GT RIDER Biker Thailand

เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

GT RIDER Biker Thailand เพจนี้นำเสนอเรื่องราวต่างๆเกี่ยวก?

28/07/2020

บ้านมุง เนินมะปราง พิษณุโลก...

14/05/2020

กูเกิลจะพาไปทางลัดเสมอ...5555

ขี่มอไซค์เที่ยว กรุงเทพ-แม่ฮ่องสอน 70 ชม.ก็เที่ยวได้70 hours trip 1850 km.11.8.19   02.00 AM : Start from bangkokRoad ba...
16/08/2019

ขี่มอไซค์เที่ยว กรุงเทพ-แม่ฮ่องสอน 70 ชม.ก็เที่ยวได้

70 hours trip 1850 km.

11.8.19 02.00 AM : Start from bangkok

Road bangkok - Tak - Tha song yang - mae sa riang at 17.00 PM

12.8.19 09.00 AM : I leave hotel in mae sa riang get Baan rug thai in mae hong son at 16.30 PM

13.8.19 10.00 AM : Go back to Bangkok

Road Baan rug thai - Pai - Chiang mai - Bangkok at 23.50 PM

เป็นคนขนเยอะ
10/08/2019

เป็นคนขนเยอะ

ขี่มอไซค์เที่ยวน่านNan in Thailand1. Route pr.4001 or พร.4001(adventure route)  Uttaradit city to Phrae city2. Route 108...
22/06/2019

ขี่มอไซค์เที่ยวน่าน

Nan in Thailand

1. Route pr.4001 or พร.4001(adventure route) Uttaradit city to Phrae city

2. Route 1081 (sky route) Nan city to
Bo Kluea District

3. We camp at Sapan Village

เที่ยวน่านด้วยมอไซค์ Adventure travel with motorcycles in Thailand

04/06/2019

ทบทวนความเป็น Biker

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าผมไม่ได้มีความรู้เรื่องการเป็นนักเขียนเท่าไหร่นัก อาจมีคำหลายๆคำ หรือหลายประโยค ที่ไม่ค่อยถูกหลักการหลักเกณฑ์สักเท่าไหร่ แต่ที่เขียนก็เพราะอยากเขียน อยากเขียนเฉยๆไม่มีอะไรซับซ้อนมากไปกว่านั้น สิ่งที่ผมจะเขียนนี้ ดูออกจะเป็นแนวๆ เรื่องเล่าซะมากกว่า ผมจะเล่าตั้งแต่ชีวิตในวัยเด็กกับยานพาหนะ ชนิดที่มี 2 ล้อ จะว่าไปก็ไม่ได้เริ่มที่ 2 ล้อหรอกครับ มันเริ่มจาก 3 ล้อก่อน แล้วไป 4 ล้อ จนพัฒนามาเป็น 2 ล้อได้ เรื่องมีอยู่ว่า...

ตั้งแต่ผมจำความได้ภาพแรกๆในความทรงจำวัยเด็กของผม และเชื่อว่าหลายๆคนก็คงมีภาพนี้เป็นภาพจำที่คล้ายๆกัน นั่นคือ ภาพเด็กชายตัวเล็กๆ นั่งอยู่บนรถ 3 ล้อสีแดง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสีแดง ซึ่งส่วนมากที่เห็นก็จะเป็นสีแดงแทบทั้งนั้น ล้อจะเป็นพลาสติก มีที่ปั่นอยู่ที่ล้อหน้า พอจะนึกภาพออกกันแล้วใช่มั้ยครับ และนั่นผมคิดว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็น biker ของหลายๆท่าน รวมถึงตัวผมด้วย

