CRV accessอะไหล่crv hrv by Hed'H The Garage

CRV accessอะไหล่crv hrv by Hed'H The Garage จำหน่ายอะไหล่ ใหม่ เก่า ซ่อมบำรุงHonda C

New HRVออกมาได้ซักพักแล้ว มีคนออกมาใช้กันหนาตามาก  หลายคนแอบสนใจมันอยู่  มาดู Headlightmagลองขับกันดูครับ      "Headligh...
07/11/2022

New HRVออกมาได้ซักพักแล้ว มีคนออกมาใช้กันหนาตามาก หลายคนแอบสนใจมันอยู่ มาดู Headlightmagลองขับกันดูครับ
"Headlightmag Clip ทดลองขับ Honda HR-V e:HEV RS E-CVT (1.5 Hybrid i-MMD)"
ถึงแม้ว่า Honda HR-V จะไม่ใช่รถยนต์ Crossover รุ่นบุกเบิกในบ้านเราอย่างที่บางคนเข้าใจ เนื่องจาก Subaru Legacy Outback หรือ Suzuki SX-4 นั้น ได้เข้ามาทำตลาดก่อนหน้านานแล้ว ทว่าการมาถึง ณ ประเทศไทย ของ HR-V เจเนอเรชั่นที่ 2 เมื่อปี 2014 ก็ถือเป็นการกรุยทางสร้างผลกำไรให้กับ Honda อีกทั้งยังแสดงให้บริษัทรถยนต์หลายรายเห็นว่า รถยนต์อเนกประสงค์ใต้ท้องสูงที่มีระดับราคา 1 ล้านบวกลบนั้น มีความต้องการอยู่มากพอสมควร ก่อนที่จะพากันกระโดดเข้ามาชิงส่วนแบ่งจากเค้กก้อนโตก้อนน้ี
กาลเวลาผ่านไปเกือบ 8 ปี อายุตลาดของ HR-V เริ่มมากขึ้น กอปรกับคู่แข่งที่มีทั้ง จีน ฝรั่ง และญี่ปุ่น ต่างพากันทยอยเปิดตัวออกมาเป็นทางเลือกในลูกค้าได้ตัดสินใจมากขึ้น ส่วนแบ่งการตลาดก็เริ่มลดลง Honda Automobile (Thailand) จึงตัดสินใจเผยโฉม HR-V ใหม่ ตามตลาดญี่ปุ่นและตลาดโลก ไม่ปล่อยให้บรรดาลูกค้าต้องรอคอยนาน โดยเวอร์ชั่นไทยจะมีรุ่นย่อยให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่
Honda HR-V e:HEV E ราคา 979,000 บาท
Honda HR-V e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท
Honda HR-V e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท
ภายนอก

HR-V ใหม่ มีมิติตัวถังภายนอก ยาว 4,330 มิลลิเมตร (ในรุ่น E และ EL) และ 4,385 มิลลิเมตร (ในรุ่น RS) กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,590 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,610 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 196 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ Curb Weight อยู่ที่ 1,370 – 1,407 กิโลกรัม
เมื่อเทียบกับ HR-V รุ่นเดิม จะพบว่า HR-V ใหม่ ยาวขึ้น 39 มิลลิเมตร กว้างเท่าเดิม เตี้ยลง 15 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาวเท่าเดิม ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถสูงขึ้น 26 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ Curb Weight เพิ่มขึ้นประมาณ 110 – 120 กิโลกรัม

รุ่น E ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายนอกมาให้ ดังนี้
-ชุดไฟหน้าแบบ Full-LED พร้อมระบบเปิด – ปิด
อัตโนมัติ
-ชุดไฟท้ายแบบ LED Light Strip
-กระจังหน้าสีดำเงา
-ชายล่างของเปลือกกันชนหน้า – หลัง สีดำ
-ชายกันกระแทกด้านข้างสีดำ
-สปอยเลอร์หลัง
เสาอากาศแบบครีบฉลาม
-ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/60
R17
รุ่น EL ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายนอกเพิ่มขึ้นจากรุ่น E ดังนี้
-กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ
-อุปกรณ์ตกแต่งรอบคัน แถบสีเงิน
-ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
-ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Rain Sensor
-ฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบเตะเปิด และระบบ
Walk-away Closing
นอกจากนี้ HR-V ที่เปิดตัวในประเทศไทย ยังเป็นเวอร์ชันแรกในโลกที่มีรุ่นย่อย RS ซึ่งจะมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกแบบ Exclusive Design ดังนี้
-กระจังหน้าแบบ Sport พร้อมสัญลักษณ์ RS
-ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ Sequential Turn Signal
-ชุดไฟท้ายแบบรมดำ Smoke LED Taillight Strip
-อุปกรณ์ตกแต่งชายล่างกันชนหน้า พร้อม AMP
UP Logo
-อุปกรณ์ตกแต่งชายล่างกันชนหลัง
-คิ้วซุ้มล้อสีดำเงา Glassy Black
-หลังคาดำ Black Roof
-หลังคากระจก Panoramic Glass Roof แบบ 2
ตอน
-ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/50
R18
ภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยห้องสาร มีการปรับปรุงด้านทัศนวิสัย โดยยกจุด Eye point ของผู้ขับขี่ให้สูงขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่วางขาห้องโดยสารด้านหลังให้ยาวขึ้น 35 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังคงความอเนกประสงค์ตามสไตล์ Honda ด้วยการติดตั้งเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Long Mode และ Tall Mode

