ขาย รถบรรทุกเล็ก พร้อม ซ่อมบำรุง Sokon ชลบุรี

ขาย รถบรรทุกเล็ก พร้อม ซ่อมบำรุง Sokon ชลบุรี จำหน่ายรถ sokon minitruck และซ่อมบำรุง

12/10/2018
02/09/2018

# 5 วิธี ป้องกันภัย โจรยิงสัญญาณ บล็อกรีโมทรถ
Cr. toptenthailand.com

1. ระวังตัวในลานจอดรถ ลานจอดรถคือเป้าหมายทีสำคัญของโจรประเภทนี้ พวกเขาชอบเสามากพวกมันสามารถทำให้สามารถแอบซ่อนได้ในระยะที่พวกเขาสามารถสกัดสัญญาณ ดังนั้นคุณต้องเริ่มจากการระวังตัวในลานจอดรถให้ดี พยายามมองตามเสาเนืองๆ หลังจากที่กดรีโมท

2. จอดในที่พลุกพล่าน ที่พลุกพล่านหรือมีคนผ่านบ่อย จะเป็นที่ปลอดภัยต่อภยันตรายทุกประเภท ฮวงจุ้ยดีที่สุด ในสามโลกของการจอดรถเลยก็ว่าได้ ที่จริงแล้ว นั่นเพราะ คนร้ายประเภทนี้จะมาจัดการรถคุณหลังจากที่คุณไปแล้ว ซึ่งถ้ารถจอดในที่พลุกพล่าน สำหรับโจรแล้ว มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงลงมือ

3. สังเกตคนมีพิรุธ บางทีการสังเกตช่วยคุณได้มาก คนบางคนอาจจะอยู่ในที่ซึ่งไม่จำเป็น อย่างที่เราบอกว่า remote jamming ต้องอยู่ในระยะใกล้พอที่จะดักสัญญาณได้ ซึ่งหมายถึงเขาต้องอยู่แถวๆนั้นอย่างแน่นอน ลองสังเกตคนที่ถืออุปกรณ์บางอย่าง บ้าง อาจจะมีเสาวิทยุ บ้างอาจจะคล้ายๆ เครื่องปาล์ม แล้วป้วเปี่ยนไปมา หรือลองใช้ความรู้สึกดูว่ามีคนจับจ้องเราทำกิจกรรมหรือไม่ ถ้าใช่อย่าวางใจโดยเด็ดขาด แจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยตรวจสอบดูหน่อยก็ดี

4. เช็คซ้ำ หลายคนวางใจเทคโนโลยีมากเกินไปจนลืมคิดถึงภัยที่ตามมา ความจริง การป้องกันที่ดีเริ่มที่เราเองด้วยการเช็ครถซ้ำว่าล็อกหรือไม่ ประการใด จะช่วยป้องกันได้มากที่สุด ในกรณีนี้ รวมถึงอาจจะเดินกลับมาที่รถบ้างถ้ามีโอกาส หรือร้ายสุดในกรณีที่เราพบว่ารีโมทไม่ทำงาน ซึ่งอาจจะเพราะโดนโจรร้ายหรือ แบตเตอร์รี่อ่อน ให้คุณใช้วิธีเบสิคที่สุด คือการล็อกด้วยกุญแจ จะสามารถป้องกันได้ เพราะโดยส่วนใหญ่ระบบเซ็นทรัลล็อกทำงานแยกส่วนกับระบบรีโมทสั่งการ

5. ของมีค่าโปรดอย่างวางไว้ในห้องโดยสาร หลักการของการทำงานโจรรีโมทนี้ ส่วนใหญ่พวกเขาต้องการของมีค่ามากกว่าที่จะขโมยรถ ซึ่งส่วนใหญ่ตามความเข้าใจของทุกคน มักจะชอบทิ้งของไว้ในรถเสมอ ดังนั้นแม้บางทีเราอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกล่อลูกชนโจรนั้นมีเยอะกว่าที่คิด จนแม้จะทำตามที่เราพูดก็อาจจะพลาดพลั้ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือคุณไม่ทิ้งอะไรไว้ให้พวกเขาสามารถเก็บเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน นั่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในการป้องกันตัวเอง

26/08/2018

คอยล์รั่ว มันก็ตามอายุ ไม่เกี่ยวกับติดแก๊ส

11/05/2018

รถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญของใครหลายคน จึงไม่แปลกที่คนเพิ่งเริ่มต้นทำงาน ก็ขวนขวายที่จะซื้อหารถยนต์มาไว้ใช....

