เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Car News Update เพจที่จะทำให้ข่าวสารเรื่องรถยนต์เป็นเรื่องไม่น่าเบื่ออีกต่อไป...

ติดตามข่าวสารรถใหม่รุ่นดังๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ร่วมแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับรถ สอบถามเรื่องที่ค้างคาใจ ติดตามการเปิดตัวรถใหม่ไปกับเราได้ที Car News Update
Facebook : www.facebook.com/CarNewsUpdateFanpage

ติดต่อลงโฆษณา / ลงข่าว PR รถใหม่ / รีวิวรถ / ให้ไปทดลองขับหรือยืมรถทดลองขับ
ติดต่อทาง Inbox เพจหรือ [email protected] ได้เลยครับ

22/10/2026

#ชวนคุย ทุกท่านคาดหวังอะไรกับ Isuzu Bi-Turbo ใหม่ที่จะเปิดตัวในเย็นวันนี้ครับ 😁

หลัง ๆ จะเอาข่าวแนวนี้มาลงบ่อยขึ้นนะครับ จะได้ให้บรรลุแผนประจำสัปดาห์ของระบบ Facebook ด้วย------------------------------...
20/10/2026

หลัง ๆ จะเอาข่าวแนวนี้มาลงบ่อยขึ้นนะครับ จะได้ให้บรรลุแผนประจำสัปดาห์ของระบบ Facebook ด้วย

--------------------------------------

🔰 BYD จับมือ RÊVER เปิดการแข่งขัน “BYD Skill Contest 2026” เฟ้นหาสุดยอดช่างเทคนิคทั่วประเทศ ยกระดับบริการหลังการขายสู่มาตรฐานสากล
🔧 BYD ประเทศไทย และ RÊVER เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย จัดการแข่งขันทักษะบุคลากร “BYD Skill Contest 2026” สำหรับทีมงานศูนย์บริการรถยนต์ BYD และ DENZA ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค การวิเคราะห์ปัญหา และการซ่อมบำรุงรถยนต์พลังงานใหม่
🏆 การแข่งขันรอบคัดเลือกจัดขึ้นรวม 11 สนาม ครอบคลุม 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก BYD ทั้งชาวไทยและชาวจีนมากกว่า 30 คน ร่วมประเมินทักษะอย่างเข้มข้น

📝 ผู้เข้าแข่งขันต้องผ่านการทดสอบ 2 รูปแบบ ได้แก่
🔹 ภาคทฤษฎี ข้อสอบ 40 ข้อ วัดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่และมาตรฐานความปลอดภัย
🔹 ภาคปฏิบัติ จำลองสถานการณ์ตรวจสอบ วิเคราะห์หาสาเหตุ และแก้ไขปัญหาทางเทคนิคของตัวรถ

👨‍🔧 ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 28 คน จะเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ (National Final) ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงงาน BYD ประเทศไทย จังหวัดระยอง เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดช่างเทคนิค พร้อมรับประกาศนียบัตรและรางวัลเกียรติยศ

🛠️ BYD และ RÊVER ระบุว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากรในเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อให้ลูกค้า BYD และ DENZA ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

📍 ปัจจุบัน BYD และ DENZA มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 176 แห่งทั่วประเทศ พร้อมมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ในระยะยาว

ถ้าใครรู้จักแบรนด์นี้ในฐานะแบรนด์น้องของเบนซ์ ราคานี้ก็สมเหตุผลครับ แต่ปัจจุบันที่ตอนนี้ร่วมทุนระหว่าง Benz กับ Geely คร...
20/10/2026

ถ้าใครรู้จักแบรนด์นี้ในฐานะแบรนด์น้องของเบนซ์ ราคานี้ก็สมเหตุผลครับ แต่ปัจจุบันที่ตอนนี้ร่วมทุนระหว่าง Benz กับ Geely ครึ่งต่อครึ่ง หลายท่านอาจจะว่าราคานี้ “ไม่ถูก”
ป.ล. ส่วนตัวยังไม่ได้สัมผัสคันจริงครับ เลยยังตัดสินไม่ได้
เพราะไม่ได้ไปพรีวิวกะเขา ไม่มีหมายเชิญไปงานเปิดตัวด้วย ก่อนอื่นขอไปหา Contact แป๊บครับ ถ้าทีม Smart ผ่านมาเห็น ทักมาได้นะครับ

🪰 เมื่อวานนี้ Firefly Thailand เปิดแฟล็กชิปโชว์รูมแบบสแตนด์อโลนแห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์ครับ พร้อมกันนี้ยังมีการเปิ...
20/10/2026