ต่อมาเมื่ออายุ 4-5 ขวบ พ่อ-แม่ก็จะจัดมาให้ใหม่ จะเรียกว่าเป็นของมันต้องมีสำหรับเด็กผู้ชายเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ จักรยานคันเล็ก และเจ้าจักรยานเล็กนี้จะมีอุปกรณ์เสริมที่เป็นล้อเล็กๆ ติดอยู่ที่เพลาล้อหลังทั้งสองข้าง เพื่อกันล้ม (เกะกะมาก) ในวันแรกที่ได้มาผมปั่นมัน แต่ด้วยความที่พื้นไม่เรียบเสมอกัน ทำให้บางทีก็ปั่นไม่ไปเพราะล้อหลังมันแขวนอยู่ในอากาศทำให้หมุนฟรีทิ้ง พ่อก็ใช้วิธีดัดล้อเสริมให้มันลอยสูงกว่าล้อหลัก ทีนี้ก็ปั่นแบบแปะซ้ายทีขวาทีสะเปะสะปะไปหมด จนบางทีนึกอยากถอดใจไม่เล่นมันละ และก็จะมีอยู่วันหนึ่งที่เป็นวันที่ท้าทายสำหรับผมมาก นั่นก็คือวันที่พ่อถอดล้อเสริมออก...ทีนี้แหละครับ บทพิสูจน์กำลังจะเริ่มขึ้นว่าคุณจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ผมล้มลุกคลุกคลาน 2-3 ครั้ง ถือเป็นประสบการณ์ให้เราก้าวต่อไป การออกตัวนั้นยากที่สุด จนวันหนึ่งผมพบทางสว่างในการหัดขี่จักรยาน และนำมาสอนรุ่นลูกของผมได้ผลดีทีเดียว นั่นก็คือ เริ่มต้นด้วยการไหลลงเนินเพื่อหัดทรงตัว เป็นวิธีที่ผมคิดขึ้นเอง ซึ่งมันได้ผล ใช้เวลาไม่มากเท่าไหร่ ผมก็จะขี่ไปอวดใครต่อใครว่าผมขี่เป็นแล้วนะ ถอดล้อข้างออกแล้วด้วย ทีนี้ก็จะขี่จนมันพังกันไปข้างหนึ่ง โซ่เริ่มหลุดเริ่มหย่อน ลูกปืนล้อเริ่มแตก ที่สุดคืองดใช้การถาวร ช่วงที่รอคันใหม่ก็ เดินสิครับรออะไร บางทีก็วิ่ง เวลาผู้ใหญ่ใช้ไปซื้อของหน้าปากซอยก็ต้องเดิน เดิน เดิน และเดิน จนสุดท้ายไม่ท้ายสุด ช่วง 7-8 ขวบ ก็ลองเอาจักรยานผู้ใหญ่มาขี่ นั่นก็คือจักรยานของคุณย่า แม่ของพ่อผมนั่นเอง นั่งไม่ได้ครับขาไม่ถึง ต้องยืนปั่นอย่างเดียว ผมปั่นไปบวกกับมอไซค์มา 2 ครั้ง แต่รอดมาแบบหวุดหวิด จะว่าบวกก็ไม่เชิงครับ สะกิดกันพอให้เราล้มได้ หัวปูดหัวโนแขนขาถลอกนิดหน่อย แต่ก็แอบไม่ให้ใครรู้ กลัวจะไม่ได้ขี่อีกหากพ่อ-แม่รู้เข้า จนเริ่ม 10 ขวบ เพื่อนๆในหมู่บ้านเริ่มมีจักรยานเป็นของตัวเองกันละ ทีนี้พ่อก็เริ่มบิ้วจักรยานของพี่ชายให้เราขี่ละ ไม่ต้องซื้อใหม่...ใช้จากของที่มีอยู่ซึ่ง โซ่ก็หลุดตลอดทาง หลุดบ่อยมาก หลุดไม่หยุด หลุดอยู่นั่นแหละ ปั่นไปต้องคอยดูโซ่ไป จนสุดท้ายถึงขั้นเซียน ใส่โซ่โดยไม่ต้องหยุดรถ โดยการละมือขวาจากแฮนด์ไปเกี่ยวโซ่ขึ้นมาเกาะที่จานโซ่ แล้วปั่นไปต่อ ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนชิน เสาร์อาทิตย์เริ่มนัดกันออกไปขี่ ไกลขึ้น ไกลขึ้นเรื่อยๆ สามคัน สี่คัน ห้าคันบ้างแล้วแต่โอกาส จะว่าไปผมนี่ออกทริปตั้งแต่เด็กๆแล้วนะ 555 และมาสะดุดตรงที่ เริ่มเบื่อกับอาการโซ่หลุดบ่อยๆละ จึงจอดและเลิกใช้มันไปโดยปริยาย

