รถยก&รถสไลด์ ลุงหมี

รถยก&รถสไลด์ ลุงหมี รับปรึกษา รับซ่อม รับแก้ไข รถยนต์ทุ?

กล่องใบนี้อยู่ในรถใครผมขอคืนนะครับ กรุณาดูที่รถตัวเองด้วย ว่าใครใส่รุ่นนี้อยู่ถ้าชื้อมือสองมา ผมทำตำหนิไว้ 3 จุดทั้งด้าน...
03/10/2024

กล่องใบนี้อยู่ในรถใครผมขอคืนนะครับ กรุณาดูที่รถตัวเองด้วย ว่าใครใส่รุ่นนี้อยู่ถ้าชื้อมือสองมา ผมทำตำหนิไว้ 3 จุดทั้งด้านนอกและด้านใน ผมขอแจ้งความไว้ก่อนนะครับ จะได้ตัวคนขโมยเร็วขึ้น

รถสไลด์พร้อมให้บริการโทรมาได้24ชั่วโมง 🙏🏻
29/09/2024

รถสไลด์พร้อมให้บริการโทรมาได้24ชั่วโมง 🙏🏻

สั่งถังไม่ได้ถังส่งบัตรใครมาก็ไม่รู้โอนเงินมัดจำแล้ว สงสาร คนเปิดบัญชีม้า โดนจับแน่นอน
11/09/2024

สั่งถังไม่ได้ถังส่งบัตรใครมาก็ไม่รู้
โอนเงินมัดจำแล้ว สงสาร คนเปิดบัญชีม้า โดนจับแน่นอน

นักแข่งคนหนึ่งได้กล่าวไว้สำหรับผู้ที่รักการอ่าน .. เชิญทางนี้ครับ นีคือ บทความอันแสนจะยาวที่หลายๆคนรอคอย กับการพูดถึง กา...
09/09/2024

นักแข่งคนหนึ่งได้กล่าวไว้
สำหรับผู้ที่รักการอ่าน .. เชิญทางนี้ครับ นีคือ บทความอันแสนจะยาวที่หลายๆคนรอคอย

กับการพูดถึง การแข่งขัน Nitto 3K racing car Thailand ของผม

อัศวิน อานามารถ หรือจะเรียกสั่นๆว่า พี่อัศ ไอ้อัศ หรือจะ Azzy หรือจะเรียกพี่กีกี้ พวกมึงก็ไปถามพี่กีกี้ตัวจริงๆเค้าเองละกันนะครับ

หลังจากนี้ ขอให้ท่านหาที่นั่งให้สบายๆ หรือใครจะนั่งขรี้ไปอ่านไปก็ไม่ว่า เพราะเรากำลังจะนำท่านเข้าสู่โลกของผม ในการแข่งขันครั้งนี้

ฮึ้บ!!!!

ก่อนอื่นเลย ขอกล่างถึงการแข่งขันในสนามที่แล้วซักเล็กน้อย เพราะเรื่องราวทั้งหมดเกินขึ้นจากจุดเริ่มต้นตรงนั้น
ในสนามที่ 3 ที่แก่งกระจาน ตัวผมเองได้ค้นพบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องการที่มีแรกกดดัน หรือการที่มีความรู้สึกกับการแข่งขันที่เรียกว่า “ขับแบบกดดัน” หรือ “ขับแบบไม่มีอะไรจะเสีย” ในสนามที่แล้ว แล้วมันดันออกมาดี ถึงดีมาก จากสนามที่กลัว ไม่เคยมั่นใจ จนชนในสนาม

กลับทำให้ผมเกิดแรงอย่างประหลาด สามารถเอาชนะความกลัวได้บนความกดดันสูง ทั้งๆที่รถก็ไม่พร้อม อะไรก็ไม่พร้อม ใน race นั้น ผมได้ตำแหน่งที่ 3 จากรุ่น F4 ด้วยการแซงจากอันดับสุดท้าย ขึ้นมา แบบไม่มีอะไรจะเสีย แซงขึ้นมาทีละคัน จนมาอยู่อันดับที่ 3 จนได้

และในรุ่น Open ก็อยู่ที่ 2 แต่พลาดเอง ตกไปที่ 3
ซึ่งทั้ง 2 race นั้นเรียกได้ว่า “เกิด” หรือ เบิกเนตรกันเลยทีเดียว

หลังจากกลับมาจาก แก่งกระจาน เรามีเวลา 1 เดือนสำหรับที่จะทำการซ่อมรถที่มีการชนในสนามนั้นและทำการซ้อม

รถ ใช้เวลาซ่อมอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ เปลี่ยนประตูใหม่ ทำสีแก้มหน้า ซ้อมที่ท้ายฟาดกำแพงไป

อาทิตย์ก่อนแข่ง เราทำการซ้อมกัน เพราะก่อนหน้านั้น ผมและทีมงาน Mitsusport ทั้งหมดไป โฟกัสกับงาน RAAT Endurace 6 ชั่วโมง ที่ผมได้ไปเป็นผู้จัดการทีมให้กับ Dixcel team Thailand

หลังจากกลับมาเรามีเวลาไม่มาก ที่จะพูดถึงการซ้อม หรือเรียกง่ายๆ เราอาจจะมีเวลากันแค่เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้นที่จะซ้อมในสนาม พีระ

ความกดดันแรก เริ่มจากการที่เริ่มรู้แล้วว่า คะแนนเก็บที่เรามีอยู่นั้น ทั้งในรุ่น Open Unlimited และรุ่น F4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ เรามีโอกาสที่จะได้รับถ้วยประจำปี และถ้วยพระราชทาน เนื่องจากการแข่งขันผ่านมา ครึ่งทางแล้ว เราพอจะนับคะแนนออกว่า คะแนนที่มีอยู่ เรามีโอกาสแค่ไหน