🪰 เมื่อวานนี้ Firefly Thailand เปิดแฟล็กชิปโชว์รูมแบบสแตนด์อโลนแห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์ครับ พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัว Firefly รุ่นย่อยใหม่ “Comfort+” อีกด้วย 🎉
🚗 ทำให้ปัจจุบัน Firefly มีทางเลือกในไทย 2 รุ่นย่อย คือ
🔹 Comfort 759,000 บาท (รุ่นย่อยเดิม ถูกลง 40,000 บาท)
🔹 Comfort+ 799,000 บาท
✨ โดยรุ่น Firefly Comfort+ มีสิ่งที่อัปเกรดเพิ่มขึ้นจาก Comfort เดิม ดังนี้
⚡ อัปเกรดพละกำลังมอเตอร์เป็น 161 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตันเมตร
🛞 เพิ่มระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง: TPMS (Direct)
🪞 กระจกมองข้าง เพิ่มระบบพับด้วยไฟฟ้า
🪞 เปลี่ยนกระจกมองหลังภายใน: แบบ Frameless
🔥 พวงมาลัย เพิ่มระบบอุ่น
❄️ เบาะนั่งคู่หน้า เพิ่มระบบปรับอุณหภูมิ ร้อน-เย็น
🔌 เพิ่มช่องเชื่อมต่อสำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง: USB-C
📱 เพิ่มระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย: กำลังสูงสุด 50W
🌸 เพิ่มระบบกระจายกลิ่นหอมภายในห้องโดยสาร: Fragrance Diffuser
🛞 เปลี่ยนล้อดีไซน์ใหม่
🚪 เพิ่มฝาท้ายแบบไฟฟ้า (ลูกค้าที่ซื้อไปก่อนหน้า สามารถไปอัปเกรดติดตั้งเพิ่มได้ฟรี)
🎨 เพิ่มสีใหม่ สีชาไทย
🎁 โดยมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าและใหม่ดังนี้

👥 ลูกค้า Firefly ปัจจุบัน (ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)
🛡️ เพิ่มประกันภัยชั้น 1 ให้อีก 1 ปี
🚪 เพิ่มฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมติดตั้ง
🎉 รุ่น Firefly Comfort
💰 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 4 ปี
🛡️ ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี พร้อม พ.ร.บ.
🎁 Central Gift Card มูลค่า 5,000 บาท
💸 ส่วนลด 40,000 บาท (จำนวนจำกัด 99 คันเท่านั้น)
🔌 ฟรี เครื่องชาร์จพกพา 3.5 kW
📶 ฟรี e-Sim + Data 3 ปี
🆘 บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
🔋 รับประกันแบตเตอรี่ Hi-Voltage นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
🔧 รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กม.
👜 กระเป๋า Weekend Duffle Firefly
✨ อื่น ๆ อีกมากมาย
🎉 สิทธิประโยชน์ในรุ่น Firefly Comfort+
💰 ดอกเบี้ย 1.98% นาน 4 ปี
🛡️ ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี พร้อม พ.ร.บ. ปีแรก
🎁 Central Gift Card มูลค่า 10,000 บาท (เฉพาะ 30 คันแรก)
🔌 ฟรี เครื่องชาร์จพกพา 3.5 kW
📶 ฟรี e-Sim + Data 3 ปี
🆘 บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
🔋 รับประกันแบตเตอรี่ Hi-Voltage นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
🔧 รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กม.
👜 กระเป๋า Weekend Duffle Firefly
✨ อื่น ๆ อีกมากมาย
🏢 ไฮไลต์สำคัญที่สุดนอกจากรุ่นย่อยใหม่ก็คือ การเปิดโชว์รูมบนห้าง CentralWorld นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นแฟล็กชิปโชว์รูมแบบสแตนด์อโลนแห่งแรกของโลก ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บนพื้นที่กว่า 350 ตารางเมตร

🌏 เพราะบ้านเรา NIO ทำตลาดในไทยภายใต้แบรนด์ย่อย Firefly ถ้าในต่างประเทศ เจ้า Firefly จะขายในโชว์รูม NIO แต่ไทยคือเปิดโชว์รูม Firefly เฉพาะเลย
☕ โชว์รูมตั้งอยู่ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซน Central Court ภายใต้แนวคิด “More than a showroom. A community destination.” ที่ผสานพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ การขายและจองทดลองขับ Café, Event Zone และ Lifestyle Space เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับผู้คนและคอมมูนิตี้ใจกลางเมือง

