างดีไซน์เฉียบ ยิงทรายสีดำพื้นผิวกันลื่น

ระบบความปลอดภัยที่เพียงพอกับการใช้งานจริง
ต้องยอมรับว่าพวกฟีเจอร์ไฮเทค ความสะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัยที่ Ford Ranger FX4 MAX ให้มานั้น ถ้าเทียบกับตัว Wildtrak แล้วจะให้มาน้อยกว่า โดยเฉพาะถ้ามองในเรื่องความปลอดภัยยิ่งชัดเจน มีให้มาแค่เพียงถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 จุดเท่านั้น เทียบกับ Wildtrak น้อยกว่า เพราะให้มาเต็มห้องโดยสารถึง 6 จุด กล้องมองหลังขณะถอยจอดไม่มีมาให้ Cruise Control ก็ไม่ใช่แบบ Adaptive หรือระบบช่วยเบรก ระบบช่วยจอด ก็ไม่มีอยู่ใน Ford Ranger FX4 MAX คันนี้

อย่างไรก็ตามระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่ให้มาก็ถือว่าไม่ขี้เหร่เลย มีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC มีระบบควบคุมการทรงตัว ESP มีระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HLA มีระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM ให้สัญญาณกะระยะถอยจอด ไม่เน้นล้ำ เน้นแน่นอน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของ สายลุยในเส้นทางทุรกันดาร ได้อย่างลงตัว

Ford Ranger FX4 MAX เปิดตัวมาพร้อมกับตัวเลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่
1.ขาว Arctic White
2.ดำ Absolute Black
3.แดง True Red
4.เทาอ่อน Conquer Grey
5.น้ำเงิน Lightning Blue

มาเเล้ว Mitsubishi 6 รุ่นใหม่ในปี 2023Mitsubishi พรีวิวรถรุ่นใหม่ 6 รุ่นที่จะเปิดตัวในปี 2023จากส่วนหนึ่งของแผนผลิตภัณฑ์...
17/06/2023

มาเเล้ว Mitsubishi 6 รุ่นใหม่ในปี 2023

Mitsubishi พรีวิวรถรุ่นใหม่ 6 รุ่นที่จะเปิดตัวในปี 2023
จากส่วนหนึ่งของแผนผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิจะเปิดตัวรถยนต์ 6 รุ่นในปีนี้ โดยส่วนใหญ่จะการอัปเดตเป็นรุ่นที่มีอยู่

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม Mitsubishi เปิดเผยแผนอันทะเยอทะยาน “Challenge 2025” สู่สายตาชาวโลก ตอนนี้บริษัทได้เปิดเผยว่าเฟสแรกของแผน จะได้เห็นรถใหม่หกคันในปี 2023

ในสไลด์นำเสนอที่ชื่อว่า “รถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2023” Mitsubishi แสดงเรนเดอร์ของรถใหม่ 3 คันที่ไม่ได้พรางปกปิดไว้ มีรถกระบะที่พรางไว้เล็กน้อยอีกหนึ่งคัน และรถที่คลุมปิดไว้มิดชิดอีก 2 คัน

ในบรรดาโมเดลที่ยังไม่เปิดตัว ได้แก่ Delica, ASX (ซึ่งใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ Renault Captur) และ SUV ขนาดเล็ก เผยให้เห็นถึงไฟหน้า LED และกล้องที่กระจกมองข้าง

ในขณะเดียวกัน รถกระบะที่พรางไว้เเสดงชื่อชัดเจนว่าเป็น Triton ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของรถกระบะยอดนิยมรุ่นที่หก รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่ารถรุ่นนี้จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในและจะได้รับการออกแบบใหม่ มีช่องรับลมเข้าใหม่และการตกแต่ง RalliArt โดยคาดว่า Triton ใหม่จะใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ Nissan Navara

ภายใต้ผ้าคลุม เราจะมี “XPander HEV” และ “C**t”
C**t เจนเนอเรชั่นต่อไปเป็นชื่อที่คุ้นหูกันดี ดูเหมือนว่าจะมีไฟ LED รูปปีกผีเสื้อที่สวยงามแปลกใหม่

โดยจะอิงจาก Renault Clio ก่อนหน้านี้ Mitsubishi ได้ประกาศว่าจะเปิดตัว C**t ใหม่ในวันที่ 8 มิถุนายนนี้

สุดท้าย มีการเปิดเผยว่า XPander ซึ่งมีระดับอยู่ระหว่างรถมินิแวนและรถ SUV จะมีระบบส่งกำลังแบบไฮบริดในปีนี้ การที่ถูกปิดอยู่ภายใต้ผ้าคลุมบ่งบอกว่าการออกแบบของรุ่นนี้จะได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่ดูเหมือนว่าไฟหน้าจะยังคงใกล้เคียงกับรุ่นปัจจุบัน

