Wizz automotive parts

Wizz automotive parts จำหน่ายผ้าเบรค เกิร์ลลิ่ง (Girling) TRW, แบต? จำหน่าย ผ้าเบรค เกิร์ลลิ่ง , TRW ,แบตเตอรี่รถยนต์ , อะไหล่รถยนต์ ฯลฯ

25/01/2021

-- แฉ ... ! จนหมดเปลือก --

สำหรับเรื่องค่าบำรุงรักษา ( เชิงป้องกัน )
ในส่วนน้ำมันหล่อลื่น – น้ำมันไฮดรอลิค
ของรถยนต์ยี่ห้อ Porsche รุ่นยอดนิยม
Panamera / Cayenne / Boxster / Cayman

คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงน้ำมันหล่อลื่น
ก็คงจะคิดว่าค่าบำรุงรักษาในการการเปลี่ยน-ถ่าย
น้ำมันเครื่อง / เกียร์ / เฟืองท้าย / เบรก
ก็คงจะสูงตามราคาและสมรรถนะของรถเป็นแน่แท้

อันนี้ก็เป็นความจริงตามที่ท่านคิดอยู่นะ
เพราะรถพวกนี้ต้องการน้ำมันที่มีคุณภาพ
ที่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ( เน้นมากในยุโรป )
รวมถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมกับประเภทเกียร์
และเครื่องยนต์ที่ติดตั้งในรุ่นต่าง ๆ

แต่ในความเป็นจริงมันก็คือรถยนต์คันหนึ่ง
ที่เอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวันบนถนนนั่นเอง

หากต้องเติมน้ำมันเบนซิน 95 ก็ซื้อเติมได้ในปั๊มทั่วไป
ซึ่งจ่ายค่าน้ำมันต่อลิตรเท่ากับ “ มอเตอร์ไซค์ “
ที่ใช้น้ำมันประเภทเดียวกันคือ “ เบนซิน 95 “
และหากเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ก็เติมในราคาเดียวกับ
รถกระบะส่งของหรือรถบรรทุกหนักทั่ว ๆ ไป
.........................................

ในส่วนของน้ำมันเครื่องก็เน้นที่เป็น “ เกรดสังเคราะห์แท้ “
จะกำหนดค่าความหนืดเป็น 5W-30 / 5W-40
หรือ 5W-50 ก็แล้วแต่ความเหมาะสมของสภาพการใช้งาน
หรืออ้างอิงตามคำแนะนำในคู่มือใช้รถ

ซึ่งน้ำมันที่มีค่าความหนืดต่าง ๆ เหล่านี้
ก็มีขายกันทั่วไปตามร้านอะไหล่ต่าง ๆ อย่างดาษดื่น
ขอแต่เพียงให้เลือกซื้อตามข้อกำหนด
หรือมาตรฐานที่ Porsche ระบุไว้ให้ชัดเจน
ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับการใช้งานแต่อย่างใด

สำหรับการเปลี่ยน – ถ่ายน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้
ของ Porsche รุ่นพิมพ์นิยม ( โปรโมชั่นเงินสด )

1. Boxster / Cayman ราคา 4,000.- บาท
พร้อมถวาย
- การฟลัชชิ่งเครื่องยนต์
- กรองน้ำมันเครื่อง
- กรองอากาศ *
* เฉพาะรุ่นที่ใช้กรองอากาศ 1 ลูก
และไม่ต้องรื้อกันชนใด ๆ ทั้งสิ้น

2. Panamera ราคา 5,000.- บาท
พร้อมถวาย
- การฟลัชชิ่งเครื่องยนต์
- กรองน้ำมันเครื่อง
- กรองอากาศ ( ยาวมาก ๆ )

3. Cayenne ราคา 5,000.- บาท
พร้อมถวาย
- การฟลัชชิ่งเครื่องยนต์
- กรองน้ำมันเครื่อง
- กรองอากาศ

ผมว่าราคาที่ผมแจ้งให้ทราบตามโปรโมชั่นนี้
ก็คงพอ ๆ กับรถยนต์ญี่ปุ่นหลาย ๆ รุ่นในบ้านเรา
................................................

และเรื่องที่ทุกคนมีความกังวลใจมากที่สุดก็คือ
“ น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ “ สำหรับเกียร์ 5 / 7 / 8 สปีด
ซึ่งกล่าวขานต่อ ๆ กันมาว่าต้องใช้ของศูนย์เท่านั้น
หากใช้ผิดจากนี้จะมีความเสียหายเกิดขึ้นกับเกียร์
แม้วันนี้จะไม่เป็นไร แต่ก็จะส่งผลเสียในระยะยาว !