🎨 พร้อมกิจกรรมพิเศษจากความร่วมมือกับ “เต๊นท์ คัจฉกุล แก้วเกต” ศิลปินและนักวาดภาพประกอบที่มาร่วมถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ภายในโชว์รูม
👤 นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวว่า การเปิด Firefly แฟล็กชิปโชว์รูมแบบสแตนด์อโลนแห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการต่อยอดประสบการณ์ลูกค้าตลอดกว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี โดยมุ่งให้โชว์รูมเป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายรถยนต์ แต่เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ สัมผัสประสบการณ์แบรนด์ และสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน โดยยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ
🅿️ นอกจากนั้นแล้ว ลูกค้า Firefly ที่เดินทางมายังศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จะมี centralwOrld Privilege Parking ที่จอดรถพิเศษสำหรับลูกค้า Firefly จำนวน 6 ช่อง บริเวณชั้น P3 ตึกจอดรถ 3,000 คันอีกด้วยครับ
📍 Firefly Flagship Showroom ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ถึง 22.00 น.

🚘 ผู้สนใจสามารถเข้าชม Firefly Comfort และ Comfort+ รับคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ จองทดลองขับ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม หรือผ่าน LINE Official Account : .thailand

-------------------------------

โดยรวมแล้ว การเติมของครั้งนี้ทำให้รถดูสมเหตุสมผลกับราคามากขึ้น (อีกนิด) ดีใจที่ค่ายฟังเสียงลูกค้าครับกับข้าวของที่ขาดไป จริง ๆ ตัวรถดีเลย แต่ราคาก็ตาม Position ของเขาที่วางเป็น Premium B-Seg EV ครับ
#ไฟร์เออร์ฟลาย #หิ่งห้อย

🔰 เปิดตัว Mercedes-AMG GT SUV รถยนต์ไฟฟ้า SUV สมรรถนะสูง จากค่ายตราดาว DNA ซูเปอร์คาร์🚗 เป็นรถที่ Mercedes-AMG พัฒนาขึ้น...
20/10/2026

