12/07/2021
All-new MG5 2021 เจเนอเรชันใหม่
แน่นอนว่ามิติความใหญ่ยาวเกือบเท่ากับรถยนต์ในกลุ่ม C-Segment ได้แก่ Honda Civic, Toyota Corolla Altis, Mazda 3 เป็นต้น
ซึ่งรถยนต์ MG5 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งของรถยนต์ในกลุ่ม B-Segment และอีโคคาร์ในปัจจุบัน ได้แก่
Mazda 2, Honda City, Nissan Almera, Mitsubishi Mirage, Toyota Yaris และ Suzuki Ciaz
แน่นอนว่า MG5 ใหม่นี้ก็คงยังจะชูจุดเด่นเรื่องขนาดของตัวถังที่ใหญ่ใกล้เคียงกับรถ C-Segment ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกับ MG5 เจเนอเรชันก่อน
ภายนอก กระจังหน้า 3 มิติ Digital Burning Grille ไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติแบบ LED Projector พร้อมปุ่มปรับขึ้น-ลงได้ จากภายในตัวรถ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน หรือ Daytime Running Lights ส่วนไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์ Leopard Claw และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใบพัด 5 ก้าน รัดด้วยยาง 215/50 R17 มิติตัวถัง ความกว้าง 1,842 มิลลิเมตร ความยาว 4,675 มิลลิเมตร ความสูง 1,480 มิลลิเมตร
ภายใน เบาะหนังทรงสปอร์ต มี 3สีในตัว แดง ดำ ขอบขาว ซึ่งไม่ว่าภายนอกจะเป็นสีไหน ก็จะได้เบาะสีนี้ ยกเว้นภายนอกสีเหลืองเท่านั้น ที่จะได้เบาะสีดำ ขอบแดง สำหรับเบาะคนขับสามารถปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะหลังพับได้แบบ 100% หรือพับแบบชิ้นเดียว ไม่แยกชิ้นสะดวกในการขนสัมภาระ แผงคอนโซล 3D Diamond Design ลวดลายสปอร์ตพรีเมี่ยม หลังคา Sunroof ติดตั้งระบบสาระบันเทิงหน้าจอ Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว ลำโพง 6 จุด รองรับระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลสามารถกรองอากาศ PM 2.5 ได้ และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ซึ่งเครื่องตัวนี้เป็นตัวเดียวกับ MG ZS
ระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด ช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION ด้านหน้า MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง Torsion Beam
All New MG5 ให้ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่
• ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Brake System)
• ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution)
• ระบบเสริมแรงเบรก เป็นต้น