Sunshine Premium used car

Sunshine Premium used car ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Sunshine Premium used car, ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์, Bangkok.

18/12/2025

📌 #คัดมาแล้ว. ..😁

21 หุ้น จาก SET100 (PE ลดลงไปสูงสุด 46 เท่า)

ข้อมูลด้านล่างคัดหุ้นในกลุ่ม SET100 คิดคำนวณจากสิ้นปี 67 ถึง 17 ธ.ค. 68 PE ลดลงตั้งแต่ 10 เท่า ขึ้นไปมาให้ดูกันครับ

** เรียงจากการลดลงของค่า PE น้อย > มาก **

👉(1).
กำไรสุทธิปี 67 = 4,001 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 2,717 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -32% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 23 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 13 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 10 เท่า‼️
__________________________

👉(2).
กำไรสุทธิปี 67 = 3,166 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 6,292 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +98% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 14 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 4 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 10 เท่า+-‼️
__________________________

👉(3).
กำไรสุทธิปี 67 = 5,850 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 4,521 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -22% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 21 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 11 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 10 เท่า+-‼️
__________________________

👉(4).
กำไรสุทธิปี 67 = 1,445 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 2,883 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +99% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 18 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 7 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 11 เท่า+-‼️
__________________________

👉(5).
กำไรสุทธิปี 67 = 1,556 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 1,181 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -24% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 31 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 20 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 11 เท่า+-‼️
__________________________

👉(6).
กำไรสุทธิปี 67 = 712 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 605 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -15% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 30 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 18 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 12 เท่า+-‼️
__________________________

👉(7).
กำไรสุทธิปี 67 = 1,050 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 752 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -28% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 30 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 17 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 13 เท่า+-‼️
__________________________

👉(8).
กำไรสุทธิปี 67 = 1,417 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 1,024 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -27% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 27 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 14 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 13 เท่า+-‼️
__________________________

👉( 9 ).
กำไรสุทธิปี 67 = 2,377 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 1,534 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -35% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 30 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 17 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 13 เท่า+-‼️
__________________________

👉(10).
กำไรสุทธิปี 67 = 4,062 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 4,901 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +20% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 30 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 17 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 13 เท่า+-‼️
__________________________

👉(11).
กำไรสุทธิปี 67 = 520 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 427 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -18% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 31 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 16 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 15 เท่า+-‼️
__________________________

👉(12).
กำไรสุทธิปี 67 = 2,842 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 2,177 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -23% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 29 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 14 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 15 เท่า+-‼️
__________________________

👉(13).
กำไรสุทธิปี 67 = 7,750 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 6,055 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -22% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 29 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 14 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 15 เท่า+-‼️
__________________________

👉(14).
กำไรสุทธิปี 67 = 7,650 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 9,225 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +20% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 33 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 13 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 20 เท่า+-‼️
__________________________

👉(15).
กำไรสุทธิปี 67 = 674 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 504 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -25% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 40 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 18 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 22 เท่า‼️
__________________________

👉(16).
กำไรสุทธิปี 67 = 885 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 739 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -16% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 33 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 11 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 22 เท่า+-‼️
__________________________

👉(17).
กำไรสุทธิปี 67 = 6,341 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 17,766 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +180% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 35 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 13 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 22 เท่า+-‼️
__________________________

👉(18).
กำไรสุทธิปี 67 = 1,638 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 2,974 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +81% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 42 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 13 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 28 เท่า+-‼️
__________________________

👉(19).
กำไรสุทธิปี 67 = 2,602 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 1,618 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -37% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 51 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 21 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 30 เท่า+-‼️
__________________________

👉(20).
กำไรสุทธิปี 67 = 2,466 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 5,658 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น +129% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 44 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 5 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 39 เท่า+-‼️
__________________________

👉(21).
กำไรสุทธิปี 67 = 995 ลบ.
กำไรสุทธิปี 68 = 395 ลบ.
ปัจจุบันกำไรสุทธิลดลง -60% YoY (ไม่รวม Q4/68)

30 ธ.ค. 67 PE = 71 เท่า
17 ธ.ค. 68 PE = 25 เท่า
PE ลดลงจากสิ้นปี 67 = 46 เท่า+-‼️

