Car News Update เพจที่จะทำให้ข่าวสารเรื่องรถยนต์เป็นเรื่องไม่น่าเบื่ออีกต่อไป...

ติดตามข่าวสารรถใหม่รุ่นดังๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ร่วมแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับรถ สอบถามเรื่องที่ค้างคาใจ ติดตามการเปิดตัวรถใหม่ไปกับเราได้ที Car News Update
Facebook : www.facebook.com/CarNewsUpdateFanpage

ติดต่อลงโฆษณา / ลงข่าว PR รถใหม่ / รีวิวรถ / ให้ไปทดลองขับหรือยืมรถทดลองขับ
ติดต่อทาง Inbox เพจหรือ [email protected] ได้เลยครับ

ฝากคอนเทนต์ฝั่งบ้านเล็ก (ทีมงานผม) ด้วยนะครับไปกดไลก์ กดแชร์ กดติดตามกันได้ครับ 👍
16/08/2026

ฝากคอนเทนต์ฝั่งบ้านเล็ก (ทีมงานผม) ด้วยนะครับ
ไปกดไลก์ กดแชร์ กดติดตามกันได้ครับ 👍

14/08/2026

Honda City e:HEV RS 2026 | 7.39 แสน คุ้มขึ้นแค่ไหน? ราคาถูกลง เพิ่มกล้องรอบคัน แต่ยังมีกั๊ก

#ฮอนด้า #ซิตี้

🔥 #ขับไปเรื่อย2026 Honda City e:HEV RS 2026 สวยขึ้น คุ้มราคาขึ้น แต่ก็ยังมีกั๊ก(คลิปรีวิวความยาว 45 นาที ขึ้นให้ที่ช่องแ...
14/08/2026

🔥 #ขับไปเรื่อย2026 Honda City e:HEV RS 2026 สวยขึ้น คุ้มราคาขึ้น แต่ก็ยังมีกั๊ก
(คลิปรีวิวความยาว 45 นาที ขึ้นให้ที่ช่องแดงแล้วนะครับ ฝากไปรับชมกันได้ตามลิงก์ที่แปะด้านล่าง หรือจะชมผ่าน Facebook ซึ่งเดี๋ยวจะลงให้ครับ)
🔰การมาของ City 2026 อาจจะผิดวิสัยทัศน์ Honda ยุคก่อน ๆ ที่มักมีอายุตลาดแต่ละบอดี้ราว ๆ 5-6 ปี แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง จะเห็นว่า Honda เริ่มลากขายแต่ละโมเดลให้นานขึ้น (ซึ่งผมถือว่าปกติเพราะหลายค่ายก็ทำกัน อาจจะลากนานกว่านั้นด้วยซ้ำ) เช่นเดียวกับ City ใหม่ที่จะเห็นว่ายังคงปรับโฉมภายใต้บอดี้เดิม ขายต่อไปในปีที่ 7 นับจากการเปิดตัวครั้งแรกปลายปี 2019
ทว่าการมาของ City ใหม่ นอกจากการปรับโฉม เพิ่มออปชั่นแล้ว ความน่าสนใจอยู่ที่ราคาที่ "ถูกลง" ราคารุ่น RS ที่ผมนำมาทดสอบอยู่ที่ 739,000 บาท เทียบกับสมัย City e:HEV มาใหม่ ๆ (ที่ขาย 839,000 บาท) ถือว่าถูกลงเป็นแสน! ทว่าราคานี้จะเป็นราคาพิเศษจนถึงสิ้นเดือนกันยา หลังจากนั้นจะปรับขึ้น 30,000 บาทครับ
ความเห็นหลังการทดสอบ ขอแบ่งเป็น 3 หัวข้อ "สิ่งที่เหมือนเดิม" "สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม" "สิ่งที่หายไป / สิ่งที่ยังกั๊ก"
🔰สิ่งที่เหมือนเดิม🔰
■ เหมือนเดิมในที่นี้คือ รักษาสิ่งที่ดีอยู่แล้วไว้เช่นเดิม ไม่ว่าจะ
ขุมพลัง 1.5 ลิตร Hybrid ที่แรง นุ่ม สมูท Kick Down เสียงไม่ดังเกินงาม เร่งแซงสนุก ตัวเลข 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 9 วินาทีปลาย ๆ ที่สำคัญยังให้อัตราสิ้นเปลืองน่าประทับ เฉลี่ยตลอดทริปราว ๆ 21-23 กม./ลิตร น้ำมัน 1 ถัง (40 ลิตร) มากพอให้วิ่งได้ 730-750 กม. สบาย ๆ

■ การขับขี่และช่วงล่างเหมือนเดิม มาแนวนุ่มหนึบ แต่จะเน้นไปทางนุ่ม ซึ่งซับแรงสะเทือนดี เก็บอาการเนียนเวลาผ่านลูกระนาดหรือคอสะพาน ขับเร็วไม่ค่อยโยกไม่ค่อยย้วย ต่างจากคู่แข่ง ATIV GR Sport ที่จะเน้นไปทางหนึบแน่นกว่า อันนี้แล้วแต่ความชอบ ขณะที่พวงมาลัยจะมีน้ำหนักที่กำลังดี มีระยะฟรีพอประมาณ ขับความเร็วต่ำสบาย ขับทางไกลไม่เมื่อยล้า และยังมี Paddle Shift หลังพวงมาลัยให้ปรับความหน่วงเบรกเล่นด้วย

