07/11/2022
New HRVออกมาได้ซักพักแล้ว มีคนออกมาใช้กันหนาตามาก หลายคนแอบสนใจมันอยู่ มาดู Headlightmagลองขับกันดูครับ
"Headlightmag Clip ทดลองขับ Honda HR-V e:HEV RS E-CVT (1.5 Hybrid i-MMD)"
ถึงแม้ว่า Honda HR-V จะไม่ใช่รถยนต์ Crossover รุ่นบุกเบิกในบ้านเราอย่างที่บางคนเข้าใจ เนื่องจาก Subaru Legacy Outback หรือ Suzuki SX-4 นั้น ได้เข้ามาทำตลาดก่อนหน้านานแล้ว ทว่าการมาถึง ณ ประเทศไทย ของ HR-V เจเนอเรชั่นที่ 2 เมื่อปี 2014 ก็ถือเป็นการกรุยทางสร้างผลกำไรให้กับ Honda อีกทั้งยังแสดงให้บริษัทรถยนต์หลายรายเห็นว่า รถยนต์อเนกประสงค์ใต้ท้องสูงที่มีระดับราคา 1 ล้านบวกลบนั้น มีความต้องการอยู่มากพอสมควร ก่อนที่จะพากันกระโดดเข้ามาชิงส่วนแบ่งจากเค้กก้อนโตก้อนน้ี
กาลเวลาผ่านไปเกือบ 8 ปี อายุตลาดของ HR-V เริ่มมากขึ้น กอปรกับคู่แข่งที่มีทั้ง จีน ฝรั่ง และญี่ปุ่น ต่างพากันทยอยเปิดตัวออกมาเป็นทางเลือกในลูกค้าได้ตัดสินใจมากขึ้น ส่วนแบ่งการตลาดก็เริ่มลดลง Honda Automobile (Thailand) จึงตัดสินใจเผยโฉม HR-V ใหม่ ตามตลาดญี่ปุ่นและตลาดโลก ไม่ปล่อยให้บรรดาลูกค้าต้องรอคอยนาน โดยเวอร์ชั่นไทยจะมีรุ่นย่อยให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่
Honda HR-V e:HEV E ราคา 979,000 บาท
Honda HR-V e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท
Honda HR-V e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท
ภายนอก
HR-V ใหม่ มีมิติตัวถังภายนอก ยาว 4,330 มิลลิเมตร (ในรุ่น E และ EL) และ 4,385 มิลลิเมตร (ในรุ่น RS) กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,590 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,610 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 196 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ Curb Weight อยู่ที่ 1,370 – 1,407 กิโลกรัม
เมื่อเทียบกับ HR-V รุ่นเดิม จะพบว่า HR-V ใหม่ ยาวขึ้น 39 มิลลิเมตร กว้างเท่าเดิม เตี้ยลง 15 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาวเท่าเดิม ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถสูงขึ้น 26 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ Curb Weight เพิ่มขึ้นประมาณ 110 – 120 กิโลกรัม
รุ่น E ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายนอกมาให้ ดังนี้
-ชุดไฟหน้าแบบ Full-LED พร้อมระบบเปิด – ปิด
อัตโนมัติ
-ชุดไฟท้ายแบบ LED Light Strip
-กระจังหน้าสีดำเงา
-ชายล่างของเปลือกกันชนหน้า – หลัง สีดำ
-ชายกันกระแทกด้านข้างสีดำ
-สปอยเลอร์หลัง
เสาอากาศแบบครีบฉลาม
-ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/60
R17
รุ่น EL ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายนอกเพิ่มขึ้นจากรุ่น E ดังนี้
-กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ
-อุปกรณ์ตกแต่งรอบคัน แถบสีเงิน
-ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
-ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Rain Sensor
-ฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบเตะเปิด และระบบ
Walk-away Closing
นอกจากนี้ HR-V ที่เปิดตัวในประเทศไทย ยังเป็นเวอร์ชันแรกในโลกที่มีรุ่นย่อย RS ซึ่งจะมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกแบบ Exclusive Design ดังนี้
-กระจังหน้าแบบ Sport พร้อมสัญลักษณ์ RS
-ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ Sequential Turn Signal
-ชุดไฟท้ายแบบรมดำ Smoke LED Taillight Strip
-อุปกรณ์ตกแต่งชายล่างกันชนหน้า พร้อม AMP
UP Logo
-อุปกรณ์ตกแต่งชายล่างกันชนหลัง
-คิ้วซุ้มล้อสีดำเงา Glassy Black
-หลังคาดำ Black Roof
-หลังคากระจก Panoramic Glass Roof แบบ 2
ตอน
-ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/50
R18
ภายในห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยห้องสาร มีการปรับปรุงด้านทัศนวิสัย โดยยกจุด Eye point ของผู้ขับขี่ให้สูงขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่วางขาห้องโดยสารด้านหลังให้ยาวขึ้น 35 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังคงความอเนกประสงค์ตามสไตล์ Honda ด้วยการติดตั้งเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Long Mode และ Tall Mode
รุ่น E ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารมาให้ ดังนี้
กุญแจรีโมท Honda Smart Key System พร้อมระบบ Push Start
วัสดุหุ้มเสาหลังคาและเพดานสีเทาอ่อน
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำ
ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED
พวงมาลัย Multi-function 3 ก้าน ปรับได้ 4 ทิศทาง Tilt & Telescopic
ชุดมาตรวัดแบบกึ่งอนาล็อก พร้อมหน้าจอ MID แบบสี TFT ขนาด 7 นิ้ว
ม่านบังแดดแบบมีกระจกแต่งหน้าพร้อมฝาปิด
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ
ชุดเครื่องเสียง พร้อมหน้าจอสัมผัส Advanced Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth / Apple CarPlay และ Android Auto
ลำโพง 4 ตำแหน่ง
กล้องมองภาพด้านหลัง ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ
รุ่น EL ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารเพิ่มขึ้นจากรุ่น E ดังนี้
-วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารสีเงิน
-กระจกมองหลังตัดแสงรบกวนอัตโนมัติ
-สวิตช์กระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบ One-touch