#มีข่าวมีโอกาส
#ข่าวหุ้น

ข้อคิดดีๆ
11/11/2025

ข้อคิดดีๆ

เมื่อศิษย์พร้อม อาจารย์จะปรากฏ

ผมตั้งวงคุยกับน้องๆรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตจากธุรกิจที่ตัวเองทำ แต่ละคนก็มีปัญหาเรื่องคนต่างกันไป บางคนก็ดูแลลูกน้องดีแต่ลูกน้องไม่เห็นค่า บางคนก็โดนดึงลูกน้องเก่งๆไปให้เงินเดือนเยอะกว่า บางคนก็โดนลูกน้องเอาสูตรเอาคอนเนกชั่นไปตั้งทีมทำมาแข่งสารพัด

ก็เป็นปัญหาคลาสสิคของบริษัทที่กำลังโต

ในวงสนทนานั้น มีพี่ไกร วิมลเฉลา แห่งสยามราชธานี เป็นผู้อาวุโสรุ่นใหญ่อยู่หนึ่งคน พี่ไกรก็นั่งฟังเงียบๆจนผมเริ่มแนะนำให้น้องๆรู้จักพี่ไกร พี่ไกรมีธุรกิจที่ต้องดูแลคนจำนวนมากมาหลายสิบปี จนตอนนี้บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว

ดูแลคนจำนวนมากแค่ไหน ตอนนี้ดูแลคนรถ outsource ก็สี่พันคน คนสวนระดับพันคน ไม่รวมถึงธุรกิจดาต้าอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากจริงๆ

เดิมพี่ไกรมาเพราะอยากฟังวิธีคิดน้องๆรุ่นใหม่ เลยนั่งฟังเงียบๆ พอผมนึกได้ว่าเรื่องคนนี่ควรจะถามพี่ไกร น้องๆก็เลยรุมซัก พี่ไกรก็ค่อยๆสอนหลักการที่พี่ไกรได้มาจากประสบการณ์ทีละส่วน

ก็เลยอยากเอาหลักการพี่ไกรที่น้องๆตื่นเต้นเพราะเป็นวิธีคิดที่ได้เอาไปทบทวนการบริหารจัดการคนของตัวเองได้เป็นอย่างดีมาสรุปให้ฟังกันนะครับ

…..

1. พี่ไกรบอกว่า การปกครองคนนั้นต้องมีสี่ประการ ประการแรก คำสั่งต้องชัดแจ้ง ไม่ใช่แค่ชัดเจน ชัดแจ้งคือรู้ว่าทำไปทำไม ทำอย่างไร ทำอะไรทุกขั้นตอน

ประการที่สอง ปกครองต้องมีเมตตา ต้องรักผู้คนที่เราดูแล เป็นห่วงเป็นใยส่วนตัวจริงๆ

ประการที่สาม กฎระเบียบต้องเข้มงวด ปกครองคนหมู่มาก กฎต้องเป็นกฎเสมอ ไม่สามารถหย่อนยานได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะปกครองคนหมู่มากไม่ได้

ผมถามว่าถ้ากรณีขาดงานผิดระเบียบเพราะแม่ป่วยต้องทำอย่างไร พี่ไกรก็บอกว่าต้องลงโทษตามกฏแต่เราไปช่วยเรื่องแม่ รักษาพยาบาลส่วนตัวได้ด้วยความเมตตา

ประการที่สี่ ให้รางวัลหรือลงโทษต้องเด็ดขาด เด็ดขาดระดับที่ลูกน้องทำผิด เราลงโทษ ลูกน้องจะไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงถูกลงโทษ

ทำครบสี่ประการได้ถึงจะมีบารมี ดูแลคนหมู่มากได้

2. คนเก่งนั้น เก่งไม่เหมือนกัน ความเก่งมีเก่งคน เก่งคิด และเก่งงาน การที่จะให้ใครเป็นหัวหน้าคนต้องเอาคนที่เก่งคนมาเป็น ไม่ใช่คนที่เก่งงานเพราะเก่งงานไม่เก่งคนก็จะบริหารคนไม่ได้

การที่เก่งคนนั้นก็ยังแยกย่อยเป็นสามแบบ เก่งหา เก่งคัดคนก็เก่งแบบหนึ่ง เก่งใช้คนเก่งพัฒนา ก็เป็นอีกแบบ เก่งปกครองเก่งรักษา ก็เก่งไปอีกทาง

