10/08/2026
ยามาฮ่า เดินหน้าส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ร่วมสนับสนุนวิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ จังหวัดเชียงใหม่
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำพันธกิจด้านการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 โดย นายการันต์ ศรีทองสุข ผู้จัดการกลุ่มงานบริหารด้านความปลอดภัยทางถนน เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรการองค์กรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมอบน้ำมันเครื่อง YAMALUBE จำนวน 108 ลิตร และหมวกกันน็อกมาตรฐานจำนวน 30 ใบ เพื่อเป็นการส่งเสริมความปลอดภัยภายในสถานศึกษา ในโครงการมาตรการองค์ส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน
ในการนี้ ดร.ธนภัทร มั่นคง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ เป็นผู้รับมอบ โดยหมวกกันน็อกที่ได้รับการสนับสนุนจะถูกนำไปจัดตั้งเป็น “ธนาคารหมวกกันน็อก” เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักเรียนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์นิรภัยที่ได้มาตรฐาน พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการสวมหมวกกันน็อกอย่างสม่ำเสมอ อันเป็นวัตถุประส่งสำคัญส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
นอกจากนี้ ภายในวันเดียวกันยังได้จัดกิจกรรม “นักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่” เพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยทางถนนให้แก่เยาวชน โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 130 คน กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร เสริมสร้างวินัยในการใช้รถใช้ถนน และพัฒนาทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถขอรับใบอนุญาตขับขี่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีความรับผิดชอบต่อสังคม กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก นางวิไลวรรณ แก้วเวียงจันทร์ หัวหน้าฝ่ายใบอนุญาต สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้บริหารและภาคีเครือข่ายศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (สอจร.) ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ นางบุษบา ชัยศรีสวัสดิ์สุข หัวหน้า สอจร.ภาคเหนือตอนบน นางอารีย์ จารุภูมิ รองหัวหน้า สอจร.ภาคเหนือตอนบน และนายแพทย์ธีรวุฒิ โกมุทบุตร ที่ปรึกษา สอจร.ภาคเหนือตอนบน ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ สถานศึกษา และเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ในการขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเยาวชน ส่งเสริมการมีใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน อันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงและอุบัติเหตุบนท้องถนนในระยะยาวต่อไป