-กล้องแสดงมุมอับสายตาฝั่งซ้าย Honda
LaneWatch
-ลำโพง 6 ตำแหน่ง
-ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
รุ่น RS ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารเพิ่มขึ้นจากรุ่น EL ดังนี้
-วัสดุหุ้มเสาหลังคาและเพดานสีดำ
-วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารสีดำเงา Piano
Black
-เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำ เดิน
ตะเข็บด้ายสีแดง
-เบาะนั่งฝั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
-ไฟอ่านหนังสือด้านหลังเปิด – ปิด ด้วยระบบสัมผัส
-ม่านบังแดดแบบมีกระจกแต่งหน้า พร้อมฝาปิด และ
ไฟส่องสว่าง
-แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย Wireless Charger
-ลำโพง 8 ตำแหน่ง
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
Honda HR-V เวอร์ชั่นไทย ทุกรุ่นย่อย จะมาพร้อมกับขุมพลัง e:HEV (1.5 Hybrid i-MMD) อันประกอบไปด้วย
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 73.0 x 89.5 มิลลิเมตร กำลังอัด 13.5 : 1 ทำงานแบบ Atkinson Cycle ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบด้วยหัวฉีด Multi-point PGM-FI พร้อมระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง Gasohol E20
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ประกอบด้วยมอเตอร์ Generator และมอเตอร์ขับเคลื่อน โดยมอเตอร์ขับเคลื่อนจะมีกำลังสูงสุด 131 แรงม้า (PS) ที่ 4,000 – 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,500 รอบ/นาที พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ติดตั้งอยู่ที่ใต้พื้นห้องโดยสารด้านหลัง
มีโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่
– ECON
– NORMAL
– SPORT
มีแป้น Deceleration Paddle Selectors ติดตั้งมาให้หลังพวงมาลัย สำหรับปรับระดับการหน่วงความเร็วด้วยระบบ Regenerative
ขุมพลัง e:HEV ที่วางอยู่ใน HR-V ใหม่ เรียกได้ว่าเป็นการยกชุดมาจาก City e:HEV เกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ทว่าเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร นั้น ถูกปรับจูนให้มีพละกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้น 7 แรงม้า (PS) ส่วนมอเตอร์ขับเคลื่อนซึ่งเป็นตัวหลักในการหมุนล้อ ก็มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้น 22 แรงม้า (PS) ตลอดจนมีแรงบิดที่มาในช่วงกว้างขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังมีการปรับอัตราทดเฟืองท้าย (Final Drive) ของทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้สูงขึ้นอีกด้วย
ระบบบังคับเลี้ยว
ระบบบังคับเลี้ยวในทุกรุ่นย่อย เป็นแบบ Rack & Pinion พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering) แต่เฉพาะรุ่น RS เท่านั้น ที่จะมาพร้อมระบบแปรผันอัตราทดพวงมาลัย VGR (Electric Power Steering Variable Gear Ratio) ซึ่งส่งผลให้จำนวนรอบการหมุนพวงมาลัย Turn-to-Lock ลดลงจาก 2.71 (ในรุ่น E และ EL) เหลือ 2.44 รอบ
ระบบกันสะเทือน
ระบบกันสะเทือนยังคงเป็นรูปแบบเดียวกันกับ HR-V รุ่นเดิม คือ ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบกึ่งอิสระ Torsion Beam
ระบบห้ามล้อ
ระบบห้ามล้อ เป็น Disc Brake ทั้ง 4 ล้อ จานเบรกคู่หน้า เป็นแบบมีครีบระบายความร้อน (Ventilated Disc) จานเบรกคู่หลัง เป็นแบบธรรมดา
นอกจากนี้ ยังเสริมการทำงานด้วยระบบช่วยเหลือต่างๆ ดังนี้
ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ABS (Anti-lock Braking System)
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Distribution)
สัญญาณไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System)
ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ AHA (Agile Handling Assist)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Decent Control)
ระบบควบคุมสเถียรภาพการทรงตัว VSA (Vehicle Stability Assist)
ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่
ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) และอุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety) ดังนี้
ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เกิดอาการเหนื่อยล้า Driver Attention Monitor
กล้องแสดงภาพมุมอับสายตาด้านซ้าย Honda LaneWatch (เฉพาะรุ่น EL และ RS)
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Front Airbags)
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbags)
ม่ายถุงลมนิรภัย (Side Curtain Airbags)
เข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ทั้ง 5 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อย ยังติดตั้งแพกเกจความปลอดภัยขั้นสูง Honda SENSING อันประกอบด้วย
ระบบเตือนการชน พร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ CMBS (Collision Mitigation Braking System)
ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในช่องทาง LKAS (Lane Keeping Assist System)
ระบบเตือนและช่วยควบคุม เมื่อรถออกนอกช่องทาง RDM with LDW (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันข้างหน้าที่ความเร็วต่ำ ACC with LSF (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Following)
ระบบเตือนเมื่อรถคันข้างหน้าเคลื่อนที่ LCDN (Lead Car Departure Notification System)
ระบบไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam