โอเค โตโยต้าเชียงราย

โอเค โตโยต้าเชียงราย สอบถามเรื่องรถโตโยต้าฟรีครับ

❤️
03/12/2025

❤️

ในโลกธุรกิจมักจะมีเรื่องเล่าสุดคลาสสิกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องราวของยักษ์ใหญ่ที่ล้มดังตึงเพราะปรับตัวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก…

เราเคยเห็น Kodak ที่เป็นผู้คิดค้นกล้องดิจิทัลได้เป็นรายแรกของโลก แต่กลับไม่กล้าทำตลาดเพราะกลัวจะไปแย่งยอดขายฟิล์มของตัวเอง จนสุดท้ายก็ล้มละลายไป

หรือเรื่องราวของ Nokia ที่เคยครองส่วนแบ่งตลาดมือถือเกือบทั้งโลก แต่กลับมองข้ามความสำคัญของสมาร์ตโฟน จนถูก Apple และ Samsung แซงหน้าไปแบบไม่เห็นฝุ่น

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์และกูรูด้านการลงทุนทั่วโลกต่างก็กำลังจับตามองบริษัทแห่งหนึ่ง ด้วยสายตาที่คล้ายคลึงกับตอนมอง Kodak และ Nokia บริษัทนั้นคือ Toyota…

ในช่วงเวลาที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV กำลังถาโถมเข้ามาเหมือนสึนามิ บริษัทรถยนต์ค่ายยุโรปและอเมริกาต่างพากันประกาศแผนธุรกิจใหม่ มุ่งหน้าสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว

Tesla กลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แซงหน้าบริษัทรถยนต์น้ำมันทุกค่ายรวมกัน ราคาหุ้นพุ่งทะยานสะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนว่าโลกอนาคตจะมีแต่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น

แต่ Toyota กลับเลือกที่จะเดินสวนทาง พวกเขาถูกมองว่าเป็นไดโนเสาร์ที่เชื่องช้า เป็นตาแก่หัวโบราณที่ไม่ยอมรับความจริงว่ายุคสมัยของเครื่องยนต์สันดาปกำลังจะจบลง

ผู้บริหารของ Toyota โดยเฉพาะ Akio Toyoda ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในที่ประชุมผู้ถือหุ้น มีแรงกดดันมหาศาลให้ปลดเขาออกจากตำแหน่ง เพียงเพราะเขายืนยันว่าจะยังไม่ทิ้งรถยนต์ใช้น้ำมัน

คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมบริษัทที่เคยได้ชื่อว่าเป็นผู้นำนวัตกรรม เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถยนต์สะอาดรายแรกๆ ของโลก ถึงได้กลายสภาพเป็นผู้ตามที่ดูเหมือนจะหมดอนาคตในสายตาของคนทั้งโลก

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 25 ปีก่อน โลกยังไม่ตื่นตัวเรื่องภาวะโลกร้อนเท่ากับทุกวันนี้ ราคาน้ำมันก็ยังไม่ได้แพงจนต้องร้องขอชีวิต แต่ Toyota กลับมองเห็นอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่เห็น…

พวกเขาเปิดตัว Prius รถยนต์รูปทรงแปลกตาที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี “Hybrid” ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์น้ำมันและมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อการประหยัดพลังงานสูงสุด

ในตอนนั้น คู่แข่งต่างหัวเราะเยาะ บอกว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเกินไป แพงเกินไป และไม่มีใครต้องการ แต่ Toyota พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาคิดถูก

Prius กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนรักษ์โลก ดารา Hollywood ขับกันทั่วบ้านทั่วเมือง เทคโนโลยีนี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ค่ายรถทั่วโลกต้องวิ่งตามขอซื้อลิขสิทธิ์

Toyota ครองบัลลังก์เจ้าแห่งรถยนต์รักษ์โลกมายาวนานกว่าสองทศวรรษ จนกระทั่งการมาถึงของชายที่ชื่อ Elon Musk และบริษัท Tesla ที่เข้ามาเปลี่ยนกติกาของเกมนี้ไปตลอดกาล

