Green Auto Parts Thailand

Green Auto Parts Thailand www.green-autoparts-thailand.info
การลดต้นทุนการผลิต ในก?

Green Auto Parts Thailand แหล่งรวมสาระความรู้ด้านอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียว แบบรอบด้านให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ช่วยให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทย เพิ่มผลผลิต พัฒนาศักยภาพการผลิต และ การลดต้นทุนการผลิต เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล

ในปัจจุบัน กระแสความต้องการเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนจากผู้บริโภคเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและญี

่ปุ่นที่มีการรณรงค์ส่งเสริมหรือออกกฎระเบียบข้อบังคับให้สถานประกอบการต้องดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เช่น EU-REACH และ End-of-life vehicle เป็นต้น ในอนาคต กฏระเบียบหรือมาตรการต่างๆ จะมีความเข้มข้นมากขึ้นและกลายเป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศออกมาบังคับใช้กับคู่ค้าต่างๆ ทั่วโลก

ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ประกอบยานยนต์ และส่งออกรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ผู้ประกอบการชาวไทยจะได้รับผลกระทบจากกฏระเบียบหรือมาตรการต่าง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการชาวไทยควรปรับตัวให้ทัน เพื่อให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ในตลาดโลก

โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียว ได้จัดพิธีปิดโครงการ ไปเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจา...
08/10/2015

โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียว ได้จัดพิธีปิดโครงการ ไปเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางอรรชกา สีบุญเรือง ให้เกียรติ ปาฏกถาพิเศษ เรื่อง การเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไทยท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยมีผู้เข้าร่วมงานเกือบ 300 คน ทั้งจากภาครัฐ ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ tier 1, 2, 3 สมาคมที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา

08/10/2015

โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียวได้จัดทำวีดีทัศน์เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการฯ โดยตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้ผู้ประกอบการกว่า 500 โรงงาน ปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เน้นหลักการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตนี้ส่งผลให้เกิดการลดต้นทุนในภาพรวมถึง 300 ล้านบาท ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต

27/09/2015

บริษัท โปรดักส์ ดีเวลลอปเม้นท์ เมนูแฟคเจอร์ริง จำกัด มีความสูญเสีย จาระบีที่ค้างอยู่ในถัง Kettle หลังจากบรรจุเสร็จรวมถึง มีเศษจาระบีไล่ท่อจำนวน 44 ถังซึ่งไม่สามารถนำมาผสมได้ หลังเสร็จสิ้นการไล่ลมจะมีจาระบีค้างอยู่ในถังผสมอยู่ 7,480 kg.ต่อปี หลังจากเข้าร่วมกิจกรรม PREMA กับโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียว บริษัทสามารถลดปริมาณของเศษจาระบีที่ติด ค้างอยู่ในระบบการผลิตฯประหยัดสุทธิ 2,250,000 บาท/ปี ด้วยการเปิดลมเข้าไปในถังประมาณ 250 kpa และทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อไล่จารบีที่ค้างถังออกไป

TMB  เปิดรับสมัคร Lean Supply Chain by TMB  รุ่นที่ 7 แล้วหลักสูตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจและซัพพลายเชน สำหรับผ...
21/09/2015

TMB เปิดรับสมัคร Lean Supply Chain by TMB รุ่นที่ 7 แล้ว
หลักสูตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจและซัพพลายเชน สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

รับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 ต.ค. 58
เริ่มอบรม 12-14 พย.
รับเพียง 100 บริษัท บริษัทละ 1 ท่าน

รายละเอียดโครงการ สามารถดูรายละเอียดได้ใน link https://www.tmbbank.com/corporate/lean-supply-chain/project

หรือ download ใบสมัคร https://www.tmbbank.com/corporate/lean-supply-chain/project/download


สอบถามรายละเอียดได้ที่ 087-5757-000 หรือ email ใบสมัครมาได้ที่ [email protected]

ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตรถยนต์, มอเตอร์ไซค์, จักรยาน และเรือยนต์ (ยาง, เหล็ก, พลาสติก ฯลฯ)

เทคโนโลยี RFID กับอุตสาหกรรมยานยนต์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีมีการใช้งาน Radio Frequency Identification โดยมีการเก...
16/09/2015