🔰 เปิดตัว Mercedes-AMG GT SUV รถยนต์ไฟฟ้า SUV สมรรถนะสูง จากค่ายตราดาว DNA ซูเปอร์คาร์
🚗 เป็นรถที่ Mercedes-AMG พัฒนาขึ้นเองตั้งแต่ต้นจนจบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 59 ปีของแบรนด์ โดยใช้สถาปัตยกรรมรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง AMG.EA เช่นเดียวกับ Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé รุ่นใหม่ ผสานบุคลิกของ SUV ขนาดใหญ่เข้ากับสมรรถนะและอารมณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ต GT มาพร้อมจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ตำแหน่งเบาะนั่งแบบสปอร์ต และหลังคาที่ลาดต่ำ โดยยังคงความสะดวกสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
🔋 ทำตลาดทั้งหมด 3 รหัส ได้แก่
⚡ GT 53 SUV
🔹 มอเตอร์ซิงโครนัส 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ติดตั้งที่เพลาหน้าและเพลาหลัง ให้กำลังรวม 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.8-4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. หากติดตั้ง Driver's Package
🔋 ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 106 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 597-668 กม. มาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC 11 kW และ DC สูงถึง 600 kW ชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 11 นาที และชาร์จเพียง 10 นาทีก็เพิ่มระยะทางได้ถึง 440 กม.
⚡ GT 55 SUV
🔹 มอเตอร์ Axial Flux จำนวน 3 ตัว แบ่งเป็นมอเตอร์ 2 ตัวที่เพลาหลัง และอีก 1 ตัวที่เพลาหน้า ให้กำลังรวม 816 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,860 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.8-3.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 270 กม./ชม. หากติดตั้ง Driver's Package
🔋 ติดตั้งแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่
🔘 ขนาด 106 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 525-585 กม. มาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC 11 kW และ DC สูงถึง 600 kW ชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 12 นาที และชาร์จ 10 นาทีเพิ่มระยะทางได้ถึง 386 กม.
🔘 ขนาด 128 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 620-700 กม. มาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC 11 kW และ DC สูงถึง 710 kW ชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 12 นาที และชาร์จ 10 นาทีเพิ่มระยะทางได้ถึง 454 กม.
⚡ GT 63 SUV
🔹 มอเตอร์ Axial Flux จำนวน 3 ตัว แบ่งเป็นมอเตอร์ 2 ตัวที่เพลาหลัง และอีก 1 ตัวที่เพลาหน้า ให้กำลังรวม 1,169 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 2,000 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.5-2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 270 กม./ชม. หากติดตั้ง Driver's Package
🔋 ติดตั้งแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่
🔘 ขนาด 106 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 525-585 กม. มาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC 11 kW และ DC สูงถึง 600 kW ชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 12 นาที และชาร์จ 10 นาทีเพิ่มระยะทางได้ถึง 386 กม.
🔘 ขนาด 128 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 620-700 กม. มาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC 11 kW และ DC สูงถึง 710 kW ชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 12 นาที และชาร์จ 10 นาทีเพิ่มระยะทางได้ถึง 454 กม.
🔋 แบตเตอรี่ของทุกรุ่นย่อยเป็นแบตเตอรี่สมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยี Formula 1 รองรับแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ พร้อมระบบระบายความร้อนโดยตรงผ่านเซลล์แบตเตอรี่ทรงกระบอกแต่ละเซลล์ เพื่อรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมและรองรับการจ่ายกำลังอย่างต่อเนื่อง
🛞 ติดตั้งช่วงล่างแบบมัลติลิงก์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้ระบบ AMG ACTIVE RIDE CONTROL+ ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อผสานความสบายในการเดินทางเข้ากับการควบคุมแบบรถสปอร์ต ติดตั้งเป็นมาตรฐานในรุ่น GT 63 SUV และเป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่น GT 55 SUV ประกอบด้วย
🔹 สปริงลมปรับระดับได้ 3 ระดับ
🔹 ถังแรงดันขนาด 8.2 ลิตร
🔹 ระบบเชื่อมต่อโช้คอัพด้วยระบบไฮดรอลิก