ในรุ่นของ F4 แม้ว่าผมจะมีคะแนนนำ แต่ก็ยังคงเหลือทางอีกครึ่งทางที่ต้องเดินไป และคะแนนของอันดับ 2 ของเจ จากอู่ K1Racing ก็ไม่สามารถประมาณได้เช่นกั น
ในรุ่น Open Unlimited ก็ได้รับการแจ้งข้อมูลมาว่า คะแนน ของผมนั้นอยู่ในอันดับ 2 และห่างจากอันดับ 1 เพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น

4 คะแนนสำหรับการแข่งขันในระบบเก็บคะแนนของรายการนี้ ถือว่าไม่เยอะ หรือไม่ได้ห่างมาก พี่กอบชัย ซึ่งอยู่ในอันดับ 1 ถึงขั้นกล่าวออกมาว่า “ผมไม่กลัวใครเลย ผมกลัวอัศวินคนเดียว”

พอดูเหมือน ภาพอะไรๆชัดขึ้น ความหวังในเรืองของถ้วยปลายปี ก็เริ่มเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

ความกดดันมาทันที .......

กดดันแรก สนามนี้ สนามพีระ เป็นเหมือน สนามหลังบ้านของพี่กอบ ชัย พี่กอบ มีเวลาในสนามนี้อยู่ในอันดับหัวแถวอยู่แล้ว การที่จะกินเค้าในบ้าน .........ไม่ใช่เรื่องงาย

กดดันที่ 2 ก่อนพวกเราไปซ้อมได้ไม่กี่วัน พี่กอบประกาศเวลาของตัวเองให้เราได้ทราบว่า Best lap อยู่ที่ 1.07 ไม่ต้องถามเลยครับ ........ ผมไม่เคยวิ่งต่ำกว่า 1.10 .....

3 วิในสนามพีระ ผมจะหาจากไหน?

และกดดันที่ 3 ถาผมจะต้องวิ่ง 1.07 บนยางสลิค
ผมจะต้องวิ่ง 1.10 ในยาง เรเดียล ...

ซึ่งสถิติผมบนยางเรเดียล ที่สนามพีระ อยู่ที่ 1.11 และสลิคที่ 1.10 .......... ไม่เคยต่ำกว่านั้น

ผมจะไปหาจากไหน.......? คือคำถามก่อนที่เราจะไปซ้อมกันในวันอังคาร ของอาทิตย์ก่อนแข่ง

3 วินาที ....จากไหน?

คนแรกที่ผมเลือกที่จะปรึกษาในเรื่องนี้คือ Race engineer ของผม อาร์ม TPR Project ที่ได้ทำการปรับ set รถของผมได้ออกมาเหมาะกับสนามแก่งกระจาน ทำให้เวลาผมออกมาดีมากและอาการรถดีมากๆเช่นกัน ผมจึงปรึกษาอาร์มและขอมืออาร์มมาช่วยในการ set รถอีกครั้ง ซึ่งอาร์มก็ใจดีมากๆ ตบปากรับคำพร้อมมาช่วย Mitsusport อย่างเต็มใจ และแน่นอน ไม่ใช่ช่วยแค่ผมคนเดียว อาร์มดูแลเจ้าบอมไปด้วย เพื่อให้ได้เวลาที่ดีขึ้นมากๆ

บ่ายวันนั้น เราทำการซ้อมไป หลายรอบ พี่ตุ๋ย ซึ่งเอารถไปเช็คอาการมาแล้วบอกว่า สมบูรณ์ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องผ้าเบรคที่ใกล้จะหมด แต่ยังคงพอจะใช้จนถึงสนามนี้พอดี

นอกนั้น ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

พี่ตุ๋ยตอกเวลากับรถคันนี้บนยาง เรเดียลไว้ที่ 1.10

เอาละสิ มีคนตั้งโจทย์ไว้แล้ว ทำยังไงครับ ขับตามสิครับ

ผมพยายามออกไปขับเพื่อหา feeling ที่ยอมรับว่าลืมไปหลายเดือน ก่อนที่จะกลับาที่นี่อีกครั้ง

ในรอบแรก ผมตอกเวลาออกมาแย่มาก 1.12
อาการที่เจอตอนนั้นคือ รถเบรกสุดทางตรง มีอาการ อันเดอร์ และมีมีแรงทีบจากด้านหลังขวาตามมาทุกครั้งที่เบรก สุดทางตรง

และผมได้กลับมาที่ pit เพื่อให้อาร์มจัดการเรื่อง set up รถให้อีกครั้ง โดยหวังว่า จะแก้ไขอาการที่ว่านั้นๆ

อาร์มทำการปรับโช๊คเล็กๆน้อยๆ ซึ่ง ผมเองเชื่อมืออาร์มจากสนามที่ผ่านมาและประสบการณ์ของอาร์มอยู่แล้ว

และผมก็ได้เอาออกไปวิ่งซ้อมอีกครั้ง และพบว่า อาการดีขึ้น จากที่รถ ชกไปข้างเดียว คราวนี้ ไม่ไปข้างเดียว แต่เป็นอาการตูดกระดิกเล็กๆเมื่อเบรคสุดทางตรง

ผมกลับเข้ามาที่ Pit และแจ้งทางอาร์ม เผื่อว่าอาร์มจะมี แนวทางการแก้ไข

ทุกคนหัวเราะกันเป็นเสียเดียวว่า เมื่อกี้นี้ ไม่ได้ทำอะไรเลย

อ้าว!! ชิบหาย ........ แกล้งกรูกันใช่ไหมเนี่ย

อาร์มอธิบายว่า จริงๆแล้วคือ พี่อัศกลัวไปเอง ไม่มั่นใจไปเอง และ เกิดอาการที่อาร์ม พยายามจะอธิบายว่ามันคือ The placebo effect (พาซิโบ้เอฟเฟค) ซึ่งเป็นอาการของคนที่ สร้างอารมณ์ความกลัวขึ้นมาเอง แล้ว ก็เมื่อมั่นใจขึ้นก็สามารถหายได้เอง ด้วยความมั่นใจขึ้นเอง

