30/07/2026
"Marketing perspective race. NSX"
"ซามูไร เชือดม้าลำพอง"
วันที่Honda NSX ตบหน้า Ferrari. และเปลี่ยนกฏของsupercarไปตลอดกาล
คุณคิดว่าสินค้าที่แพงที่สุดคือสินค้าที่ดีที่สุดเสมอไปมั๊ยครับ
ย้อนไปในยุค'80s โลกของsupercar ถูกผูกขาดโดยแบรนด์อย่าง Ferrariและ Lamborghini รถพวกนี้สวย ดุดัน และราคาแพงระยับ แต่ในมุมของผู้ใช้งานจริง รถพวกนี้คือฝันร้ายครับ คลัชทผืแข็งจนขาแทบพัง แอร์ไม่เย็น ขับในเมืองไม่ได้ และพร้อมจะoverheat จอดริมทาง ตายได้ทุกเมื่อครับ
แต่ค่ายรถยุโรปกลับไม่แคร์ครับ พวกเขาบอกว่านี่คือแคแรคเตอร์ของsupercar. ถ้าคุณขับไม่ไหว นั่นก็คือคุณไม่คู่ควร ความหยิ่งผยองนี้ไปเข้าหูวิศวกรบริษัทรถบ้านๆอย่างฮอนด้าครับ ตอนนั้นฮอนด้ากำลังยิ่งใหญ่สุดขีด คว้าแชมป์โลกF1 เป็นว่าเล่น พวกเขาตั้งคำถามว่า ทำไมsupercarระดับโลก ถึงใช้งานในชีวิตประจำวันไม่ได้ ผู้บริหารฮอนด้าเลยอนุมัติprojectลับสุดยอด มร้างรถสปอร์ตเครื่องวางกลาง เพื่อไปตบหน้า Ferrari 348 โดยตั้งชื่อprojectนี้ว่า NSXหรือ NewSportscar eXperimental
ฮอนด้าไม่ได้มาเล่นๆครับ พวกเขาวัดเทคโนโลยีที่บ้าคลั่งที่สุดในยุคนั้นออกมาใช้ นี่คือรถproductionคันแรกของโลกที่ใช้แชสซีส์อลูมิเนียมทั้งคัน เพื่อให้รถเบาหวิวแต่แข็งแกร่ง และยัดเครื่องยนต์VTECที่ลากรอบทะลุ8,000รอบ และที่เดือดที่สุดคือฮอนด้าดึงตัวเทพเจ้าแห่งF1 อย่าง Aryton Senna มาเป็นคนปรับจูนช่วงล่างด้วยตัวเอง Senna ขับtest และแก่แชสซีส์ให้แข็งขึ้นอีก50%จนมันกลายเป็นรถที่สมดุลย์ที่สุดในโลก
ปี1990Honda NSX เปิดตัวสู่สายตาชาวโลก และมันสร้างแรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหว NSXแรงกว่า เบากว่า และเข้าโค้งได้คมกว่า Ferrari348แบบเทียบกันไมาติด แต่สิ่งที่ช็อควงการที่สุด คือมันเป็นsupercarทีาขับง่ายเหมือนHonda Civic ทัศนวิสัยโปร่ง โล่ง แอรผ์เย็นฉ่ำ สตาร์ทติดทุกเช้า และไม่เคยงอแงเวลารถติด Hondaได้สร้างหมวดหมู่ใหม่ให้กับยานยนต์ที่เรียกว่า everyday supercar
งานนี้Ferrariถึงกับเสียศํนย์และต้องาีบกลับไปปรับปรุงรถตัวเอง ในยุคต่อๆมาเลยครับ เคสของHonda NSXสอนบทเรียนราคาแพงให้กับคนทำธุรกิจว่า อย่าหยิ่งผยอง จนมองข้ามpain pointของลูกค้า ต่อให้แบรนด์ของคุณจเยิ่งใหญ่หรือpremiumแค่ไหน แต่ถ้าคุณมองข้ามปัญหาของลูกค้า วันหนึ่งจะมีคู่แข่งที่ฉลาดกว่า หยิบเอาpain pointมาสร้างเป็นproductพลิกโลก และแย่งมงกุฏไปจากคุณ