รุ่น E ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารมาให้ ดังนี้

กุญแจรีโมท Honda Smart Key System พร้อมระบบ Push Start
วัสดุหุ้มเสาหลังคาและเพดานสีเทาอ่อน
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำ
ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED
พวงมาลัย Multi-function 3 ก้าน ปรับได้ 4 ทิศทาง Tilt & Telescopic
ชุดมาตรวัดแบบกึ่งอนาล็อก พร้อมหน้าจอ MID แบบสี TFT ขนาด 7 นิ้ว
ม่านบังแดดแบบมีกระจกแต่งหน้าพร้อมฝาปิด
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ
ชุดเครื่องเสียง พร้อมหน้าจอสัมผัส Advanced Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth / Apple CarPlay และ Android Auto
ลำโพง 4 ตำแหน่ง
กล้องมองภาพด้านหลัง ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ
รุ่น EL ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารเพิ่มขึ้นจากรุ่น E ดังนี้
-วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารสีเงิน
-กระจกมองหลังตัดแสงรบกวนอัตโนมัติ
-สวิตช์กระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบ One-touch
-กล้องแสดงมุมอับสายตาฝั่งซ้าย Honda
LaneWatch
-ลำโพง 6 ตำแหน่ง
-ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
รุ่น RS ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารเพิ่มขึ้นจากรุ่น EL ดังนี้
-วัสดุหุ้มเสาหลังคาและเพดานสีดำ
-วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารสีดำเงา Piano
Black
-เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำ เดิน
ตะเข็บด้ายสีแดง
-เบาะนั่งฝั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
-ไฟอ่านหนังสือด้านหลังเปิด – ปิด ด้วยระบบสัมผัส
-ม่านบังแดดแบบมีกระจกแต่งหน้า พร้อมฝาปิด และ
ไฟส่องสว่าง
-แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย Wireless Charger
-ลำโพง 8 ตำแหน่ง
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
Honda HR-V เวอร์ชั่นไทย ทุกรุ่นย่อย จะมาพร้อมกับขุมพลัง e:HEV (1.5 Hybrid i-MMD) อันประกอบไปด้วย
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 73.0 x 89.5 มิลลิเมตร กำลังอัด 13.5 : 1 ทำงานแบบ Atkinson Cycle ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบด้วยหัวฉีด Multi-point PGM-FI พร้อมระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง Gasohol E20
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ประกอบด้วยมอเตอร์ Generator และมอเตอร์ขับเคลื่อน โดยมอเตอร์ขับเคลื่อนจะมีกำลังสูงสุด 131 แรงม้า (PS) ที่ 4,000 – 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,500 รอบ/นาที พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ติดตั้งอยู่ที่ใต้พื้นห้องโดยสารด้านหลัง
มีโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่
– ECON
– NORMAL
– SPORT
มีแป้น Deceleration Paddle Selectors ติดตั้งมาให้หลังพวงมาลัย สำหรับปรับระดับการหน่วงความเร็วด้วยระบบ Regenerative
ขุมพลัง e:HEV ที่วางอยู่ใน HR-V ใหม่ เรียกได้ว่าเป็นการยกชุดมาจาก City e:HEV เกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ทว่าเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร นั้น ถูกปรับจูนให้มีพละกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้น 7 แรงม้า (PS) ส่วนมอเตอร์ขับเคลื่อนซึ่งเป็นตัวหลักในการหมุนล้อ ก็มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้น 22 แรงม้า (PS) ตลอดจนมีแรงบิดที่มาในช่วงกว้างขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังมีการปรับอัตราทดเฟืองท้าย (Final Drive) ของทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้สูงขึ้นอีกด้วย
ระบบบังคับเลี้ยว

ระบบบังคับเลี้ยวในทุกรุ่นย่อย เป็นแบบ Rack & Pinion พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering) แต่เฉพาะรุ่น RS เท่านั้น ที่จะมาพร้อมระบบแปรผันอัตราทดพวงมาลัย VGR (Electric Power Steering Variable Gear Ratio) ซึ่งส่งผลให้จำนวนรอบการหมุนพวงมาลัย Turn-to-Lock ลดลงจาก 2.71 (ในรุ่น E และ EL) เหลือ 2.44 รอบ

ระบบกันสะเทือน

ระบบกันสะเทือนยังคงเป็นรูปแบบเดียวกันกับ HR-V รุ่นเดิม คือ ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบกึ่งอิสระ Torsion Beam

ระบบห้ามล้อ

ระบบห้ามล้อ เป็น Disc Brake ทั้ง 4 ล้อ จานเบรกคู่หน้า เป็นแบบมีครีบระบายความร้อน (Ventilated Disc) จานเบรกคู่หลัง เป็นแบบธรรมดา
นอกจากนี้ ยังเสริมการทำงานด้วยระบบช่วยเหลือต่างๆ ดังนี้

ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ABS (Anti-lock Braking System)
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Distribution)
สัญญาณไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System)
ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ AHA (Agile Handling Assist)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Decent Control)
ระบบควบคุมสเถียรภาพการทรงตัว VSA (Vehicle Stability Assist)
ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) และอุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety) ดังนี้

ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เกิดอาการเหนื่อยล้า Driver Attention Monitor
กล้องแสดงภาพมุมอับสายตาด้านซ้าย Honda LaneWatch (เฉพาะรุ่น EL และ RS)
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Front Airbags)
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbags)
ม่ายถุงลมนิรภัย (Side Curtain Airbags)
เข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ทั้ง 5 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อย ยังติดตั้งแพกเกจความปลอดภัยขั้นสูง Honda SENSING อันประกอบด้วย

ระบบเตือนการชน พร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ CMBS (Collision Mitigation Braking System)
ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในช่องทาง LKAS (Lane Keeping Assist System)
ระบบเตือนและช่วยควบคุม เมื่อรถออกนอกช่องทาง RDM with LDW (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันข้างหน้าที่ความเร็วต่ำ ACC with LSF (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Following)
ระบบเตือนเมื่อรถคันข้างหน้าเคลื่อนที่ LCDN (Lead Car Departure Notification System)
ระบบไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam

หลายคนติดตามกันมานานอาจยังไม่ทราบว่า เพจเราเป็นเพจอะไร ให้บริการอะไรบ้าง เพจนี้เรา    -จำหน่ายอะไหล่ ใหม่แท้ ,ใหม่afterm...
07/11/2022

หลายคนติดตามกันมานานอาจยังไม่ทราบว่า เพจเราเป็นเพจอะไร ให้บริการอะไรบ้าง เพจนี้เรา
-จำหน่ายอะไหล่ ใหม่แท้ ,ใหม่aftermarket อะไหล่มือสองจากเซียงกง เบิกอะไหล่ ของแต่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ตั้งแต่น๊อตตัวเล็กๆไปจนถึงรถทั้งคัน สำหรับ CRV,HRV,BRVฮอนด้าสายลุยทุกรุ่น
-จำหน่าย ของแต่ง อุปกรณ์เพิ่มสมรรถนะ เพิ่มความสวยงาม CRV,HRV,BRVทุกรุ่น
-บริการซ่อมบำรุง ปรับปรุงสภาพ ทุกระบบของCRV,HRv ตั้งแต่ -เครื่องยนต์
-ตัวถัง งานสี
-ภายใน
-ช่วงล่าง
-ระบบไฟฟ้า
-ระบบส่งกำลัง
-บริการเซ็ตอัพ ปรับแต่ง เพิ่มประสิทธิภาพ และความสวยงาม ให้CRV,HRV ทุกรุ่นทั้ง
-เปลี่ยนเครื่องยนต์
-อัพเกรดความแรง
-อัพเกรดช่วงล่างและเบรค
-ชุดแต่งตัวถัง
-บริการประกันภัยหลายบริษัท มีระบบผ่อนชำระ ให้ความคุ้มครองทันที รวมถึงเป็นธุระ ดูแลเอกสาร ดูแลรถให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
-บริการสินเชื่อ ซื้อ ขาย ธุรกรรมทางการเงิน CRV,HRV,BRVเช่าซื้อ รีไฟแนนซ์ จำนำจำนอง
-นำเสนอ เรื่องราว ข่าวสาร รถCRV ที่น่าสนใจทุกวัน
-อู่เราเป็นอู่ปิด ไม่รับงานwalk in กรุณานัดหมายคิวล่วงหน้าก่อนใช้บริการครับ
-เวลาทำการ จันทร์ ถึงเสาร์ 9.00-19.00 วันอาทิตย์ ติดต่อสายด่วนได้ หลัง11.00น.
ช่องทางการติดต่อ
โทร 0808001811
ไลน์ 0808001811
แชท หรือ คอมเมนต์ เข้ามาสอบถาม พูดคุย ปรึกษาได้ครับ