เออ ... อันนี้น่าคิดนะ
เพราะเกียร์มันไม่สามารถสังเคราะห์แสง
เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วยตนเองได้
เหมือนอย่างกับต้นไม้หรือพืชผักสีเขียว

สำหรับคำกล่าวว่า “ จะส่งผลเสียในระยะยาว “
ก็ย่อมเป็นความจริง เพราะว่าของทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมา
ด้วยการกำหนดอายุไขใช้งาน ( เพื่อผลการพาณิชย์ )
“ แม้จะใช้น้ำมันเกียร์ของศูนย์ ฯ “
ก็ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น
หรือท่านว่าไม่จริง !

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งที่ผมจะขอฝากไว้ให้ช่วยตรองดู

1. ศูนย์ใช้น้ำมันเกียร์ของอะไรเปลี่ยนให้ท่าน
ถ้าบอกว่าของแท้ .. แท้คือน้ำมันที่ใส่บรรจุภัณฑ์
ตรา “ Porsche “ ถูกต้องหรือไม่
หรือใช้ตราอื่น ๆ ที่มีขายตามท้องตลาด
อาทิ Mobil1 / ZF

2. ศูนย์เปลี่ยนแค่เพียงบางส่วนหรือเปลี่ยนหมดไส้หมดพุง
และหรือเปลี่ยนเพียงแค่ก้นอ่างสำรอง

3. ท่านเคยได้เห็นวิธีการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ที่ศูนย์
ในขณะที่น้ำมันถูกรินหรือดูดจากภาชนะบรรจุภัณฑ์
เพื่อลำเลียงเข้าสู่อ่างเกียร์หรือไม่ประการใด ?

เอาเบื้องต้นเพียงแค่ 3 ข้อง่าย ๆ เบา ๆ ให้เข้าใจกัน
ก็น่าจะเพียงพอก่อนนะ
.........................................

วกกลับเข้ามาเรื่องที่ผมกล่าวว่า
“ ค่าบำรุงรักษาถูกพอ ๆ กับรถญี่ปุ่น “
อันนี้เป็นเรื่องจริงที่ไม่เคยปิดบัง

ด้วยเหตุแห่งอารัมภบทเบื้องต้น
ผมได้เกริ่นถึงเรื่องน้ำมัน “ เชื้อเพลิง “
ปั๊มจะคิดราคาตามประเภทเครื่องยนต์
( แยกย่อยค่อยว่ากันไป )

สำหรับน้ำมันเกียร์ก็คิดตามประเภทของเกียร์
และแยกย่อยตามจำนวนเกียร์ ( สปีดเกียร์ )
สำหรับ Porsche ที่เป็นเกียร์ ATF 5 Speed
อย่างเช่น

Cayman 987 ฟอกเกียร์ 3,500.- บาท
เท่ากันกับรถเก๋ง-กระบะญี่ปุ่นเกียร์ 6-5-4 สปีด
หากชำระด้วย “ เงินสด “ ( ธนบัตร )
ก็ยังมีโปรโมชั่นส่วนลดให้อีก 500.- บาท

และน้ำมันเกียร์ที่มอบให้รับใช้ในราคานี้
ก็คือ Delphi ATF Fully Synthetic
ซึ่งเป็นน้ำมันเกียร์เกรดสังเคราะห์แท้
ดูแลเกียร์ตั้งแต่ 6 สปีดลงไป
สามารถใช้ในเกียร์ ZF-5HP
ที่ติดมากับ Cayman 987 เป็นอย่างดียิ่ง

อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ดีและเหมาะสม
สำหรับการใช้งานในสภาพแถบร้อนชื้น
กอปรกับมีฝนตกและน้ำท่วมขังอย่างบ้านเรา

แต่หากท่านต้องการน้ำมันเกียร์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ
หรือต้องการสมรรถนะที่สูงกว่านี้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ผมก็มีไว้บริการให้ท่านอย่างครบครัน !

และในส่วนของเกียร์ที่เป็น PDK 7Speed
หรือ ATF 8 Speed ก็คิดราคา 5,500.- บาท
เท่ากันกับ Mitsubishi Pajero Sport 8 Speed
พร้อมส่วนลด 500.- บาทสำหรับการชำระด้วย
“ เงินสด “ ( ธนบัตร ) เหมือนกันทุกประการ
.............................

และน้ำมันที่ผมให้ความสำคัญที่สุดที่อยู่ในรถยนต์
คือน้ำมัน “เบรก “ ( ห้ามล้อ )
ทำไมถึงให้ความสำคัญนั่นหรือ ... ?
เอาแบบนี้นะ ..