เทคโนโลยี RFID กับอุตสาหกรรมยานยนต์


กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีมีการใช้งาน Radio Frequency Identification โดยมีการเก็บข้อมูลตามมาตรฐานเลขรหัสสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (EPCIS)เป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบริษัท ซึ่งอยู่ภายใต้ชื่อโครงการ RFID-based Automotive Network (RAN) พันธมิตรเครือข่ายยานยนต์ยังประกาศว่าพวกเขาจะยังคงให้ความร่วมมือในโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ RFID ซึ่งโครงการเหล่านี้มีหลายบริษัทที่ให้ความสนใจเข้าร่วม

โครงการ RAN เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1มกราคม 2010 โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงของประเทศในด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาแนวทาง วิธีการและมาตรฐานสำหรับการควบคุมกระบวนการในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมุ่งเน้นการติดตามภาชนะหมุนเวียนและผลิตภัณฑ์ด้วย RFID ทำให้พันธมิตรที่เกี่ยวข้องในการผลิตยานยนต์หรือโลจิสติกส์สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้แบบ Real-Time

ผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการรวมถึง BMW ได้มีการใช้งาน RFID ในการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ที่มีการเคลื่อนย้ายระหว่างผู้ผลิต และซัพพลายเออร์ในระหว่างห่วงโซ่การผลิต โดยมีการติด RFID Tag (Passive EPC) และติดตั้งระบบ real-time location system (RTLS) ทั่วพื้นที่ของโรงงานที่มีการประกันคุณภาพ เพื่อเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคบางอย่างของการใช้งาน RFID ในอุตสาหกรรม รวมถึงการขยายความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่มีระยะทางไกลมากขึ้น

ในระหว่างการดำเนินโครงการได้มีการใช้ RFID Tag ชนิด Passive (UHF) ตามมาตรฐาน ISO18000 เป็นประเภทสติ๊กเกอร์ โดยเมื่อภาชนะหรือผลิตภัณฑ์ที่มีการติด RFID Tagเคลื่อนที่ผ่านประตูที่ติด RFID Readerจะมีการบันทึกข้อมูล และข้อมูลจะถูกส่งไปให้ระหว่างคู่ค้าในการตรวจสอบระบบการจัดส่งและเป็นการปรับปรุงเพื่อแสดงให้เห็นว่า RTLS เป็นกระบวนการที่มีศักยภาพที่จะเพิ่มความรวดเร็วของการทำงานและจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกที่เกิดขึ้นจริงแบบ Real-Time ทำให้ระบบ RTLS สามารถช่วยลดปัญหาของระดับสต็อกลงได้ และเวลาในการอ่าน RFID Tag รวมถึงเวลาในการประมวลผลในระบบอยู่ที่ประมาณสองวินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วสำหรับการส่งและรับข้อมูลเกี่ยวกับสต็อก

จากมุมมองของการใช้ RFIDในอุตสาหกรรมยานยนต์นี้ ผู้ใช้งานเล็งเห็นว่า RFID เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการทำงาน ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์พบกับความประสบความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคู่ค้า และเกิดความโปร่งใสในระหว่างห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงเพิ่มความเร็วในการไหลของข้อมูล/วัตถุดิบระหว่างโรงงาน

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก RFID Journal

http://www.rfidjournal.com

RFID Journal is your source for timely, objective news and information about RFID (radio frequency identification) and its many business applications - RFID tags, RFID Technology, RFID P&G, RFID Wal-Mart, etc.