รับวาง เครื่องK24 ในCRVทุกรุ่น ทุกgen ใน HRVก็รับ K20 ฝาแดง ฝาขาว ฝาดำ เครืองแต่ง เครื่องเดิม อยากอัพสมรรถนะ อยากทำแรงใว...
11/10/2022

รับวาง เครื่องK24 ในCRVทุกรุ่น ทุกgen ใน HRVก็รับ K20 ฝาแดง ฝาขาว ฝาดำ เครืองแต่ง เครื่องเดิม อยากอัพสมรรถนะ อยากทำแรงใว้ขับเล่น หรือจะแค่ซ่อมบำรุงให้ใช้งานตามปกติได้ อย่างในgen1 เครื่องB20ก็เก่า ถึงเวลาต้องซ่อมบำรุงแล้ว ถ้าทำหลายจุด เปลี่ยนเครื่องอาจดีกว่า และนาทีนี้ B20ก็แพงไปกว่า K24แล้ว วางใหม่ใช้งานต่อ อาจคุ้มกว่าสนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ครับ แชท ไลน์ partsrepublic หรือ0808001811

มีของเล่นตรงรุ่นจากBrembo สำหรับ CRV,HRV,BRVใหม่ๆมีรับประกันในราคาไม่แพง มาให้เลือกเล่นกันนะครับ  สามารถติดตั้งร้อยน๊อตไ...
05/10/2022

มีของเล่นตรงรุ่นจากBrembo สำหรับ CRV,HRV,BRVใหม่ๆมีรับประกันในราคาไม่แพง มาให้เลือกเล่นกันนะครับ สามารถติดตั้งร้อยน๊อตได้เลย ไม่ต้องดัดแปลง ของที่มีก็จะเป็น
จานเบรค
-CRV g1 หน้า uv. 260มม.ใบละ 1,380บาท
-CRV g1 หน้า std 260มม.ใบละ 1,000บาท
- CRV g1 หลัง drum 4รู 220มม.ใบละ 1,320บาท
-CRV g1 หลัง drum 5รู 220มม.ใบละ 1,320บาท
-CRV g2 หน้า 282มม.ใบละ 1,680บาท
-CRV g2 หลัง 282มม.ใบละ 1,450บาท
-CRV g3 หน้า uv.296มม.ใบละ 2,160บาท
-CRV g3 หน้า std.296มม.ใบละ 1,512บาท
-CRV g3 หลัง uv.305มม.ใบละ 1,680บาท
-CRV g3 หน้า std.305มม.ใบละ 1,200บาท
-HRV หน้า uv.282มม. ใบละ 1,920บาท
-HRV หน้า std.282มม. ใบละ 1,680บาท
ผ้าเบรค
-CRV g1 หน้า low M คู่ละ 1,750บาท
-CRV g1 หน้า NAO คู่ละ 1,750บาท
-CRV g1 หน้า semi M คู่ละ 1,220บาท
-CRV g1 หน้า black คู่ละ 1,860บาท
-CRV g1 หน้า ceramic คู่ละ 2,160บาท
-CRV g2 หน้า low M 1,920บาท
-CRV g2 หน้า NAO 1,920บาท
-CRV g2 หน้า black 1,800บาท
-CRV g2 หน้า ceramic 2,280บาท
-CRV g2 หลัง low M 1,560บาท
-CRV g2 หลัง NAO 1,560บาท
-CRV g2 หลัง semi M 1,200บาท
-CRV g2 หลัง black 1,500บาท
-CRV g2 หลัง ceramic 1,680บาท
-CRV g3 หน้า low M 2,520บาท
-CRV g3 หน้า NAO 2,520บาท
-CRV g3 หน้า semi M 1,200บาท
-CRV g3 หน้า black 2,400บาท
-CRV g3 หน้า ceramic 2,520บาท
-CRV g3 หลัง low M 1,860บาท
-CRV g3 หลัง NAO 1,550บาท
-CRV g3 หลัง black 1,920บาท
-CRV g3 หลัง ceramic 2,160บาท
-CRV g4 หน้า black 2,400บาท
-CRV g4 หน้า ceramic 2,520บาท
-CRV g4 หลัง black 1,920บาท
-CRV g4 หลัง ceramic 2,160บาท
-CRV g5 หน้า black 2,160บาท
-CRV g5 หน้า ceramic 2,400บาท
-CRV g5 หลังblack 1,800บาท
-CRV g5 หลัง low M 1,860บาท
-HRV 1.8 หน้า black 2,160บาท
-HRV 1.8 หน้า ceramic 2,280บาท
-HRV 1.8 หลัง low M 1,920บาท
-HRV 1.8 หลัง NAO 1,920บาท
-HRV 1.8 หลัง black 1,860บาท
-HRV 1.8 หลัง ceramic 1,920บาท
น้ำมันเบรค0.5ลิตร
กระป๋องละ 250บาท
รุ่นไหนไม่ได้ลง ตกหล่น สอบถามเข้ามาได้เลยนะครับ นอกจากเบรมโบ เรายังมีอุปกรณ์เบรคหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้กัน ทั้ง Advics ,TRW,compact,compact primo,Graf,AP racing,Spoon,Mugen,Mintex,Bendix ,QH,Wagner,Honda,HondaAccess ,Runstop,Akebono,Googai,Nexzter,Nissin,mergent,EBC และอีกหลายแบรนด์ หาอะไร ตัวไหนรุ่นไหน ที่ซ่อมที่ทำ นัดหมายคิว ทุกมาได้ ทั้งไลน์ แชท หรือโทรมาได้จนถึงสองทุ่มของทุกวันนะครับ

เข้าเดือนตุลาแล้ว แต่ฝนยังไม่หยุดเลย หลายคนที่มีเจ้าCRV เป็นรถสุดสัปดาห์ อาจเอามาใช้ลุยประจำเผื่อน้ำท่วม ปัญหาคือ ด้วยคว...
03/10/2022

เข้าเดือนตุลาแล้ว แต่ฝนยังไม่หยุดเลย หลายคนที่มีเจ้าCRV เป็นรถสุดสัปดาห์ อาจเอามาใช้ลุยประจำเผื่อน้ำท่วม ปัญหาคือ ด้วยความสูงของมัน มันย้วยไปหน่อยครับ โคลงเคลงๆ คนใช้CRVส่วนมาก ใช้on roadมากกว่า จะเหวอๆเวลามันย้วยในโค้ง วันนี้เรามีสปริงแต่งH&R ล๊อตใหม่ จากเยอรมันเพิ่งเข้ามาถึง สดๆร้อนๆ แก้ปัญหานี้ได้ และ สำหรับคนที่อยากลงล้อหรือโหลด ใส่ไปเตี้ยลงด้วย รุ่นและราคาเดือนนี้ก็มี
G1 หน้า-35/หลัง-35มม. =9,120บาท
G2 หน้า-35/หลัง-35มม. =9,500บาท
G3 หน้า-35/หลัง-35มม. =9,120บาท
G3 ชุดยก +30/+30มม. =11,800บาท
G4 =12,720บาท
HRV โฉมแรก -30/-30มม. =7,400บาท
Silver sport streetmax
HRV โทรสอบถามราคาพิเศษ
BRV โทรสอบถามราคาพิเศษ
ราคานี้จัดส่งฟรีทั่วประเทศ กทม.ถึงมือในวันที่โอน ให้ทางเราติดตั้งด้วย +800บาท พร้อมนัดคิว ทางร้านไม่รับwalk inครับ สเปค ราคา อะไหล่ อื่นๆใดๆ แชท ไลน์ partsrepublic หรือ0808001811ครับ