Tesla ประกาศก้องว่ารถยนต์ไฮบริดมันเป็นแค่ครึ่งๆ กลางๆ ถ้าจะรักษ์โลกจริงต้องไปให้สุดทางด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เท่านั้น

วาทกรรมนี้ทรงพลังมาก มันทำให้รถไฮบริดที่เคยดูทันสมัย กลายเป็นเทคโนโลยีตกยุคในชั่วข้ามคืน รัฐบาลทั่วโลกเริ่มออกนโยบายแบนรถสันดาปและอุดหนุนรถ EV อย่างเต็มที่

บรรยากาศในช่วงนั้นเหมือนกับว่าใครไม่ทำ EV คือผู้ร้าย ใครไม่ประกาศเลิกใช้น้ำมันคือคนทำลายโลก ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมต่างตื่นตระหนกและกระโจนเข้าสู่สงครามราคารถไฟฟ้า

แต่ท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง Toyota กลับทำสิ่งที่แตกต่าง พวกเขาเลือกที่จะ “นิ่ง” และยืนยันในจุดยืนเดิมว่า “Hybrid” ยังคงเป็นคำตอบที่สำคัญที่สุด

Akio Toyoda มักจะกล่าวเสมอว่า ศัตรูของเราคือคาร์บอน ไม่ใช่เครื่องยนต์สันดาป และรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับทุกคนบนโลกใบนี้

คำพูดนี้ฟังดูเหมือนข้อแก้ตัวของผู้แพ้ในวันที่หุ้น Tesla พุ่งเอานิวไฮ…

แต่ Toyota มีข้อมูลบางอย่างอยู่ในมือ ข้อมูลที่เกิดจากการมองโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่ความฝัน

พวกเขาเริ่มจากการวิเคราะห์ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด หัวใจสำคัญของรถ EV คือแบตเตอรี่ ซึ่งต้องใช้แร่ธาตุหายากอย่าง Lithium ในปริมาณมหาศาล

Toyota นำเสนอกฎที่เรียกว่า 1:6:90 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจและชวนให้คิดตามอย่างยิ่ง…

แร่ธาตุที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถ EV เพียง 1 คัน สามารถนำมาแบ่งซอยย่อยเพื่อผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถ Plug-in Hybrid ได้ถึง 6 คัน

หรือถ้าจะให้คุ้มค่าที่สุด แร่ธาตุจำนวนเดียวกันนั้น สามารถนำไปผลิตแบตเตอรี่ขนาดเล็กสำหรับรถ “Hybrid” ธรรมดาได้มากถึง 90 คัน

ทีนี้ลองจินตนาการดูว่า แบบไหนจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกได้มากกว่ากัน?

ระหว่างการมีรถ EV วิ่งบนถนน 1 คันที่ลดมลพิษได้ 100% แต่ต้องแลกกับการปล่อยให้รถน้ำมันรุ่นเก่าอีก 89 คันยังคงวิ่งปล่อยควันพิษต่อไป

กับการที่เราสามารถเปลี่ยนรถน้ำมันเก่าๆ 90 คัน ให้กลายเป็นรถไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันและลดมลพิษลงได้คันละ 30% พร้อมๆ กัน

เมื่อคำนวณในภาพรวมระดับมหภาค การกระจายทรัพยากรแบตเตอรี่ไปสู่รถไฮบริดจำนวนมาก กลับกลายเป็นวิธีที่ลดการปล่อยคาร์บอนรวมของโลกได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าหลายเท่าตัว

นี่คือตรรกะทางคณิตศาสตร์ที่ Toyota พยายามอธิบาย แต่ดูเหมือนว่าในขณะนั้น ไม่มีใครอยากจะรับฟัง เพราะกระแสความตื่นตัวเรื่องรถไฟฟ้ามันรุนแรงจนกลบเสียงแห่งเหตุผลไปหมด

นอกจากเรื่องทรัพยากรแล้ว Toyota ยังมองไปถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่ายรถที่เน้นขายแต่ในประเทศพัฒนาแล้วอาจจะมองข้ามไป

เราต้องไม่ลืมว่าลูกค้าของ Toyota มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ใจกลางมหานคร Tokyo ที่ทันสมัย ไปจนถึงหมู่บ้านห่างไกลในทวีป Africa หรือชนบทใน South America

สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมกลางเมืองที่ไม่มีที่จอดรถส่วนตัว หรือคนที่ต้องเดินทางไกลในพื้นที่ที่สถานีชาร์จยังเข้าไม่ถึง การใช้รถ EV ไม่ใช่แค่เรื่องของการรักษ์โลก แต่มันกลายเป็นภาระในการใช้ชีวิต

คำว่า Range Anxiety หรือความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง และ Charging Desert หรือพื้นที่ที่ไม่มีสถานีชาร์จ ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกในหลายประเทศ

Akio Toyoda เคยกล่าวถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ว่าเป็น “Silent Majority” หรือคนส่วนใหญ่ที่เงียบงัน

คนเหล่านี้อาจจะไม่ได้ออกมาโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเรียกร้องรถไฟฟ้า

พวกเขาอาจจะกำลังสงสัยว่ารถ EV มันเหมาะกับชีวิตพวกเขาจริงๆ หรือ แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาดังๆ เพราะกลัวจะดูตกเทรนด์

แต่สิ่งที่พวกเขาทำคือการแสดงออกผ่านการตัดสินใจซื้อ หรือที่เรียกว่าใช้กระเป๋าสตางค์เป็นเครื่องมือในการส่งเสียง

เมื่อเวลาผ่านไป ความจริงเริ่มปรากฏชัดขึ้น ในปี 2023 และ 2024 เราเริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอตัวในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรือที่เรียกกันว่า EV Winter

เริ่มจากข่าวใหญ่ที่ Hertz บริษัทรถเช่าระดับโลก ตัดสินใจเทขายรถ Tesla ทิ้งกว่า 20,000 คัน และหันกลับมาซื้อรถน้ำมันเข้าพอร์ตเหมือนเดิม เพราะทนแบกรับค่าซ่อมและราคาขายต่อที่ตกต่ำไม่ไหว

ตามมาด้วยค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Ford และ GM ที่เริ่มประกาศชะลอการลงทุนในโรงงานแบตเตอรี่ และปรับลดเป้าหมายการผลิตรถไฟฟ้าลง

แม้แต่ Apple บริษัทเทคโนโลยีที่รวยที่สุดในโลก ยังต้องประกาศยกเลิกโครงการ Apple Car ที่ซุ่มทำมานานนับสิบปี เพราะมองไม่เห็นความคุ้มค่าทางธุรกิจ

ผู้บริโภคกลุ่ม Mass Market เริ่มตระหนักว่าการใช้ชีวิตกับรถ EV ในปัจจุบัน ยังมีความไม่สะดวกสบายหลายอย่างแฝงอยู่ ทั้งระยะเวลาในการชาร์จ ความไม่แน่นอนของราคาขายต่อ และเบี้ยประกันภัยที่พุ่งสูง

ในจังหวะที่ตลาด EV เริ่มสะดุด สิ่งที่น่าทึ่งก็เกิดขึ้น รถยนต์ Hybrid ของ Toyota กลับมาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนผลิตไม่ทันความต้องการ

มันกลายเป็นทางสายกลางที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานี้ ประหยัดน้ำมัน ช่วยลดมลพิษ ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่ชาร์จ และราคาขายต่อก็ยังแข็งแกร่ง

ตัวเลขผลประกอบการล่าสุดของ Toyota เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด ยอดขายและกำไรพุ่งทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนแบ่งตลาดรถไฮบริดของ Toyota ทั่วโลก กระโดดจากตัวเลขหลักเดียวขึ้นไปแตะระดับเกือบ 40% ในเวลาเพียงไม่กี่ปี

ในขณะที่คู่แข่งที่ทุ่มสุดตัวไปกับรถไฟฟ้ากำลังประสบภาวะขาดทุนจากแผนก EV จนต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์กันใหม่ Toyota กลับยืนยิ้มได้อย่างภาคภูมิใจบนกองกำไรมหาศาล

สิ่งที่ Toyota ทำ ไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี หรือปฏิเสธความเปลี่ยนแปลง พวกเขาไม่ได้เกลียดรถไฟฟ้า และจริงๆ แล้วพวกเขาก็ซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-state ที่ล้ำสมัยอยู่อย่างเงียบๆ