เมื่ออาร์มอธิบายจนเข้าใจ อาร์ม ให้ผมออกไปขับอีก 1 รอบ ผมเองก็พยายาม หาความมั่นใจในสนาม

แต่ต้องบอกว่า วันนั้นผมเก่งมาก ผมเก่งขนาดที่ว่าผมตอก 1.12 ได้เท่ากันทุกรอบ จนคนจับเวลาเองยังงง

ในการซ้อมรอบสุดท้าย ผมลงจากรถด้วยความหมดอาลัย ตายอยาก ความกดดันเริ่มหายไป เพราะรู้ว่าคงสู้ไม่ได้

และความผิดหวังเริ่มเดินเข้ามา.....

คำถามที่เกิดขึ้นในหัว คือ...

มันคืออะไรว่ะ? หาไม่เจอ

ตัวรถก็พัฒนา ลดน้ำหนักไปตั้งเยอะ ทำไมขับได้เท่าเดิม

อาจารย์ ทุ่มเททำรถให้ขนาดนี้ ทำไมเราทำไม่ได้ว่ะ

เกิดอะไรขึ้น???

ผมถึงกลับมานั่ง วิเคราะตัวเองในหลายๆจุดหลายๆโค้ง และพบว่าตัวเองไม่สามารถสั่งตัวเองให้เบรกตรงนี้ หรือเดินคันเร่งตรงนี้ ตามที่ใจคิดได้ เหมือนกลัวที่จะมีความเร็วในตรงนั้น

ครูตุ๋ยเริ่มเดินเข้ามาถามว่า ........

“อัศกังวลอะไรหรือป่าว”

“ความดิบ ความเถื่อน หายไปไหนหมด”..........

ไม่รู้ครับ .... บอกตรงๆว่าไม่รู้จริงๆ จากที่เยเร็วๆ ในแก่งกระจาน ทำไมในพีระ เกิดอะไรขึ้นกับเรา

ความกดดัน อันต่อมาเริ่มขึ้นจากการเริ่มกลับไปมอง สถิติของ เจ คู่แข่งในรุ่น F4 ที่เจขับ Best Lap ไว้ที่ 1.11

กรูยังวิ่ง 1.12 วิ่ง 5 รอบกรูคงโดนแดกเป็นทุ่ง

กลับบ้านด้วยความเครียด กดดัน เหนื่อย โทษตัวเอง และ ดำดิ่งสู่ความหดหู่กันเลยทีเดียว

ผมจำได้ดี ..... และยังขอบคุณ ข้อความเหลานั้น

ในขณะที่ผมขับรถกลับกรุงเทพ ผมไม่ได้เปิดโทรศัพท์เลย แต่รู้สึกมีสาย ต้น เข้ามาคงจะเพื่อปลอบใจ และพูดว่าไม่ให้เครียด แต่พอเปิดข้อความใน line ที่เป็นกรุ๊ปของกลุ่มนักแข่ง Mitsusport ทำเอาผมน้ำตาไหลเลย

ทุกคนเป็นห่วงผม ทุกคนให้กำลังใจ และไม่อยากให้เครียด และที่สำคัญ พวกเค้าช่วยวิเคราะกันออกมา ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม

และอาร์ม ก็ได้อธิบายว่า มันคืออาการทางจิตของนักกีฬา ที่ห่วงเรื่องในเรื่องการแข่งขัน และสถิติของตัวเอง จนกดดันตัวเองมากเกินไป ทำให้ยิ่งทำยิ่งแย่ ยิ่งหา ยิ่งไม่เจอ

อาร์มยังบอกอีกว่า “เอางี้พี่ จากวันนี้ จนถึงวันแข่ง พี่ไม่ต้องคิดเรื่องนี้เลย ไปหาอะไรๆที่พี่ชอบทำ หรือไม่ก็ไปหากีฬาที่พี่ถนัดทำ ก่อนจะกลับมาแข่งอีกครั้ง”

จากวันนั้น .....ผมพยายามถอดเรื่องนี้ออกจากหัว ลืมเรื่องแข่งรถไป
และพยายามไม่คิดถึงมัน

ผมได้ไปปรึกษากับพี่ผมคนนึง เค้าอยู่นอกวงการแข่งรถ เป็นเหมือนพี่ชาย ซึ่งผมเองเป็ฯลูกคนเดียว ถ้าจะเรียกใครมาพี่ซักคน ก็คงเป็นคนนี้

แกฟังเรื่องราวจนจบ แล้วแกก็ยิ้มๆ หัวเราะๆ แล้วบอกว่า

ถ้าเรื่องราวนี้นะ เป็นหนังจีนกำลังภายใน มันจะถึงตอนที่ อาจารย์ จะบอกลูกศิษย์ว่า “กระบี่ไม่ได้อยู่ในฝัก แต่อยู่ในใจ”
และแกก็เล่าเรื่อง หนังเรื่องนึงที่ชื่อ The chess ที่เกี่ยวกับเด็กที่ โตมากับหมากรุก และแข่งเล่นหมากรุกจน ไปเจอจุดที่เรียกว่า “กำแพง” ที่สร้างขึ้นจากความกลัวของตัวเอง จนทำให้แพ้ และกลัวความพ้ายแพ้

สุดท้าย ก็กลับมาชนะได้ก็เพราะ ได้กลับไปเล่นแบบไม่มีการวางแผน เล่นแบบสนุก และทำให้เค้ากลับมาชนะได้อีกครั้ง

พี่ผม บอกว่า มันเป็นเรื่องของ Spiritual

ก็ต้องแก้ด้วย Spiritual

“หาเวลาไปเข้าโบสซะก่อนแข่ง”

แล้วแกก็ถามว่า “อย่างแย่ ที่จะได้เจอในสนามนี้คืออะไร”

ผมก็บอกว่า ก็คงคะแนนเก็บหายไป แล้วก็แพ้

แกก็บอกว่า “งั้นก็เตรียมตัวไป แพ้” ไม่ต้องคิดอะไรมาก

“แพ้ก็แพ้ อย่างมากก็แข่งใหม่” .....

วันศุกร์ ผมไปส่งเจ้าอิมที่โรงเรียนเค้า ก็เลยแวะเข้าไปที่โบสที่ผมเข้าเป็นประจำเกือบทุกอาทิตย์ โดยหวังว่า มันจะช่วยให้อะไรๆดีขึ้น

บรรยากาศ อันเงียบสงบในโบสที่ไม่มีใครเลย ถ้าจะมี คงมีผมกับพระเท่านั้น

ผมสวดมนต์อยู่ได้ม่นาน ก็กลับออกมา ก่อนกลับ ผมทำการขอมิซา (การทำบุญเพื่อขอให้พิธีกรรมในวันอาทิตย์ส่งเสริมเรื่องราวต่างๆ)

โดยเขียนที่ช่องของการขอ มิซ่าว่า

“เพื่อชัยชนะในการแข่งขันรถยนต์”

คืนวันศุกร์นั้น ทำการเดินทางสู่พัทยา เพื่อเตรียมตัวในการแข่งขัน ในเช้าวันเสาร์

อย่างที่บอกครับ เตรียมตัวไปแพ้

ไม่คิด ไม่สร้างแรงกดดัน ขับได้เท่าไหรเท่านั้น แพ้ก็แพ้

ผมออกไปควอลิฟายรอบแรก แบบไม่กดดัน ยางเรเดียลเดิม ทุกอย่างเดิมผม ผลออกมาที่

1.11

เฮ้ย! .......ลงมาจากไหน 1 วิ

และได้เป็นอันดับ 2 ของการ Start ในรุ่นของ F4

หัวใจตอนนั้นมันพองโตจนเริ่มมีกำลังใจในการแข่งขันครั้งนี้มากขึ้น

และในการ ควอลิฟายในรุ่น Open ผมแทบไม่ได้ดูเวลาตัวเอง มารู้อีกที ตอนพี่ประธีปเดินมาบอกว่า 1.10.00

เฮ้ย มาจากไหนอีก 1 วิ ในการควอในยางสลิค

และอยู่ในอันดับ Start ที่ 4

ในการแข่งขันในรุ่น F4 เริ่มขึ้น

ผมอยู่ในตำแหน่ง Start ที่ 2 ซึ่งเรามาได้รับข่าวร้ายของ บอม ที่แม้จะควอลิฟายเป็นอันดับ ที่ 1 อยู่แต่ไม่สามรถแข่งขันได้ เพราะเครื่องเสียหาย ซ่อมไม่ทัน นั่นเท่ากับว่า แม้ผมจะอยู่ในกริดที่ 2 แต่เป็ฯอันดับ 1 ของการ Start

และแน่นอนครับ การวางแผนในหัวของผมเกิดขึ้นทันที ต้องมองคู่แข่งให้ออก มีใครบางตามเราอยู่ หลังจากนำรถเข้าไปที่กริด start แล้ว จากการคำนวณ และดูจาก สถิติแล้ว มีคันเดียวที่ผมจะต้องห่วงคือ รถของบัติ ที่ start อยู่ในอันดับที่ 3 ต่อจากผม หลังจากนั้น ไป ยังมีเวลาที่ไม่น่าห่วงซักเท่าไหร

ถ้าผมขึ้นได้ในการ Start โอกาสที่จะนำยาว 5 รอบสนามของผม ก็ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงอะไร ในรุ่นนี้

หรือคิดให้อย่างแย่ ถ้าผมแพ้ บัติ ซึ่งอยู่ใน class B ผมก็ยังคงเป็ฯผู้นำใน Class A

แต่ก็นะ...มาถึงตอนนี้ คำว่า “ศิษย์ตุ๋ยกระทิงแดง” มันค้ำคออยู่ แพ้ไม่ได้

“ที่สองคือแพ้”

การ Start ออกตัวไปในรอบนี้ดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร ผมวิ่ง เหมือนเพื่อเช็คความมั่นใน อยู่ประมาณ 1 รอบ และยอมรับว่า แทรค ค่อนข้างลืน หรือยางผมเริ่มไม่เกาะก็ไม่รู้ ออกตัวไป สุดทางตรงโค้งแรก เล่นเอาเบรคเหวอไปเหมือนกัน

ผมพยายามประคองให้วิ่งในความเร็วที่มากที่สุด และ อยูใน line ที่เกือบๆ จะ full line ด้วยซ้ำ จะมามีแรงกดดันบ้าง จาก รถของบัติ ในบางรอบ ที่ก็เข้ามาใกล้เหลือเกิน จนผมต้องเปิด โหมด บัง ในบางโค้ง

จนจบการแข่งขันใน Race ที่ 1 รุ่น F4 ในอันดับที่ 1

ส่วนในรุ่น Open แผนที่คิดอยู่ในหัว ตอนนั้นคือ ทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องคิดอะไร

ออกตัวไปให้ไกลที่สุด เลือกตำแหน่งให้ดีที่สุด

จากมุมมองจาก กริดที่ 4 ข้างหน้าผมเป็น พี่ประธีป พี่กอบ และ เก่ง จาก Keng service ซึ่งทั้ง 3 คนนี้ เก๋าเกมส์กว่าผม 1 ล้านเท่าตัว โอกาจะไปบี้แซงเอา คือฝัน

