25/11/2022
#ประกันรถยนต์ คือสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนมีรถยนต์ เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าวันไหนจะเกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้นและเมื่อเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือชีวิต ก็ต้องมีเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งประกันรถยนต์จะเข้ามาจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เองครับ ทั้งประกันรถยนต์ภาคบังคับ และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ด้วยความที่ประกันรถยนต์มีให้เลือกหลายประเภท เงินติดล้อจึงอยากนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประกันรถยนต์ ดังนี้ครับ!
ประกันรถยนต์ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
ประกันรถยนต์ มีให้เลือกใช้หลายประเภท คือ #ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.รถยนต์) หรือ #ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 2+, ประกันรถยนต์ชั้น 2, ประกันรถยนต์ชั้น 3+, ประกันรถยนต์ชั้น 3) ซึ่งประกันรถยนต์ภาคบังคับ เป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ว่ารถยนต์ทุกคันต้องมี แต่ถ้าอยากซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มก็ทำได้
ประกันรถยนต์แบบผ่อน #ชั้น1 คุ้มครองอะไรบ้าง?
#ประกันรถยนต์ชั้น1 เป็นประกันที่คุ้มครองอย่างครอบคลุม จึงทำให้มีเบี้ยประกันรถยนต์สูงกว่าประกัน #ประกันรถยนต์ชั้น2+, #ประกันรถยนต์ชั้น2, #ประกันรถยนต์ชั้น3+, #ประกันรถยนต์ชั้น3 สามารถเคลมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ เช่น
ขับรถชนแบบมีคู่กรณี เช่น ขับรถเฉี่ยวคันอื่นๆ
ขับรถชนไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถชนเสาไฟฟ้า ขับรถชนกำแพง
เกิดภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น รถน้ำท่วม รถไฟไหม้
รถยนต์สูญหายและเสียหาย เช่น โดนขโมยรถ โดนทุบรถ โดนทุบกระจกรถ โดนปาหินใส่รถ
หรือสรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือ คุ้มครองทรัพย์สินและชีวิตของคู่กรณี คุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีที่ต้องประกันตัว คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของผู้ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ในทุกรณีที่ทำให้รถยนต์เสียหาย
ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับใครบ้าง?
ประกันรถยนต์ชั้น 1 จึงเหมาะกับรถยนต์ป้ายแดง หรือรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งสามารถซ่อมห้างอายุไม่เกิน 5 ปี และซ่อมอู่สูงสุด 10 ปี รวมไปถึงมือใหม่หัดขับที่ยังไม่ชำนาญในการขับรถมากนัก มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ทุกเวลา หรือในรถบางรุ่นที่อะไหล่แพงมากๆ การซื้อประกันรถชั้น 1 จึงจะช่วยรองรับค่าเสียหายให้ทั้งหมดเลยครับ
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง?
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นประกันรถยนต์ที่ให้คุ้มครองไม่ต่างจากประกันชั้น 1 แต่มีค่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่ถูกลงอย่างเห็นได้ชัดเลย แน่นอนว่าถ้าลดเบี้ยประกันลงมาขนาดนี้ ความคุ้มครองบางส่วนก็ต้องหายไป คือ การขับรถชนแบบไม่มีคู่กรณี เช่น โดนชนแล้วหนี แต่ความคุ้มครองที่ยังคงอยู่ คือ
อุบัติเหตุรถชนต้องมีคู่กรณี และต้องเป็นรถชนรถเท่านั้น
รถยนต์สูญหาย เช่น รถยนต์โดนขโมย โดนทุบรถ รถโดนยกหายไป
เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้กับรถยนต์
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใครบ้าง?
การขอเคลมประกันตามเงื่อนไขในประกันรถยนต์ชั้น 2+ เมื่อเทียบกับประกันรถชั้น 1 ดังนั้น คนที่จะเหมาะจะซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2+ คือยอมแลกความคุ้มครองให้น้อยลงเพื่อจ่ายเบี้ยประกันรถที่ถูกลง หรือคนที่มั่นใจในฝืมือการขับรถของตนเอง เช่น ขับรถเก่งมาก ฝีมือช่ำชอง แน่ใจว่าไม่เกิดอุบัติเหตุแน่ๆ เป็นต้น
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง?
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองทรัพย์สินและชีวิตของคู่กรณีเท่านั้น เพราะด้วยความที่เบี้ยน้อยที่สุด ความคุ้มครองจึงน้อยลงตามมาด้วย คือ
อุบัติเหตุรถชนต้องมีคู่กรณี และต้องเป็นรถชนรถเท่านั้น
นอกเหนือจากนั้นผู้เอาประกันต้องชดใช้ค่าเสียหายเองทั้งหมด
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะกับใครบ้าง
ถ้าใครอยากซื้อประกันรถยนต์ราคาถูก ต้องประกันรถยนต์ 3+ แต่โปรดอย่าลืมว่าความคุ้มครองก็หายไปด้วย เช่น รถยนต์ไฟไหม้ รถยนต์ถูกขโมย แต่ถ้าไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์ นานๆ ใช้ที หรือรถยนต์อายุเกิน 7 ปี การซื้อประกันรถยนต์ชั้น 3+ ก็ถือว่าตอบโจทย์!