แต่กลยุทธ์ของ Toyota คือ “Multi-pathway” หรือการเตรียมทางเลือกที่หลากหลายไว้ให้ลูกค้า

พวกเขามีทั้งรถ Hybrid สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการความประหยัด รถ Plug-in Hybrid สำหรับคนที่อยากลองใช้ไฟฟ้าแต่ยังต้องการความอุ่นใจจากน้ำมัน

มีรถ EV สำหรับคนที่พร้อมและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ และยังมีรถยนต์พลังงาน Hydrogen สำหรับภาคการขนส่งและรถบรรทุกขนาดใหญ่

Toyota เข้าใจดีว่า “One size does not fit all” เสื้อตัวเดียวไม่สามารถใส่ได้กับทุกคน เทคโนโลยีเดียวก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับคนทั้งโลกได้เช่นกัน

บทเรียนสำคัญที่เราได้จากเรื่องราวของ Toyota คือคำว่า Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า

ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีจาก Silicon Valley พยายามจะ Disrupt พฤติกรรมมนุษย์ พยายามบังคับให้คนเปลี่ยนมาใช้สิ่งที่ตัวเองสร้าง

Toyota เลือกที่จะ Listen หรือรับฟังเสียงของลูกค้า และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ความเท่บนหน้าหนังสือพิมพ์

การที่ Toyota ถูกมองว่าเชื่องช้า แท้จริงแล้วมันคือความรอบคอบและการมองการณ์ไกลอย่างถี่ถ้วน

ในโลกธุรกิจ การเป็น First Mover หรือผู้ที่เริ่มก่อนอาจจะดูได้เปรียบ แต่ประวัติศาสตร์สอนเราเสมอว่า การเป็นผู้รอดชีวิตในระยะยาว สำคัญกว่าการเป็นผู้ชนะในระยะสั้น

วันนี้ ค่ายรถหรูอย่าง Aston Martin หรือ Mercedes-Benz ก็เริ่มกลับลำ ประกาศว่าจะขายรถน้ำมันและไฮบริดต่อไปให้นานขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ Toyota ยืนหยัดทำมาโดยตลอด

จากบริษัทที่เคยถูกมองว่าเป็นไดโนเสาร์หลงยุค กลายเป็นผู้ที่อ่านเกมขาดที่สุดในกระดานธุรกิจยานยนต์

Akio Toyoda พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การทำธุรกิจไม่ใช่แค่การวิ่งตามกระแส แต่คือการยืนหยัดในหลักการที่ถูกต้อง แม้ในวันที่ไม่มีใครเชื่อถือก็ตาม

เรื่องราวนี้สอนให้เรารู้ว่า บางครั้งในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การก้าวเดินช้าๆ อย่างมั่นคง อาจจะทำให้เราไปถึงเส้นชัยได้เร็วกว่าคนที่วิ่งตะบึงไปข้างหน้าแต่หลงทาง…

สุดท้ายแล้ว อนาคตของยานยนต์อาจจะไม่ได้มีแค่สีขาวหรือสีดำ ไม่ได้มีแค่ไฟฟ้าหรือน้ำมัน แต่อาจจะเป็นโลกที่มีเฉดสีผสมผสาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของมนุษย์ได้อย่างลงตัวที่สุด

และ Toyota ก็พร้อมแล้วที่จะเป็นผู้ให้บริการในทุกเฉดสีเหล่านั้น…

References : [cnbc, wsj, reuters, bloomberg, toyota]

◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢

โตโยต้า ส่งกำลังใจและความห่วงใยแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ พร้อมมอบบริการตรวจเช็กรถ และส่วนลดค่าอะไหล่ ส่วนลูกค้าที่มี...
27/11/2025

โตโยต้า ส่งกำลังใจและความห่วงใยแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ พร้อมมอบบริการตรวจเช็กรถ และส่วนลดค่าอะไหล่ ส่วนลูกค้าที่มีกรมธรรม์ประกันภัย TOYOTA CARE และ TOYOTA CARE PHYD สามารถนำรถเข้ารับบริการซ่อมเคลมประกันได้ที่ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีโตโยต้าทุกแห่งทั่วประเทศ