ออกตัวแล้วกันให้ได้ วิ่งให้จบ คือจบ

เท่าไหรเท่านั้น ไม่ฝืน

เมื่อไฟแดง5คู่ดับลง .. รถแข่ง 5 อันดับแรก ก็ทะยานออกไปพร้อมกัน

ภาพด้านหน้าคือภาพของกลุ่มรถแข่ง ความเร็ว และตำแหน่งที่หลายๆคนพยายามจะแซงขึ้นไป

สมองตอนนั้นพยายามทำงานให้เร็วที่สุด

เราต้องอยู่ตรงไหน

แทรกได้ตรงไหน

คันหลังอยู่ตรงไหน

ความเร็วละ

โค้งหน้าเป็นยังไง แล้วโค้งต่อไปละ ถ้าเราอยู่ตรงนี้ โค้งหน้าเราจะอยู่ตรงไหน คันนี้แซงไม่ได้ ต้องไปเอาโค้งหน้า คันหลังกำลังจะแซงเราทางไหน

หลายคำถาม หลายคำตอบ เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ในเวลาเสี้ยววินาที และในเสี้ยววินาทีนั้น ไม่สามารถผิดพลาดได้ ถ้าผิด อาจจะแพ้ หรืออาจจะหมายถึง พัง!!

ผ่านโค้งสุดทางตรงไปได้ ตำแหน่งผมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 เพราะแซง เก่งขึ้นมาได้ 1 ลำ

แต่..เก่งไม่ใช่นักขับที่จะกินได้ง่ายๆครับ เก่งมีประสบการณ์มากกว่าผมเยอะทั้งในรุ่นนี้ และรุ่น NA ที่เค้าลงรายการอื่น
ภาพการแซงของเก่งในรายการอื่นๆก่อนหน้านี้ ที่เก่งแซงรถทีละ 3 คัน หลอนผมขึ้นมาทันที

สมองสั่งการตอนนั้น มีแค่คำเดียวคือ ...

“หนี” !!!!

ผ่านรอบแรกไป ไม่ได้ทำให้ผมสบายใจขึ้นไปได้เลย บางโค้งเก่งเข้ามาใกล้ผมมาก จนผมไม่สามารถที่จะเดิน full line ได้อย่างที่คิด เปิดโหมด บัง อีกแล้ว

เมื่อผ่านไป 3-4 รอบ ระยะเริ่มห่างขึ้น ผมเองมองคันหน้าไม่เห็นแล้ว ซึ่งคงต้องปล่อยให้พี่ประธีปกับพี่กอบว่ากันไป ส่วนตัวผมขอเอาตัวรอดกับเก่งให้ได้ก่อน

เมื่อระยะเริ่มห่างมาได้จนผมสามารถ full line ได้ ก็เริ่มคิดเรื่องเดิน full line เพื่อหนีให้ขาด แต่เมื่อมองไปกระจกหลัง ผมเริ่มพบว่า รถของเก่ง เสียอาการอย่างน่ากลัว มีอาการท้ายสะบัด ท้ายออกตลอดเวลา และเป็นหนักในช่วงโค้งหลังเขา

และเมื่อผ่านไปหลายรอบมากขึ้น อาการรถของเก่ง เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสภาพยางและรถที่แบกรับการแข่งขันเข้ามาจนถึงรอบท้ายๆ

ผมอยู่ในตำแหน่งที่เรียกว่า สบายๆ ก่อนที่จะรับธงหมากรุกเป็นอันดับที่ 3 ในรุ่น Open unlimited นั้น Race นั้น

เหมือนยกภูเขาออกจากอก นี่เราผ่านมาครึ่งทางแล้ว สำหรับสนาม 4 ผมเริ่มอุ่นใจในเรื่องของคะแนนเก็บมากขึ้น และที่สำคัญ เราขับได้ตามแผนอย่างที่เราวางไว้แปะมากๆ ถือว่างานนี้ไม่มีเซอร์ไพรซ์

ผมลงจากรถมาที่ Parc ferme ผมร่วมจับมือยินดีกับพี่กอบ และพี่ประธีป แสดงความยินดีกับพี่เค้า และไม่ลืม ที่จะชื่อชมเก่ง ที่สามารถตามผมได้อย่างไม่ลดละ ผมถือเป็นเกียรติที่ได้รวมแข่ง Race เดียวกับเก่ง

ในเย็นวันนั้น เรารอรับเหรียญจากรายการ และรู้สึกปลื่มใจ ที่น้าโบ๊ท น้าแท้ๆของผมเป็นคนมอบเรียบนี้ให้กับมือ

เย็นวันนั้น เข้าสู่ Mode Party time!!

เราไปกันที่บ้าน คุณสะอาด (พ่อของอีอ๊อฟ)

เรามี Party BBQ กันเล็กน้อย และเราได้เอา VDO ของแต่ละคนออกมาวิเคราะ ตีแผ่ วิจารณ์ รวมถึง ดัง Datalog ของ line การขับขี่ออกมานั่งเปรียบเทียบกัน ว่าของบอมที่เร็วสุดเป็นยังไง พี่ตุ๋ยวิ่งยังไง และผมวิ่งยังไง

เราวิเคราะกันถึงจุดอ่อนของแต่ละคน แต่ละโค้ง ร่วมถึงวิธีการแก้ไข ปรับยุธวิธี เพื่อสู้ต่อในวันรุ่งขึ้น

และในคืนนี้ การบ้านของผม เริ่มชัดเจนยิ่งขึ้น ในจุดที่ควรจะต้องแก้ไข และถ้าแก้ได้ พรุ่งนี้ เวลาต่อรอบ อาจจะต่ำลงกว่าที่คิด

คืนนั้นผมหลับไปพร้อมกับความหวัง ที่เวลาจะดีขึ้นในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันอาทิตย์........

ตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงเข้าห้องน้ำของครูตุ๋ย และเค้าออกไปก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับลูกศิษย์ทุกคน ..

10.30 เราเดินทางออกจากบ้านพัก ที่ศรีราชา และก่อนจะแวะกินข้าว เสียงโทรศัพท์จากคุณผู้จัดการต้น ก็ดังขึ้น

“ อัศ!!! เหลืออีก 2 รุ่น รีบมาด่วน!!!”

นั้นหมายถึงเราคงไม่ได้กินข้าวเช้าและคงต้องหวดกันหมดเกียร์ จากศรีราชา ไปสนามพีระ

ตกลงการแข่งขันเริ่มที่ ศรีราชา ไม่ใช่พีระเสียแล้ว

BMW Z4
BMW S5
Toyota Fortuner TRD

หากใครเดือดร้อนจากรถ 3 คันนี้ บน Motoreay ช่วง ศรีราชาไปพีระละก็ ขออภัยไว้ตรงนี้เลย

เพราะ Fortuner TRD เป็นคนเริ่ม!!

เมื่อมาถึงสนาม เราก็ได้ทำการเตรียมตัวใน Race แรกของวันนั้นคือรุ่น Open ก่อนเลย

ในรุ่นนี้มีเซอร์ไพร์ซ เล็กน้อย จากรถของทีม “น้อยสายไหม” ที่เมื่อวานนี้ เราไม่ได้เห็ฯรถคันนี้ และก็ไม่นึกว่าจะมาวิ่งด้วยในวัน อาทิตย์

เอาละสิ งานมาแล้ว.......

จากอันดับที่จบเมื่อวานนี้ อันดับที่ 3 ตำแหน่ง Start ผมถึงแม้จะเป็นที่ 3 แต่ไม่สบายใจเลย

นอกจาก เก่ง ยังมีตำแหน่งด้านหลัง และมีรถของ น้อยสายไหม อีก....

เอาละสิ โจทย์มีเพิ่มโดยไม่ได้ตั้งใจอีกแล้ว

ไฟ 5 ดวงดับ รถทุกคันออกตัวพร้อมกัน ผมสามารถที่จะเกาะตำแหน่งที่ 3 ออกไปได้ โดยไม่ได้ลำบากนัก

แต่เมื่อรถพ้น 100R มาเท่านั้น รถสีแดงของน้อยสายไหม เข้ามาใกล้ผมมากขึ้น และอยู่ในระยะที่ผมจำเป็นต้องเปิด mode บังทันที

เนื่องจากเรารู้ดีว่า มือคนขับคันนั้น ไม่ใช่ที่จะมาประมาทได้ ผมพลาดท่าแพ้ให้เค้ามาแล้ว จากการที่คุมสติตัวเองไม่อยู่ ในสนามที่ผ่านมา

ผมเปิด Mode บังและพยายามใช้ line ที่มีความเร็วมากที่สุด เพื่อที่จะหนีเค้าออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

นึกถึงคำว่า “ carry speed” ที่อาจารย์อาร์ม อธิบายไว้หลังวันซ้อม ว่า......

“ผมให้พี่เบรกที่เดิมเลย แต่ใช้เบรกให้น้อยเลย”

“ถ้าพี่ใช้วิธีผม พี่จะมีความเร็วในโค้งมากขึ้น และนี่แหล่ะ นิยามของคำว่า carry speed”

“เดินคันเร่งให้บูสเป็น 0 ไว้พี่”

“ถ้าพี่ทำได้ เดี๋ยวพี่ก็เบรกลึกขึ้นเองโดยอัตโนมัต”

คำพูดพวกนี้ วนเวียนๆอยู่ในหัวผมตลอด และคือสิ่งที่ผมจะงัดออกมาสู้ รถคันหลัง ที่กำลังตามมา

จากความรู้ที่เราเคยคิดในการแข่งรถวิธีนึง ผู้ชายคนนี้ ทำให้ผม มีวิธีการขับที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

และแล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถพี่ประธีป หลุดออกนอกแทรค เนื่องจากพวงมาลัยหลุด

ผมเองขยับขึ้นไปอยู่ที่ 2 ในทันที และยังคงพยายาม ตามหารถคันหน้า คือพี่กอบ

ระยะรถของผมกับรถกับอันดับ 3 ห่างกันในระยะพอสมควร แต่ผมก็ยังคงไม่สามารถเข้าใกล้รถคันหน้ามากขึ้น

แล้วก็เกิดเหตุรอบสอง กรรมการตีธงแดง เนื่องจากมีรถอุบัติเหตุขวางแทรค

นั้นหมายความว่า เราต้องม่ Start กันใหม่ที่ กริด อีกครั้ง

นั้นถือเป็นโอกาสดี ที่ผมจะสามารถมีโอกาสเข้ามาไล่รถพี่กอบได้ใกล้ขึ้น

และได้รับข่าวร้ายอีกครั้ง ว่ารถของน้องบอม ก็มีปัญหา ต้องเข้า Pit และไม่สามารถออกมาแข่งต่อได้

นั้นหมายความว่า.....ผมคือ “ความหวังของหมู่บ้าน” Mitsusport

การทำการ Start ใหม่ที่กริดนั้น ต้องบอกเลยว่า ทำให้เรารู้สึกถึงความเหนื่อยอ่อนของร่างกาย ที่เกิดขึ้น ทั้งๆที่ race ควรจะจบอยู่ในเวลาที่กำหนดแต่ ต้องยืดเวลาออกไปอีก ความร้อนจากอากาศเวลาบ่าย ความร้อนจากเครื่องยนต์ ความร้อนในชุดแข่ง ทำให้ผมรู้สึกถึงขั้น ทรมานกันเลยทีเดียว