14/09/2015

จีเอ็ม ประเทศไทยสร้างมาตรฐานความปลอดภัยแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ทำสถิติความปลอดภัย 30 ล้านชั่วโมงการทำงานโดยปราศจากอุบัติเหตุจนถึงขั้นหยุดงาน
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สร้างมาตรฐานความปลอดภัยแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยทำสถิติการทำงานโดยปราศจากอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บอันจะส่งผลให้พนักงานขาดงานรวมเป็นระยะเวลายาวนานถึง 30,000,000 ชั่วโมง (สามสิบล้านชั่วโมง) ส่งผลให้ศูนย์การผลิตรถยนต์ของเจนเนอรัล มอเตอร์ส จังหวัดระยอง เป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จัดฉลองความสำเร็จที่น่าชื่นชม โดยมีพนักงานจีเอ็มและซัพพลายเออร์ ร่วมเป็นสักขีพยานเมื่อเร็ว ๆ นี้
มร. ทรอย คลาก กลุ่มรองประธานและประธาน จีเอ็ม เอเชียแปซิฟิก เจนเนอรัล มอเตอร์ส ได้ร่วมส่งสาส์นแสดงความยินดีต่อพนักงานบริษัทจีเอ็ม ประเทศไทย ว่า "ผมขอแสดงความยินดีต่อพนักงานทุกท่านในโอกาสฉลองสถิติความปลอดภัยในการทำงานโดยไม่มีอุบัติเหตุจนถึงขั้นหยุดงานถึง 30 ล้านชั่วโมง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของจีเอ็ม ประเทศไทย และจีเอ็มทั่วโลก ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของจีเอ็มและอุตสาหกรรมยานยนต์"
นอกจากนี้ มร.โรเบิร์ต มอแรน รองประธานฝ่ายการผลิต เจนเนอรัล มอเตอร์ส เอเชีย แปซิฟิก ยังได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้ว่า "ความสำเร็จจากการทำงานอย่างปลอดภัยตลอด 30 ล้านชั่วโมงนี้ เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่าเป้าหมายของเราทั่วโลก ที่จะทำให้มีความปลอดภัยในการทำงานอย่างสูงสุดโดยไม่สูญเสียเวลาการทำงานเลยแม้แต่ชั่วโมงเดียว เป็นสิ่งไม่ยากเกินความพยายาม และ ความสำเร็จในด้านความปลอดภัยของ จีเอ็ม ประเทศไทยนี้เอง ทำให้จีเอ็ม ประเทศไทย กลายมาเป็นผู้นำและแบบอย่างของความสำเร็จของ จีเอ็ม ในการการรักษาความปลอดภัยในสุขภาพอนามัยและการดำเนินงานด้านความปลอดภัย ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ"
รางวัลดังกล่าวเป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกของบริษัท ตลอด
จนความทุ่มเทและความใส่ใจของทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องในศูนย์การผลิตฯ แห่งนี้ ซึ่งในปีนี้ จีเอ็มได้รับการยอมรับด้านความปลอดภัยจากรัฐบาลไทย โดยได้รับรางวัล สถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย ชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งรางวัลที่เราได้รับนี้เป็นผลจากการทำงานมาตลอด 25 ล้านชั่วโมงโดยมิได้สูญเสียเวลาการทำงานจากการได้รับการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ
ศูนย์การผลิต เจนเนอรัล มอเตอร์ส จังหวัดระยอง เป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ มาตรฐานส่งออกของ ซึ่งผลิตรถออกไป จำหน่ายกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งในประเทศญี่ปุ่น กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และในอีกหลายประเทศทั่วโลก ปัจจุบันศูนย์การผลิตเจนเนอรัล มอเตอร์ส ผลิตรถยนต์เชฟเรเลต ซาฟิร่า ออพตร้า และโคโลราโด ซึ่งควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้มาตรฐานระดับโลก เป็นมาตรฐานเดียวกันกับศูนย์การผลิตของ จีเอ็มในต่างประเทศ ที่ผลิตรถส่งออกเพื่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ที่มา: http://www.positioningmag.com/

09/09/2015

กรณีความสำเร็จของบริษัท KMF ในการสนับสนุนกิจกรรมลดการสูญเสียจากกระบว­นการผลิต (LRP) ภายใต้โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนย­านยนต์สีเขียว โดยงบประมาณสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ทางบริษัทได้ดำเนินกิจกรรมการลดความสูญเสี­ยอย่างต่อเนื่องและยังเป็นต้นแบบให้แก่โรง­งานอื่นๆ บริษัทได้ให้ความสำคัญของงานพัฒนาและวิจัย (R&D) เช่น การนำพัฒนาระบบ IQA (Intelligent Quality Assurance) เพื่อติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพการผลิต

โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียว ได้ดำเนินกิจกรรมมากว่า 3 ปี และจนถึงระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ คือ 31 ตุลาคม...
08/09/2015

โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียว ได้ดำเนินกิจกรรมมากว่า 3 ปี และจนถึงระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ คือ 31 ตุลาคม 2558 ได้ส่งเสริมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ จำนวนเกือบ 500 โรงงาน โดยได้บรรลุถึงวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ ที่จะส่งเสริมการปรับปรุงกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและพลังงาน การปรับปรุงอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่เครือข่าย/สมาคมที่เกี่ยวข้องต่างๆ

ทางโครงการฯ จะมีการจัดงานพิธีปิดโครงการฯ และสัมมนาเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียวขึ้น ในวันศุกร์ทื่ 2 ตุลาคม 2558 เวลา 09.00-17.00 น. ณ ห้องประชุมเลิศวนาลัยบอลรูม โรงแรมสวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค

จึงมีความยินดีเรียนเชิญท่านเพื่อเป็นเกียรติแก่งานพิธีปิดโครงการฯ และร่วมงานสัมมนาอันจะส่งเสริมแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ต่อไปในอนาคต

กรุณาส่งใบตอบรับเพื่อยืนยันการเข้าร่วมงานดังกล่าวภายในวันที่ 25 กันยายน 2558 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ คุณเหมือนจิตต์ วิเชฏฐพงษ์ โทร. 081-5461783 แฟกซ์ 02-661 9281 อีเมล์ [email protected]

07/09/2015

อธิบดีกรมสรรพสามิต ยืนยันเดินหน้าเก็บภาษีรถยนต์ใหม่ตามการปล่อยมลพิษในปีหน้า

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า วันที่ 1 มกราคม 2559 อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ที่คิดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้รถที่นำออกจากโรงงาน รวมถึงรถยนต์ที่นำเข้าและเสียภาษีสำเร็จตั้งแต่วันดังกล่าวจะต้องเสียภาษีในอัตราใหม่ทันทีไม่มีการยกเว้น เพราะการเก็บอัตราภาษีให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวถึง 3 ปี

แต่ที่ผ่านมายังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ซื้อและผู้ประกอบการว่า หากสั่งจองรถในปีนี้แล้วจะได้อัตราภาษีเก่าถึงแม้ว่าจะรับรถปีหน้า ซึ่งการรับรถในปีหน้าจะได้อัตราภาษีเก่าเฉพาะรถที่เสียภาษีสรรพมิตก่อนสิ้นปีนี้เท่านั้น ดังนั้นหากผู้ประกอบการต้องการให้ผู้ซื้อได้รถในอัตราภาษีเก่า ก็ควรเร่งผลิตหรือนำเข้าเสียภาษีให้ทันภายในปีนี้ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า

สำหรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ เช่น รถยนต์นั่งที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร เสียภาษีในอัตรา 30% แต่หากปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 150-200 กรัมต่อกิโลเมตร ต้องเสียภาษีในอัตรา 35%

นายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิต กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน ได้สรุปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่แล้ว โดยจะมีการเพิ่มแรงจูงใจด้านการลดมลพิษ ซึ่งกำหนดว่ารถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) น้อยกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร ให้เสียภาษีสรรพสามิตในอัตราปกติ หากปล่อย CO2 ต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะได้ลดภาษีสรรพสามิต 5% แต่หากปล่อย CO2 เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นอีก 5%
สำหรับโครงสร้างใหม่ภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งที่มีรถ E10 และ E20 รวมอยู่ด้วย จากที่มีอัตราภาษีหลายอัตราตามขนาดเครื่องยนต์ และกำลังแรงม้าตั้งแต่ 25-50% ก็จะลดลงเหลือ 2 อัตรา คือ คิดตามขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 3000 cc. อัตราภาษี 30% ขนาดเครื่องยนต์เกิน 3000 cc. อัตราภาษี 50% โดยให้แรงจูงใจการปล่อย CO2 ว่า ต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะได้ลดภาษี 5% แต่หากปล่อย CO2 เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร ก็ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น 5%
ขณะที่รถยนต์ตรวจการณ์ หรือ PPV ยังคงอัตราภาษีเดิมที่ 20% และให้แรงจูงใจภาษีการปล่อย CO2 เหมือนกับรถยนต์นั่งเช่นกัน
นายมั่นกล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ หากนำมาใช้ทันทีตามข้อเสนอของกรมสรรพสามิต จะกระทบกับผู้ประกอบการรถยนต์ ทำให้ต้นทุนเพิ่ม เพราะรถยนต์ที่ใช้ในประเทศในปัจจุบัน มีการปล่อย CO2 มากกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร ทำให้ต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มอีก 5% ซึ่งหากกรมสรรพสามิตเสนอมา จะต้องหารือให้ยืดเวลาการบังคับใช้ออกไป 2-3 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัว
นายมั่นกล่าวว่า กรมสรรพสามิตประเมินว่าการเก็บภาษีรถยนต์ในปี 2554 จะได้จำนวน 8.36 หมื่นล้านบาท หากนำโครงสร้างภาษีใหม่มาใช้ปี 2557 จะทำให้ภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 1.29 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็น 1.45 แสนล้านบาท ในปี 2560 ภายใต้การขยายตัวของปริมาณรถยนต์ที่ 4% ต่อปี.

จากการเข้าร่วม โปรแกรม “ส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์” ของบริษัท อิโ...
04/09/2015

จากการเข้าร่วม โปรแกรม “ส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์” ของ
บริษัท อิโนแอค โตไก (ประเทศไทย) จำกัด ที่เดิมภายในโรงงานโรงงานความร้อนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตจำนวนมาก ติดตัวควบคุม โดยใช้เป็นระบบ PLC เพื่อควบคุมการใช้งานให้สัมพันธ์กับจังหวะที่มีการเปิดเตาอบ ขณะที่มีความร้อนเกิดขึ้นบริเวณเตาอบ ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศ 331,245 KWh / ปี ประหยัดค่าไฟฟ้า 1,288,543.05 บาท/ปี

โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียวภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ร่วมกับ สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระ...
01/09/2015

โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สีเขียวภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ร่วมกับ สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกัน จัดอบรม หลักสูตร: การฝึกอบรมหัวหน้าผู้ตรวจประเมินอุตสาหกรรมสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรม (GI Lead Auditor Training Program) เมื่อวันที่ 17-27 สิงหาคมที่ผ่านมา

เพื่อส่งเสริมให้การตรวจประเมินของผู้ประเมินมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน และมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มทักษะการประเมินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งเพื่อพัฒนาทักษะการประเมินผู้ประเมินอุตสาหกรรมสีเขียวตามมาตรฐานสากล และจัดให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้ประเมินอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานการตรวจประเมินให้เป็นที่ยอมรับ และฝึกอบรมผู้ประเมินในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เพิ่มเติม

หลังจากมีการฝึกอบรมในห้องเรียนกว่าหนึ่งสัปดาห์ ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้มีโอกาส เข้าเยี่ยมชม โรงงานบริษัท ปูนซิเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) สระบุรี ซึ่งโรงงานที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ5 เพื่อศึกษาเรียนรู้แนวปฏิบัติจริงขององค์กรที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสู่ Sustainable Development

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้จัดทำ เอกสารเรื่อง "ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์" ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประ...
31/08/2015

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้จัดทำ เอกสารเรื่อง "ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์" ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับการพัฒนายานยนต์ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หรือที่เรียกว่า NGV ซึ่งประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของก๊าซธรรมชาติ ตลาดรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตลาดรถ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ตลอดจนประสบการณ์ในประเทศไทย ผู้จัดทำหวังว่าข้อมูลจากเอกสารฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจทั่วไป และจะช่วยสนับสนุน ให้มีการพัฒนาตลาดรถ NGV ในประเทศไทยให้กว้างขวางต่อไป

http://www.eppo.go.th/doc/doc-NGV.html

National Energy Policy Office, Bangkok, Thailand

ที่อยู่

SME Bank Tower, 310 Phaholyothin Road, Samsen-Nai, Phayathai
Din Daeng
10400

เบอร์โทรศัพท์

+66 (0) 2615 2020

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Green Auto Parts Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์