ท่านใช้น้ำมันเครื่องดี ๆ เพื่อต้องการปกป้องเครื่องยนต์
ท่านใช้น้ำมันเกียร์ดี ๆ เพื่อปกป้องรักษาเกียร์
แต่ ... ท่านลืมหาน้ำมันเบรกดี ๆ
เพื่อปกป้องรถยนต์ทั้งคันและรวมถึง
“ ค่าความสามารถ / ชีวิตของท่าน “

ดังนี้ ..
ที่นี่ผมใช้น้ำมันเบรก DOT-5.1 ให้กับรถยนต์
ทุกคันที่เข้ามาใช้บริการในราคาเพียง 900.- บาท
ไม่ว่าจะเป็นรถญี่ปุ่น / อเมริกา / จีน / ยุโรป ฯลฯ

ต่างแต่ในรถยนต์ Hybrid ที่มีปั๊มคลัตช์ภายนอก
อาทิ Porsche Panamera / Cayenne
ผมก็จัดถวายการเปลี่ยน – ถ่ายน้ำมันคลัตช์ไฮบริด
ให้โดยไม่คิดเงินแต่ประการใด

ท่าน ๆ รู้ไหมว่าการเปลี่ยนน้ำมันคลัตช์ไฮบริด
สำหรับสองรุ่นนี้ “ ในศูนย์คิดราคาเท่าไร ? “
ท่านไหนตอบได้ผมเปลี่ยนให้ฟรี ... !
( ขอเอกสารหลักฐานปลากรอบโด้ยนะ )
555+

ท้ายสุด
คือน้ำมันเฟืองท้ายสังเคราะห์แท้
ราคาลิตร 900.- บาทเท่ากับรถขับหลังญี่ปุ่น
ใช้เท่าไรก็คิดราคาตามจำนวนที่ใช้จริง !

หากยึดเอาน้ำมันเบรกเป็นเกณฑ์แล้ว
การเปลี่ยนน้ำมันเบรกพร้อมน้ำมันคลัตช์ไฮบริด
ดูเหมือนว่า Porsche จะได้เปรียบ Vios
เพราะจ่ายแค่ 900.- บาทเท่ากัน !

ดังนั้นจะบอกว่าการบำรุงรักษาเรื่องน้ำมันเบรก
Porsche ถูกกว่ารถญี่ปุ่นก็ได้นะ

ขอรับกระผม ...

……………………………………………..
เซ็นเตอร์ วีล ออโตโมทีฟ
โทร. 0 8 – 2 4 4 2 – 5 3 3 5
-- รุ่ง ม.สยาม --
เบอร์เดียวรู้เรื่อง !

#ฟอกเกียร์

30/06/2020
08/05/2020

" ฟอกเกียร์ " พร้อม 13 ขั้นตอนการทำงาน !....................................................................................

“ ฟอกเกียร์ " ไม่ปรากฏในพจนานุกรมฉบับใดทั้งนั้น
เป็นคำที่ผมบัญญัติขึ้นมาเอง

ฟอกเกียร์ มีลักษณะเป็น “ คำนาม “
ใช้เรียกขานการทำงานประเภทหนึ่งของผม
ส่วน “ กิริยา “ ของการทำงานนั้น
คือ.-

การทำความสะอาดภายในระบบเกียร์อัตโนมัติ
โดยใช้น้ำมันเกียร์เก่าล้างทำความสะอาด
คราบสกปรกที่ติดหรือตกค้างอยู่ในภายในทั้งหมด
และปล่อยน้ำมันเกียร์เก่าที่ใช้แล้วทิ้งไป
( แบบหมดไส้หมดพุง )

หลังจากนั้นจึงเติมน้ำมันเกียร์ใหม่เข้าไปแทนที่
แบบเต็มระบบหรือ 100 เปอร์เซ็นต์

ซึ่งต่างจากการเปลี่ยน – ถ่ายน้ำมันเกียร์ทั่วไป
ที่เปลี่ยนได้เพียงแค่น้ำมันในอ่างสำรอง ( ก้นอ่าง )
หรือจะเรียกได้ว่าเพียง
“ แค่บางส่วน “ เท่านั้น !
..................................................................

การฟอกเกียร์ คืออะไร
ฟอกเกียร์ กับ ฟลัชชิ่งเกียร์
เหมือนกันไหม ?
แล้วอย่างไหนดีกว่ากัน ...

ทั้งหมดที่สงสัย
มีคำตอบอยู่ในข้อเขียนนี้
โปรดอ่านและใช้วิจารณญาณ
ในการพิจารณาวินิจฉัยตามสมควรเถิด

ที่สำคัญเพื่อน ๆ นักขายในวงการ
และน้อง ๆ ช่างที่ชอบพอรักใคร่ในการอ่าน
โปรดใช้ประโยชน์จากข้อเขียนนี้
ได้เต็มที่เลยนะ .... ตะเอง !
...........................

ป.ล.