■ ความปลอดภัยอย่าง Honda Sensing ที่ยังคงทำงานเนียน สมูท ทั้งในส่วนของ Adaptive Cruise Control , ระบบเตือนการชน, ระบบที่ช่วยเหลือการขับขี่ให้อยู่ในเลน ซึ่งไม่รู้สึกขืนมือขืนพวงมาลัยเกินไป ระบบในภาพรวมเนียนไม่แพ้รุ่นพี่เลย
🔰สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม🔰
■ ที่เห็นชัดคือรูปโฉมภายนอก ตอนแรกผมเห็นภาพหลุดจากฝั่งอินเดีย ผมไม่ชอบเลย แต่พอเห็นของจริง ผมว่า "สวยกว่าในรูป" โดยเฉพาะสีแดง Blazing Red ที่ผมได้มาเทสต์ เรียกว่าสีแดงสดสวยสะดุดตามาก และจะเห็นได้ว่าโลโก้ภายนอกของ Honda City ใหม่จะเน้นความ 2 มิติและมินิมอลมากขึ้นด้วย

■ ความปลอดภัยที่มีการเพิ่มสิ่งที่หลายท่านรอคอยอย่าง "กล้องมองภาพรอบทิศทาง" ปล่อยให้คู่แข่งใส่มาตั้งนาน คุณภาพกล้องผมว่าคมชัดตามราคา (อย่างน้อยชัดกว่า Lanewatch) สามารถตั้งค่าให้กล้องปรากฏเวลาเปิดไฟเลี้ยวได้ (แต่พอเปิดปุ๊บ ก็จะปิดการทำงาน Lanewatch โดยอัตโนมัติ)

■ การเติมออปชั่นหลายรายการให้ครบครันขึ้น เช่น กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, หน้าจอสัมผัสตรงกลางใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ชัดขึ้น แต่ตำแหน่งจอสูงกว่าจอเดิม เลยแอบมีแสงสะท้อนตาเล็กน้อยเวลาขับรถ, เพิ่มที่ชาร์จไร้สาย รวมไปถึงการปรับปรุงการตกแต่งห้องโดยสารใหม่ ทั้งเพิ่มไฟ Ambient Light สีแดง ปรับโลโก้บนพวงมาลัยใหม่ นอกนั้นยังคงเดิม
🔰สิ่งที่หายไป / สิ่งที่ยังกั๊ก🔰
อย่างแรกที่เห็นชัดคือ ที่พักแขนตอนหลังหาย อันนี้เสียดายสุด เพราะจุดขาย City คือเบาะหลังที่กว้างขวางนั่งสบาย พอจุดนี้หายเห็นสูญเสียอรรถประโยชน์บางอย่างไปแบบน่าเสียดาย (ซึ่งสเปคอินเดียมีที่พักแขนให้)

หรืออย่างความปลอดภัยบางรายการที่ผมเห็นสมควรว่ามีในรถราคานี้ นั่นคือ เซ็นเซอร์กะระยะถอยจอด อย่างน้อยให้ด้านหลัง 4 จุดแบบสเปคอินเดียก็ยังดี

และที่หลายคนอยากให้ใส่มา อย่างเตือนมุมอับสายตา BSI & CTM ผมคาดว่า Honda คงใส่มาให้เจนฯ หน้า ตอนนี้ก็ใช้ Lanewatch กันไปก่อน อย่างน้อย City ก็มีกล้องรอบคันนะ ขณะที่ Civic ไม่มี!
โดยภาพรวมแล้ว City ใหม่ แม้จะทรงเดิมแต่ได้ดีไซน์สวยขึ้น ได้ข้าวของที่ครบครันมากขึ้น ภายใต้ราคาที่ถูกลงจากเดิม มีบางอย่างที่ยังคงกั๊ก ซึ่งไว้ว่ากันใหม่เจเนเรชั่นหน้าแล้วกัน ทว่าความเป็น Hybrid บวกกับชื่อชั้นแบรนด์ Honda ทำให้ยังคงเป็นตัวเลือกเบอร์ต้น ๆ สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมไปไฟฟ้า 100% ได้ดีรุ่นหนึ่งเลยครับ ไว้โอกาสถัดไปจะลองเอา City เกรดรอง ๆ และรุ่นเทอร์โบมารีวิวบ้าง ฝากรอติดตามกันด้วยครับ

--------------------------------------------

🔰สุดท้ายผมต้องขอขอบคุณทาง Honda Automobile (Thailand) ที่ยังคงเอื้อเฟื้อรถสำหรับการทดสอบด้วยดีเสมอมาครับ

#ฮอนด้า #ซิตี้

🔰ราคาไม่ข้ามล้านนะ! Honda Super-ONE ประกาศราคาในจำหน่ายในไทยที่ 990,000 บาท Limited Edition 30 คันเท่านั้น■ ระบบขับเคลื่...
14/08/2026