🔹 ระบบควบคุมการโคลงและการก้มเงยของตัวรถแบบแอ็กทีฟ
🔹 ระบบปรับความสูงตัวรถตามความเร็ว เพื่อลดแรงต้านอากาศ
⚙️ แทนการใช้เหล็กกันโคลงแบบดั้งเดิม ระบบไฮดรอลิกจะช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวรถทั้งในแนวข้างและแนวยาว โดยปรับแรงดันตามโหมดการขับขี่ที่เลือก
✨ ผลลัพธ์คือช่วยลดอาการหน้ารถทิ่มขณะเบรก ลดการเชิดของด้านหน้าขณะเร่ง และช่วยรักษาเสถียรภาพเมื่อเข้าโค้ง แม้พื้นถนนด้านซ้ายและขวาจะมีความขรุขระแตกต่างกัน
🔄 นอกจากนี้ ยังมีระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังแบบแอ็กทีฟเป็นมาตรฐาน โดยปรับมุมเลี้ยวได้สูงสุด 6 องศา
🔹 ความเร็วต่ำกว่า 80 กม./ชม. ล้อหลังจะเลี้ยวสวนทางกับล้อหน้า ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและลดวงเลี้ยว
🔹 ความเร็วสูงกว่า 80 กม./ชม. ล้อหลังจะเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกับล้อหน้า โดยปรับมุมได้สูงสุด 1 องศา เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
🛑 ด้านระบบเบรก รุ่น GT 53 และ GT 55 SUV ติดตั้งเบรกเหล็กเป็นมาตรฐาน ส่วน GT 55 สามารถเลือกเบรกคาร์บอนเซรามิกได้ และ GT 63 SUV ติดตั้งเบรกคาร์บอนเซรามิกทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นมาตรฐาน
🔊 แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ Mercedes-AMG GT SUV ถูกออกแบบให้ยังคงอารมณ์การขับขี่ตามแบบฉบับ AMG ผ่านโปรแกรม AMGFORCE Sport+ ซึ่งจำลองเสียงเครื่องยนต์ V8 สำหรับ GT 63 และ GT 55 SUV รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ 6 สูบสำหรับ GT 53 SUV โดยบันทึกเสียงจากเครื่องยนต์จริง ใช้ไมโครโฟน 16 ตัว และข้อมูลการวัดมากกว่า 100 รูปแบบ ก่อนนำมาปรับให้ตอบสนองตามการเร่งความเร็วและสถานการณ์การขับขี่แบบเรียลไทม์
🎮 ยังมีการจำลองการเปลี่ยนเกียร์ผ่านระบบที่ให้ความรู้สึกคล้ายเกียร์ AMG SPEEDSHIFT สามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยแป้นหลังพวงมาลัย พร้อมระบบสั่นที่เบาะนั่งและรูปแบบการแสดงผลเฉพาะ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ใกล้เคียงรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปมากขึ้น
🔉 ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับระดับเสียงเครื่องยนต์จำลองและเสียงภายในห้องโดยสารได้ ตั้งแต่โหมด Powerful, Balanced ไปจนถึง Silent รวมถึงปรับบุคลิกเสียงตั้งแต่แนวคลาสสิกไปจนถึงแนวอนาคต
🏁 ในรุ่น GT 63 และ GT 55 SUV มีระบบ AMG RACE ENGINEER ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ปรับการตอบสนองของรถผ่านปุ่มควบคุมแบบหมุน 3 ปุ่มบริเวณคอนโซลกลาง ได้แก่
🔹 Response Control: ปรับการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าต่อคันเร่ง ตั้งแต่เน้นความนุ่มนวลไปจนถึงการตอบสนองที่ฉับไว
🔹 Agility Control: ปรับบุคลิกการเข้าโค้งและการกระจายแรงบิด เพื่อเลือกระหว่างการขับขี่ที่เน้นความมั่นคงกับการควบคุมท้ายรถให้สไลด์ได้
🔹 Traction Control: ปรับระดับการทำงานของระบบควบคุมการลื่นไถลได้ 9 ระดับ โดยใช้ได้ในโหมดที่กำหนดเมื่อปิด ESP
🎨 ดีไซน์ภายนอกถือว่าแปลกตาในแบบที่ถ้าไม่ "ชอบ" ก็ "เกลียด" เลย ด้วยมิติตัวถังยาว 5,080 มิลลิเมตร กว้าง 2,001 มิลลิเมตร สูง 1,653 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,040 มิลลิเมตร ด้านหน้าดีไซน์ทรงลาดยกสูง เส้นหลังคาลาดต่ำ ฐานล้อยาว และซุ้มล้อขนาดใหญ่ สร้างบุคลิกที่ผสมผสานระหว่าง SUV กับรถสปอร์ต GT
💡 องค์ประกอบที่โดดเด่นภายนอกประกอบด้วย กระจังหน้าเฉพาะ AMG พร้อมซี่แนวตั้งสีเมทัลลิก ซึ่งสามารถเลือกให้มีไฟส่องสว่างได้ ตราดาว Mercedes-Benz ตรงกลาง และไฟหน้าพร้อมไฟกลางวันลายดาว
🔴 ด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายทรงกลม 6 ดวงที่ออกแบบคล้ายกังหัน และสามารถเลือกแถบไฟท้ายเพิ่มเติมได้
🌬️ พร้อมการออกแบบภายนอกตามหลักแอโรไดนามิก "AEROKINETICS" อาศัยชิ้นส่วนหลัก 2 ส่วน ได้แก่
🔹 Active AEROKINETICS Roof Spoiler: สปอยเลอร์หลังแบบแอ็กทีฟในรุ่น GT 63 และ GT 55 SUV ซึ่งจะปรับตำแหน่งตามความเร็วและสถานการณ์การขับขี่ ตั้งแต่ความเร็ว 150 กม./ชม. ขึ้นไป เพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศหรือเพิ่มเสถียรภาพตามความเหมาะสม
🔹 AEROKINETICS Airpanel: บานปรับทิศทางลมบริเวณกันชนหน้า ซึ่งควบคุมการไหลเวียนของอากาศเข้าสู่ระบบระบายความร้อน โดยจะปิดเมื่อไม่ต้องการอากาศเพิ่มเติม เพื่อลดแรงต้านอากาศ และเปิดเมื่อระบบต้องการการระบายความร้อนมากขึ้น
🛋️ ห้องโดยสารของ Mercedes-AMG GT SUV ได้รับการออกแบบโดยยึดผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง โดยจัดตำแหน่งเบาะให้ต่ำและกระชับกับตัวรถ ให้ความรู้สึกแบบรถสปอร์ตมากกว่าการนั่งใน SUV ทั่วไป