ที่จริงเเล้วแผนการ “Challenge 2025” นั้นเป็นเพียงระลอกแรกในแผนที่จะเห็น Mitsubishi เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 16 รุ่นภายในปี 2568 เพื่อสนับสนุนแผนนี้ ผู้ผลิตรถยนต์กำลังเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 2569 โดยร้อยละ 70 ของการลงทุนจะไปที่รถยนต์ไฟฟ้า

Toyota 4Runner SUV ขนาดกลาง ที่พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับ Land Cruiser Prado / LEXUS GX และ TACOMA แม้จะถูกสร้างขึ้นในญี่ปุ่...
16/06/2023

Toyota 4Runner SUV ขนาดกลาง ที่พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับ Land Cruiser Prado / LEXUS GX และ TACOMA แม้จะถูกสร้างขึ้นในญี่ปุ่น แต่ก็มีการผลิตเฉพาะในพวงมาลัยซ้าย โดยเน้นจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

Toyota 4Runner SUV มีประวัติอันยาวนาน นับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกปี 1981 ปัจจุบัน คือเจเนอเรชั่นที่ 5 เปิดตัวในปี 2009 และปรับโฉมในปี 2013 จากนั้นมีการอัพเกรดเรื่อยๆ แต่ไม่ใช่การปรับโฉมครั้งใหญ่บนสถาปัตยกรรมใหม่แต่อย่างใด

จึงไม่แปลกใจ ที่เราจะเห็น Toyota 4Runner SUV พร้อมปรับโฉมครั้งสำคัญ ภายใต้แพล็ตฟอร์ม TNGA-F ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Toyota New Global Architecture (TNGA) ในเร็วๆนี้ (ยังไม่มีการยืนยันจาก โตโยต้า สหรัฐอเมริกา สำหรับการปรับโฉม แต่คาดว่าอาจไม่นาน)

หลังจากการเปิดตัว TOYOTA TACOMA โฉมใหม่ ยิ่งชัดเจนว่า Toyota 4Runner SUV กำลังตามมาเร็วๆนี้ บนพื้นฐานเดียวกัน พร้อมการปรับจูนอัพเกรดที่มากมาย สำหรับการออกแบบไม่สามารถระบุได้ มีเพียงภาพในจินตนาการของศิลปินดิจิตอล Theottle ได้รังสรรค์เพื่อความบันเทิงเท่านั้น

เครื่องยนต์อาจหยิบยกตัวใดตัวหนึ่ง

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.4 ลิตรเทอร์โบ ให้กำลัง 270 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 6 สปีต
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.4 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 270 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 317 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด สามารถอัพเกรดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีต จะเพิ่มกำลังสูงสุด 278 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลังมาตรฐาน
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.4 ลิตร 4 สูบ i-FORCE MAX ไฮบริด +มอเตอร์ไฟฟ้า 48 แรงม้า ให้กำลังรวม 326 แรงม้า แรงบิด 630 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังเกียรือัตโนมัติ 8 สปีต ชุดแบตเตอรี่ NiMH ขนาด 1.87 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-Time พร้อมเฟืองท้ายล็อกกลาง
Multi-Terrain Select ซึ่งขณะนี้ใช้งานได้ทั้งแบบ 4WD-High และ 4WD-Low ให้การตั้งค่าที่ปรับได้เพื่อช่วยควบคุมการหมุนของล้อบนภูมิประเทศที่หลากหลาย เช่น โคลน ดิน และทราย Tacoma ยังใช้ฟังก์ชัน CRAWL Control ใหม่ที่เงียบขึ้นอย่างมาก

ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0

Pre-Collision System with Pedestrian Detection ระบบป้องกันการชนล่วงหน้าพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน
Lane Departure Alert with Steering Assist ระบบเตือนการออกนอกเลนพร้อมระบบช่วยบังคับเลี้ยว
Full-Speed Range Dynamic Radar Cruise Control ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติเต็มพิกัดด้วยเรดาร์
Lane Tracing Assist ระบบช่วยติดตามเลน
Road Sign Assist ระบบจดจำป้ายจราจร
Automatic High Beams ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
Proactive Driving Assist ระบบจะการคาดการณ์ความเสี่ยงตามสถานการณ์การขับขี่

ที่อยู่

Khon Kaen
40000

เบอร์โทรศัพท์

+66633595979

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Fastmoneycar11 โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่