ต่อมาช่วง 11-12 ขวบ ผมเริ่มมาเล็งมอไซค์ละ อีแบรี่ คือเป้าหมายของผม (อีแบรี่คือ yamaha y80 หรือ mate 80 ของแม่ผม) ผมหัดขี่อีแบรี่ โดยการขอให้พี่สาวแอบสอน จริงๆก็ไม่ได้สอนอะไรหรอก แค่อนุญาตให้ผมได้ลองขี่ ที่แรกขี่ในพื้นที่โล่งๆก่อน ก็ขี่ได้แหละครับ แต่ แต่ แต่ ความแรงของมันกับการที่เรายังควบคุมมันไม่อยู่ ทักษะในการควบคุมเรายังไม่ถึงขั้น ทำให้วันนั้นความแตก คือ ผมสตาร์ทรถในที่แคบ (ใต้ถุนบ้าน) แล้วเข้าเกียร์ บิดมันออกมา ด้วยความที่สกิลยังไม่ได้ ทำให้ผมบิดคันเร่งพามันเข้ากองฟืนที่ปู่ได้จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบและสวยงาม ผลที่ออกมาคือ ผมไม่เป็นอะไรเนื่องจากสละยานออกมาก่อน ส่วนอีแบรี่ บังลมแตก และกรองน้ำมันเบนซินที่เป็นกระปุกขาวๆ แตก ทำให้น้ำมันไหลไม่หยุด ที่นี้ก็รอสารภาพบาปอย่างเดียวเท่านั้น รอพ่อและแม่ผมกลับมาจากงานเลี้ยงก่อน 555 งานงอก ตัดภาพมาตอนที่พ่อถอดบังลมอีแบรี่ออก ไม่ต้องช้งต้องใช้มันก็ได้ ส่วนกรองน้ำมันที่มันแตก พ่อตัดต่อจนมันใช้ได้ชั่วคราว ก่อนที่แม่จะเอาไปซ่อมที่ร้านต่อไป...