คนที่เก่งคนนั้นต้องมีครบสามแบบ ไม่เช่นนั้นหามาก็พัฒนาไม่ได้ หามาสร้างได้ก็ลาออก แต่ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ต้องให้โอกาสคนที่มี potential แล้วสอนเอา

3. คนที่เก่งจริงนั้น เขาจะเข้าใจว่าที่เก่งได้ต้องสำเร็จผ่านทีม สำเร็จเพราะทีม เขาจะเข้าใจแม้กระทั่งว่ายอมรับลูกน้องเก่งๆที่เงินเดือนมากกว่า คนแบบนั้นถึงเป็นหัวหน้าคนได้

4. ขนาดของบริษัทนั้นทำให้ต้องใช้เครื่องมือสื่อสารไม่เหมือนกัน เหมือนคุมกำลังพล ถ้าหลักสิบก็พูดคุยได้ หลักร้อยต้องใช้นกหวีด หลักพันใช้กลอง หลักหมื่นใช้ธง หลักแสนต้องใช้ควัน

เราต้องเข้าใจเครื่องมือสื่อสารแต่ละแบบกับขนาดกำลังคนที่ต่างกัน

5. เวลาจะทำโครงการใหม่ อย่าให้ทำงานกลุ่ม ต้องหาคนที่ focus คนเดียว เพราะโครงการใหม่ถ้ามาร่วมด้วยช่วยกันก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ เวลาทำไม่ดี ดุไปก็กระจายกันหกคน ไม่มีผลอะไร

โครงการใหม่จะสำเร็จได้ต้องมองตาคู่เดียวเท่านั้น

6. การที่พลังจะเกิด ต้องมีสองขั้วคู่กันเสมอ มีแข็งต้องมีอ่อน มีบุกต้องมีถอย มีหนึ่งก็ต้องมีศูนย์ มีดำก็ต้องมีขาว ต้องสลับกันถึงมีพลัง ถ้ามีด้านใดด้านเดียวพลังก็จะไม่บังเกิด

……

จะว่าเป็นโชคก็ได้ที่ได้วิธีคิดจากผู้ปฏิบัติจริงระดับอาจารย์มาอย่างยาวนาน แต่ถ้าน้องๆไม่ถาม ไม่สงสัย ไม่ให้เกียรติพี่ไกรด้วยการตั้งใจฟังกันแบบสุดๆ หลายคนจดได้จด ก็จะไม่เกิดบทสนทนาดีๆแบบนี้แน่ๆ. ซึ่งก็ตรงกับที่หลายคนเคยบอกว่า เมื่อไหร่ที่เราอยากรู้ ความรู้ถึงจะมา

เมื่อไหร่ที่ศิษย์พร้อม อาจารย์ก็จะปรากฏ

เมื่อไหร่ที่ทำตัวว่ารู้ทุกอย่าง เก่งไปหมด พูดอยู่คนเดียว ก็จะไม่มีครูบาอาจารย์คนไหนโผล่ขึ้นมาสอนเรา ต่อให้คนเก่งสุดๆนั่งอยู่ตรงหน้าเราก็ตาม…

จะมีอาจารย์ดีๆ มี mentor ที่คอยสอนเราหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่เขา แต่อยู่ที่เรามากกว่านะครับ

27/08/2025

🌟 “คุณเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์มั้ย’”

มีเด็กไทยคนหนึ่ง…
ไม่เคยได้รางวัลเรื่องเรียนระดับประเทศ
มีเสียงในหัวบอกเสมอว่า “เราไม่เก่งเลขพอ”
แถมคนส่วนใหญ่ในวงการรอบตัวชอบย้ำว่า “เรียนจากไทยไปไม่ไกลระดับท็อปของโลกหรอก”

แต่วันหนึ่ง เธอเลือกปฏิเสธเสียงเหล่านั้น
แล้วหันไป “เสพพลังงานของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ประสบความสำเร็จแล้ว”

เธอเริ่มจินตนาการว่า...