#น้ำท่วมหาดใหญ่ #น้ำท่วมภาคใต้ #ยานยนต์ไทยรัฐออนไลน์ #โตโยต้า

21/11/2025

ทดลองขับ #ทราโว่ #ทดลองขับ

21/11/2025

ลองซัดเต็มข้อโดยสื่อเจ้าดัง

หัวเดี่ยวโฟใหม่ แต่งหล่อๆ😎 สีขาวราคา 767,000 ‘
21/11/2025

หัวเดี่ยวโฟใหม่ แต่งหล่อๆ😎 สีขาวราคา 767,000 ‘

วันนี้มาเจาะใส้ใน Travo กันว่ามีอะไรใหม่บ้าง?✅ จุดเด่น Hilux Travo Overland- หัวฉีดที่ 5 ฉีดตรง DPFไม่ต้องเติม addblue- ...
15/11/2025

วันนี้มาเจาะใส้ใน Travo กันว่ามีอะไรใหม่บ้าง?

✅ จุดเด่น Hilux Travo Overland
- หัวฉีดที่ 5 ฉีดตรง DPFไม่ต้องเติม addblue
- แท่นเครื่องไฮโครลิค มีลมควบคุม (ชุดเดียวกับ Prado 250 โตโยต้าไทยกล้ามาก) 😅
- ยางรองหัวเก๋งใหม่ ลดความสั่นสะเทือนดีเลย
- น้ำมันเกียร์ระบายด้วยอุณหภูมิหม้อน้ำ 
- แกนพวงมาลัยโตขึ้น ตอบสนองดีขั้นเทพ
- ไดสตาร์ขนาดใหญ่เว่อร์วัง
- คอมแอร์เย็นเจี๊ยบตั้งแต่ 2 วิแรก
- ลมฮีตเตอร์เป่าร้อนได้กว่า 30 c'
- น้ำฉีดกระจกมี 8 รู ยังกะรถตู้แน่ะ
- เฟืองหน้าเสื้อเหล็ก ควบคุมไฟฟ้า
- Turbo ใหม่คุมไฟฟ้าแรงเพิ่ม เซฟจริง
- ขับเร็วช้า ช่วงล่าง คนจูนโคตรเก่งอ่ะ
- ฝาปิดท้ายปิดปิดเบากว่าใครดีกว่าร็อคโค่
- จานเบรค หน้าใหญ่ 338 กว้าง 28
- จานเบรคหลัง ใหญ่ 334 กว้าง 20
ฯลฯ
- จะทดสอบรถ ก็ต้องตรวจดูชิ้นอะไหล่ที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก่อน ครับ
- มาขับจริงจะใช้จินตนาการคิดเองไม่ได้ เนอะๆ😉
- Part ชิ้นไหนมาใหม่ เราเจอ ก็คือตอบโจทย์ชัดๆ
จุดเด่นยังมีอีกเพียบ … (จริงๆนะครับ)💪

ทราโว่ โอเวอแลนด์ ตัวทดลองขับมาแล้วครับที่โตโยต้าเชียงรายทักมาจองคิวทดลองขับได้เลย🥳  #ทราโว่    #โตโยต้าเชียงราย
15/11/2025

ทราโว่ โอเวอแลนด์ ตัวทดลองขับมาแล้วครับที่โตโยต้าเชียงรายทักมาจองคิวทดลองขับได้เลย🥳 #ทราโว่ #โตโยต้าเชียงราย

ทราโว่ โอเวอร์แลนด์ ราคาเริ่มต้น 1,102,000บาท
13/11/2025

ทราโว่ โอเวอร์แลนด์ ราคาเริ่มต้น 1,102,000บาท

Neverland มาถึงโตโยต้าเชียงรายแล้วติดต่อมาดูตัวจริงกันได้ครับ สีดำตัวจริงงามขนาด😵
12/11/2025

Neverland มาถึงโตโยต้าเชียงรายแล้วติดต่อมาดูตัวจริงกันได้ครับ สีดำตัวจริงงามขนาด😵

เปิดรับจองแล้วครับทักแชตได้เลย! เดี๋ยวส่งราคาทุกตัวให้ครับสี่ประตูตัวยกสูงATราคาเริ่มต้น 949,000 บาท!ตัวท๊อป overland AT...
10/11/2025

เปิดรับจองแล้วครับทักแชตได้เลย! เดี๋ยวส่งราคาทุกตัวให้ครับ
สี่ประตูตัวยกสูงATราคาเริ่มต้น 949,000 บาท!
ตัวท๊อป overland AT 1,102,000 บาท !