📱 อุปกรณ์สำคัญประกอบด้วย
🔹 หน้าจอกลางระบบมัลติมีเดียขนาด 14 นิ้ว หันเข้าหาผู้ขับขี่
🔹 หน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 10.2 นิ้ว
🔹 หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 14 นิ้ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม
🔹 พวงมาลัย AMG Performance พร้อมแป้นควบคุมการฟื้นฟูพลังงาน
🔹 เบาะนั่งรองรับการเข้าโค้งและการเดินทางระยะไกล
🔹 เบาะ AMG Performance พร้อมพนักพิงศีรษะแบบรวมในตัว ซึ่งมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริม
🔹 ระบบเสียง Burmester 4D ซึ่งสามารถเลือกติดตั้งได้
🪑 แม้หลังคาจะลาดต่ำ แต่ Mercedes-AMG ระบุว่าพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขาของผู้โดยสารด้านหลังยังมีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะไกล เบาะหลังเป็นแบบ 3 ที่นั่ง สามารถพับพนักพิงลงได้ และปรับพับพนักพิงศีรษะด้วยระบบไฟฟ้า
🌌 หลังคากระจกพาโนรามา SKY CONTROL สามารถปรับเปลี่ยนระหว่างความโปร่งใสและความทึบได้ โดยมีอุปกรณ์เสริมเป็นเอฟเฟกต์ไฟ AMG สำหรับการใช้งานในเวลากลางคืน พร้อมระบบช่วยลดความร้อนจากแสงแดด
🎨 ลูกค้าสามารถเลือกสีตัวถังจากสีพิเศษ MANUFAKTUR มากกว่า 60 สี รวมถึงล้อฟอร์จ AMG ที่ตกแต่งด้วยสีเพิ่มเติม และทางเลือกอีกมากมาย
🤖 Mercedes-AMG GT SUV ใช้ระบบปฏิบัติการ Mercedes-Benz Operating System (MB.OS) ร่วมกับระบบ MBUX รุ่นใหม่ ซึ่งรองรับการปรับแต่งหน้าจอและการควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในรถ ระบบผู้ช่วยเสมือน MBUX Virtual Assistant รองรับ AI จาก 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ChatGPT, Microsoft Bing และ Google Gemini สามารถสนทนาและจัดการคำสั่งที่มีหลายขั้นตอนได้
📊 หน้าจอมีรูปแบบการแสดงผลหลายสไตล์ เช่น Classic, AMG Special, Pure, Vehicle Data และ Trip โดยสามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับกำลังขับเคลื่อน อุณหภูมิ ยาง ระบบนำทาง และข้อมูลการเดินทางได้
💻 นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชันเฉพาะ AMG อีก 3 รายการ ได้แก่
🔹 AMG PERFORMANCE MENU: แสดงข้อมูลการขับขี่แบบเรียลไทม์ เช่น การไหลของพลังงาน กำลังขับเคลื่อน สถานะระบบแอโรไดนามิก อุณหภูมิยาง และสถานะช่วงล่าง
🔹 AMG SET-UP: ปรับแต่งฟังก์ชันการขับขี่และปุ่มบนพวงมาลัย รวมถึงการตั้งค่าระบบแอโรไดนามิก
🔹 AMG TRACK PACE: บันทึกข้อมูลการขับขี่ในสนามแข่งมากกว่า 80 รายการ ด้วยความถี่ 10 ครั้งต่อวินาที พร้อมแสดงเวลาต่อรอบ เวลารายเซกเตอร์ อัตราเร่ง และข้อมูลเทเลเมทรี
🏎️ ระบบ AMG TRACK PACE ยังรองรับการบันทึกสนามแข่งที่ผู้ขับขี่กำหนดเอง รวมถึงแสดงแนวทางการเข้าโค้งและจุดเบรกผ่านระบบ Head-up Display พร้อมฟังก์ชัน Augmented Reality สำหรับแสดงแนวเส้นทางจากข้อมูลที่บันทึกไว้
⚡ Mercedes-AMG GT SUV ยังมาพร้อม Predictive Performance Manager (PPM) ซึ่งนำเทคโนโลยีที่เคยใช้ในรถต้นแบบ CONCEPT AMG GT XX มาประยุกต์ใช้ ระบบจะวางแผนการใช้พลังงานตามสภาพเส้นทางและโหมดการขับขี่ โดยเลือกว่าจะจ่ายกำลังมากหรือน้อยในแต่ละช่วง เพื่อรักษาพลังงานและอุณหภูมิของระบบให้เหมาะสมตลอดการขับขี่
🎛️ และที่ขาดไม่ได้ก็คือโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่
🔹 Comfort เน้นความนุ่มนวลและความประหยัด
🔹 Sport เพิ่มความฉับไวและความสปอร์ต
🔹 AMGFORCE Sport+ จำลองเสียงเครื่องยนต์และเพิ่มอารมณ์การขับขี่
🔹 RACE เน้นสมรรถนะสูงสุดสำหรับสนามแข่ง
🔹 Slippery ปรับการทำงานให้เหมาะกับพื้นถนนลื่น
🔹 Individual ปรับตั้งค่าตามความต้องการของผู้ขับขี่
🔹 Eco เน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
🏁 ในโหมด RACE ยังมีฟังก์ชัน Drift Mode, Drag Race, Track Race และ Launch Control
🚀 นอกจากนี้ เมื่อดึงแป้นควบคุมทั้งสองข้างบนพวงมาลัยพร้อมกันในโหมด C, S และ S+ ผู้ขับขี่สามารถเรียกใช้กำลังเสริม Boost เพื่อเพิ่มแรงบิดและกำลัง พร้อมการตอบสนองของคันเร่งที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยระบบจะเพิ่มความรู้สึกในการเร่งผ่านแรงกระชากและการรัดเข็มขัดนิรภัย
💶 Mercedes-AMG GT SUV เริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อแล้วในยุโรป ในราคาเริ่มต้น 113,050 ยูโร สำหรับรุ่น GT 53 SUV ส่วนรุ่น GT 55 และ GT 63 จะเริ่มขายในฤดูใบไม้ผลิปี 2027 (มีนาคมปีหน้า) สุดท้ายแล้ว สาวกตราดาวชาวไทยต้องมาลุ้นครับว่ารุ่นนี้จะเข้ามาทำตลาดในไทยหรือไม่
#เมอร์เซเดสเอเอ็มจี #เอเอ็มจี