และแน่นอนครับ นี่คือจุดที่เราต้องใช้ความฟิตของร่างกาย ที่เราเพียนออกกำลังกายมาเพื่อการนี้

ผมรู้ตัวเองเลยว่า สภาพร่างกาย กำลัง drop ลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็พยายามฝืน เพื่อให้ กการออกตัวอีกครั้ง ได้ขึ้นไปนำอันดับ 1

แต่เมื่อออกตัวไปอีกครั้ง อาจจะด้วยสภาพร่างกายด้วย ผมไม่สามารถขึ้นหัวพี่กอบได้ และต้องประคองให้ตัวเอง ออกไปในอันดับ 2 โดยที่ต้องไม่เสียตำแหน่ง

เมื่อรถออกไปแล้ว เราพบว่า บนแทรคมีปูนขวาอยู่ใน Racing line แทบทั้งหมด ผมพยายามที่จะไม่เหยียบปูนขาว แต่ถังอย่างนั้นก็ตาม ผมเห็นรถพี่กอบเสียอาการในโค้ง 100R แล้วพี่กอบยกคันเร่งอย่างเห็นได้ชัด

พอผมยกคันเร่งตาม อาการของรถดูเหมือนไม่ชะลอลงเลย แถมมีอาการสบัดๆเล็กๆ

เอาละสิ!!

น้ำมันบนแทรค!!! ในมาโปรยไว้เนี่ย ทั้งสนามเลย

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกลื่นมากๆ ลื่นแบบไร้ทิศทาง

ยกคันเร่งกันตั้งแต่ไก่โห่กันเลยทีเดียว ไม่พยายามเดินคันเร่งรุนแรง เลือก line ที่ไม่ฝืนรถ

ป้ายที่ tower บอกว่า เรามีเวลาอีก 3 รอบสนาม

กัดฟันครับ !! ต้องวิ่งจบ ต้องไม่หลุด

แล้วเราก็ประคองจนจบที่ 2 จนได้ครับ ในรุ่น Open ถ้วย 1 ใบ 1 โพเดียมแล้ว

ถัดมาอีกไม่กี่ชั่วโมง ในรุ่น F4 ดูเหมือนจะวิ่งแบบ สบายๆ ไม่เครียด เพราะด้วย สถิติเวลาเอ้ย คู่แข่งเอ้ย อะไรต่างๆ ก็ไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผ

ในรุ่นนี้ผม Start แต่แหน่ง poll position อันดับแรกของอันดับ start

ดูเหมือนจะสบายๆ

แต่พอเมื่อไฟ 5 ดวงดับลง!! ผมเหมือนสดุดคลัช เกียร์ 1 รอบงมาต่ำกว่า 5000

กว่าจะกดให้ความเร็วกลับขึ้นมาได้ ตำแหน่งที่ 2 ซึ่งเป็น บัติ ขึ้นมาอยู่ข้างประตูผมแล้ว และเมื่อเหลือไปมองกระจกมองหลัง รถทุกคันดูเหมือนจะพุ่งใส่กระจกมองหลังทะลุเข้ามาให้ห้องโดยสารผมทุกคัน

แต่ด้วยจาก การที่ Start ตแหน่ง Poll ทำให้ผมสามารถกอดใน โค้งแรกได้ก่อนคนอื่นเค้า เพียงแค่ไม่กี่เมตร ก็สามารถกันทำให้คนอื่นๆเลี้ยวชิง Apex ไม่ได้ เรียกได้ว่าผมดึงรถทุกคัน ให้ช้าลงมาอยู่ในความเร็วเดียวกับผม จากการที่ผมบัง apex ไว้ และเดิมต้นเดินคันเร่งได้ก่อนคนอื่นเค้า เพราะเรา “แต่งตัว” มาตั้งแต่ใน apex

ผ่านโค้งหลังเขาไป ดูเหมือนกลุ่มหลังจะชุลมุนพอสมควรเลยทีเดียว

ด้วยความเร็วของรถที่ไป ผมเริ่มรู้สึกถึงความต่างของยาง เรเดียลกับ สลิคในโค้งว่ามันจะเริ่มปริ่มๆ สำหรับเรเดียลแล้วนะ

ผ่านรอบแรกไป รถจับกลุ่ม กันมากขึ้น ผมเหมือนดูจะลอยตัวออกมาไม่ไกล

แต่ก็มีรถอีกคัน ซึ่งน่าจะของ น้อยสายไหม อีกคัน คนละคันกับรุ่น Open ร่นระยะเข้ามาเรื่อยๆ

ผมตัดสินใจ เดินเต็มคันเร่งในทุกโค้งเพื่อที่จะหนีให้ขาดให้ได้มากที่สุด อยากจะไปขับสบายๆในรอบท้ายๆ แบบไม่มีใครกดดัน

อย่างที่ใครหลายๆคนว่าครับ ....... ล้อกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้

ในรอบที่ 5 ด้วยความอยากหนีให้ไกล พลาดเอง ทำล้อขวาตกหลุมที่สุดทางตรง รถสะบัดกลับทิศทาง

กว่าจะหมุนกลับมาได้ โดนแซงไป 2 คัน

ตอนนั้นเหมือนสติเริ่มหลุดแล้ว ......ความกดดันของหมูบ้านเริ่มมา พลาดแล้ว ทำไงดี

ต้องเอาคืน!!!