หลังจากนั้น ผมก็ได้ขี่อีแบรี่บ่อยขึ้น แต่ต้องในที่โล่งนะ พอทักษะเริ่มได้ก็จัดเลยครับ ถนนใหญ่ ใจเราถึงอยู่แล้ว ขี่ไปซื้อของให้แม่ให้พ่อนี่ชอบเลย ฮัมเป็นเพลงกันเลยทีเดียว”ใช้มาได้เลยไม่บ่นสักคำ” ช่วงนั้นขยันใครใช้ไปซื้ออะไรไปหมด และร้านใกล้ๆเราจะไม่ซื้อด้วย ต้องร้านไกลๆหน่อย จนผมสามารถควบคุมอีแบรี่ไม่ให้พยศได้อีก หลังจากนั้นในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ อีแบรี่คือพาหนะคู่ใจของผม ขี่ไปรับเพื่อนชวนเพื่อนเที่ยวโน่นนี่นั่น ในแกงค์ผมจะมีจักรยานกันทั้งนั้น จะมีอีแบรี่คันเดียวที่เป็นมอไซค์ เราใช้หลายวิธีเช่น ซ้อนอีแบรี่หนึ่งคน จับมือดึงจักรยานเพื่อนไปด้วยกันโดยที่เพื่อนไม่ต้องปั่นให้เสียแรง บางคนชอบปั่นก็ปั่นไป ส่วนผมก็แซงบ้าง ขี่ปิดท้ายให้บ้าง ส่วนสถานที่ ที่ไปก็หนีไม่พ้นกระโดดน้ำ เล่นน้ำนั่นแหละครับ การหนีไปเล่นน้ำโดยไม่ให้ พ่อ-แม่ รู้ ก็คือการใช้กางเกงผ้าร่ม หรือกางเกงบอล เพื่อให้มันแห้งเร็ว ส่วนกางเกงในนะหรือ เรามีวิธีถอดใส่แบบขั้นเทพในที่กลางแจ้ง โดยไม่ต้องถอดกางกางตัวนอก (ใส่ทีละข้าง) ข้อดีของการหนีไปเล่นน้ำก็คือ คุณจะว่ายน้ำเป็น ข้อเสียคือ คุณอาจจมน้ำตาย ของผมนี่โชคดีตรงที่ มีรุ่นพี่ที่แกว่ายน้ำเก่ง ไปด้วย เกิดเหตุอะไร มั่นใจว่าแกเอาอยู่ แกว่ายน้ำได้เหมือนปลาเลย อันนี้เรื่องจริงพี่แกว่ายน้ำเก่งมาก เที่ยงหิวก็เข้าวัดเลยครับ หาข้าววัดกินกัน กินเสร็จช่วยกันล้างจานให้พระ อิ่มแล้วไปเล่นน้ำต่อ เย็นก็เตะบอล เที่ยวเล่นกันแบบนี้แทบทุกอาทิตย์ กลับบ้านก็เย็นๆถึงหัวค่ำ การบ้านหรือหนังสือหรอ ไม่มีในหัวสมองเลย อันนี้เยาวชนหากเข้ามาอ่านไม่ควรทำตามนะครับ เลยนอกเรื่องมามากละ วกกลับไปที่เจ้า 2 ล้อตามเดิมดีกว่า พออายุ 13 ผมได้ขยับเลเวลไปขับรถมีครัชมือ โดยช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอม แม่ผม จะส่งผมไปอยู่กับลุงที่ราชบุรี ที่นี่เป็นที่ ที่ผมชอบมาก ลุงเป็นคนที่ชอบให้เราได้ลองทำ ได้ลองฝึกอะไรหลายๆอย่าง อยู่ที่นี่ผมได้ขี่ เจ้า yamaha rx100 สีแดงของลุง คันนี้ไม่มีชื่อ ถือเป็นพาหนะคู่ใจของผมอีกคันหนึ่ง ล้มไปสองสามครั้งเห็นจะได้ รอยท่อดาดที่มีถึงปัจจุบันก็คันนี้แหละ ถนนหนทางแถวบ้านลุงผมจะเป็น ป่าเขา ทางลูกรัง ขึ้นเนินลงเนิน ทำให้ผมซึมซับสกิลการขี่ทางวิบากไปโดยไม่รู้ตัว อยู่ที่นี่ลุงสอนให้ผมทำหลายๆอย่าง เช่นถ่ายน้ำมันเครื่อง ล้างคาบูเรเตอร์ เปลี่ยนลูกสูบ ปะยาง เปลี่ยนยาง บ้านไม่ได้เป็นอู่นะครับ แต่อู่มันอยู่ไกล ถ้ามันเป็นอะไรที่เราพอทำได้ เราเลยต้องทำเอง เต็มที่ก็แค่ถอดเสื้อใส่เสื้อสูบได้ ลุงเคยทำให้ผมเห็นว่า ถ้าบางทีจำเป็น กระดาษแข็งของปฏิทินก็สามารถตัดใช้แทนปะเกนเสื้อสูบ ได้เหมือนกัน (สำหรับรถ 2 จังหวะที่ไม่มีหม้อน้ำนะครับ) และต่อมาผมก็ได้มาอยู่ที่นี่อย่างจริงจัง เนื่องจากผมมีปัญหาเรื่องการเรียนที่โรงเรียน อันนี้ไม่อยากเอ่ยถึงมากเดี๋ยวมันจะยาวเกินไป ผมมาอยู่ที่บ้านลุง มี ลุง ป้า พี่ชายผม(ลูกลุง) และพี่สะใภ้ พวกเขาสอนผมหลายอย่างครับ ลุงสอนวิชาเกษตร ป้าสอนวิชาคิดเลข วิชาขายของ ชั่ง ตวง วัด และวิชาหุงข้าว พี่ชายสอนวิชาขับรถยนต์รถสิบล้อ วิชาช่าง พี่สะใภ้ สอนวิชาตัดผม แต่สุดท้ายบอกเลยว่า อย่าตัดเลยสงสารคนที่มาเป็นหุ่นให้ 555 อยู่ที่นี่ผมมีความสุขมาก ได้ทำหลายๆอย่าง ผมมีโอกาสได้สัมผัส Bigbike และ moto cross จากที่นี่ มันคือรถพี่ชายผมเอง VFR400 ปี 1991 หรือ NC30 นั่นเอง ผมได้ลองขับมันครั้งหรือสองครั้ง มันทำให้ใจผมเต้นแรงมาก ผมหลงไหลมันหนักมาก เวลาว่างผมจะไปนั่งคร่อมมันทั้งวัน และต่อมาพี่ชายผมซื้อเจ้า CR 250 ปี 1992 ซึ่งมันเป็นรถแข่ง moto cross หรือที่เรียกว่ารถสูตรนั่นแหละ ตอนนั้นผมขาไม่ถึงหรอกครับ แต่เขย่งได้ข้างหนึ่ง ผมได้ลองขี่มัน เพราะพี่ผมบอกให้ลองได้ ตอนนั้นใจผมเต้นมาก มันแรงจริงๆ เป็นความทรงจำที่ผมประทับใจ และถ้ามีโอกาสอีกเมื่อไหร่ผมจะหามันมาขี่อีกให้ได้ หลังจากนั้นมีเหตุให้ผมกลับมาอยู่บ้านที่สุพรรณอีกครั้ง แน่นอนผมต้องหาพาหนะคู่ใจ และหวยก็มาออกที่รถปู่ผม kawasaki G7E ผมขี่ได้ไม่นานเครื่องมันมีปัญหา คือโลหะที่ถ่วงข้อเหวี่ยงไว้มันหลุดออกมาขัดกับก้านสูบ ซึ่งในตอนนั้นการผ่าเครื่องเพื่อแก้ไข เป็นอะไรที่ค่อนข้างแพง รถคันนั้นจึงต้องจอดไปโดยปริยาย