28/02/2018

#หัวเทียนบอด ต้องรีบเปลี่ยนหรือไม่?
หัวเทียน ทำหน้าที่ สร้างประกายไฟเพื่อเป็นการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติด และใช้งานขับเคลื่อนได้ แต่เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่ง บริเวณเขี้ยวของหัวเทียน จะเกิดการสึกกร่อนไปเรื่อยๆ
ซึ่งปริมาณการสึกกร่อนของ หัวเทียน จะขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานและชนิดของเครื่องยนต์
หากหัวเทียนบอด จึง #ควรรีบเปลี่ยน เพราะถ้าหากไม่รีบเปลี่ยน จะทำให้สิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ และทำให้กำลังของเครื่องยนต์ก็ตกไปด้วย เพราะหัวเทียนจุดประกายไฟและจุดระเบิดเริ่มไม่สม่ำเสมอ

อย่าลืม!! #แชร์ข้อมูลดีๆ ด้วยนะครับ
#สัมผัสมาตรฐาน #บริการครบวงจรทั้งระบบน้ำมันและแก๊ส #ในราคาที่คุณเบาใจ
#ค้นหาศูนย์ENERGY ; https://goo.gl/TY8BhF
; http://www.energy-reform.com/
; 02 515 0022
#ติดแก๊ส... #ติดความปลอดภัย... #ติดEnergyReform..............................
#บริการติดตั้งระบบแก๊สมาตรฐาน #สิทธิพิเศษ #บริการหลังการขายที่ดี
#ความปลอดภัย #ช่างผู้ชำนาญการ #สามารถผ่อนชำระ0%
#บำรุงรักษารถยนต์ #เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง #น้ำมันเครื่องENERGY1
#น้ำมันเครื่องเกรดพรีเมี่ยม #น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง #น้ำมันเครื่องสำหรับรถใช้แก๊สและรถใช้น้ำมัน

23/02/2018

อาการแบบนี้!! อาจเกิดจากเครื่องยนต์หลวม
1.ตรวจเช็กน้ำมันเครื่อง หากน้ำมันเครื่องขาด หรือหายบ่อยๆ และกินน้ำมันเครื่องผิดปกติ ต้องเติมบ่อยกว่าเดิม แสดงว่าเครื่องยนต์หลวม
2.สตาร์ทรถแล้วเปิดฝาเติมน้ำมันเครื่อง สังเกตดูว่ามีควัน หรือเขม่า ออกมาจากตรงนี้หรือไม่ หากมีแปลว่าเครื่องหลวมบน และอีกวิธี ให้ปิดฝาเติมน้ำมันเครื่อง จากนั้นดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู หากมีควัน หรือเขม่าลอยขึ้นมา แสดงว่าเครื่องหลวมล่าง
.
3.หลังจากสตาร์ทรถ ให้เข้าเกียร์ว่างแล้วเหยียบคันเร่งค้างไว้ประมาณ 5 วินาทีแล้วปล่อย หากพบว่ามีควันขาวออกมาเยอะ แปลว่าเครื่องยนต์หลวม
4.นำรถยนต์ของคุณออกไปขับทดสอบ หากเหยียบแล้วเร่งเครื่องไม่ขึ้น เหยียบแล้วอืด หรือตื้อ ผิดไปจากเมื่อก่อน เครื่องยนต์หลวมแล้วเช่นกัน
5.เครื่องยนต์มีเสียงดังผิดปกติจากที่เคยได้ยิน อาจจะมีเสียงทุ้ม หรือเสียงแต๊ก แตกต่างกันไปตามจังหวะเครื่อง และอาจมีอาการสั่นเหมือนจะดับในรอบเดินเบา
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.siamcar.com
#สัมผัสมาตรฐาน #บริการครบวงจรทั้งระบบน้ำมันและแก๊ส #ในราคาที่คุณเบาใจ
#ค้นหาศูนย์ENERGY ; https://goo.gl/TY8BhF
; http://www.energy-reform.com/
; 02 515 0022
#ติดแก๊ส... #ติดความปลอดภัย... #ติดEnergyReform..............................
#บริการติดตั้งระบบแก๊สมาตรฐาน #สิทธิพิเศษ #บริการหลังการขายที่ดี
#ความปลอดภัย #ช่างผู้ชำนาญการ #สามารถผ่อนชำระ0%
#บำรุงรักษารถยนต์ #เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง #น้ำมันเครื่องENERGY1
#น้ำมันเครื่องเกรดพรีเมี่ยม #น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง #น้ำมันเครื่องสำหรับรถใช้แก๊สและรถใช้น้ำมัน

11/12/2017

้ำมันเครื่องสูตรสังเคราะห์แท้

#น้ำมันเครื่องENERGY1เหสมาะสำหรับรถใช้น้ำมันและแก๊ส

ขับรถ เกียร์ออโต้ โดยใช้ 2 เท้า อันตรายหรือไม่??
สำหรับคนที่เคยขับรถ เกียร์ธรรมดา แล้วเปลี่ยนมาเป็น เกียร์ออโต้ อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับการเหยียบระหว่างเหยียบคันเร่งและเหยียบเบรก เพราะเนื่องจากบางคนยังคงใช้เท้าทั้ง 2 ข้าง ทำงานเหมือนกับการขับรถ เกียร์ธรรมดา อยู่เลย เป็นเพราะอาจจะเกิดจากความเคยชิน หรืออาจจะเกิดจากความถนัดของแต่ละบุคคลนั่นเอง ซึ่งถามว่ามันผิดหรือไม่ แล้วมันจะเกิดอันตรายมากน้อยแค่ไหน วันนี้ไปหาคำตอบกัน
เข้าใจสำหรับคนที่เคยขับ เกียร์ธรรมดา มา แล้วเปลี่ยนมาเป็น เกียร์ออโต้ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชินกับการใช้เท้าขวาข้างเดียวในการเหยียบคันเร่งและเบรกสลับกัน แต่การขับรถ เกียร์ออโต้ โดยการใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่ง ส่วนข้างซ้ายเหยียบเบรก มีโอกาสที่จะเผลอเหยียบทั้งคันเร่งและเบรกพร้อมๆ กัน เวลาที่คุณตกใจ หรืออาจจะเกิดอันตรายจากการกะน้ำหนักเท้าซ้ายไม่ถูก จนกลายเป็นเบรกหัวทิ่มได้ หากไม่มี ABS แล้วล่ะก็ อาจเกิดอันตรายจากรถพลิกคว่ำได้เลย หรือไม่อาจเสียการควบคุมรถได้ หรือแม้แต่กรณีที่มี ABS ก็ตาม
เอาเป็นว่าสำหรับใครที่ขับรถ เกียร์ออโต้ โดยใช้เท้าทั้ง 2 ข้างอยู่นั้น ลองเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับรถแบบนี้ดู ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะเกิดอุบัติเหตุไม่มากก็น้อย แต่สำหรับคนที่เพิ่งหัดขับรถ เกียร์ออโต้ แล้วล่ะก็ ควรหัดใช้เท้าขวาข้างเดียวในการเหยียบทั้งคันเร่งและเหยียบเบรกสลับกันไป
ขอทิ้งท้ายสักหน่อย สำหรับคนที่ขับรถ เกียร์ออโต้ แล้วใช้เท้าทั้ง 2 ข้าง ขับนั้น ถือว่าไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด แถมคนที่ขับรถ เกียร์ออโต้ ในลักษณะแบบนี้ถือว่า เป็นคนที่แยกระบบประสาทได้ดีมากอีกด้วย ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะขับรถโดยใช้เท้าขวาข้างเดียว หรือใช้เท้าทั้งสองข้างขับ เกียร์ออโต้ ก็ควรที่จะต้องขับรถอย่างระมัดระวัง และอยู่ในความไม่ประมาท ไม่เช่นนั้น คุณก็อาจจะเกิดอันตรายได้เหมือนกัน ไม่ต้องเกิดจากขับรถ เกียร์ออโต้ โดยใช้เท้า 2 ข้างขับก็ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.auto.Mthai.com
--------------------------------------
ศูนย์ ENERGY ทุกสาขาทั่วประเทศ มีช่างผู้เชี่ยวชาญ ให้บริการรถยนต์ใช้น้ำมัน - แก๊ส LPG-NGV เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ENERGY1 พร้อมบริการซ่อมบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่รถ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.02 5150022
สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี! 37 รายการ ได้ที่ศูนย์ ENERGY ทุกสาขาทั่วประเทศ
้ำมันเครื่องคุณภาพสูงเหมาะสมสำหรับรถยนต์ทุกประเภท
#น้ำมันเครื่องENERGY1
#น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูง
#น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง

24/11/2017

้ำมันเครื่องสูตรสังเคราะห์แท้
#น้ำมันเครื่องENERGY1คุณภาพสูง

สาเหตุที่ทำให้แอร์รถไม่เย็น ?
ทันทีที่ขึ้นรถติดเครื่องยนต์ เปิดแอร์ เรามักจะหวังว่า อีกสักพัก ในรถคงจะเย็นสบาย แต่เมื่อไหร่ที่เปิดแอร์ได้พักหนึ่งแล้ว แต่ไม่เย็นดั่งที่หวัง ก็ต้องเช็คแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นซึ่งน่าจะไม่พ้นเรื่องต่อไปนี้
1.น้ำยาแอร์หมด
เกิดจากสองกรณีคือ อย่างแรกเพราะใช้มานานมากแล้ว กับอีกสาเหตุก็คือ มีการรั่วซึม จนเป็นเหตุให้น้ำยาแอร์หมด เมื่อขาดน้ำยาแอร์ ก็จะทำให้มีแต่ลมออกจากช่องแอร์ แม้เปิดแอร์เต็มที่ ภายในรถก็ไม่ค่อยเย็นเหมือนที่ควรจะเป็น
2.ตู้แอร์ สายท่อแอร์ หรือข้อต่อต่างๆ มีรอยรั่วซึม
เมื่อเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นจะมีผลสืบเนื่องตามมาก็คือ ค่าแรงดันของน้ำยาแอร์ตก แอร์รถเลยไม่เย็นสักที จะว่าไปแล้ว เรื่องพวกนี้ต้องมีการตรวจเช็คอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากแอร์ที่ใช้อยู่คู่กับรถที่ใช้มานานแล้ว
แต่ถ้าเป็นกรณีตู้คอยล์เย็น,แผงคอยล์หรือท่อแอร์รั่วซึม อันนี้เรื่องใหญ่ ต้องให้ถึงมือช่างช่วยซ่อมให้แล้วครับ
3.ระบบระบายความร้อนบนแผงคอยล์ร้อนหย่อนคุณภาพ
กรณีนี้ทำให้ขณะที่รถวิ่งไปหรือช่วงกลางคืน จะเกิดกรณีพัดลมระบายความร้อนหน้าแผงคอยล์ร้อนไม่ทำงาน มีกำลังน้อย หรืออีกเหตุก็คือแผงคอยล์ร้อนสกปรก จนมีการอุดตัน จนระบายความร้อนไม่ดี เนื่องจากน้ำยาแอร์ที่ส่งเข้าไปที่คอยล์เย็นมีอุณหภูมิสูง เลยทำให้แอร์ไม่เย็นได้
4.ลูกสูบภายในคอมเพรสเซอร์หลวมไม่มีกำลังอัด
ระดับแรงดันของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์จะลดน้อยลง ส่งผลให้แรงดันของน้ำยาแอร์ ที่ถูกฉีดเข้าไปในคอยล์เย็นมีปริมาณน้อยไปด้วย ทำให้ไม่เพียงพอที่จะดูดซับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ แอร์ในรถจึงไม่เย็น
เรื่องนี้สังเกตได้ง่ายๆ เมื่อติดเครื่องรถแล้วเปิดแอร์ แอร์รถจะเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง แต่พอลองเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์เย็นขึ้นมา นั่นหมายความว่า ลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม
5.ชุดวาล์ว และดรายเออร์อุดตัน หรือเสื่อมคุณภาพถ้าเกิดเหตุดังกล่าว ก็จะทำให้แรงดันน้ำยาแอร์ที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ไหลผ่านเข้าคอยล์เย็นไม่สะดวก เมื่อน้ำยาแอร์ไม่เพียงพอที่จะดูดซับความเย็นในรถได้ จึงทำให้เย็นบ้าง ร้อนบ้าง
6.ปัญหาคลัตช์ลื่น (คลัตช์คอมเพรสเซอร์จับไม่สนิท) สาเหตุเกิดจากกระแสไฟที่ส่งไปที่คลัตช์แม่เหล็กมีปริมาณน้อยเกินไป จึงไม่เพียงพอที่จะทำให้คลัตช์คอมเพรสเซอร์ติดเข้ากับมูลเลย์ได้ หรือถ้าติดเข้าได้ก็ไม่แน่น ทำให้มีฟรีในบางจังหวะ และเป็นเหตุให้คอมเพรสเซอร์ทำงานไม่สม่ำเสมอ แอร์รถเลยเย็นบ้าง ไม่เย็นบ้าง
7.สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนมากเกินไป เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงาน สายพานที่รับกำลังจากเครื่องยนต์ เพื่อฉุดให้คอมเพรสเซอร์หมุนนั้นมีอาการฟรี เลยไม่สามารถทำให้คอมเพรสเซอร์หมุนได้ ซึ่งสังเกตอาการเหล่านี้ได้จาก เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานจะเกิดเสียงดัง รวมถึงแอร์ในรถไม่ค่อยเย็น
8.การใช้น้ำยาแอร์ผิดประเภท
เรื่องนี้ทำเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงว่าจะมี แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ อาจเป็นเพราะเปลี่ยนน้ำยาแอร์กับช่างที่ได้ทำการปลอมปนน้ำยาแอร์ น้ำยาแอร์ดังกล่าวจะไปทำให้ระบบแอร์รถยนต์บ่งพร่อง ประสิทธิภาพการทำงานต่ำ จนทำให้แอร์ในรถไม่เย็น ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thaiengine.org...................................
ศูนย์ ENERGY ทุกสาขาทั่วประเทศ มีช่างผู้เชี่ยวชาญ ให้บริการรถยนต์ใช้น้ำมัน - แก๊ส LPG-NGV เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ENERGY1 พร้อมบริการซ่อมบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่รถ
สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี! 37 รายการ ได้ที่ศูนย์ ENERGY ทุกสาขาทั่วประเทศ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.02 5150022
้ำมันเครื่องคุณภาพสูงเหมาะสมสำหรับรถยนต์ทุกประเภท
#น้ำมันเครื่องENERGY1
#น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูง
#น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง

19/09/2017

้ำมันเครื่องคุณภาพสูงเหมาะสำหรับรถยนต์ทุกประเภท

ขับรถต้องรู้!!! วิธีตรวจสอบรถก่อนออกใช้งานประจำวัน
ก่อนออกใช้งานทุกครั้ง ผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากสภาพของรถผู้ขับขี่จะต้องตรวจสภาพรถในเรื่องต่างๆ ดังนี้
1.ยาง ดอกยางควรมีมากเพียงพอต่อการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดี
แรงดันของลมยางต้อง เป็นไปตามบริษัทยางกำหนดให้

2.ที่ปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนตลอดถังพักน้ำ และอุปกรณ์ปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี

3.แบตเตอรี่ ตรวจสภาพแบตเตอรี่ และน้ำกลั่นว่าอยู่ระดับที่กำหนด

4.หม้อน้ำ สภาพหม้อน้ำและถังพักน้ำมีน้ำอยู่ตามระดับที่ต้องการเสมอ

5.ใบพัดลมและท่อยาง ตรวจสภาพใบพัดลม และท่อยางน้ำบน – ล่าง
ยางอุดตาน้ำให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดี

6.สายพาน ต้องอยู่ในสภาพดีไม่หย่อนมีรอยปริหรือหัก

7.น้ำมันต่าง ๆ ตรวจดูระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเพาเวอร์พวงมาลัย น้ำมันเกียร์อัตโนมัติว่ามี
น้ำมันอยู่ในระดับที่บริษัทรถแต่ละประเภทกำหนดอยู่

8.เครื่องยนต์ดีเซล ควรตรวจดูไส้กรองน้ำมันโซล่า หรือถอดล้างทำความสะอาดอย่าให้มีน้ำ
อยู่และควรปิดฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้สนิทด้วย

9.ระดับน้ำมันเบรค น้ำมันคลัชท์ ควรตรวจว่าอยู่ในระดับที่ถูกต้องและตรวจการรั่วซึมของวงจรเบรค เช่น บริเวณแม่ปั้มเบรค ลูกยางเบรกแต่ละล้อมีการรั่วซึมหรือไม่

10.ตรวจดูสายไฟแรงสูง (สายหัวเทียน) อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี

11.ระบบสัญญาณ และไฟแสงสว่าง ตรวจด้านหน้ารถและท้ายรถยังอยู่นาภาพที่ใช้งานได้ดี
ที่มา: www.tbs.co.th /www.car.kapook.com (รูปภาพ)
--------------------------------------
ศูนย์ ENERGY ทุกสาขาทั่วประเทศ มีช่างผู้เชี่ยวชาญ ให้บริการรถยนต์ใช้น้ำมัน - แก๊ส LPG-NGV เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ENERGY1 พร้อมบริการซ่อมบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่รถ
สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี! 37 รายการ ได้ที่ศูนย์ ENERGY ทุกสาขาทั่วประเทศ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.02 5150022
้ำมันเครื่องคุณภาพสูงเหมาะสมสำหรับรถยนต์ทุกประเภท
#น้ำมันเครื่องENERGY1
#น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูง
#น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง

07/09/2017

7 ข้อ ถาม-ตอบ ควรรู้ เมื่อต้องขับรถลุยน้ำ

"น้ำท่วมถนน..รถเราลุยน้ำได้ลึกแค่ไหน?..เครื่องยนต์จะดับไหม?..รถจะพังเสียหายมากแค่ไหน?
ช่วงนี้หน้ามรสุม ทำให้ทุกจังหวัดประสบปัญหาฝนตกหนัก เกือบตลอดเวลา บางพื้นเกิดน้ำท่วมขังมากน้อยแตกต่างกันไป แต่เมื่อรถคู่ใจของเรา ต้องเผชิญกับถนนที่มีน้ำท่วมขังไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ มาดูกันว่าเมื่อเจอสถานการณ์เหล่านี้ควรทำอย่างไรครับ
1. ถาม: รถที่เราขับใช้ลุยน้ำได้ลึก(หรือว่า ระดับน้ำสูง)ได้แค่ไหน?

ตอบ: รถยนต์ไม่ใช่เรือ ไม่สามารถป้องกันน้ำเข้าในตัวรถได้ ..ดังนั้นรถทุกคันในโลกสามารถลุยน้ำได้ลึกหรือว่าสูงระดับดุมล้อรถ โดยเครื่องยนต์ไม่ดับและรถจะเสียหายน้อยที่สุด
2. ถาม: เวลาขับรถลุยน้ำ เครื่องยนต์จะดับพังเสียหายเพราะอะไร?

ตอบ:
2.1 น้ำเข้าในตัวเครื่องยนต์(โดยผ่านไส้กรองอากาศ และ/หรือข้อต่องวงช้างไส้กรองอากาศ เข้าไปทางไอดีสู่ห้องเผาไหม้ในตัวเครื่องยนต์ = เครื่องยนต์สำลักน้ำ อาการเดียวกับที่น้ำเข้าจมูก-ปาก ลงทางเดินหายใจในตัวมนุษย์เรา)

2.2 ระบบไฟในตัวรถยนต์เปียกน้ำ และ ช็อท และที่เสียหายมากคือ น้ำเข้าท่วมกล่องควบคุม(ECU)เครื่องยนต์ และระบบต่างๆของตัวรถยนต์

2.3 น้ำเข้าก้านวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ..เมื่อน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมันหล่อลื่นฯก็จะกลายสภาพเป็นดั่งโคลน ทำให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เสียหายมาก (รวมทั้งก้านวัดระดับน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์อัตโนมัติ ด้วย)

2.4 น้ำเข้าท่อหายใจของเครื่องยนต์(ท่อไอดี) มีผลทำให้ หัวฉีดเชื้อเพลิง (Fuel Injection) พังทั้งระบบ
3. ถาม: น้ำท่วมเข้าท่อไอเสีย..เครื่องยนต์จะดับไหม?