ดูรถแต่งรถซิ่งมาเยอะ  มาดูรถบ้านๆมั่ง  BRVบ้านเราไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่เป็นรถที่น่าใช้ทีเดียว ราคามือสองไม่แรงด้วย มี...
29/09/2022

ดูรถแต่งรถซิ่งมาเยอะ มาดูรถบ้านๆมั่ง BRVบ้านเราไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่เป็นรถที่น่าใช้ทีเดียว ราคามือสองไม่แรงด้วย มีหลายคนสนใจหามาใช้งาน มาดูเค้ารีวิวBRVอย่างละเอียดกันครับ เผื่อใครกำลังสนใจจะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้
"ทดลองขับ Honda BR-V 1.5 SV CVT : ยำรวมมิตร รสชาติไม่โดดเด่น แต่ก็กลมกล่อมใช้ได้"
โมบิลิโอ…โอะ โอ้…” เฮ้ย ! นั่นมันเป็นเพลงที่ติดหูเป็นอย่างมาก ร้องออกมาปุ๊ป ทุกคนน่าจะจำกันได้แน่นอนในช่วงปี 2014 กับการเปิดตัวรถยนต์ Mini MPV ของ Honda อย่าง Mobilio ในบ้านเรา
ในปี 2016 นี้เอง บรรยากาศในงานเปิดตัวของ BR-V กลับเปลี่ยนออกไป บทเพลงหนึ่งที่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจผมมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าเพลงนี้ จะถูกปล่อยออกมาก่อนผมเกิดเสียอีก แต่ผมร้องได้ และ เชื่อว่าใครหลายๆคน ที่กำลังอ่านบทความนี้ ก็น่าจะร้องตามได้ด้วยเช่นกัน
” เก็บตะวันที่เคยส่องฟ้า เก็บเอามาเก็บไว้ในใจ…… “
บทเพลง ” เก็บตะวัน ” ของ อิทธิ พลางกูร ในอัลบั้ม ” ให้มันแล้วไป ” ที่ออก จำหน่ายในเดือน กันยายน ปี 2531 กับบริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น ยอดขายกว่า 700,00 ตลับ ในยุคนั้นยังเป็นเทปอยู่น่ะครับ วันเวลาผ่านไป เพลงนี้ก็ถูกนำมา re-arrange ใหม่ในปี 2016 ให้เป็นเพลงประกอบผลิตภัณฑ์ Honda BR-V ขับร้องโดยคุณคิงส์ เดอะวอยซ์ ซีซั่น 3 เหมือนอย่างที่ ฮอนด้า ประเทศไทย เคยทำมาก่อนหน้าทั้ง Honda Accord ในปี 2013 กับบทเพลง All my desire ขับร้องโดยคุณ Paul Ewing และคุณ กบ เสาวนิตย์ นวพันธ์ ต่อมาในปี 2014 ก็แนะนำ Honda City พร้อมกับโฆษณาผ่านมิวสิควีดีโอ ใช้เพลง มีเพียงเรา จากวงพอส มาเรียบเรียง และ ขับร้องใหม่ โดยคุณบี พีระพัฒน์ หลายท่าน อาจจะจำได้กับ บทบาทของ กัปตันมาวิน ในมิวสิควีดีโอ ชุดดังกล่าว
ที่ผมอ้างอิงถึงเพลงที่ใช้โปรโมทคู่กับรถทั้ง 2 คัน ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะ ภาพรวมมันช่วยส่งเสริม ภาพลักษณ์ หรือ มีความเข้ากัน กับตัวรถได้เป็นอย่างดี แต่ในคราวนี้ผมมองว่า เพลง เก็บตะวันที่นำมา re-arrange ใหม่ในครั้งนี้ มันช่าง ขัดกับตัวตนของ BR-V เสียเหลือเกิน มันดูแข็งกร้าว ไปเสียหน่อย ต่างจาก เวอร์ชั่น Original ที่ผมชื่นชอบ แม้ว่าการที่เอามาเรียบเรียงใหม่นี้มันก็เพราะอยู่นะ แต่มันขัดกับตัวตนของรถไปนิด
ผ่านพ้นเรื่องเพลงไป ที่แม้ว่าทุกคนคงจะมีความผูกพัน กับเรื่องเพลงกันอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่อย่างไรก็ตาม มันมีสิ่งหนึ่งที่ถ้าเปรียบเทียบออกมาแล้ว น่าจะเข้าใจกันโดยทั่วกันได้ง่ายกว่า แถมยังเป็นอะไรที่ผมออกจะชื่นชอบ จนทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐานมามากขนาดนี้ !! จะเป็นอะไรไปได้ นอกเสียจาก ” อาหาร ”
เปิดหัวข้อชวนหิวมาแบบนี้ ” ยำรวมมิตร รสชาติไม่โดดเด่น แต่ก็กลมกล่อมใช้ได้ ” มันหมายถึงอะไรกัน เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้ารถคันนี้ พร้อมแล้วก็ค่อยๆเลื่อนลง ไปหาคำตอบพร้อมๆกัน กับผมเลยครับ
BR-V เป็นผลงานล่าสุดอันเกิดจากความร่วมกันของทั้งทีมวิศวกรชาวญี่ปุ่น กับ ชาวไทย ในศูนย์วิจัยและพัฒนา Honda R&D Asia Pacific Co.,ltd. และ ทีม ออกแบบกับวิศวกรจาก P.T.Honda Prospect Motors ประเทศ Indonesia
เหตุผลในการพัฒนา BR-V นั้น ไม่ยากครับ ก็เพราะว่าแนวโน้มความต้องการ รถยนต์ประเภท B-Segment (Small) Crossover SUV จากลูกค้าทั่วโลก เพิ่ม สูงขึ้นในหลายๆประเทศ อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดกลุ่ม Southeast Asia หรือ ASEAN นั้น เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่อุดหนุนรถยนต์อเนกประสงค์มากที่สุด คือ ชาวอินโดนีเซีย ซึ่งมักชอบเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกันทั้งบ้าน จึงมักเรียกร้อง ให้ผู้ผลิตทำรถยนต์แบบ 7 ที่นั่ง ออกมาขาย อีกทั้ง ด้วยสภาพภูมิประเทศ ซึ่ง ต้องเผชิญกับภัยพิบัติจากลมมรสุมต่างๆอยู่บ่อยๆ ความต้องการรถยนต์ 7 ที่นั่ง ยกสูง ขนาดเล็ก ในราคาที่คนทั่วไปซื้อหามาเป็นเจ้าของได้ง่าย จึงเพิ่มมากขึ้น อย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
Honda เปิดตัว BR-V ครั้งแรกในโลก ณ งานแสดงรถยนต์ Gaikindo Indonesian International Auto Show (GIIAS) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2015 ที่ผ่านมา พวกเขา ตั้งเป้ายอดสั่งจอง Pre-order Booking เอาไว้ 1,000 คัน แต่เพียง ระยะเวลา 1 เดือนผ่านไป ปรากฎว่า ลูกค้าชาวอินโดนีเซีย ให้การตอบรับกับ BR-V อย่างดีใช้ได้ ด้วยยอดจองกว่า 2,500 คัน (ตลอด เดือนกันยายน 2015)