🎓 ตัวเองเดินอยู่ในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก
🌍 นั่งทำงานอยู่ใน IMF และ UN
💼 ใช้ความรู้สร้างโปรเจกต์ระดับโลกเพื่อยกระดับประเทศไทย

แม้จะไม่มี “หลักฐานในกระดาษ” ว่าเธอจะไปถึงจุดนั้นได้

แต่เธอ “รู้สึก” ว่า มันเป็นของเธออยู่แล้ว

⏳ จากนักเรียนธรรมดา → สู่ผู้หญิงที่จบปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล โดยได้ทุน Japan-IMF

🌐 จากเด็กไทยที่เกือบเชื่อตัวเองไม่เก่ง → สู่ผู้หญิงที่เอาชนะคนเก่งบนกระดาษ และเข้าไปนั่งทำงานใน IMF, UN

💫 จากคนที่เกือบเชื่อตัวเองไม่มีสิทธิ์ฝัน → สู่ผู้หญิงที่สร้างหลักสูตรเปลี่ยนชีวิตให้คนไทย

วันนี้เธอคือ Dr. Princess – เจ้าหญิงแห่งการลงทุน
และเธออยากบอกคุณว่า…

✨ คำสอนจาก Bashar:
“คุณสามารถดึงดูดพรทุกอย่างในชีวิต
ได้ง่ายกว่าที่คุณคิด
ถ้าคุณ ‘จูน’ คลื่นความคิด + ความรู้สึก + การกระทำ ให้ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ”

🔬 คำอธิบายจากมุมมอง Quantum Physics

1. สิ่งที่เรา “โฟกัส” คือสิ่งที่เราทำให้มัน “เกิดขึ้นจริง”
จากหลักการ Wave Function ใน Quantum Mechanics
ก่อนที่เราจะ "สังเกต" ทุกๆสิ่ง (ทุกๆอนุภาค) มันอยู่ในสถานะ “ความเป็นไปได้” ทั้งหมดพร้อมกัน (Superposition)
แต่เมื่อเรามองเห็น / จดจ่อ / วัดสิ่งที่เราต้องการ — ทุกๆความเป็นไปได้มันจะ “collapse” เหลือเพียงสถานะเดียว

2. ความคิดและความรู้สึกส่งคลื่นความถี่
จากการศึกษาด้วย EEG (Electroencephalography) และ HeartMath Institute
พบว่า:
• ความคิด = คลื่นสมอง (brainwaves)
• ความรู้สึก = คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากหัวใจ (heart coherence)
เมื่อ คลื่นความคิด + คลื่นความรู้สึก สอดประสานกัน
มันจะสร้างสนามพลังงานที่มี Frequency ชัดเจน และดึงดูด “สิ่งที่มีคลื่นตรงกัน” เข้ามาสู่ชีวิต
(ตามหลัก Resonance หรือ “การสั่นพ้อง” ในฟิสิกส์)

3. การลงมือทำ ทำให้ความเป็นไปได้ กลายเป็นความจริง
เพราะแม้เราคิดและรู้สึกดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่ ลงมือทำ
คลื่นนั้นจะไม่ฝังตัวลงใน โลกกายภาพ (3D Reality)

🧠 สรุปเป็นสูตรง่าย ๆ:
พลังในการดึงดูด = ความถี่ของความเชื่อ × ความชัดของภาพในใจ × ความสม่ำเสมอของการลงมือทำ

📚 หลักฐานและการทดลองที่สนับสนุน:

❖ HeartMath Institute (USA)
แสดงว่า พลังงานจากหัวใจ ของเราสามารถ “ส่งผล” ต่อโครงสร้างของสสารรอบตัว
→ คลื่นจากความรู้สึก = field ที่เชื่อมกับโลก

❖ Dr. Joe Dispenza
งานวิจัยการทำ brain-heart coherence + visualization
ทำให้ผู้คนรักษาตัวเองจากโรค, ดึงดูดความรัก, หรือเปลี่ยนชีวิตทางการเงินได้จริง
→ สอดคล้องกับคำสอนของ Bashar อย่างตรงไปตรงมา

🌱 ลองทำสิ่งนี้ดู:

1. เขียนเป้าหมายของคุณเป็นปัจจุบัน เช่น
🪄 “ฉันดึงดูดทุนจากสถาบันระดับโลก ด้วยความมั่นใจและสง่างาม”
🪄 “ฉันได้รับอีเมลตอบรับจากที่ทำงาน/ลูกค้า/หุ้นส่วน ที่ใช่”
🪄 “ฉันได้รับรายได้หลายแสน/ล้าน จากสิ่งที่ฉันรัก”
🪄 “ฉันได้รับทุกพรในจังหวะที่สมบูรณ์ เพราะฉันกลายเป็นคลื่นเดียวกับมันแล้ว”

2. นั่งเงียบ ๆ แล้ว “รู้สึกให้เต็มหัวใจว่า…มันเป็นของฉันอยู่แล้ว”
จินตนาการภาพนั้นให้ชัด แล้วอยู่กับพลังของมันทุกวัน

3. เลือกเสพ พลังของสิ่งที่ใช่ และ ปฏิเสธหลักฐานที่ไม่ตรงกับพรของคุณ
(อย่าเชื่อว่า “เราไม่มีทางเก่งพอ” เพราะเหนือกว่าความเก่ง คือการจูนคลื่นที่ใช่)

💌 คำถามจาก Bashar:
• ความปรารถนาที่แท้จริงที่สุดของคุณคืออะไร?
• วันนี้…คุณ “จูนคลื่น” ให้ตรงกับสิ่งนั้นแล้วหรือยัง?

หากคุณพร้อมจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิต
เริ่มต้นด้วยการ เปลี่ยนคลื่นที่คุณส่งออกไป
แล้วดูว่า “จักรวาล” จะตอบกลับคุณอย่างไร ✨

ไม่ต้องรอให้ใครเชื่อในตัวคุณ
จงเป็นคนแรกที่ ‘จูนคลื่นตัวเอง’ ให้ตรงกับสิ่งที่คุณปรารถนา
แล้วคุณจะไม่ต้องร้องขอปาฏิหาริย์
เพราะตัวคุณเองนั่นแหละ…คือ ปาฏิหาริย์! 🌟


#เด็กธรรมดาก็เปลี่ยนโลกได้ #เก่งแบบไม่เหนื่อย

20/05/2025

5 กลยุทธ์การตั้งจุดตัดขาดทุน
1) จุดตัดขาดทุนเริ่มต้น (Initial Stop Loss)
เป็นแนวป้องกันด่านแรกของคุณจากการขาดทุนหนัก
- ขาดทุนสูงสุด: 7% สำหรับการตั้งค่าทั่วไป, 10% สำหรับหุ้นที่มีความผันผวนสูงหรือหุ้น “ตามกระแส”
- หลักการสำคัญ: ยิ่งตั้งจุดใกล้ยิ่งดี—ปกป้องเงินทุนก่อนเป็นอันดับแรก
2) จุดคุ้มทุน (Breakeven Stop)
เปลี่ยนเทรดให้ปลอดความเสี่ยงเมื่อราคาเคลื่อนไปในทิศทางที่คุณต้องการ
- ขยับจุดตัดขาดทุนไปที่จุดคุ้มทุนเมื่อหุ้นขึ้นราคา 2 เท่าของจุดตัดขาดทุนเริ่มต้น (เช่น กำไร +14% จากจุดตัดขาดทุน 7%)
- ตัดความเสี่ยงด้านลบออกแต่ยังเปิดโอกาสด้านบวกไว้
3) จุดตัดขาดทุนตามเวลา (Time Stop)
ถ้ามันไม่ไปไหน ให้ออก
- ถ้าหุ้นไม่เคลื่อนไหวมากนักเกิน 5 วัน หลังเข้าซื้อ ให้ขายทั้งหมดหรือขายออกครึ่งหนึ่ง
- การเทรดตามโมเมนตัมควรเคลื่อนไหวเร็ว—อย่ารอให้นานเกินไป
4) จุดตัดขาดทุนเมื่อเกิดการเบรกหลุด (Breakout Stop)
รีบตัดการเบรกหลุดที่ล้มเหลวเพื่อควบคุมสถานการณ์
- ขาย 50% ถ้าหุ้นร่วงลง 3–4% ต่ำกว่าจุดเบรกเอาท์
- ถ้าหุ้นกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง คุณสามารถซื้อกลับได้
5) จุดตัดขาดทุนแบบลากตาม (Trailing Stop)
ใช้เพื่อเพิ่มกำไรให้มากที่สุดเมื่อหุ้นขึ้นสูงมากแล้ว
- อิงจาก EMA 21 หรือ EMA 8 แต่ใช้ได้เฉพาะเมื่อราคายังสูงกว่าราคาที่คุณเข้าซื้อ
- ราคาต้องอยู่เหนือเส้น EMA อย่างน้อย 7 สัปดาห์
- ราคาควรจะย่อตัวกลับมาแตะ EMA อย่างน้อย 3 ครั้ง
- ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ใต้แท่งเทียนที่ทะลุลงใต้ EMA
- ออกจากเทรดถ้าราคาปิดต่ำกว่า EMA 3–4%

17/02/2025

🧵 วิธีการรับประกันว่าคุณจะเป็นเศรษฐีก่อนสิ้นปี 2025!

ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะหมดตัวเพราะทำผิดกฎ
ทำ 5 สิ่งนี้ แล้วคุณจะหนีจากความธรรมดาตลอดไป

ไม่มีเรื่องไร้สาระ มีแต่ข้อเท็จจริง:

👇1. ย้ายออกจากบ้านเกิด สิ่งแวดล้อมเดิม

สภาพแวดล้อมรอบตัวกำลังฉุดรั้งคุณไว้ คุณคือผลผลิตของ:

• สิ่งที่คุณเคยประสบมา
• คนที่คุณรายล้อมตัวเองด้วย
• สิ่งที่คุณถูกสอนมา
• ออกจากพื้นที่ปลอดภัยของคุณ

ไปที่ที่ผู้ชนะอยู่ 🚀 สถานที่ใหม่ = แนวคิดใหม่ = ชีวิตใหม่

2. สร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง

💰 ผู้ชายที่หมดตัวจะพูดถึงผู้คน ผู้ชายที่ร่ำรวยจะพูดถึงแนวคิด

ก่อนจะสร้างเครือข่าย:

✅ แต่งตัวเหมือนผู้ชายที่เคารพตัวเองทุกวัน
✅ ซื้อรองเท้าคุณภาพดี—ราคาถูก ="ฉันเป็นคนธรรมดาๆ"
✅ ตัดผมให้ดูดีและดมกลิ่นของคนชั้นสูง

🔥 สถานที่ที่จะพบปะผู้คนที่มีคุณค่าสูง:

• บาร์สุดพิเศษ
• ยิมและคลับเพื่อสุขภาพ
• งานอีเวนต์ทางธุรกิจและกลุ่มผู้คิดริเริ่ม
• ออนไลน์ (ใช่แล้ว นับข้อความส่วนตัว X ข้อความ)

3. ฝึกซ้อมเหมือนว่าชีวิตของคุณขึ้นอยู่กับมัน (เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ)

ถ้าคุณควบคุมร่างกายไม่ได้ แล้วคุณจะควบคุมเงินของคุณได้อย่างไร

🚨 ออกกำลังกาย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่มีข้อแก้ตัว

🏋️ แพลงก์ 2 นาที (1 นาที x 2)
🏋️ วิดพื้น 300 ครั้ง (30x10)
🏋️ สควอท 200 ครั้ง (20x10)
🏋️ นักปีนเขา

💪 ร่างกายที่แข็งแรง = บุคลิกที่แข็งแกร่ง = บัญชีธนาคารที่มั่นคง

4. เรียนรู้ทักษะที่สร้างรายได้สูง

ทักษะจะทำให้คุณร่ำรวย แต่ปริญญาจะไม่ทำให้คุณร่ำรวย

📚 วิธีเรียนรู้อย่างรวดเร็ว:

• เลือกทักษะหนึ่งอย่าง (อย่าไล่ตาม 5 อย่างในคราวเดียว)
• ศึกษาช่อง YouTube มากกว่า 10 ช่องเกี่ยวกับทักษะนั้น
• ดูแบบรวดเดียวจบ + นำไปใช้เป็นเวลา 100 วัน

💡 ทักษะสำคัญที่จะทำให้ร่ำรวยในปี 2025:

• การเขียนบทโฆษณา 📝
• การขายและการโน้มน้าวใจ 🎤
• การซื้อขายและการลงทุน 📈
• การเขียนโค้ดและการทำงานอัตโนมัติ 💻
• การเติบโตของช่อง YouTube 🎥

เชี่ยวชาญทักษะเดียว → สร้างรายได้หกหลัก → ขยายขนาด

5. เรียนรู้ที่จะลงทุน (แบบเจ้านาย)

ขั้นแรก ให้ลงทุนในตัวเอง:

✅ กินอาหารคลีน ออกกำลังกายหนัก พักผ่อนให้เพียงพอ
✅ ซื้อชุดเครื่องนอนคุณภาพดี (คุณนอนหลับ 1/3 ของชีวิต)
✅ พาตัวเองไปเดทคนเดียว—ปรับปรุงทัศนคติของคุณ

จากนั้น ลงทุนในสินทรัพย์:

✅ หนังสือ หลักสูตร และการให้คำปรึกษา
✅ อสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น
✅ การเปิดตัวและขยายกระแสรายได้มากกว่า 15 กระแส

📌 หากคุณไม่เรียนรู้ที่จะลงทุน คุณจะทำงานให้กับคนที่เรียนรู้

🛑 ไม่มีข้อแก้ตัวอีกต่อไป เพียงแค่ลงมือทำ

🔥 ก้าวออกจากโซนปลอดภัย
🔥 ยกระดับเครือข่ายของคุณ
🔥 สร้างร่างกายของคุณ
🔥 ฝึกฝนทักษะ
🔥 ลงทุนอย่างชาญฉลาด

ทำสิ่งนี้ตอนนี้ แล้วคุณจะไม่จดจำชีวิตของคุณได้เลย

ิพย์ แค่จิ้บๆเรื่องโค้ช
@แฟนตัวยง

12/01/2025

ของขวัญปีใหม่จากปรมาจารย์

เมื่อเช้าผมได้มีโอกาสเจอพี่ต๋อย ไตรภพ ลิมปะพัทธ์ พิธีกรในตำนานของไทย โดยบังเอิญ พี่ต๋อยพอเห็นผมก็เดินเข้ามาหาด้วยความเมตตาเช่นเคย นอกจากจะสวัสดีปีใหม่และพี่ต๋อยให้พรแล้ว พี่ต๋อยยังมีความปรารถนาดีที่ห่อพิเศษให้ผมเพิ่มอีก

พี่ต๋อยน่าจะเห็นผมอยู่ตามโซเชี่ยลอยู่บ้างและคิดว่าสิ่งที่ผมพูดผมทำนั้นเป็นประโยชน์ นอกจากสนับสนุนแล้ว พี่ต๋อยยังให้คำแนะนำที่ล้ำค่ามากๆ ที่ผมประทับใจคือไม่ใช่แค่เจอหน้าแล้วบอก ผมรู้สึกได้เลยว่าพี่ต๋อยคิดและเก็บไว้มาอยู่แล้ว เหมือนกับเตรียมห่อของขวัญไว้เขียนชื่อผมเรียบร้อย เจอหน้าแล้วถึงยื่นให้ เป็นความประทับใจต่อผู้ใหญ่ที่มีเมตตากับผมจนรู้สึกได้

คำแนะนำของพี่ต๋อยนั้นสั้นๆ แต่น่าจะรวบรวมมาจากประสบการณ์ทั้งชีวิตที่พี่ต๋อยได้สัมภาษณ์ผู้คน เล่าเรื่องต่างๆในรายการมาอย่างยาวนาน พี่ต๋อยบอกว่าทุกอย่างที่คุณพูด คุณเล่านั้นดีหมด แต่เวลาเล่าขอให้มีสามอย่าง เป็น magic number ผู้คนชอบฟังและจำอะไรได้สามอย่าง มากไปก็จำไม่ได้ น้อยไปก็ไม่ครบถ้วน … เป็นคำแนะนำที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมากๆจากผู้ใหญ่มากประสบการณ์อย่างพี่ต๋อย

และเป็นของขวัญปีใหม่จากปรมาจารย์ที่ล้ำค่าสำหรับผมเพราะได้เอาไปใช้ในหน้าที่การงานแน่ๆ..

…….