🔰ราคาไม่ข้ามล้านนะ! Honda Super-ONE ประกาศราคาในจำหน่ายในไทยที่ 990,000 บาท Limited Edition 30 คันเท่านั้น
■ ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่
Super-ONE ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า AC Synchronous Motor e-Axle ขนาดกะทัดรัดและแบตเตอรี่แบบบางความจุสูง ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร พร้อมโหมดพิเศษ “BOOST Mode” ที่สามารถเรียกพละกำลังออกมาได้สูงสุด 95 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 162 นิวตันเมตร เพื่อให้อัตราเร่งที่เฉียบคมและทรงพลังยิ่งขึ้น
⭐️นอกจากนี้ยังมี
• ระบบจำลองเปลี่ยนเกียร์แบบ 7 สปีด
• Active Sound Control จำลองเสียงเครื่องยนต์ตามจังหวะคันเร่ง
• ไฟ Ambient และมาตรวัดเปลี่ยนสีจากน้ำเงินเป็นม่วงเมื่อเข้า BOOST Mode
⭐️ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างอารมณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาป แม้จะเป็น EV ก็ตาม
⭐️ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 29.6 kWh รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กม. ตามมาตรฐาน NEDC
• ชาร์จ AC 6 kW ใช้เวลาประมาณ 4.5 ชั่วโมง
• ชาร์จเร็ว DC 50 kW จากแบตต่ำถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
พร้อมรองรับการจ่ายไฟภายนอกสูงสุด 1,500W ผ่าน Honda Power Supply Connector สำหรับใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเป็นแหล่งพลังงานฉุกเฉิน
■ มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 5 รูปแบบ ได้แก่
• ECON
• CITY
• NORMAL
• SPORT
• BOOST
ในโหมด CITY รองรับระบบ Single-Pedal Control ที่สามารถเร่ง ชะลอ และหยุดรถได้ผ่านคันเร่งเพียงอย่างเดียว
🔥มิติตัวรถยาว 3,589 มม. กว้าง 1,575 มม. สูง 1,615 มม. ยาวกว่า N-One e แต่ยังคงฐานล้อ 2,520 มม. เท่าเดิม และมีรัศมีวงเลี้ยวแคบ 5.2 เมตรเท่านั้น น้ำหนักตัวรถ 1,167 กิโลกรัม ติดตั้งช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และหลังแบบทอร์ชั่นบีม ดิสก์เบรก 4 ล้อ มาพร้อมล้อขนาด 15 นิ้ว ยาง 185/55 R15
■อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก■
- ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
- สปอยเลอร์หลัง
■ภายใน / ความสะดวกสบาย■
- สีภายใน สีทรีโทน (ขาว/เทา/ฟ้า) ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า
- เบาะคู่หน้าแบบ Bucket Seat
- วัสดุหุ้มเบาะ : คู่หน้า : หนังและผ้า / คู่หลัง : ผ้า
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
- ไฟอ่านแผนที่และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED แบบสัมผัส
- ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้ายแบบ LED
- ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
- กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ (ด้านคนขับ)
- เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบทำความร้อน
- แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้า
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วแบบ Advanced Touch
- รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto™ แบบไร้สาย
- รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
- ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า Type-C 2 ตำแหน่ง (60W)
- ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)
- แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว
- ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 8 ตำแหน่ง
■ระบบความปลอดภัย■
- กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
- เซนเซอร์กะระยะ (หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด)
- ถุงลมคู่หน้า
- ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
- ม่านถุงลมด้านข้าง
- ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
- ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
- ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
- เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS)
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
- ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง
- เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
- จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
- ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์
■ เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ■
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุม เมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (LSF)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
สีตัวถังสเปคไทยมีให้เลือกสีเดียวคือ สีเทาลูมินัส / หลังคาสีดํา (ทูโทน)
เชื่อเถอะ ราคานี้ใคร ๆ ก็ต้องบอกว่าแพง แล้วไปเทียบกับไฟฟ้าจีน 4-5 แสนกัน!
แต่...ญี่ปุ่นก็ขายกันที่ 3,390,200 เยน หรือ 7 แสนกว่าบาทแล้ว ของไทยนำเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่นและไม่ได้มีเงินอุดหนุน ไม่ได้เข้าโครงการ EV3.5 ผมว่าเขาเก่งละนะที่กดราคามาขนาดนี้ได้ ตอนแรกคิดว่าต้องมีล้านอัพด้วยซ้ำ
เอาเป็นว่าใครสนใจ...ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในการจอง พร้อมกันในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. เป็นต้นไปครับ ช้าหมดอดก่อนเด้อ

#รถพลังงานไฟฟ้า

13/08/2026

ตัวจริงสวยกว่าในรูปนะ!
พาชมรอบคันแบบเร็ว ๆ All-New Lexus ES ทำตลาดในไทยทั้งหมด 2 รุ่นย่อย 2 ขุมพลัง
ES350e Premium 3.29 ล้านบาท
ES350h Grand Luxury 3.89 ล้านบาท

#เล็กซัส #เล็กซัสอีเอส

🚘 All-New Lexus ES เปิดตัวเปิดราคาในไทยเป็นที่เรียบร้อย ทำตลาดในไทยทั้งหมด 2 รุ่นย่อย 2 ขุมพลัง ได้แก่ES350e Premium 3,2...
13/08/2026

🚘 All-New Lexus ES เปิดตัวเปิดราคาในไทยเป็นที่เรียบร้อย ทำตลาดในไทยทั้งหมด 2 รุ่นย่อย 2 ขุมพลัง ได้แก่
ES350e Premium 3,290,000 บาท
ES350h Grand Luxury 3,890,000 บาท
คลิปพาชมรอบคันแบบสั้น ๆ แปะลิงก์ให้ชมที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ
⚡ ES350e Premium
มอเตอร์ 2XM ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 227 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 269 นิวตันเมตร
ติดตั้งแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงแบบ Lithium-ion ความจุ 76.96 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 620 กิโลเมตร (NEDC) รองรับระบบชาร์จไฟฟ้า AC 22kW และ DC 150kW
อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.