สำหรับตลาดเมืองไทย Honda Automobile (Thailand) เริ่มเผยโฉม BR-V ครั้งแรกโดยนำสื่อมวลชนจากเมืองไทย ไปทดลองขับ ณ สนาม Twin Ring Motegi ณ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2015 ก่อนจะนำมาเปิดผ้าคลุม ต่อหน้าสาธารณชนชาวไทย เป็นครั้งแรก ณ งาน Motor Expo ระหว่างวันที่ 1 – 13 ธันวาคม 2015 วางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็น Active Sport Crossover โดยเล่นคำในการตลาด How BRaVe are we ? BR-V ให้ความกล้า พาชีวิตไปให้สุด กับ ฮอนด้า บีอาร์-วี
จากนั้น พวกเขาก็นำ BR-V จำนวน 2 คัน ออกจากกรุงเทพมหานคร เพื่อไปจัด แสดงในรูปแบบ Road Show ตามเมืองสำคัญๆต่าง ทั่วประเทศไทย ในช่วงเดือน ธันวาคม 2015 ถึง มกราคม 2016 ก่อนจะนำกลับมาเปิดตัวออกสู่ตลาดอย่าง เป็นทางการเมื่อ วันที่ 28 มกราคม 2016 ณ Bangkok Convention Centre Central Plaza ลาดพร้าว ตั้งแต่โชว์ตัวในงาน Motor Show จนถึงวันเปิดตัวนั้น มียอดจองสะสมไปกว่า 3,000 คัน ถือว่าไม่มาก ไม่น้อย กับภาวะเศรษฐกิจแบบ ในปัจจุบัน
ในการขับขี่จริง อัตราเร่งที่มีมาให้ถือว่าพอเพียงต่อการใช้งาน แรงดึงจากจุดหยุดนิ่ง หรือ ในจังหวะเร่งแซง การตอบสนอง จะมาในรูปแบบเหมือนๆกัน หรือสไตล์เดียวกัน คือ ลากรอบเครื่องสูงๆค้างเอาไว้ จากนั้นความเร็วก็จะไหลขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นรูปแบบ การทำงานของเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT เทียบกันในกลุ่มแล้ว อัตราเร่งของ BR-V ถือว่าพุ่งใช้ได้ ดีกว่าที่ผมคาดไว้เล็กน้อย ที่ตอนแรกแอบปรามาสไว้ว่ามันคงจะ อืดน่าดู กับรถสไตล์นี้ แล้วให้เครื่องยนต์มาแค่ 1,500 ซีซี. เพราะส่วนตัวเองผม เคยขับ Honda Freed มาค่อนข้างจะผิดหวัง แต่พอเป็น BR-V ที่ลู่ลมกว่า บวกกับ เกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT ทำงานได้ไหลลื่นกว่า มันเปลี่ยนบุคลิกตัวรถไปได้ดี พอสมควร กระฉับกระเฉงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ถ้าต้องการทำเวลา หรือ อยากได้การตอบสนองที่ทันใจมากขึ้นในบางจังหวะ เปลี่ยนการขับขี่ จากปกติ มาเป็นโหมด “มุด” ก็ให้ขยับคันเกียร์ มาที่ โหมด S รอบจะตีขึ้นไป รอมากกว่าโหมด D ปกติ ประมาณ 1,000 – 1,500 รอบ/นาที เพื่อให้เรียกกำลังมาใช้งานได้ไวขึ้นคันเร่งไฟฟ้า ตอบสนองดีมาก ไว ตามสั่ง แทบไม่ค่อยจะ Lag ด้วยซ้ำ อยากเรียกใช้แรงบิดเมื่อไหร่ และแค่ไหนก็ทำงาน ได้กระชับฉับไว
เมื่อเทียบกับ Mobilio อัตราเร่งทั้ง 0-100 / 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน BR-V นั้น จะด้อยกว่ากันอยู่ 0.4 วินาที ทั้ง 2 ช่วง หากไม่ได้ยกนาฬิกาขึ้นมา จับเวลา คุณอาจจะไม่ได้รู้สึกว่ามันอืดกว่ากันหรอกครับ พอๆกันนั่นแหละ เวลาที่ช้ากว่า เหตุผลก็มาจาก หลายสิ่งประกอบกัน ทั้งน้ำหนักตัวที่มากกว่ากัน 20 กิโลกรัม ตัวรถที่ยกสูงกว่ากัน 12 มิลลิเมตร ขนาดล้ออัลลอยที่เพิ่มจาก 15 นิ้วเป็น 16 นิ้ว และ ที่น่าจะจุดสำคัญคือ Aero Dynamics หรือ อากาศ พลศาสตร์ช่วงด้านหน้ารถ ที่ BR-V นั้นจะดีไซน์ให้ตั้งชัน ต้านลมมากกว่า นั่นเอง
หากรถจอดหยุดนิ่ง เข้าเกียร์ P กดคันเร่งสุด จะลากรอบได้ถึง 4,000 รอบ/นาที ระบบสั่งตัดการจ่ายน้ำมันเป็นระยะๆ ไม่สามารถลากถึง Redline ได้ ก็อย่าตกใจ เป็นปกติของ Honda เกียร์อัตโนมัติทุกรุ่น ที่มีลักษณะนี้ตั้งแต่ช่วงปี 2001 แล้ว
การเก็บเสียงในห้องโดยสารนั้น ในช่วงความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง การเก็บเสียงก็ถือว่าทำได้อยู่ในระดับมาตรฐานทั่วไป แต่เมื่อไหร่ที่เกินกว่านั้น คุณอาจต้องเพิ่มเสียงพูดหรือเร่ง Volume ของเครื่องเสียงให้ดังขึ้นอีกเล็กน้อย เพราะเสียงจากครึ่งคันรถด้านล่าง จะเริ่มดังเข้ามามากขึ้น ประกอบกับตามขอบ ประตู-หน้าต่าง เสียงลมจะเริ่มเข้ามารบกวนบ้าง ในภาพรวมของการเก็บเสียง ถือว่าอยู่ในระดับพอใช้ได้ ไม่ถึงกับเงียบ แต่ก็ไม่ได้ดังกระหึ่มเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ในกลุ่ม ในด้านนี้ Mobilio จะทำได้ดีกว่า BR-V อยู่นิดหน่อย
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหา 1 จุดที่เราพบใน BR-V แต่ไม่เคยเจอใน Honda รุ่นอื่น เราจึงอยากจะขอเขียนถึงสักหน่อย มันคือเรื่องกลิ่นจากภายนอกเข้ามาสู่ภายในห้อง โดยสาร มากกว่าปกติ เป็นปัญหาประจำรุ่นนี้ จอดเหนือท่อระบายน้ำ จอดข้าง ร้านหมูปิ้ง ขับตามหลังรถกระบะ รถบรรทุก มีกลิ่นควันไอเสียเข้ามาแรง ฮอนด้า เหมือนจะทราบปัญหานี้แล้ว ที่ศูนย์บริการ มีการแก้ปัญหาเบื้องต้นเฉพาะหน้า โดยให้ช่างปรับสายสลิงแผ่นเปิดปิดรับอากาศภายนอกให้สายตึงขึ้น แต่นั่น ช่วยได้เพียงเล็กน้อย ปัญหาที่แท้จริงเกิดจาก การออกแบบช่องเปิด-ปิด กันอากาศจากภายนอกเข้ามาได้ไม่ดีเท่าที่ควร มีปัญหาทั้งเวอร์ชั่นไทยและ เวอร์ชั่นอินโดนีเซีย