ต่อมาผมอายุ 18 ผมก็ได้เดินทางออกจากบ้านเพื่อเป็นอิสระ ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะทำอะไรก็ได้ ผมออกไปใช้ชีวิตวัยรุ่น ก็หนีไม่พ้นอีก คือผมต้องมีพาหนะคู่ใจ ตอนนั้นผมมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งมันมีรถ และมันก็อยากออกเดินทางเหมือนกัน เพราะมันต้องหนีอะไรสักอย่างอันนี้ไม่ขอเล่า ตอนนั้นเพื่อนผมให้ผมเป็นคนขับ เพราะมันขี้เกียจขับ รถตอนนั้น YAMAHA JR 120S ผมไปเดินตลาดนัดขายอะไหล่ ไปเจอคาบูเรเตอร์ RXZ มา จึงจับยัดใส่เจ้า JR คันนี้ ผมใช้รถคันนี้เดินทางข้ามหลายจังหวัด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมวิ่งยาวๆ คือ จาก สุพรรณ-นครปฐม-กรุงเทพ-อยุธยา ทริปนั้นผมวิ่งยาวๆเลย สมัยนั้นไม่รู้จักคำว่าแวะพักเป็นยังไง ขี่กับเติมน้ำมันอย่างเดียว ไม่เคยจอดพักเลย สมัยนั้น มีร้อยเดียวไปได้ไกลมาก น้ำมันเติมครั้งละ สามสิบสี่สิบ ก็เต็มถังละ และต่อมาพี่สาวผมก็ซื้อมอไซค์ให้ผมไว้ใช้เป็นของตัวเอง นั่นคือ Suzuki RGV 150ss ซื้อต่อจากเพื่อนผมมา คันนี้ผมใช้มันทั้งหากิน และขับเที่ยวเล่น ผมใช้มันขี่วินรับจ้าง ที่อยุธยา จนประสบอุบัติเหตุ ครั้งนั้นถือว่ารุนแรงที่สุดในขีวิตผมละ นั่นคือรถพังยับเยิน โครงรถหัก โช้คคด ล้อเบี้ยวเป็นเลขแปด ซึ่งตัวผมโชคดีมาก ไม่เป็นอะไรเลย ทั้งๆที่นั่งอยู่คารถ (รถกองอยู่กับพื้นแบบหมอบลงไปเฉยๆ) ผมไม่มีแม้ลอยถลอก นั่นถือว่าผมโชคดีรอดมาได้ สุดท้ายพ่อบอกให้กลับบ้าน ผมก็กลับ กลับมาก็ใช้ไอ้เจ้า RGV คันนี้แหละ จนไปเป็นทหารเกณฑ์ 2 ปี และสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบอีก 1 ปี และจบออกมาทำงานตอนช่วงแรกๆ ผมก็งัดเจ้า RGVนี่แหละ มารื้อทำใหม่ทั้งคัน อาทิตย์หนึ่งถอด อีกอาทิตย์หนึ่งทำสี อีกอาทิตย์หนึ่ง ประกอบ คันนี้ผมถอดประกอบใหม่ทุกชิ้น และผมก็ใช้รถยนต์ จนหลงลืมเลือนความเป็น 2 ล้อในตัวผมไปช่วงเวลาหนึ่ง