🔋 ES350h Grand Luxury
เครื่องยนต์เบนซิน-ไฮบริด A25A-FXS 2.5 ลิตร เจเนอเรชันที่ 6 ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 189 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 235 นิวตันเมตรที่ 4,200-5,000 รอบ/นาที + มอเตอร์ไฟฟ้า 204 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร
ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบ 247 แรงม้า (PS)
อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม.
อัตราบริโภคน้ำมัน 22.72 กิโลเมตร/ลิตร* (*อ้างอิงจาก ECO Sticker)

✨ ดีไซน์ตัวจริงสวยกว่าในรูป
เป็นรถอีกคันที่ผมให้นิยามว่า "ของจริงสวยกว่าในรูป" อีกคัน เพราะตอนเห็นในภาพครั้งแรก ดูแปลก ๆ ฉีกแนวจาก Lexus เดิม ๆ ไปเยอะ ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นไปตามนั้นแหละ แต่ของจริงโคตรสวยโคตรล้ำ ดีไซน์ดูวัยรุ่นขึ้น

📏 ขนาดตัวถังใหญ่ขึ้นในทุกมิติ
ที่สำคัญขนาดบอดี้ "ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ" โดยมิติตัวรถจะมีความยาว 5,140 มิลลิเมตร กว้าง 1,920 มิลลิเมตร สูง 1,555-1,560 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,950 มิลลิเมตร หากเทียบรุ่นเดิมแล้ว รุ่นใหม่ยาวขึ้น 165 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 55 มิลลิเมตร สูงขึ้น 110-115 มิลลิเมตร ดีไซน์โดยรวมแรงบันดาลใจบางส่วนมาจากต้นแบบ LF-ZC ที่สะท้อนถึงรถ BEV เจเนเรชั่นใหม่ของ Lexus พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม TNGA GA-K
📋 ข้อมูลและสเปคในภาพรวมของรถ
- มิติตัวรถ ES350h ยาว 5,140 มิลลิเมตร กว้าง 1,920 มิลลิเมตร สูง 1,555 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,950 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 138 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ 2,310 กิโลกรัม ความจุสัมภาระท้าย 493 ลิตร
- มิติตัวรถ ES350e ยาว 5,140 มิลลิเมตร กว้าง 1,920 มิลลิเมตร สูง 1,560 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,950 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 142 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ 2,695 กิโลกรัม ความจุสัมภาระท้าย 517 ลิตร
- ช่วงล่างแบบอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงก์
- เบรกหน้า/หลังแบบ Ventilated Disc
- ล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/55 R19
🌐อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
- กระจกบังลมหน้าตัดแสง UV พร้อมระบบซับเสียง
- กระจกตัดแสง UV ประตูผู้โดยสารตอนหน้า-หลัง (พิเศษในรุ่น ES350e เป็นแบบ Acoustic Glass)
- หลังคากระจก Panoramic
- กระจกมองข้างไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว พร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่ง
- สายชาร์จฉุกเฉิน (เฉพาะ ES350e)
- ดีไซน์ภายนอกแบบ Spindle Body
- มือเปิดประตู Semi-Flush door handle
- ไฟหน้าแบบ LED (เฉพาะ ES350e เป็นไฟ High-Definition LED)
- ไฟตัดหมอกหน้า (เฉพาะ ES350e)
- ไฟส่องมุมหน้ารถ (เฉพาะ ES350e)
- ดีไซน์ไฟหน้าแบบ Twin L Signature Lamp
- ไฟท้าย Slim light bar ดีไซน์ พร้อมโลโก้ท้ายสัญลักษณ์ “LEXUS”
- ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
- ไฟส่องสว่างด้านหลัง
- ไฟตัดหมอกด้านหลัง
🛋️อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
- กระจกมองหลังแบบดิจิทัล
- จอมิเตอร์แสดงผลรวมแบบดิจิทัล
- หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Head Up Display (HUD)
- พวงมาลัยหุ้มหนัง Paddle Shift, พร้อม Heater และ Vibrate
- ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย Hidden Touch Switch
- เกียร์ไฟฟ้า Shift Lever
- วัสดหุ้มเบาะ Semi-Aniline (ES350e)
- วัสดหุ้มเบาะ Synthetic Leather (ES350h)
- กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่าง (สำหรับที่นั่งตอนหน้า)
- ช่องต่อ USB-C 5 ช่อง บริเวณคอนโซลหน้าและหลัง