หากไม่รู้ว่าจะไปฟอกที่ไหนดี
เรียนเชิญที่ร้านผมได้ทุกวันทำการ
จันทร์ - เสาร์ ( 08.00 - 18.00 น. )
ผมมี 8 ช่องบริการพร้อมทีมงาน 12 ชีวิต
ไว้คอยรับใช้อย่างใกล้ชิด

รับงานแบบ FIFO
มาถึงก่อนลุยก่อนเด้อจร้า ... !
อิอิ
...............................................................

ขออนุญาตสรุปและเผย 13 ขั้นตอน
ที่ท่านเจ้าของรถและผู้อ่านควรรู้ไว้ !
ก่อนการเข้ามาใช้บริการฟอก - เปลี่ยนน้ำมันเกียร์
แบบเต็มระบบหรือแบบหมดไส้หมดพุง
ที่สำนักของข้าน้อย ฯ อิอิ

ท่านสังเกตได้เลยว่า
เมื่อนายช่างรับมอบรถจากลูกค้าแล้ว
จะต้องดำเนินการตามระบบที่ผมได้วางไว้
ตามลำดับ 13 ขั้นตอน
ดังต่อไปนี้ .-
…………………………………………………

1. ตรวจสอบระบบเกียร์

- คือการตรวจสอบสภาพความพร้อม
ของเกียร์โดยรวม อาทิ
คันเกียร์แน่น / หลวม
หนัก / เบา ฝืด / คล่อง ฯลฯ
ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ติดครบทุกดวง
และตรงตามตำแหน่งเกียร์หรือไม่

เหยียบเบรกให้แน่นแล้วเลื่อนคันเกียร์
ไปที่ R / D มีแรงผลัก / ฉุด / กระตุก ไหม ?
และเมื่อเลื่อนคันเกียร์ไปที่ R หรือ D
แล้วปล่อยเบรกรถเคลื่อนตัวทันที
หรือว่ามีหน่วง / รั้ง หรือไม่ ?
สิ่งเหล่านี้พึงปฏิบัติทุกครั้ง

เพื่อประเมินและวางแผนในการทำงานเบื้องต้น
เนื่องจากเรามีโอกาสขับรถลูกค้าเพียงแค่
ระยะทาง 300 เมตร
สิริรวมไปกลับ 600 เมตรเท่านั้น

แต่หากมีอาการอื่น ๆ ที่เคยเกิดขึ้นก่อนมา
และการทดสอบขับนี้ไม่สามารถตรวจจับได้
ก็ไม่ต้องไปซีเรียสอะไร ?
เอาที่เราจับต้องได้เป็นเกณฑ์

หากทดสอบขับแล้วพบอาการที่พอจะประเมินได้ว่า
การฟอกเกียร์ไม่สามารถจะบรรเทาเบาบาง
หรือดูแลฟื้นฟูให้คืนสภาพที่ดีกว่าเก่าได้
ให้ “ ปฏิเสธ “ การรับงานทันที

เว้นแต่ลูกค้าเข้าใจในสภาพเกียร์ของตน
และอยากให้ฟอกเกียร์เพื่อดูปฏิกิริยาเบื้องต้น
ก่อนจะเข้าสู่ขบวนการซ่อมบำรุงในขั้นต่อไป...............................................................

2. ขับรถทดสอบ ( มีสนามทดสอบส่วนตัว อิอิ )

- ทำไมต้องขับรถเพื่อทดสอบ
จริง ๆ แล้วเพื่อให้รับรู้ปฏิกิริยาตอบสนองของระบบเกียร์
เมื่อมีโหลดจริงจากการออกตัวเบื้องต้น ท่ามกลาง
และในที่สุด ( แรงปลาย )

แม้จะไม่สามารถวิ่งให้ครบได้ทุกเกียร์
แต่ก็จะพอประเมินปฏิกิริยาเบื้องต้นได้ว่า
ออกตัวเนียน / เปลี่ยนเกียร์ลื่นประมาณไหน
ลากเกียร์หรือเปล่า ( รอบเครื่องยนต์สูงแต่รถวิ่งช้า )

และสุดท้ายเมื่อแตะเบรกเพื่อลดความเร็ว
ก่อนที่รถจะหยุดมีสะดุด / ลั่น ซ้ำหรือไม่
อะไรทำนองนี้ ....
เป็นต้น.............................................................

3. ตรวจวัดระดับน้ำมันเกียร์

- เรื่องนี้สำคัญไม่น้อย เพราะหลาย ๆ ครั้ง
เกียร์มีอาการกระตุกมาเนื่องจากน้ำมันเกียร์พร่อง
เมื่อเติมให้ครบบริบูรณ์อาการที่ว่าก็หายขาด
กลับบ้านได้ “ ไม่ต้องจ่ายเงิน “ 555 +

และหรือบางทีไม่มีอาการอะไร ( พร่องในความพอดี )
แต่ .... ไม่สามารถเดินเครื่องฟอกได้เต็มระบบ
ก็ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบ
ให้เข้าใจตรงกันก่อน
และ “ ต้องซื้อ “ ( เพราะมันขาดมาแต่ต้น )
น้ำมันเกียร์เพื่อเติมเพิ่มให้เรียบร้อย

* ต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ
เพราะมันไม่ใช่การจ่ายค่าส่วนต่างใด ๆ ทั้งสิ้น....................................................................