คุณซิกเว่ เบรกเก้ เจ้านายเก่าผมที่กำลังจะกลับมาวาดลวดลายในวงการโทรคมนาคมไทยอีกครั้งก็เป็นอีกคนที่เคยพูดถึง rule of three เขาเคยสอนผมตอนผมถามว่าเวลากล่าว speech หรือขึ้นกล่าวงานอย่างงานแต่ง เขามีคำแนะนำอะไรหรือไม่

เขาก็บอกว่าให้คิดเรื่องที่จะพูดเป็นสามหัวข้อก่อนเป็นอย่างแรกและเขาเองก็ใช้ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดก็ตอนที่เขาขึ้นกล่าวให้ศิษย์เก่าดีแทคที่มาเลี้ยงฉลองเขาเกษียณจากงานที่เทเลนอร์ เขาก็เล่าถึงบทเรียนที่เขาได้รับตอนอยู่ดีแทคว่ามีสามประการ ประการแรกคือ culture eat strategy for breakfast ประการที่สองคือ all business is people business ส่วนประการที่สามคือถ้าอยากสร้าง great business เราต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ พอนึกย้อนไปว่าทำไมผมถึงจำแม่น rule of three น่าจะมีผลอย่างมากอยู่เหมือนกัน

ต้นสน สันติธาร เสถียรไทย ก็เคยเล่าถึงปรัชญาของการทำงานจากการที่ต้นสนเคยทำงานที่ SEA Group ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกว่า ที่ SEA จะมีปรัชญาว่าผู้นำต้อง humble โดยมีการขยายความความหมายของ humble อยู่สามข้อ ข้อหนึ่งคือต้องรู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร ข้อสองคือต้องมี challenger mindset และข้อสามก็คือต้อง overdeliver underpromise สามข้อนี้ทำให้จำกันได้ง่ายทั้งองค์กรจนมาถึงต้นสนและผมผู้ที่ได้ฟังและจำติดหัวเช่นกัน

พอสังเกตดีๆ ในชีวิตเรา อะไรที่มีสามอย่าง สามข้อ สามประการดูจะจำง่ายและติดหัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราจำได้ตั้งแต่เด็กๆ เช่น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แม้แต่สุดยอดนักเล่าเรื่องอย่างอริสโตเติ้ลก็เคยพูดถึงกฏในการกรุ๊ปหัวข้อแบบนี้ไว้ พอนึกย้อนไปมี rule of three เยอะมากที่ผมจำได้ติดหัว Steve jobs ผู้ที่เป็นสุดยอดนักการตลาดก็เคยเปิดตัว iphone ไว้ว่าประกอบด้วยฟังก์ชั่นสามอย่าง ว่าเป็น an ipod, a phone และ an internet communicator จูเลียส ซีซาร์ก็เคยพูดประโยคที่เป็นตำนานเป็นพันปีว่า “ I came, I saw, I conquered” Rule of three เช่นกัน….

Rule of three ก็ยังน่าจะเอาไปใช้ในการเรียบเรียงประโยค หรือแม้กระทั่งการเล่าเรื่องที่ต้องมีจุดเริ่มต้น เนื้อหาหลักและบทสรุป ก็เป็นสามส่วนด้วยเช่นกัน แม้กระทั่งประโยคทองที่คนจำแม่นๆส่วนใหญ่ก็มีสามท่อน ประธานาธิบดีเคเนดี้ตอนที่ประกาศ mission ว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์ก็เคยตั้งเป้าที่คนทั้งโลกจำได้ขึ้นใจ เป้านั้นประกอบด้วยสามส่วน ส่วนแรกคือส่งคนไปลงดวงจันทร์ ส่วนที่สองคือกลับมาอย่างปลอดภัย และส่วนที่สามคือต้องทำสำเร็จก่อนสิ้นทศวรรษ (ซึ่งก็ทำได้จริงๆในปี 1969)

……..

กฏ rule of three ง่ายๆนี้น่าจะมีประโยชน์กับใครหลายคนในปีใหม่ที่จะต้องนำเสนองาน ต้องขึ้นกล่าวในงานแต่ง ต้องพูด speech ให้ลูกน้องและอยากให้ลูกน้องจำแม่นๆ ต้องคิดต้องเขียนแคมเปญการตลาด หรือต้องไปสอนลูก ฯลฯ ถ้าจะต้องเตรียมอะไร ให้นึกไว้สามอย่าง สามประเด็น นอกจากจะทำให้ผู้ฟังจำแม่นแล้ว เราก็จะได้มีหลักยึดที่จะทำให้งานที่กำลังจะเผชิญนั้นง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย

ผมก็เลยไม่อยากเก็บของขวัญปีใหม่ที่ได้จากพี่ต๋อยไว้คนเดียวและอยากเอามาแบ่งปันกันในวันนี้ครับ….

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sunshine Premium used carผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์