- ช่องต่อ DC-12V บริเวณคอนโซลกลาง 1 ช่อง
- ช่องเก็บของคอนโซลกลางและช่องวางแก้วน้ำขนาดใหญ่
- ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
- ระบบปรับอากาศพร้อมปุ่มควบคุมอุณหภูมิแบบแยกอิสระ สำหรับบริเวณที่นั่งตอนหน้า- และระบบกรองอากาศ
- ระบบปรับอากาศแบบนาโนอีเอ็กซ์ Nano-eX
- ระบบเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (ES350h)
- เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (ES350e)
- ระบบบันทึกตำแหน่งสำหรับเบาะโดยสาร 3 ตำแหน่ง (ES350e)
- ระบบดันหลังสำหรับที่นั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 2 ทิศทาง (ES350h)
- ระบบดันหลังสำหรับที่นั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง (ES350e)
- เบาะทำความร้อนคู่หน้า (ES350h)
- เบาะทำความร้อนคู่หน้าพร้อม Radiant Heater (ES350e)
- เบาะระบายอากาศ (คู่หน้า)
- ม่านบังแดดประตูหลัง (ES350e)
- พวงมาลัยไฟฟ้าปรับระดับ 4 ทิศทาง
- ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ
- ปุ่มปรับเลือกรูปแบบการขับขี่ ECO/ Normal/ Sport/Range/Custom (ES350e)
- ปุ่มปรับเลือกรูปแบบการขับขี่ ECO / Normal/ Sport/Custom (ES350h)
- ระบบเปิดประตูและสตาร์ทอัจฉริยะ
- จอแสดงผลการสั่งงาน EMV แบบสัมผัส Touchscreen EMV ขนาด 14 นิ้ว
- ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- ระบบแผนที่นำทาง Navigation system
- ระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงหลังด้วยไฟฟ้า Power Back Door
- แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Qi Charger 1 ตำแหน่งใน ES350h และ 2 ตำแหน่งใน ES350e
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพงจาก Mark Levinson 17 ตำแหน่ง
- ระบบเสียงสังเคราะห์ Active Sound Control (ASC) เฉพาะ ES350e
- กุญแจแบบการ์ด Card key
🛡️ระบบความปลอดภัย
- ระบบประตูนิรภัยอัจฉริยะ E-Latch แบบ Semi-flush door handle พร้อม Safe Exit Assist (SEA) (พิเศษใน ES350e จะมี Soft Close ด้วย)
- ระบบควบคุมการทรงตัวของรถ (VSC)
- ระบบป้องกันการลื่นไถล (TRC)
- ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรกไฟฟ้า (EBD)
- ระบบช่วยเบรก (BA)
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
- ระบบช่วยจอดพร้อมระบบช่วยเบรก (PKSB)
- ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Lexus Teammate Advance Park
- กล้องมองภาพรอบคัน Panoramic View Monitor (PVM)
- ระบบเตือนแรงดันลมยาง Tire Pressure Warning System (TPWS)
- ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitoring System (BSM)
- สัญญาณเตือนด้านท้ายขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี Pedal Misoperation Control
- ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS (สำหรับที่นั่งตอนหน้า)
- ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS บริเวณหัวเข่า (สำหรับที่นั่งตอนหน้า)
- ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านข้าง (สำหรับที่นั่งตอนหน้า)
- ม่านถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS (สำหรับที่นั่งตอนหน้าและตอนหลัง)
- เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดพร้อมระบบดึงกลับและลดแรงกระชาก (สำหรับที่นั่งตอนหน้า)
- เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดพร้อมระบบดึงกลับ (สำหรับที่นั่งตอนหลัง)
- แท่นยึดสำหรับติดตั้งที่นั่งเด็กแบบ ISO FIX-Compliant (สำหรับที่นั่งตอนหลัง)
ระบบป้องกันการโจรกรรมแบบ Immobilizer และ Intrusion Sensor พร้อมสัญญาณเตือนอัตโนมัติ
🧠ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System+4.0 (LSS+4.0)
- ยกระดับ! ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะถึงจุดหยุดนิ่ง All-Speed Dynamic Radar Cruise Control ตอบสนองต่อรถที่แทรกมาในเลนได้ฉลาดและรวดเร็วขึ้น พร้อมโหมด Eco Run เพิ่มความนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