การที่กลิ่นเข้ามาบ้างถือเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นได้ เช่น มีเผาหญ้าข้างทาง แล้วรถเราวิ่งผ่าน ก็จะมีกลิ่นเข้ามาบ้างก็ไม่แปลก เพราะระบบหมุนเวียนอากาศ ในรถ ต้องมีช่องเข้า-ออกจากอากาศภายนอกบ้าง เพื่อรักษาอากาศในรถไม่ให้ อึดอัดจนเกินไป แต่กับ BR-V ไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอกครับ จอดเฉยๆกลิ่นก็เข้ามา รบกวนมากกว่าปกติแล้ว เรื่องนี้ Honda ต้องรีบแก้ไข เพราะทั้ง Brio/ Brio Amaze และ Mobilio ที่ใช้ Platform เดียวกันนี้ กลับไม่พบเจอปัญหาแต่อย่างใด
********** สรุป ********** BR-V มันคือ Mobilio ที่ถูกจับแต่งตัวให้ดูเป็นลุค Crossover ยกสูงขึ้น นิดหน่อย ปรับหน้าตาให้หล่อเหลา ดูบึกบึนกว่าเดิม โดยต้องยอมแลก กับอัตราเร่งที่อืดลงเพียงนิดเดียว และ อัตราสิ้นเปลืองที่สูงกว่าเดิม
Honda วางตำแหน่งของ BR-V ให้เป็น SUV/Crossover น้องเล็กสุดท้องต่อจาก HR-V และ CR-V ดังนั้น หลากหลายข้อจำกัด และข้อควรต้องปรับปรุง ต่างๆ ถูก เติมเต็มเข้าไป ทำให้ Minivan คันนึง กลายร่างเป็น Crossover 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังคงไว้ซึ่งอรรถประโยชน์ใช้สอย ตามใจกลุ่ม ลูกค้าประเภทครอบครัวยุคใหม่ต้องการ
การที่พื้นฐานของตัวรถที่ถูกพัฒนามาจาก Mobilio พอมาเป็น BR-V ก็ถูกยกพื้น ตัวถังให้สูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้ความมั่นใจในช่วงเข้าโค้งลดลงไปบ้าง แต่สำหรับ ทางตรงนั้นทำได้ค่อนข้างดี ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับแก้ไขดีไซน์ให้ดูดีขึ้นจาก แผงแดชบอร์ดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัด สวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศ ทำให้ ภาพรวมดูดีมีราคามากขึ้น
ส่วนต่างตัวท๊อประหว่าง Mobilio กับ BR-V อยู่ที่ 90,000 บาท นอกเหนือจาก งานดีไซน์ที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลแล้ว เราจะได้อะไรเพิ่มมาบ้าง เริ่มที่ภายนอกกันก่อน ก็มีล้ออัลลอยที่เพิ่มขนาดจาก 15 นิ้ว เป็น 16 นิ้ว, ราวหลังคา, คิ้วกรุซุ้มล้อ ส่วนภายในห้องโดยสาร นอกจากดีไซน์ของแผงแดชบอร์ดที่ต่างกันแล้ว BR-V ก็จะได้มาตรวัดใหม่ ที่พกพาเอาจอแสดง ข้อมูล MID ที่ใหญ่ขึ้นมาด้วย พวงมาลัยทรงใหม่ แต่ฟังก์ชั่นใช้งานนั้นยังเหมือนเดิม หน้าจอเครื่องเสียงใหม่ 6.1 นิ้ว พ่วงกล้องมองภาพขณะถอยจอดเพิ่มมาให้ สิ่งที่แพรวพราวสวยงามขึ้น จากเดิมก็จะเป็นชุดสวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ รวมถึงเบาะนั่ง หุ้มด้วยหนัง และฝ้าเพดานที่ใช้โทนสีดำ และนั่นคือทั้งหมดที่ได้เพิ่มขึ้นมา เรา คงจะไม่บอกว่าคุ้มหรือไม่ คุณเจ้าของเงินจะเป็นผู้ตัดสินเอง เพราะแต่ละคนให้ ความสำคัญของสิ่งของไม่เท่ากัน
ภาพรวมของ BR-V ก็ยังคงเป็นรถที่มีอรรถะประโยชน์ใช้สอยที่สูง พื้นที่กว้างขวาง มองจาก ภายนอกดูไม่น่าจะใหญ่ แต่ภายในกลับตรงกันข้าม Honda จัดสรรพื้นที่ ได้ค่อนข้างดี เหมาะกับครอบครัวที่กำลังจะเริ่มขยาย เพิ่มจำนวนสมาชิก หรือ คนที่กำลังจะสร้างธุรกิจเป็นของตนเองได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ใน list option ต่างๆ จาก Specsheet จะค่อนข้างดูเต็มดูแน่น ดูคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา แต่ในรถคันจริง ก็มีบางอย่างหายไป ที่ต้องแลกกันบ้าง เช่น เข็มขัดปรับระดับ สูงต่ำไม่ได้ หรือ เบาะนั่งที่ปรับได้แค่ 4 ทิศทางเป็นต้น ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง
อัตราเร่งถือว่าใช้ได้ ไม่อืดอย่างที่คิด สามารถพาตัวรถลัดเลาะไปในเมืองได้ดี จะวิ่งทางไกลก็อุ่นใจ อยู่ในระดับหัวแถวของกลุ่ม การนั่งเต็มคันรถก็อาจต้องทำใจบ้าง แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร เมื่อเทียบกับความจุของเครื่องยนต์ระดับนี้ ทำได้ดีสมตัว เลยทีเดียว อัตราสิ้นเปลืองถือว่า อยู่ในระดับค่อนข้างโอเค ต้นๆของกลุ่มเช่นเดียวกัน ทุกอย่างอยู่ในระดับกลางๆ ไม่โดดเด่น แต่ก็ไม่แย่ ซึ่งตรงนี้ BR-V ตอบโจทย์ความ ต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี
หากเปรียบเป็นอาหาร ก็คงนึกถึง ยำรวมมิตรสักจาน ที่รสชาติไม่ได้จัดจ้าน หรือ โดดเด่นมากนัก ไม่อร่อยเลิศ แต่ก็ไม่แย่ อาหารจานนี้ทุกคนก็กินได้ ถูกปาก ภาพรวมของ BR-V ก็เป็นเช่นนั้น เป็นรถที่ ถูกยำเอาชิ้นส่วนต่างๆของรถราคา ไม่เกิน 1,000,000 บาท ของรถ Honda รุ่นต่างๆ มาโขลกรวมกัน มันสามารถ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการรถกลุ่มนี้ได้ดี หาก อยากได้รถที่ทั้งใช้งานในเมืองก็ได้ เดินทางไกลแบบทั้งครอบครัวก็ดี งบประมาณ ของคุณไม่ได้มีมากนัก ณ วันนี้ BR-V มันก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอันดับต้นๆ อีกคันหนึ่งของกลุ่มเลยทีเดียว
ถ้าจะเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดทั้งหมดเวลานี้ ควรเลือกซื้อคันไหน ?

ถึงแม้ว่าฮอนด้าเอง จะวางตลาดให้ BR-V เป็น Crossover / SUV ในระดับ B-Segment ก็ตาม แต่เมื่อดูตามอรรถะประโยชน์พื้นที่ใช้สอยแล้ว คงค่อยมี ใครไปเปรียบเทียบกับ Mazda CX-3 หรือ Nissan Juke เป็นแน่แท้ คงต้อง หันกลับมามองที่กลุ่ม MiniMPV เสียมากกว่า แต่กับ BR-V ดูเหมือนจะเป็น ทางเลือกแนวใหม่ ให้ลูกค้ากลุ่มนี้ที่อยากได้อรรถะประโยชน์ใช้สอย ความคุ้มค่า พื้นที่ห้องโดยสารที่เยอะ แต่ในทางกลับกัน ก็ยังอยากได้รถที่ลุคออกดูจะลุยๆ หน่อยเหมือนกลุ่ม B-SUV นี่เลยเป็นที่มาของ BR-V ทางสายกลางระหว่าง รถทั้ง 2 แบบ 2 Segment ที่เอามายำรวมกันให้ออกมาเป็นรถคันเดียว

ดังนั้นผมเลยขอเปรียบเทียบ กับกลุ่ม MiniMPV ซึ่งดูจะเหมาะสมกับ ตัวเลือกของคุณผู้อ่านมากกว่า ว่าไปทีละคันกันเลยดีกว่า
Honda Mobilio พี่น้องร่วมสายเลือด รุ่น MY2016 มีการเพิ่มระบบ ควบคุมการทรงตัว VSA รวมถึงปรับจูนเครื่องยนต์ให้รองรับน้ำมัน E85 ได้แล้ว เหมือนกับ BR-V คุณจ่ายถูกกว่า ช่วงล่างเฟิร์มกว่านิดหน่อย เร่งดีกว่า ประหยัดกว่า นอกนั้นก็แทบจะไม่ต่างจาก BR-V เลย หากคุณไม่ได้ติดใจ ในเรื่องงานออกแบบ แผงแดชบอร์ดภายในห้องโดยสารที่เหมือนกับ Brio รุ่นก่อน Minorchange แล้วล่ะก็ เจ้านี่ล่ะ ดูจะลงตัวเกือบจะทุกๆด้าน ต่างกัน ที่สไตล์ล้วนๆ ว่าคุณถูกใจกับ แบบไหนมากกว่ากัน ดูลุยๆบึกบึน หรือ แนว เรียบๆสไตล์รถ MPV ทั่วไป ถ้าเมื่อไหร่ที่ Mobilio ปรับไปใช้แผงแดชบอร์ด เหมือน BR-V แล้วล่ะก็ ศึกสายเลือดคงเกิดขึ้น เป็นแน่แท้ ซึ่งคาดว่าน่าจะ ไม่นานเกินรอนัก
Toyota Avanza ในฐานะเจ้าตลาดที่กำลังจะยกเลิกทำตลาดแล้วในไม่ช้า ในวันนี้ รุ่นล่าสุด ก็ถูกปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ บล๊อกเดียวกับ Vios MY2016 จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ฟังดูเหมือนจะดี ในสายตานักขับรถ แต่สมรรถนะของช่วงล่างกลับไม่ได้โดดเด่นสักเท่าไหร่ รวมถึง ระบบความปลอดภัยช่วยเหลือการขับขี่ ควบคุมการทรงตัวที่ยังไม่มี การใส่มาให้ ที่แน่ๆ เบาะแถวกลางยังคงเป็นขวัญใจ อากง อาม่า ในทุกครา ที่ถึงเวลาพาไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลในเขตเมืองใหญ่ เอาล่ะ หากใครเป็น แฟนคลับตัวยง ที่ยังไงก็มองโตโยต้า เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ขอให้รอดู Sienta ที่จะมาทำตลาดแทนในช่วงปลายปีนี้ดีกว่า
Suzuki Ertiga โดดเด่นด้วยภายห้องโดยสาร ที่ดูดี หรูหรา เบาะหนานุ่ม นั่งสบาย มากที่สุดในกลุ่มนี้ทั้ง 3 แถว อัตราเร่ง ควรทำใจ รุ่นเกียร์อัตโนมัติ หนะอืดอาด เพราะ เครื่องยนต์ 1,400 ซีซี เค้นกำลังในช่วงรอบต่ำ ออกมา ได้แค่ที่เห็นเว้นเสียแต่ว่า จะเรียกกำลังในช่วงรอบกลางๆ ไปแล้ว ยิ่งช่วงปลาย จะไหลลื่น น่าเสียดายที่รุ่น Minorchange มีการปรับหน้าตาให้ดูแปลกตา กว่ารุ่นเดิมที่ออกแนวเรียบร้อย ที่สำคัญดันให้ออพชัน มาแบบพอเพียง ไปหน่อย เหมาะกับราคาค่าตัวที่ก็ไม่ได้สูงมากนัก แต่หากใครต้องการ ออพชั่นที่แพรวพราวอาจต้องมองคันอื่นแทน
Chevrolet Spin และ Honda Freed ยกเลิกการนำเข้า และจำหน่าย ไปเรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตข้ามไปเลยก็แล้วกันครับ
แล้วถ้าตัดสินใจได้ว่า จะซื้อ BR-V รุ่นย่อยไหน จึงจะเหมาะกับคุณ?