4. ตรวจสอบปั๊มเกียร์

- อ้าว .... แร่วกั๋น !
ไม่ได้เป็นช่างซ่อม
แต่บังอาจตรวจสอบปั๊มเกียร์
แหม ... มันก็ไม่ขนาดนั้น
แค่ตรวจสอบเบื้องต้นว่าปั๊มเกียร์ทำงานดีอยู่ไหม

เพราะเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์
ข้อเหวี่ยงหมุน ปั๊มเกียร์ก็ต้องหมุนตาม
แรงดูดก็จะเกิดขึ้นทันที
เราจะมองเห็นน้ำมันเกียร์พุ่งมาจากท่อออก
และวนกลับไปท่อเข้าทันที ( ใช้สายเช็คน้ำมันเกียร์ )

แต่เมื่อไรที่เห็นว่าสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว
ต้องรอให้น้ำมันเกียร์ไหลออกมา หรือไหลเอื่อย ๆ
เผื่อใจไว้ด้วยนะครับท่านพี่ 555 +

โดยปกติแล้วเราจะฟอกเกียร์ในรอบเดินเบา
หากปั๊มเกียร์ด้อยกำลังลง นั่นหมายถึงว่า
การเสื่อมสภาพเริ่มมาเยือน
แต่เรายังฟอกเกียร์ได้ตามปกตินะ

เพียงแค่ ...
ต้องเพิ่มรอบเครื่องยนต์ช่วย
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหนึ่ง
ที่ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง.............................................................

5. เช็คแรงดันน้ำมันเกียร์

- เรื่องนี้มันจะสอดคล้องและสัมพันธ์กับเรื่องปั๊มเกียร์
และรวมหมายถึงช่องทางการไหลวนของน้ำมันเกียร์
ว่ามีอัดอั้นหรือไหลเวียนไม่สะดวก ( เป็นเรื่องประกอบ )
เพราะในส่วนนี้จะมีเรื่องสภาพความเป็นไฮดรอลิค
ของน้ำมันเกียร์เข้ามามีส่วนร่วมด้วย...................................................................

6. ตรวจสอบน้ำในระบบเกียร์

- น้ำมันเกียร์ที่มีความเป็นไฮดรอลิคต่ำนั้น
ส่วนมากจะเกิดจากการควบแน่น ( Condense )
เนื่องจากบ้านเราอยู่แถบร้อนชื้นและมีฝนตก

เรื่องนี้ผมให้ความสำคัญมาก ๆ
เพราะเป็นตัวหลัก ( หัวโจก )
ที่ทำปฏิกิริยากับสารเติมแต่งอื่น ๆ

โดยเฉพาะสารรับแรงขบ / แรงเฉือน
ทำให้เกิดกดแร่อ่อน ๆ ( กรดกำมะถัน )
กัดกร่อนวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก
เป็นอาหารว่างระหว่างรอเขมือบเกียร์ทั้งลูก

ออยล์เกียร์ที่ว่ารั่วจากน้ำหล่อเย็นหมดสภาพ
จนก่อให้เกิดสนิมแล้วกัดออยล์รั่วนั้น
( แอ่ ... สนิมไม่ขึ้นอลูมิเนียม )
เหมือนจะเป็นผู้ร้ายในสายตาคนที่ใช้รถ
และถูกกล่าวหาว่าเป็นมาตรกรเสมอมา

น้ำมันเกียร์ที่เสื่อมสภาพที่มีกรดกำมะถันนี้ต่างหาก
ที่เป็นผู้ “ ฆาตรกรรม “ ออยล์เกียร์จร้า ...
หาใช่น้ำยาหล่อเย็นไม่ !
ไตร่ตรองให้ดีสิคะคุณพี่ ........... ( เสียงยาว )....................................................................