- ยกระดับ! ระบบป้องกันก่อนการชน PCS (Pre-Collision System) ขยายขอบเขตการตรวจจับและเพิ่มความสามารถในการตรวจจับวัตถุบริเวณทางแยกให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

- ยกระดับ! ระบบช่วยเตือนรถออกนอกเลน LDA (Lane Departure Alert)

- ยกระดับ! ระบบช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน LTA (Lane Tracing Assist)

- NEW! ระบบช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉิน ESA (Emergency Steering Assist with Active Support)

- NEW! ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร RSA (Road Sign Assist)

- NEW! AHS High-Definition Type มาพร้อมระบบปรับไฟสูงอัจฉริยะแบบความละเอียดสูง ปรับได้ 5 ระดับ ควบคุมทิศทางแสงได้แม่นยำ นอกจากตัดแสงในแนวนอน ยังเพิ่มระบบบดบังลำแสงในแนวตั้งด้วย และปรับลดแสงสว่างเฉพาะจุดเมื่อตรวจพบคนเดินถนน

- NEW! ระบบแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของจราจร TMN (Traffic Movement Notification)
🎨สีภายนอกมีให้เลือก 7 สี ได้แก่
- สีฟ้า SOU (อ่านว่า “โซ”)
- สีขาว White Nova Glass Flake
- สีดำ Graphite Black Glass Flake
- สี Sonic Chrome
- สี Sonic Iridium
- สี Sonic Titanium
- สีคอปเปอร์ Sonic Copper
❇️After-sales Service❇️
- ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 1,000 กิโลเมตร ถึง 50,000 กิโลเมตร
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- รับประกันระบบแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (สำหรับรุ่นไฮบริด)
- รับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า 8 ปี / 160,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันกรณีแบตเสื่อมสภาพต่ำกว่า 70% (สำหรับรุ่นไฟฟ้า)
❇️Promotion Campaign❇️
แคมเปญพิเศษ ซื้อรถช่วงเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 13 – 31 สิงหาคม 2569
รับฟรี!! แพ็คเกจซ่อมบำรุง Lexus Exclusive Package (LXP) แบบ Standard (มูลค่า 50,000 บาท)
- ฟรีค่าแรงเช็กระยะเพิ่มเติม จาก 60,000 กิโลเมตร ถึง 100,000 กิโลเมตร หรือ 5 ปี (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
- ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ตลอด 5 ปี
❇️Showroom Launch❇️
พร้อมสัมผัส และทดลองขับ The All-New Lexus ES ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง ระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2569
- เลกซัส กรุงเทพ (พระราม 9) โทร. 02-716 – 8999
- เลกซัส รามอินทรา โทร. 02-521-1111
- เลกซัส วิภาวดี โทร. 02-260-8123
เพียงทดลองขับในงาน รับฟรี!! Lexus Magsafe Wallet มูลค่า 1,000 บาท จำนวนจำกัด

#เล็กซัส #เล็กซัสอีเอส

💰Geely Starrey EM-R เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ไทยในราคาโดนใจ มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่- รุ่น PRO 699,900 บาท (ราคาพิเศษ 300 ค...
13/08/2026

💰Geely Starrey EM-R เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ไทยในราคาโดนใจ มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่
- รุ่น PRO 699,900 บาท (ราคาพิเศษ 300 คันแรก จากปกติ 729,900 บาท)
- รุ่น MAX 799,900 บาท
🎨 มีตัวเลือกสีภายนอกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงินกลาเซียร์บลู (Glacier Blue) สีขาวอัลไพน์ไวท์ (Alphine White) สีเงินคลาวด์วีล (Cloudveil Silver) และสีเทาโวลคานิค (Volcanic Grey) และสีภายในสีดำ
⚡ เปิดตัวภายใต้แนวคิด THE FLOW YOU OWN ทุกเส้นทาง..กำหนดได้” ด้วยเทคโนโลยี EM-R ใหม่ล่าสุดจาก GEELY ผสานการทำงาน 2 ระบบ ไฟฟ้า และน้ำมัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แบบ Range Extended Electric Vehicle (REEV) ที่ให้ผู้ขับขี่เลือกใช้พลังงานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการชาร์จไฟฟ้าหรือเติมน้ำมันตามความเหมาะสม
🔋 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ ทำหน้าที่ปั่นไฟเข้ามอเตอร์ไฟฟ้าเทคโนโลยีเฉพาะของ Geely แบบ 11-in-1 ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 262 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. รองรับน้ำมันสูงสุด E20
🔌ติดตั้งแบตเตอรี่ LFP 18.4 kWh มอบระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 104.8 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
🏁มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ
• โหมดไฟฟ้าล้วน (Pure) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% และเมื่อพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ใกล้หมด เครื่องยนต์จะทำงานเพื่อผลิตไฟฟ้าให้แบตเตอรี่และนำไปใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ต่อไป

• โหมดไฮบริด (Hybrid) ผสานการทำงาน 2 รูปแบบ โดยรถยนต์จะปรับระบบขับเคลื่อนตามการใช้งานอัตโนมัติ โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในการใช้งานปกติเช่นเดียวกับโหมดไฟฟ้าล้วนก่อน และเสริมด้วยกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเครื่องยนต์เมื่อจำเป็น

• โหมดพละกำลัง (Power) มอบสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เสริมด้วยกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเครื่องยนต์ให้การตอบสนองที่ไวขึ้นได้ดังใจ
🛞พัฒนาบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GEA (Global Intelligent New Energy Architecture) ที่พัฒนามาเพื่อรถยนต์พลังงานทางเลือกโดยเฉพาะ พร้อมระบบช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ ที่ผ่านการทดสอบบนถนนประเทศไทยในหลากหลายพื้นที่ทั่ว
ประเทศ อุ่นใจด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะรอบคัน ADAS L2 ไม่ว่าจะเป็น
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICC)
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
ระบบช่วยป้องกันการชนด้านหน้า (CMSF)
ระบบช่วยป้องกันการชนด้านหลัง (CMSR)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA)
และระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (FVD)
อีกทั้งยังมาพร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา (AVM) พร้อมโหมดแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง
ถุงลม 6 ตำแหน่ง
และระบบความปลอดภัยอื่นๆ ครบครัน
🚘สรุปไฮไลต์สำคัญภายนอก-ภายใน
- โดดเด่นด้วยไฟ LED เต็มระบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟส่องสว่างขณะขับขี่ในเวลากลางวัน ไฟท้าย ไฟตัดหมอกหลัง และไฟเบรกหลังดวงที่ 3
- หลังคากระจกพาโนรามิกแบบเปิด-ปิดได้ พร้อมม่านหลังคาไฟฟ้า
- สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยประตูท้ายไฟฟ้าที่สามารถเปิด-ปิดได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.2 เมตร
- พื้นที่วางขาที่กว้างและเรียบ
- ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนเบาะคู่หน้าที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ใช้งาน พร้อมระบบปรับไฟฟ้าระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคู่หน้า และระบบจดจำตำแหน่งเบาะของผู้ขับขี่
- รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และ GEELY แอปพลิเคชัน
- ล้ำสมัยด้วย 3 จอแสดงผล ทั้ง มาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบ
แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้าขนาด 13.8 นิ้ว (HUD) และจอสัมผัสอัจฉริยะแบบ HD ขนาด 15.4 นิ้ว
- ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ FLYME Auto ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรถยนต์ GEELYโดยเฉพาะ
ระบบ FLYME Sound Premium Audio System พร้อมลำโพงทรงพลัง 14 ตำแหน่งรอบทิศทาง และ 2 ตำแหน่งที่พนักพิงศีรษะผู้ขับขี่
- ไฟสร้างบรรยากาศที่สามารถเลือกได้ถึง 256 เฉดสี
- พื้นที่บรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ถึง 2,065 ลิตร
🎁พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2569 – 31 สิงหาคม 2569 ได้แก่
- ดอกเบี้ย 1.98% ดาวน์ 25 % ผ่อน 48 เดือน
- ฟิล์มรถยนต์ Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost (เฉพาะรุ่น MAX)
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี
- รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 160,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
- Portable Charger
- ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี
- ค่าจดทะเบียน และพรมปูพื้น
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