1.5 V CVT (5Seats) – 750,000 บาท 1.5 SV CVT (7Seats) – 820,000 บาท

มีทางเลือกให้แค่ 2 ตัวเลือก แบบแตกต่างกันไปเลย คือ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ตัวเริ่มต้นอย่างรุ่น 5 ที่นั่ง กับ ตัวท๊อป 7 ที่นั่ง มีอะไรต่างกันบ้าง ? กับส่วนต่าง ที่ห่างกัน 70,000 บาท
จากรายการ Option ที่เป็นส่วนต่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่า รุ่น V 5 ที่นั่งจะ ตอบโจทย์ลูกค้า กลุ่ม SME พ่อค้า แม่ขาย หรือ คนที่ทำธุรกิจที่อยากได้ร ถอเนกประสงค์ มีพื้นที่ขนของได้เยอะ แต่ไม่อยากได้รถคันใหญ่แบบกระบะ เอามาเป็นรถใช้งานประจำวัน รถคันเดียวของบ้านก็ยังได้
ส่วนรุ่น 7 ที่นั่ง ฮอนด้าจะเน้นจัดออฟชั่นตอบสนองการนั่งโดยสารเสียมากกว่า อันที่จริง จากที่ผมได้ลองสอบถาม หรือ สำรวจดูความต้องการของคนที่กำลัง จะดูรถประเภทนี้อยู่ พบว่าหลายคนอยากได้ออฟชั่นแบบรุ่น SV 7 ที่นั่ง แต่ ไม่ต้องการเบาะแถว 3 ก็เป็นทางเลือกที่ดี เหมือนกันนะครับ ถ้าหากมีรุ่นย่อย SV 5 ที่นั่งเพิ่มเข้ามา ลดราคาส่วนต่างที่เอาเบาะแถวที่ 3 ออกไปลงมาอีกหน่อย ขายอยู่ราวๆ 790,000 บาท ดูจะตอบโจทย์ใครหลายๆคนได้เป็นอย่างดี ไม่รู้ว่า ในอนาคตจะมีหรือไม่
แต่ตอนนี้ก็มีลูกค้า BR-V ที่ซื้อรุ่น 7 ที่นั่งมา ลอง DIY เองแล้ว โดยการถอดเบาะ แถวที่ 3 ออก ง่ายๆเลยครับ มีสกรูยึดไว้แค่ 4 ตัว ไขออก ก็เป็นอันเรียบร้อย เอา เป็นว่าตัวเลือกที่ Honda จัดรุ่นย่อยมาให้ตัดสินใจกันง่ายๆ ก็อยู่ที่ว่าสิ่งที่เพิ่ม มานั้น คุณมองว่าจำเป็นหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นก็เอารุ่น 5 ที่นั่งก็ได้ เพราะระบบ ความปลอดภัยพื้นฐานต่างๆ ของ 2 รุ่น มีมาให้เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเบรก ABS/EBD/BA ระบบควบคุมการทรงตัว VSA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง
สุดท้ายอยากฝากถึง Honda Automobile Thailand ว่าจุดที่ควรปรับปรุง แก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ เรื่องกลิ่นจากภายนอกที่เข้ามารบกวนในห้องโดยสาร ที่มากกว่าปกติ รีบปรับ ชิ้นส่วน PART ที่เกี่ยวข้องกับช่องเปิดรับอากาศจาก ภายนอกเข้ามา นอกนั้นก็ถือว่าไม่มีปัญหา อะไรที่พบเจอให้กวนใจมากเท่าไหร่ สำหรับ BR-V รายละเอียดสิ่งเล็กๆน้อยที่ถูกตัดออกไป หากมองว่าตัวรถนั้น ราคา 820,000 บาท เข็มขัดปรับระดับสูงต่ำได้ เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูงต่ำ ได้ ก็ควรจะมีมาให้ด้วย
Brio ต่อตูด ? จาก Mobilio ก้าวสู่ BR-V ถือว่าฮอนด้าค่อนข้างประสบความ สำเร็จ ในการลบภาพลักษณ์เดิมๆว่า เจ้ารถคันนี้มันเป็นแค่ Brio 7 ที่นั่ง เพราะ สิ่งต่างๆที่พี่จิมมี่ ได้เคยพูดไว้ในช่วงท้ายของ Full Review Honda Mobilio ว่าทำอย่างไรก็ได้ ให้มันดูแล้วไม่เหมือน Brio อย่างที่ Mobilio เป็นอยู่ สิ่งเหล่า นั้นได้ถูกแก้ไข ปรับออกมาเป็นเจ้า BR-V คันนี้ ที่ฉีกจากความเป็น Brio ได้เป็น ที่สำเร็จ เรียกได้ว่าขยับนิดชีวิตเปลี่ยนสังเกตจากยอดขายรถยนต์ รายเดือนที่ เรานำเสนอได้ เพราะในเดือนที่ BR-V ถูกเปิดตัวนั้นยอดขายของ Mobilio ก็ร่วงลงทันที เพราะ ดีไซน์ก็ถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญสำหรับการตัดสินใจ ซื้อรถของลูกค้าชาวไทยอยู่ไม่น้อย
อีกสิ่งสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ คุณภาพงานประกอบรถยนต์ ใส่ใจกับ รายละเอียด เล็กๆน้อยๆ ก็ทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ สร้างความเชื่อมั่น ในผลิตภัณฑ์ ส่งผลต่อความภักดีในตัวแบรนด์ ให้เป็นแบรนด์ในดวงใจ กลับมา ซื้อต่อเรื่อยๆไม่หนีไปไหน หากฮอนด้าสามารถพัฒนาตรงจุดนี้ได้ดีขึ้นกว่าที่ เป็นอยู่ ก็จะทำให้การรักษาตำแหน่งแชมป์ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Cars) เป็นไปได้อย่างสบายๆ ไม่เช่นนั้นแล้ว นอกจากลูกค้า จะไม่กลับมาแล้ว ยังสาปแช่งส่งท้ายเสียด้วยซ้ำ
เพียงเท่านี้ลูกค้าก็แทบจะวิ่งเข้าหาอยู่แล้ว เพราะ ฮอนด้าเองก็เก่งในเรื่อง การตอบโจทย์ลูกค้า ทำรถออกมาแต่ละรุ่น รู้ว่าลูกค้าชอบอะไร ต้องการอะไร ส่วนที่ดีก็ขอให้รักษาตรงนี้เอาไว้ ส่วนที่ควรปรับปรุงแก้ไข ก็ขอให้พัฒนาให้ ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะ นอกเหนือจากงานขาย ก็ต้อง ควบคู่ไปกับงานบริการหลัง การขาย ที่สำคัญ คุณภาพชิ้นส่วน และงานประกอบต่างๆต้องดีด้วย
เห็นด้วยไหมครับ…?

ที่อยู่

ถนน วรจักร
Bangkok
10100

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:30
อังคาร 09:00 - 18:30
พุธ 09:00 - 18:30
พฤหัสบดี 09:00 - 18:30
ศุกร์ 09:00 - 18:30
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66924234919

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CRV accessอะไหล่crv hrv by Hed'H The Garageผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์