เวลาผ่านไป 5-6 ปี ตอนนั้นผมอายุ 28 ปีแล้ว ผมกลับมานึกถึงการขี่มอไซค์อีกครั้ง ผมจึงตัดสินใจหาพาหนะคู่ใจอีกครั้ง เป็นความบังเอิญว่าในช่วงที่ผมหานั้น มีเพื่อนผมกำลังจะขายอยู่พอดี ผมจึงได้เจ้าบังเอิญ (Honda streed 400)มาขี่มาครอบครอง เจ้าบังเอิญแต่งแบบคอเบนหน้ายาว หลังแข็ง(ไม่มีโช้คหลัง) เรียกว่าแนวอะไรไม่แน่ใจแต่ที่แน่ๆ เท่ ผมใช้ออกทริปไป ตจว.ใกล้ๆไม่ไกลมากกับกลุ่มเพื่อนพี่ชายผม(ลูกลุงผมอีกคนหนึ่ง) ขี่ได้ประมาณ 2 ปี ผมก็ขายต่อให้เพื่อนอีกคนไป และในช่วงเวลาเดียวกันผมก็มี moto cross อีกคันหนึ่งคือเจ้า yamaha yz125 เป็นรถแข่งหรือสูตรนั่นแหละ หลังๆมันมีปัญหาที่เกียร์แตก เปลี่ยนแล้วก็แตกอีก แก้ไม่หาย ผมเลยขายแบบขายทิ้ง และแล้วต่อจากสองคันนี้ผมก็ได้เปลี่ยนเป็นแนวทัวร์ริ่ง ขี่ยาวๆข้ามทีละหลายๆจังหวัด ผมไปได้น้องน้ำตาลทรายมา (kawasaki versys 650 ปี 2013 สีขาว) คันนี้ออกศูนย์มือแรก จากประสบการณ์การขับขี่ ถือว่าเป็นรถที่ดีเลยครับ ตอบโจทย์สำหรับคนชอบขี่ทางไกล รถคุมง่าย แรงพอตัว ซื้อมาได้ปีกว่าๆ ผมประสบปัญหาทางการเงินนิดหน่อย บวกกับถ้าขายตอนนั้นจะได้ราคาไม่ขาดทุน เพราะตอนที่ผมซื้อเจ้าน้องน้ำตาลทรายคันนี้มานั้น เป็นการซื้อก่อนภาษีจะปรับขึ้น ทำให้ผมได้ราคาถูกกว่าคนที่ซื้อทีหลังไม่กี่วันถึง ประมาณ 3 หมื่นบาท เพราะฉะนั้นผมจึงขายในราคาที่ไม่ขาดทุนแม้แต่บาทเดียวได้ ถือว่าคุ้มจึงขาย กะว่ามีเงินค่อยซื้อใหม่ และใน 3 ปีต่อมา ผมก็ไปได้เจ้าน้องน้ำตาบปี๊บมา (Kawasaki versys 650 ปี 2014 สีเหลือง) เป็นรถมือ 2 แต่สภาพยังดีและใช้งานได้ดี ผมขี่ได้เกือบ 2 ปี ก็ขายต่อให้เพื่อนไป ยังนึกเสียดายอยู่เพิ่งใส่ปี๊บ(กล่องข้าง)ไปหมาดๆ แต่ไม่เป็นไรขายให้เพื่อน ยังไงก็อยู่ที่เพื่อนเรา ที่ขายเพราะผมกะจะอัพ cc.รถให้สูงขึ้นด้วยแหละครับ กะไปให้ไกลกว่าเดิม และผมก็ไปได้เจ้าน้องน้ำตาลแดงมา (Triumph tiger800xrt) เจ้าน้องน้ำตาลแดงนี่เป็นรถที่มีเสน่ห์ และหล่อมาก ไปไหนก็จะเห็นคนมองแบบเหลียวหลังอยู่บ่อยๆ ขี่เจ้านี่แล้วรู้สึกเท่มาก...นึกในใจ “แหม่ยังกับพระเอก” ส่วนในเรื่องการขับขี่ถือว่าเจ้าน้ำตาลแดงนี่ ค่อนข้างขี่ยากนิดนึงต้องใช้สกิลสูงพอสมควร เป็นรถที่ค่อนข้างอุ้ยอ้ายเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นในคลาสเดียวกัน แต่ในทางยาวๆ ไปได้ดีมาก ผมได้มาในลักษณะเป็นรถมือสองที่สภาพเป๊ะมาก ใหม่มาก วิ่งแค่ 1800 km.เอง เหมือนได้รถใหม่ แต่ราคาไม่ใหม่ ถ้าเทียบราคาแล้วผมว่าคันนี้เป็นรถอีกคันที่ผมซื้อมาในราคาที่คุ้มค่ามาก และตอนนี้เจ้าน้องน้ำตาลแดงก็ยังคงอยู่เป็นพาหนะคู่ใจผมต่อไป...และหากมีการเปลี่ยนแปลงอีกเมื่อไหร่ อาจจะมาเขียนเล่าเป็นภาคต่อจากเรื่องนี้อีกในอนาคตก็เป็นได้ครับ