---------------------------------

➡️ข้อมูลทางเทคนิคของ Geely Starrey EM-R ทุกรุ่นย่อย
- มิติตัวถังจะมีความยาว 4,740 มิลลิเมตร กว้าง 1,905 มิลลิเมตร สูง 1,685 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,755 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 172 มิลลิเมตร
- รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร
- ความจุสัมภาระด้านท้าย 528-2,065 ลิตร
- น้ำหนักรถเปล่า 1,730-1,770 กิโลกรัม
- ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท / ด้านหลังมัลติลิงก์
- เบรกด้านหน้า : ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน / เบรกด้านหลัง : ดิสก์เบรก
➡️ รายละเอียดสเปคและออปชั่นของแต่ละรุ่นย่อยจะมีดังนี้ ➡️
■ รุ่น Pro ■
• อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก •
- ไฟหน้าแบบ LED
- ไฟส่องสว่างขณะขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟท้ายแบบ LED
- ไฟตัดหมอกหลังแบบ LED
- ไฟเบรกหลังดวงที่ 3 แบบ LED
- ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ
- ระบบหน่วงเวลาปิดไฟหน้า (Follow Me Home)
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
- กระจกมองข้างพร้อมระบบทำความร้อน
- ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบอัตโนมัติ
- ระบบปัดน้ำฝนด้านหลังพร้อมที่ฉีดน้ำล้างกระจก
- ราวหลังคา
• อุปกรณ์มาตรฐานภายใน •
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
- พวงมาลัยหุ้มวัสดุหนังไมโครไฟเบอร์
- พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง (สูง-ต่ำ / เข้า-ออก)
- ม่านบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้า
- ระบบปรับกระจกหน้าต่างอัตโนมัติยกทีละ 4 ประตู
- กระจกหน้าต่างด้านหลังแบบรักษาความเป็นส่วนตัว
- ไฟอ่านหนังสือด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED
- แผ่นพื้นพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ
- ไฟห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายแบบ LED
- เบาะหนังสังเคราะห์
- เบาะนั่งคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง
- เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง
- พนักพิงเบาะหลังปรับ-พับแยกแบบ 60:40
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
- ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
- ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง CN95
- มาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว
- จอสัมผัสอัจฉริยะแบบ HD ขนาด 15.4 นิ้ว
- ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto
- ระบบเชื่อมต่อแบบบลูทูธ
- รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto*
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 4G
- ระบบนำทาง Navigation
- การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบออนไลน์ OTA
- GEELY แอปสโตร์
- ลำโพง 6 ตำแหน่ง
- ช่องต่อ USB-A และ USB-C บริเวณที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง
- ช่องจ่ายกระแสไฟ 12V บริเวณที่นั่งด้านหน้า
- ระบบกุญแจอัจฉริยะ
- ระบบสั่งงานเปิด-ปิดกระจกหน้าต่างด้วยรีโมท
• ระบบความปลอดภัย •
- ถุงลมคู่หน้า
- ถุงลมด้านข้าง
- ม่านถุงลมด้านข้าง
- กล้องมองภาพด้านหลัง
- เรดาร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหลัง
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
- ระบบเบรกอัตโนมัติชั่วคราว (Auto Hold)
- ระบบช่วยตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
- ระบบช่วยป้องกันล้อล็อก (ABS)
- ระบบช่วยควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD)
- ระบบช่วยเสริมแรงเบรก (BAS)
- ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC)
- ระบบช่วยป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ (G-TCS)
- ระบบช่วยป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP)
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC)
- ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
- ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ (PIB)
- เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าพร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ
- เข็มขัดนิรภัยด้านหลังพร้อมระบบดึงกลับ
- ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้า
- ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง
- จุดยึดเบาะนั่งนิรภัยตอนหลังสำหรับเด็ก ISOFIX
- ระบบล็อกนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตูด้านหลังจากในรถ
- ระบบช่วยป้องกันการโจรกรรม
- ระบบสัญญาณกันขโมย
- ระบบเตือนคนรอบข้างขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ (AVAS)
- ระบบปลดล็อกฝาท้ายฉุกเฉิน
- ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICC)
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
- ระบบช่วยป้องกันการชนด้านหน้า (CMSF)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางแบบฉุกเฉิน (ELKA)
- ระบบช่วยตรวจสอบป้ายจราจร (TSI)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (FVD)