ตอบ: ไม่ดับครับ แรงดันไอเสียจะเป่าน้ำออก น้ำเข้าได้อย่างมากแค่ท่อพักไอเสีย
4. ถาม: ถ้าลุยน้ำแล้วเครื่องยนต์ดับ จะทำอย่างไร?

ตอบ:
4.1 พยายามสตาร์ทเครื่องยนต์(เพียงครั้งเดียว)โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งน้ำมันฯ (ป้องกันความเสียหายลุกลาม)

4.2 เข็นเคลื่อนย้ายรถไปบนที่แห้ง ที่สูง พ้นจากน้ำท่วม หรือที่ลาดเอียงได้ยิ่งดี(เพื่อเทน้ำออกจากตัวรถ)

4.3 ยกรถเข้าศูนย์บริการ : เป็นวิธีที่ดีที่สุด ป้องกันไม่ให้รถเสียหาย
5 ถาม: ช่วงฤดูฝน..เตรียมรถ/เตรียมตัวอย่างไร?

ตอบ:
5.1 จัดซื้อ สายลากจูง สายพ่วงแบตเตอรี่ และ ไฟฉาย(พร้อมถ่านไฟ) ติดท้ายรถไว้ เผื่อเป็นเครื่องมือให้คนมาช่วย

5.2 พยายามเติมน้ำมัน "เต็มถัง" ไว้ทุกวัน (เผื่อการจราจรติดขัดเนิ่นนาน)

5.3 ตรวจเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ และชาร์จไฟให้เต็มในวันหยุด (เพราะรถจะใช้ไฟมากขณะฝนตกรถติดขัด เพราะเราเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์หลายอย่างพร้อมกัน เช่น ไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน แอร์ วิทยุ ฯลฯ)

5.4 ซื้อหรือนำอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายปัสสาวะในรถได้ ขณะรถติดขัด
6. ถาม: รถจมน้ำท่วม..ประกันชดใช้ค่าเสียหาย/ค่าซ่อมหรือไม่?

ตอบ: แล้วแต่ละประเภทกรมธรรม์-การคุ้มครอง ควรตรวจดูเอกสารกรมธรรม์ ครับ
7) ถาม: ทำไมต้องเอารถเข้าศูนย์บริการหลังน้ำท่วมหรือฤดูฝน?

ตอบ: เพื่อตรวจเช็ค และเปลี่ยนถ่ายของเหลว(น้ำมันต่างๆ) ใหม่เพราะน้ำเข้า (โลหะเมื่อร้อนจะขยายตัว..เมื่อโดนความเย็นจากน้ำจะหดตัวทันที และหดตัวไม่เท่ากัน ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนโลหะกับโลหะ น้ำจึงซึมแทรกเข้าไปได้)

ที่มา : www.js100.com
--------------------------------------
ศูนย์ ENERGY ทุกสาขาทั่วประเทศ มีช่างผู้เชี่ยวชาญ ให้บริการรถยนต์ใช้น้ำมัน - แก๊ส LPG-NGV เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ENERGY1 พร้อมบริการซ่อมบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่รถ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.02 5150022
สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี! 37 รายการ ได้ที่ศูนย์ ENERGY ทุกสาขาทั่วประเทศ
้ำมันเครื่องคุณภาพสูงเหมาะสมสำหรับรถยนต์ทุกประเภท
#น้ำมันเครื่องENERGY1
#น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูง
#น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง

ที่อยู่

Chon Buri
20000

เบอร์โทรศัพท์

0988792241

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ขาย รถบรรทุกเล็ก พร้อม ซ่อมบำรุง Sokon ชลบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์