30/01/2023
ช่วงนี้แอดป่วย อาจลงเรื่องได้ไม่ประติดประต่อเท่าไหร่ วันนี้ขอพักเรื่องstory baby benzใว้ซักวัน เพราะเมื่อคืนเจอหลังไมค์เข้ามาถามว่า AMG คืออะไร มา เดี๋ยวแอดจะเล่าให้ฟัง
"Mercedes-AMG เปิดประวัติศาสตร์การผสมผสานสุดยอดวิศวกรรมและ DNA ความแรงจากสนามแข่ง"
ถ้าพูดถึงแบรนด์รถยนต์หรูอย่าง Mercedes-Benz น่าจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นรถในฝันของมนุษย์ทุกคน ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบที่น่าหลงใหล สมรรถนะ เทคโนโลยี และความปลอดภัยที่เหนือกว่าใคร เป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือด้านวิศวกรรมระดับโลกจากประเทศเยอรมนี สะท้อนรสนิยมความมีระดับ ความสำเร็จของคนคนนั้นได้อีกด้วย
หลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่านอกจาก Mercedes-Benz รุ่นรหัสปกติ มันยังมีความพิเศษที่เหนือกว่าภายใต้ชื่อรหัส ‘AMG’ อยู่ด้วย ซึ่งเป็นรหัสที่หลายคนคุ้นเคยปนสับสน ระหว่าง Mercedes-Benz AMG line ที่เน้นการตกแต่งเพิ่มอารมณ์สปอร์ต เช่น C 220 d AMG Dynamic และ Mercedes-AMG Car รถที่ผ่านการปรับจูนสมรรถนะจากนวัตกรรม Race Cars ซึ่งจะแตกต่างตั้งแต่เครื่องยนต์ สมรรถนะ ช่วงล่าง และการตกแต่งทั้งภายนอกภายใน เช่น
-Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลัง มีชุดแต่ง AMG รอบคัน
กับรถที่เป็น AMG-Built based on บอดี้โมเดลเดียวกันในเวอร์ชั่น High-performance อย่าง Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร พละกำลัง 435 แรงม้า ขับเคลื่อนสี่ล้อ
และสุดท้ายคือโมเดลที่ Mercedes-AMG สร้างขึ้นโดยเฉพาะอย่างเช่น Mercedes-AMG GT R, Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupe
วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับความพิเศษขั้นกว่าของ AMG กับ Mercedes-Benz กันแบบเจาะลึก ให้เข้าใจกระจ่างถึงที่มาที่ไป ไขข้อข้องใจในความแตกต่างที่หลายคนอาจเคยสงสัย และรู้จัก Mercedes-AMG ให้มากขึ้น เพราะหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้ว AMG คือหนึ่งในบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการยานยนต์ปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นทีมรถแข่ง F1 รวมไปถึงการเป็นเจ้าของสถิติการทำเวลาในสนาม Nürburgring เป็นอันดับหนึ่ง ยืนตระหง่านอยู่เหนือเหล่าแบรนด์ Supercar ทั้งหลายในตอนนี้
ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่ง หรือเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่อยู่ใน Mercedes-Benz ต้องมาพร้อมกับตัวอักษร 3 ตัวที่เขียนว่า AMG เสมอ
AMG ซึ่งย่อมาจาก Aufrecht, Melcher และ Großaspach โดยชื่อ “Aufrecht (Hans Werner Aufrecht)” และ “Melcher (Erhard Malcher)” มาจากชื่อผู้ก่อตั้งบริษัท AMG ส่วน “Großaspach” นั้นเป็นชื่อเมืองบ้านเกิดของ Aufrecht ซึ่งทั้ง 2 เคยทำงานเป็นวิศวกรที่ทำงานอยู่ในแผนกพัฒนารถแข่งของ Daimler บริษัทแม่ของ Mercedes-Benz ก่อนจะลาออกมาสร้างชื่อเสียงในการโมดิฟายรถ Mercedes-Benz เพื่อลงแข่งในสนามโดยเฉพาะ และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มายาวนาน
ผลงานของ AMG นั้นยิ่งใหญ่จนกระทั่ง Daimler AG เกิดไอเดียที่จะให้ AMG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท โดยรับหน้าที่ปรับแต่งพัฒนารถ Mercedes-Benz ให้มีดีไซน์และสมรรถนะสูงกว่า Mercedes-Benz โมเดลปกติ เพราะยังไง AMG ก็เป็นสำนักแต่งที่ชื่นชอบและเน้นการปรับแต่งรถ Mercedes-Benz เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเกิดการจับมือเซ็นสัญญาทำข้อตกลงกันระหว่าง Daimler AG และ AMG ขึ้นในที่สุด
การดึง AMG เข้ามารวมกับ Mercedes-Benz นั้นถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลม สามารถต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และสร้างผลประโยชน์ระหว่างกันได้อย่างราบรื่น ทาง Daimler AG ช่วยขายรถที่ AMG ปรับแต่งมาแล้วผ่านโชว์รูม Mercedes-Benz ทั่วโลก ส่วนทางฝั่ง AMG ก็ได้ทำหน้าที่ปรับแต่งรถ Mercedes-Benz ให้เร็วแรงตามที่ใจรักต่อไป เมื่อมีรถรุ่นใหม่ออกมา ก็ต้องมีรถที่จูนหรือและปรับแต่งโดย AMG มากขึ้นตามไปด้วย ฝั่งลูกค้าก็มีทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานแบบครบถ้วน ถือว่า ‘Win-Win-Win’ กันทุกคน
ความสำเร็จนี้ทำให้อีก 6 ปีต่อมา Daimler ได้เข้าไปทำการซื้อหุ้นของ AMG ถึง 51% และดึง AMG เข้ามาเป็นแบรนด์ในเครือ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น Mercedes-AMG GmbH และกลายเป็นแบรนด์สำนักแต่งคู่ขวัญคู่บุญให้รถของค่าย Mercedes-Benz
ในประวัติศาสตร์ AMG ได้พัฒนารถแข่งที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในยุค สร้างสถิติสำคัญเอาไว้มากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นรากฐานที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับ Mercedes-AMG และยังคงเป็น Iconic Cars ที่สำคัญในวงการยานยนตร์มาถึงวันนี้