19/10/2026

live! พาชม All-New Mitsubishi Pajero ทั้ง 3 รุ่นย่อย

🔥"All-New Mitsubishi Pajero" เปิดตัวและเปิดราคาในไทยแล้วนะครับ🚗เรียกได้ว่าเปิดตัวตามญี่ปุ่นมาติด ๆ นอกจากบ้านเราจะเป็นฐา...
19/10/2026

🔥"All-New Mitsubishi Pajero" เปิดตัวและเปิดราคาในไทยแล้วนะครับ
🚗เรียกได้ว่าเปิดตัวตามญี่ปุ่นมาติด ๆ นอกจากบ้านเราจะเป็นฐานการผลิตสำคัญแล้ว เรายังเป็นภูมิภาคแรกในโลกที่จำหน่ายรุ่นนี้ด้วยครับ
🚗ประเทศไทยจะทำตลาดด้วย 3 เกรดรุ่นย่อย
- รุ่นเริ่มต้น GLS 2WD 1,499,000 บาท
- รุ่นรอง GSR 2WD 1,699,000 บาท
- รุ่นท็อป Super Exceed 4WD 1,999,000 บาท
เป็นราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถไม่เกินสิ้นปีนี้ ซึ่งจะได้ทั้ง Ambassador Program Package ประกอบด้วย ดอกเบี้ย 1.99%, ประกันภัยชั้น 1, Service Package ฟรี 5 ปี และ Pajero Exclusive Box. สำหรับ 2,000 ท่านแรก
⚡ขุมพลังจะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล Clean Diesel ขนาด 2.4 ลิตร ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ พร้อมเทอร์โบ Variable Geometry Turbocharger (VGT) แบบ Single ที่มีช่วงการทำงานกว้าง ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที สามารถสร้างแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) รุ่นใหม่ พร้อมโหมด Sport ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและต่อเนื่อง และมี Paddle Shift ให้อีกด้วย
⚡พิเศษในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะมาพร้อมกับระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ระบบควบคุมการขับเคลื่อนที่มีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้ง 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock
และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ซึ่งถูกพัฒนาให้สามารถรองรับการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังใช้งานบนถนนทั่วไปได้ง่ายและสะดวก
🚗ข้อมูลมิติตัวรถจะมีดังนี้
ความยาว 4,920 มม. ความกว้าง 1,925 มม. ความสูง 1,910 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า/หลัง: 1,630 มม. ระยะฐานล้อ: 2,870 มม. ระยะห่างจากพื้น 230 มม. พร้อมมุมไต่ 30.4 องศา, มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา
☑️รายละเอียดสเปคและออปชั่นแต่ละรุ่นย่อย
■อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก■
- กระจังหน้า Kendo Mask (เฉพาะรุ่นขับสองทั้งหมด)
- กระจังหน้า Honeycomb (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- Dynamic Flow Light
- ไฟส่องพื้นสัญลักษณ์ Pajero (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- ชุดตกแต่งพิเศษ บริเวณกันชนหน้า-หลัง และแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (เฉพาะรุ่นเริ่มต้นขับสอง)
- ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วสีทูโทน (เฉพาะรุ่นกลางขับสอง)
- ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วสีทูโทนรมดำ (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- หลังคากระจกพาโนรามา (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
■อุปกรณ์มาตรฐานภายใน■
- กระจกมองหลังมาตรฐาน (เฉพาะรุ่นเริ่มต้นขับสอง)
- กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่นกลางขับสอง)
- กระจกมองหลังแบบดิจิตอล (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- เบาะนั่งหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ (เฉพาะรุ่นขับสองทั้งหมด)
- เบาะนั่งหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียม สี Camel-Black (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (เฉพาะรุ่นเริ่มต้น)
- เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่ง กระจกมองข้าง พวงมาลัยไฟฟ้า และ ระบบดันหลังไฟฟ้า (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น)
- เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง
- หน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัส Smartphone-Link 12.3 นิ้ว (เฉพาะรุ่นขับสองทั้งหมด)
- หน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 14.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัส Smartphone-Link 14.3 นิ้ว (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- ระบบเครื่องเสียงแบบมาตรฐาน พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่นเริ่มต้น)
- ระบบเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่นกลางและท็อป)
- Mitsubishi Connect (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
■ระบบความปลอดภัย ADAS■
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
- ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตาด้านข้าง Blind Spot Warning (BSW)
- ระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน Lane Cahnge Assist (LCA)
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว FCM (Forward Collision Warning)
- ระบบคาดการณ์และเตือนการชนด้านหน้าตรง Predictive Forward Collision Warning (PFCW)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Leading Car Departure Notification (LCDN)
-ระบบ Front Cross Traffic Alert (FCTA) ซึ่งสามารถตรวจจับรถที่กำลังเข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งบริเวณทางแยก พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการชนของรถที่เคลื่อนที่ตัดผ่านกัน
- ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- ระบบช่วยช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อผู้ขับขี่เหยียบคันเร่งผิดพลาด Emergency Assist for Pedal Misapplication (EAPM)
- กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM)
- พร้อมระบบตรวจจับและแจ้งเตือนวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection: MOD)
- ระบบช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking) RCTB (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keeping Assist) (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- ระบบตรวจสอบสัญญาณจราจร TSR (Traffic Sign Recognition) (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
- ระบบช่วยขับขี่ MI-Pilot (เฉพาะรุ่นท็อปขับสี่)
■สีตัวถังมีให้เลือกดังนี้■
- สีขาว White Diamond
- สีเทา Graphite Grey Metallic
- สีเงิน Blade Silver Metallic (เฉพาะรุ่นเริ่มต้น)
- สีฟ้า Phantom Blue (เฉพาะรุ่นกลาง)
- สีดำ Jet Black Mica (เฉพาะรุ่นท็อป)
- สีขาวหลังคาดำ White Diamond / Black Roof (เฉพาะรุ่นท็อป)
- สีเทาหลังคาดำ Graphite Grey Metallic / Black Roof (เฉพาะรุ่นท็อป)
- สีฟ้าหลังคาดำ Phantom Blue / Black Roof (เฉพาะรุ่นท็อป)
- สีทองแดงหลังคาดำ Armor Copper / Black Roof (เฉพาะรุ่นท็อป)
🔥 ราคาจัดว่าเซอร์ไพรส์มากครับ ที่ราคาดีกว่าที่คิด ก่อนหน้านี้คิดว่าราคาจะเกิน 2 ล้านด้วยซ้ำ