---------------------------------------------
■ รุ่น Max (สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่น Pro) ■
- ระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติ (IHBC)
- กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า
- หลังคากระจกพาโนรามิก แบบเปิด-ปิดได้
- ม่านหลังคาไฟฟ้า
- ประตูท้ายเปิด-ปิดแบบไฟฟ้า พร้อมระบบสัมผัส
- กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
- ม่านบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่าง
- เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- ระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งคนขับ
- เบาะคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ
- ที่พักแขนเบาะหลัง
- ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้าขนาด 13.8 นิ้ว (HUD)
- ลำโพง 14 ตำแหน่ง และลำโพง 2 ตำแหน่งบนพนักพิงศีรษะ
- ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
- ระบบไฟสร้างบรรยากาศ 256 เฉดสี
- กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา (AVM) พร้อมโหมดแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง
- เรดาร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า
- ระบบช่วยป้องกันการชนด้านหลัง (CMSR)
- ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (LCA)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
- ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
- ระบบช่วยเตือนการชนก่อนเปิดประตู (DOW)

#จีลี่

🔥 ที่ผมขับรถแดงไม่ได้แปลว่าผมแรง 🔥อยากสอบถามข้อมูล อยากรู้อะไรเกี่ยวกับรุ่นนี้ ถามทิ้งไว้ในนี้ได้เลย เผื่อในรีวิวมีคำตอบ...
12/08/2026

🔥 ที่ผมขับรถแดงไม่ได้แปลว่าผมแรง 🔥
อยากสอบถามข้อมูล อยากรู้อะไรเกี่ยวกับรุ่นนี้ ถามทิ้งไว้ในนี้ได้เลย เผื่อในรีวิวมีคำตอบ 😁
“Honda City e:HEV RS 2026" 🔴

#ฮอนด้าซิตี้

12/08/2026

ช่วงหลัง ๆ ลงโพสต์ไม่ค่อยโต้ตอบกัน ขออนุญาตเช็คชื่อครับ ใครยังติดตามกันอยู่บ้าง 🙏

🟣Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) เริ่มการแข่งขันแล้ว ระหว่างวันที่ 10–15 สิงหาคม 2569 เส้นทางกว่า 2,000 กิโลเม...
12/08/2026

🟣Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) เริ่มการแข่งขันแล้ว ระหว่างวันที่ 10–15 สิงหาคม 2569 เส้นทางกว่า 2,000 กิโลเมตร จากพัทยา ผ่านปราจีนบุรี นครสวรรค์ กำแพงเพชร สู่พิษณุโลก
มีหนึ่งทีมที่ผมว่าน่าจับตาก็คือ "GWM EK Group Racing Team" ที่ส่ง TANK 300 Diesel จำนวน 2 คัน เข้าร่วมการแข่งขัน แบรนด์รถยนต์จีนที่ทำตลาดในประเทศไทยรายแรกที่ลงแข่งขัน AXCR
🔧รถแข่งทั้ง 2 คันเป็น GWM TANK 300 เครื่องยนต์ดีเซล ในรุ่น T2 (Cross-Country Production Car) ซึ่งกำหนดให้รถยังคงพื้นฐานใกล้เคียงรถผลิตจริง โดยปรับแต่งเฉพาะส่วนที่จำเป็นตามกติกา FIA เช่น โรลบาร์ อุปกรณ์ความปลอดภัย ยาง Mud Terrain วินช์ และอุปกรณ์กู้ภัย ขณะที่ระบบส่งกำลัง เทอร์โบ ระบบหล่อเย็น และระบบเบรกยังคงพื้นฐานเดิม
ถือว่าน่าสนใจนะที่ GWM เลือกจะใช้มอเตอร์สปอร์ตในการพิสูจน์ในเรื่องของความทนทาน สมรรถนะ เทคโนโลยี ระบบส่งกำลัง และความทนทานของรถและขุมพลังดีเซล 2.4 ลิตรเทอร์โบ ภายใต้สภาพการใช้งานสุดโหด
🔘โดยทางทีม GWM EK Group Racing Team ส่งรถหมายเลข 114 โดย โอฬาร สรสิริรัตน์ และ สมเกียรติ น้อยจาด
ส่วนรถหมายเลข 128 ขับโดย โทวัล ธรวรรณเสน และมี ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ เป็นผู้นำทาง ซึ่งทั้งสองชุดมีประสบการณ์ในวงการแรลลีและ AXCR มาอย่างยาวนาน
🔘สำหรับ GWM การลงสนามครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลการแข่งขัน แต่ต้องการนำข้อมูลและประสบการณ์จากสนามจริงกลับไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมตอกย้ำแนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และวางรากฐานสู่การทำมอเตอร์สปอร์ตในระยะยาว
ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันของ AXCR ปีนี้ครับ ใครติดตามการแข่งขันนี้ รักใครเชียร์ใคร ถือป้ายเชียร์ได้เลย ยังไงผมก็เป็นกำลังใจให้นักแข่งทุกท่าน รถแข่งทุกทีมครับ

ที่อยู่

Bangkok
10160

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Car News Updateผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Car News Update:

ทางลัด

แชร์

ประเภท