7. ตรวจสอบอุณหภูมิน้ำมันเกียร์

- เพราะเมื่อมีน้ำในระบบ ( มีฟองไหลเป็นทาง )
ย่อมแสดงถึงการเสื่อมสภาพของน้ำมันเกียร์
และในน้ำมันเกียร์เอง ก็จะมีสารเติมแต่งที่เรียกว่า
“ สารลดความร้อน “ ผสมอยู่ด้วย

สารเติมแต่งที่อยู่ในน้ำมันเกียร์ทั้งหลายเหล่านั้น
มีอายุการใช้งานได้ดีที่สุดเพียงแค่ 50 เปอร์เซ็นต์
ของน้ำมันพื้นฐาน / น้ำมันตั้งต้น ( Base Oil )

ในเรื่องของอุณหภูมิทำการน้ำมันเกียร์นั้น
มันต้องการที่ 65 องศาเซลเซียส
ตรงนี้ถือว่าดีที่สุด ( รถจะแล่นสบายมาก ๆ )
อุณหภูมิสามารถบวก / ลบได้ 20 องศา
ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียดจร้า ......................................................................

8. ตรวจสอบสิ่งสกปรกในระบบเกียร์

- ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นหัวใจของการ “ ฟอกเกียร์ “
เพราะการฟอกเกียร์ในการทำงานของผมนั้น
ต้องใช้กรองที่มีความละเอียด 1 – 5 ไมครอน
ประมาณกรองเครื่องน้ำดื่มในครัวเรือน

((( เปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง / ทุกคันที่ทำการฟอก )))

เพื่อคัดแยกและกักเก็บสิ่งสกปรกที่ติดมากับน้ำมัน
ไม่ให้ไหลวนเข้าไปภายในระบบเกียร์อีก

ขั้นตอนนี้ ลูกค้าจะสมารถมองเห็นสิ่งสกปรก
ที่อยู่ภายในระบบและติดออกมากับน้ำมันเกียร์
ได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

คือตรงกระบอกที่เป็นเสื้อของกรองเครื่องฟอก
จะสามารถมองเห็นสิ่งสกปรกต่าง ๆ ด้วยตาเปล่า

และหากเอาไปฉายส่องดู
ยังสามารถมองเห็นไส้กรองได้ชัดเจน
หรือเลือนราง ( แต่เห็นชัดเจนอยู่ )
แบบนี้ก็ถือว่าไม่ค่อยหนักหหนาเท่าไร ?

แต่ ...
ถ้าขุ่น / ข้น แบบโอวัลติน
มองไม่เห็นไส้กรองเลยนั้น

ต้องกราบขอราธนานิมนต์ให้เปิดอ่าง
ล้างทำความสะอาดแม่เหล็ก
พร้อมเปลี่ยนกรองเกียร์โดยพลัน
มัน “ สำคัญ “ ตรงนี้นี่เองจร้า !..................................................................

9. ดำเนินการฟอกเกียร์ให้เสร็จสิ้น

- ในขบวนการนี้ จะเริ่มต้นด้วยเกียร์ R
ต่อด้วยเกียร์ D และไล่ลงไปให้สุด
และวนกลับมาค้างไว้ที่เกียร์ D
แช่ไว้ใน 30 นาที ( ในรอบเดินเบา )

อ่อ ...
น้ำมันเกียร์ไหลเวียนผ่านทุกเฟืองเกียร์
ทุกห้องคลัตช์เป็นอนุกรมอยู่แล้ว
อย่าได้กังวลใจในสิ่งที่คิดอยู่
( รู้นะว่าคิดอะไร ? )
555 +
…………………………………………………..

10. เปลี่ยน – ถ่ายน้ำมันเกียร์แบบเต็มระบบ

- ในขั้นตอนนี้จะเรียกว่า
“ ฟลัชชิ่งเกียร์ “ ก็ไม่ผิดนะ
สำหรับคำถามที่ว่า
“ ฟอกกับฟลัช “ อันเดียวกันไหม ?
คงมีคำตอบให้วิญญูชน
ที่มีวิจารณญาณอันดียิ่งแล้ว

ขั้นตอนนี้จะเป็นจุดสุดท้ายของการฟอกเกียร์
และก็ยัง ( อาจ ) เป็นจุดเริ่มต้น
ของการเปิดอ่างเกียร์

ในข้อเขียนนี้จะไม่กล่าวถึงวิธีการเปิดอ่าง
เพราะได้เขียนให้อ่านกันแล้วที่หน้าเพจจร้า ... !

โปรดใช้วินิจฉัยนี้ ...
ในขั้นตอนที่ 8. หากน้ำมันเกียร์สะอาดดี
ให้ปฏิบัติดังนี้ ...