#มิตซูบิชิ #ปาเจโร่

19/10/2026

ราคา All-New Mitsubishi Pajero มาแล้วครับ ราคาดีนะ

#มิตซูบิชื #ปาเจโร่

18/10/2026

เก็บบรรยากาศงานแข่ง Isuzu Challenge Thailand 2026 สนาม 6-7 มาให้ชมกันครับ ขอบคุณ Isuzu ที่เชิญให้มาสัมผัสประสบการณ์พิเศษครั้งนี้ครับ

🟢ดูตัวพ่อกระบะไปแล้ว มาดูตัวพ่อสายบรรทุกกันบ้างครับ อันนี้เรียก "รุ่นลุง" เลยดีกว่า "Isuzu ELF เจเนเรชั่นที่ 1 ปี 1959"✨...
17/10/2026

🟢ดูตัวพ่อกระบะไปแล้ว มาดูตัวพ่อสายบรรทุกกันบ้างครับ อันนี้เรียก "รุ่นลุง" เลยดีกว่า "Isuzu ELF เจเนเรชั่นที่ 1 ปี 1959"
✨เปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ปี 1959 โดยเป็นรถบรรทุกขนาด 2 ตัน แบบ Cab-over (หน้าแบน) ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่ล้ำหน้ามากในยุคนั้น และมาพร้อมไฟหน้าทรงกลมเดี่ยว กระจังหน้าแนวนอนสีขาว และใช้ประตูแบบบานพับเปิดไปด้านหลัง (Rear-hinged doors)
✨ช่วงแรกมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินรหัส GL150 ขนาด 1.5 ลิตร (1,491 cc) ให้กำลังสูงสุด 60 แรงม้า (PS)
✨จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ปี 1960 เมื่อ Isuzu เปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 52 แรงม้า รหัส TL121/151 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่รถบรรทุกระดับนี้ในญี่ปุ่นใช้เครื่องยนต์ดีเซล
✨มาชมรถคันจริงกันได้ที่งาน SPEEDTOPIA FESTIVAL 2026
📍งาน PT SONGKHLA GRAND PRIX 2026 วันที่ 16-18 ต.ค. ครับ

ที่อยู่

Bangkok
10160

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Car News Update โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Car News Update:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่