การเขียนเรื่องนี้มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่สนุกในวัยเด็ก และได้ทบทวนตัวเองหลายๆอย่างว่า...การเป็น Biker มันเป็นสิ่งที่ใช่ที่ชอบสำหรับตัวผมเองแล้วจริงๆหรือเปล่า...คำตอบที่ได้คือ ไม่ต้องถามตัวเองอีกนะ...”มึงเป็นไบค์เกอร์”

ขี่มอไซค์เที่ยวกาญจนบุรี River Kwai and Tha Tung Na dam Travel style moto bike.Point 1. P**g kang restaurant  Ladya  kan...
19/05/2019

ขี่มอไซค์เที่ยวกาญจนบุรี

River Kwai and Tha Tung Na dam
Travel style moto bike.

Point 1. P**g kang restaurant Ladya kanchanaburi

Point 2.Tha Tung Na dam

Point 3.Na Non camp Chong sa dao Kanchanaburi

River kwai and Tha Tung Na dam Kanchanaburi Thailand travel style moto biker

17/05/2019

ไปแล้วจะหลงรัก “น่าน” ฮักน่านขน๊าด

Adventure travel with motorcycles in Thailand

to Nan 2018
RIDER BIKER THAILAND
RIDER BIKER THAILAND
ON THE WAY

ที่อยู่

Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ GT RIDER Biker Thailand โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง GT RIDER Biker Thailand:

ทางลัด

แชร์