- ปรับโหมดการทำงานของเครื่องฟอก
จากอนุกรม ( วนกลับไปในระบบ ) ให้เป็นแบบขนาน
ปล่อยน้ำมันเกียร์ที่ฟอกเรียบร้อยแล้วลงในถังเกรอะ

- เมื่อปล่อยน้ำมันเกียร์ออกเกือบหมด ( จะเริ่มมีฟอง )
ให้ปิดวาล์วไหลออก ( ถังเกรอะ )
แต่ให้วนไหลไปที่ก้นอ่างน้ำมันเกียร์
พร้อมกับดับเครื่องยนต์
( เพื่อให้ปั๊มเกียร์หยุดทำงาน )

- ปรับระดับฮ้อยต์ยกรถให้สูงขึ้น
เพื่อเปิดน้อตก้นอ่าง
และถอดปลั๊กเดือยล้น ( ถ้ามี )
ให้น้ำมันที่ค้างอยู่ไหลออกให้หมด
( เท่าที่มันจะไหลได้ )

ประกอบปลั๊กเดือยล้นขึ้นและปิดน็อตก้นอ่าง
ถ้าเป็นเกียร์แบบก้านมีก้านวัดระดับ
ให้เปลี่ยนแหวนรองน็อต ณ ตอนนี้ได้เลย
ถ้าไม่ ... อย่าเพิ่งเปลี่ยนแหวนรอง
( เพราะใช้ได้ครั้งเดียวต้องเปลี่ยนทั้ง )

- ปล่อยฮ้อยต์ลงมาให้อยู่ในระดับปฏิบัติงานปกติ
เติมน้ำมันเกียร์ใหม่ลงไปในก้นอ่าง
ให้อยู่ในระดับสำรองจริงของรถรุ่นนั้น ๆ
...............................................................

** น้ำมันที่เติมลงไปจะถูกบรรจุในถังหรือแกลลอน
ที่แยกยี่ห้อน้ำมัน แยกประเภทน้ำมัน แยกสีน้ำมัน
ไม่ได้ใช้ช่องหรือถังเดียวกันแบบ All In One นะจ๊ะ !
คริ ๆ ....

- หลังจากน้ำมันใหม่ถูกเติมลงไปในอ่างพร้อมแล้ว
ให้สตาร์เครื่องยนต์ ( ไม่ต้องไล่เกียร์ )
เพื่อให้น้ำมันเกียร์ไหลออกลงสู่ถังเกรอะ
ในขณะเดียวกันปั๊มเกียร์ก็จะดูด
น้ำมันใหม่ที่อยู่อ่าง ( สำรองน้ำมัน ) เกียร์
ตามหลังขึ้นไปทันที

- เมื่อช่องมองน้ำมันเกียร์ใหม่เริ่มใส
แสดงว่าน้ำมันเกียร์เก่าไหลออกหมดแล้ว
ให้ปรับเครื่องฟอกกลับสู่ “ โหมดอนุกรม “
ลำเลียงน้ำมันใหม่ใส่เข้าไปที่อ่างสำรอง
ให้หมดถัง / แกลลอน ที่บรรจุไว้
( เหลือไว้สักหยดสองหยดก็ได้นะ ).................................................................

11. ตรวสอบน้ำมันเกียร์ในระบบ

- เมื่อเติมน้ำมันเกียร์เกียร์ใหม่เข้าสู่ระบบ
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็ต้องตรวจวัดเบื้องต้น
ให้อยู่ในระดับที่เกินพอดี ( 1 ลิตร + / - )
ไม่เสียหายหรือขาดทุนหรอก
ไม่ต้องกลัวจร้า ............................................................

12. วิ่งทดสอบเหมือนเดิมกับตอนที่รับรถ ( ข้อ 2. )

- วิ่งเพื่อสร้างโหลดจริงและใช้แรงดันสูงของปั๊มเกียร์
ให้มั่นใจได้ว่าว่าน้ำมันเกียร์ได้ชอนไชเข้าไป
ในระบบครบถ้วนสมบูรณ์จริง ๆ

และให้กล่องควบคุมรถยนต์ได้ทราบถึงการทำงาน
ของระบบต่าง ๆ อย่างครบถ้วน
จะได้ปิดไฟกลับบ้าน
ไม่ต้องทิ้งไว้ให้คาที่หน้าปัทม์
555 +..................................................

13. ตรวจวัดและปรับระดับน้ำมันเกียร์

- ณ จุดนี้ถือเป็นจุดสุดท้ายของการทำงาน
นอกเหนือจากการตรวจวัดและปรับระดับน้ำมันแล้ว
แจะเป็นการตรวจสอบการทำงานในจุดต่าง ๆ
ที่ได้กระทำมาแล้วทั้งหมด

ซึ่งจะใช้สะพานยกรถ ( ลิฟท์ )
ให้ล้อรถทั้ง 4 แตะพื้นอยู่ในระนาบเดียวกัน
เพื่อความสมจริงของระดับน้ำมันเกียร์
ในอ่างสำรองของรถคันนั้น ๆ

ตรวจสอบอุณภูมิน้ำมันเกียร์
ให้อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 45 องศา
( ต่ำกว่าห้ามปรับระดับเด็ดขาด )
และต้องติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ในรอบเดินเบา

ปล่อย / ดูดส่วนที่เกินระดับสำรองให้พอดี
หากน้ำมันเกียร์น้อยกว่าระดับสำรองที่เหมาะสม
ให้เติมเพิ่มแล้วค่อยปล่อย / ดูดออกอีกครั้ง
*** หากเป็นแบบปล่อยล้น
ให้เปลี่ยนแหวนรองน็อตในขั้นตอนนี้ !

พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนสุดท้าย
ให้ลูกค้า / เจ้าของรถได้เห็นด้วยตาตนเอง
และเข้าใจการปรับระดับน้ำมันสำรองในอ่างเกียร์
หากลูกค้าไม่เข้าใจให้เรียกพี่
เดี๋ยวพี่เคลียร์เอง 555 +

และท้ายสุดคือการส่งมอบรถให้ลูกค้า
ได้ทดลองวิ่งเพื่อสอบเทียบความพึงพอใจ
หากโอเคและพึงพอใจ
จ่ายเงินกลับบ้านได้
หากไม่พึงพอใจ
“ ไม่ต้องจ่ายเงิน “

เชิญลูกค้าจอดรถทิ้งไว้
แล้วให้นั่งแท็กซี่กลับ
( ผมเป็นคนยุติธรรม )
555 +

ขั้นตอนเหล่านี้
เป็นสิ่งที่พึง / ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
เพื่อให้ได้ผลของงานที่ดีที่สุด
..............................................................

คำนิยาม :
( ของผมเอง )

“ การฟอกเกียร์ “
ก่อนการเปลี่ยน – ถ่าย
น้ำมันเกียร์อัตโนมัติแบบเต็มระบบ
ก็เหมือนกับการทำความสะอาดตู้เลี้ยงปลา
ขจัดคราบตะกรันตะกอนด้วยน้ำเก่า
( ที่อยู่ในตู้เลี้ยงปลา )

ก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำใหม่ลงไปแทนที่
ตู้เลี้ยงปลาย่อมใสและสะอาด ฉันใด
ภายในระบบเกียร์ก็ ” ฉันนั้น “

เอวํ โหตุ
ก็มีด้วยประการฉะนี้แล ฯ
-----------------------------------

หากมีข้อสงสัยประการใด
สอบถามเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาทำการ..... จันทร์ - เสาร์ ......
เวลา 08.00 -18.00 น.
- หยุด ทุกวันอาทิตย์ -

…………………………………………
เซ็นเตอร์ วีล ออโตโมทีฟ
ปากซอยเอกชัย 76/1
ถนนเอกชัย บางบอน

โทร. 0 8 – 2 4 4 2 – 5 3 3 5
-- รุ่ง ม.สยาม --
เบอร์เดียวรู้เรื่อง !

#ฟอกเกียร์

05/05/2020
21/09/2019

โปรเอาอกเอาใจ " รถใหม่ออกก่อน "

รุ่นนี้ไม่ได้เก่า แค่ ... เราออกก่อน
ก็ดูแลกันไปให้อยู่อยู่รับใช้นาน ๆ
จัดไปเลยพี่ ...

1. ฟอก - เปลี่ยนน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ
แบบเต็มระบบ DELPHI MULTI ATF
เกรดสังเคระห์แท้

2. เปิดอ่างล้างทำความสะอาดแม่เหล็ก
พร้อมเปลี่ยนกรองเกียร์ Transflush
สินค้า Aftermarket คุณภาพสูงสุด

รับประกัน 12 เดือน ( ไม่เว้นวันหยุด )
พร้อมซีลอ่างให้แนบชิดเหมือนญาติสนิท
บ้านติดกันจร้า !

3. เปลี่ยน - ถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย
แบบเต็มระบบ WOLF พร้อมแหวนรองน็อต

ในราคาสุดพิเศษเพียงแค่ 5,000.- บาท
โปรดี ๆ แบบนี้ให้พี่ถึง 30 กันยายน 2562
เท่านั้นนะ

ขอรับกระผม ......
..........................................
เซ็นเตอร์ วีล ออโตโมทีฟ
ปากซอยเอกชัย 76/1
ถนนเอกชัย บางบอน
โทร. 0 8 – 2 4 4 2 – 5 3 3 5
-- รุ่ง ม.สยาม --
เบอร์เดียวรู้เรื่อง !

#ฟอกเกียร์ #น้ำมันเกียร์ #ฟอกเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ #ฟลัช #ฟลัชชิ่ง #ฟลัชชิ่งเกียร์ #ดีท็อกซ์เกียร์ #เปลี่ยนน้ำมันเกียร์แบบเต็มระบบ

05/09/2019

ที่อยู่

336 M. 2 Maung-ngay
Chiang Dao
50170

เบอร์โทรศัพท์

0898554671

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wizz automotive partsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์