เปิดตัวครั้งแรกในโลก ! NEW Toyota Hilux "TRAVO" OVERLAND Plus 4TREK ปรับใหญ่ทั้งภายนอก - ภายใน และงานวิศวกรรม

ไฮไลท์ความเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์และงานวิศวกรรมของ Toyota Hilux TRAVO มีดังนี้

ดีไซน์ภายนอก / Exterior

- ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Cyber Sumo
- ด้านท้ายดีไซน์ใหม่ พร้อมบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย
- ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว
- บันไดข้างดีไซน์ใหม่ พื้นลายรังผึ้ง Hexagonal Grip
- สีตัวถังใหม่ สีน้ำตาล / ส้ม Sulfer Me และสีเทา Ash Grey

ดีไซน์ภายใน / Interior

- ภายในห้องโดยสารดีไซน์ใหม่แบบ Robust Simplicity
- ตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์ Softex
- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว
- หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 12.3 นิ้ว
- พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบ Land Cruiser
- คันเกียร์ดีไซน์ใหม่แบบ Land Crusier
- เบาะนั่งโดยสารดีไซน์ใหม่ ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์

ขุมพลังขับเคลื่อนและงานวิศวกรรม / Powertrain

- เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร Turbo ปรับปรุงใหม่ ประหยัดขึ้น 7.5%
- แกนพวงมาลัยใหม่ ขนาดใหญ่ขึ้น
- ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering) เฉพาะรุ่น Overland, Overland Plus และ Travo-e
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold
- ระบบจานเบรก พร้อมครีบระบายความร้อน (Ventilated Disc) ด้านหลัง ตั้งแต่รุ่น Premium ขึ้นไป
- ระบบปรับโหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ Multi-Terrain Select (MTS) 6 รูปแบบ
- โครงสร้างแชสซีส์ IMV ปรับปรุงใหม่
- พื้นตัวถังใหม่ เพิ่มจุดเชื่อมเสริมความแข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว และเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่
- ยางรองแท่นเครื่องแบบไฮดรอลิก และยางรองตัวถังแบบ Shear Type ลดแรงสั่นสะเทือน
- ระบบช่วงล่างปรับปรุงใหม่แบบ Dynamic Clound เน้นความนุ่มหนึบ เกาะถนน เฉพาะตัวถัง Smart Cab และ Double Cab

ระบบความปลอดภัย / Safety

- ระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ขยายติดตั้งใน "ทุกรุ่นย่อย" ได้แก่
- ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา BSM
- ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA
- กล้องมองภาพด้านหลัง
- เซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง

ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ปรับปรุงใหม่ เฉพาะรุ่น Overland Plus และ Travo-e

- ปรับปรุงระบบ PCS เพิ่มการตรวจจับจักรยาน มอเตอร์ไซต์ และคน เพิ่มตรวจจับบนทางแยก พร้อมระบบควบคุมพวงมาลัยฉุกเฉิน
- ปรับปรุงระบบ DRCC-All Speed เพิ่มการตรวจจับรถ 2 คันหน้า และระบบช่วยลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง
- เพิ่มระบบ LTA ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน และเบี่ยงหลบวัตถุใกล้เคียงในเลนหรือข้างทาง
- เพิ่มระบบ AHB ตรวจจับรถคันหน้าหรือรถวิ่งสวน และเปิด - ปิดไฟสูงให้อัตโนมัติ

#โตโยต้า #โตโยต้าเชียงราย #ทราโว่ #ไฮลักซ์ทราโว่

ที่อยู่

ซุปเปอร์ไฮเวย์
Chiengrai
57000

เบอร์โทรศัพท์

+66623151413

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โอเค โตโยต้าเชียงรายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง โอเค โตโยต้าเชียงราย:

แชร์