ก็พยายามอยากหนัก หนักกว่าเดิมเป็น 2 เท่า เพื่อที่จะเอาคืน

ก็ดันมาหลุดครั้งที่ 2 ที่โค้ง ยูเทรินหลังเข้า ก่อนที่จะประคองตัวเองเข้าเส้น ด้วยความเสียดายตำแหน่งและคะแนนเป็นอย่างมาก

ผมลงจากรถมาแสดงความยินดีกับพี่ๆน้องๆ ในรุ่น F4 ทุกคนต่างถามผมว่าเกิดอะไรขึ้นๆ น่าเสียดายมากๆใน Race นั้น

บอกตรงๆว่าโกรธตัวเองที่ไม่สามารถประคองสติให้ครบ 8 รอบสนามได้อย่างใจคิด

เราคงต้องมีสมาธิมากกว่านี้ ต้องนิ่งกว่านี้ให้ได้

ผมกลับมาที่พิท สิ่งแรกที่ทำคือ ผมก้มลงคุกเข่า กราบขอโทษครูตุ๋ยที่ทำให้ผิดหวัง (อีกแล้ว)
รู้สึกว่า พี่ตุ๋ยให้อะไรผมมากมาย แต่ทำไมผมไม่สามารถให้คืนแกได้ในสิ่งที่แกหวัง แต่แกไม่ว่าสักคำบอกเอาใหม่ ทำให้ผมรักแกมากขึ้น

เจอรถเสีย บนสะพานเห็นแล้วอันตรายกลัวมอเตอร์ไซค์มาชนซ้ำเลยถอยหลังไปยกให้ไปดูอาการรถดูเหมือนน้ำมันหมดเลยยกไปปั๊มเจ้าของบอก...
03/09/2024

เจอรถเสีย บนสะพานเห็นแล้วอันตรายกลัวมอเตอร์ไซค์มาชนซ้ำเลยถอยหลังไปยกให้ไปดูอาการรถดูเหมือนน้ำมันหมดเลยยกไปปั๊มเจ้าของบอกไม่หมดพี่เพิ่งเติมแต่ฟังดูตามประสบการณ์แล้วเหมือนน้ำมันหมดก็เลยยกไปปั๊มให้เติมน้ำมันไป 300 บาทสตาร์ทติดกับบ้านได้ไม่คิดตังค์สักบาทเพราะทางผ่านแล้วก็กลัวอุบัติเหตุเกิดซ้ำซ้อน

แค่เรียก  ไปช่วยหมด  ได้ตังไม่ได้ตัง อีกเรื่อง
26/08/2024

แค่เรียก ไปช่วยหมด ได้ตังไม่ได้ตัง อีกเรื่อง

https://vm.tiktok.com/ZS2j1u7pY/ราคารถสไลด์ผมไม่ได้คิดถูกกว่าคนอื่นนะครับคิดตามระยะทางบางทีแพงกว่าคนอื่นด้วยซ้ำแต่ที่เขา...
21/08/2024

https://vm.tiktok.com/ZS2j1u7pY/

ราคารถสไลด์ผมไม่ได้คิดถูกกว่าคนอื่นนะครับคิดตามระยะทางบางทีแพงกว่าคนอื่นด้วยซ้ำแต่ที่เขาเรียกใช้งานเพราะเป็น พวกกัน เพื่อนกัน คนรู้จักกัน คนที่เราเคยช่วยเหลือ จากลูกค้าเก่าที่เคยซ่อมรถ
หรือเพื่อนจากคนที่ใช้งานเรา และก็จากติ๊กต๊อก 8 ล้านวิวที่เคยไปช่วย ก็แค่นั้นเองไม่ได้คิดถูกแล้วมีงานเยอะอย่างที่เขาพูดๆกันเข้าใจเสียใหม่ ราคาอาจจะสูงกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ ยกเว้นเดือดร้อนจริงๆไม่มีตังค์สักบาทก็ไม่เก็บตังค์ไปเลยถ้าเป็นทางผ่านนะ

ถูกใจ 925.2K ครั้ง 1127 ความคิดเห็น "อยากให้โลกใบนี้มีแต่คนใจดี🥹🙏🏻 ขอบคุณที่ช่วยชีวิตหนูนะคะ คุณลุง🧔🏻‍♂️💖"

ขอหยุด 3 วัน มาตัดทุเรียนส่งจีนก่อนจะได้มีตังมาผ่อนรถต่อ
17/08/2024

ขอหยุด 3 วัน มาตัดทุเรียนส่งจีนก่อนจะได้มีตังมาผ่อนรถต่อ

ถ่ายรูปลุ้นทองกับชัยรัชการ #แชะชิงทอง2024 #ครอบครัวชัยรัชการ
19/04/2024

ถ่ายรูปลุ้นทองกับชัยรัชการ
#แชะชิงทอง2024
#ครอบครัวชัยรัชการ

งานวันนี้ นกต้องมีขน คนต้องมีพวก 🌟ทำงานบ้างเดี่ยวเพื่อนว่าจน✨😎🚗รถเสีย อุบัติเหตุ🚙รถสตาร์ทไม่ติด แบตรถหมด🏍️รถซิ่ง รถสนาม ...
24/01/2024

งานวันนี้
นกต้องมีขน คนต้องมีพวก
🌟ทำงานบ้างเดี่ยวเพื่อนว่าจน✨😎

🚗รถเสีย อุบัติเหตุ
🚙รถสตาร์ทไม่ติด แบตรถหมด
🏍️รถซิ่ง รถสนาม รถเเข่ง
🛵รถมอเตอร์ไซค์
✨บริการรวดเร็ว ทีมงานมืออาชีพ
✨บริการทุกระดับ ประทับใจ ราคามิตรภาพ
📞ติดต่อ🛻รถสไลด์ 24 ชม.
☎️091-9619159 แนน
☎️091-1740909 ลูกหยี
☎️087-3315739 ลุงหมี
☎️080-5968837 บอล
☎️091-9619159 แนน
☎️091-1740909 ลูกหยี

วงเวียนใหญ่ไปนครอินทร์
06/02/2023

วงเวียนใหญ่ไปนครอินทร์

ที่อยู่

Bang Kruai

เบอร์โทรศัพท์

+66873315739

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รถยก&รถสไลด์ ลุงหมีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง รถยก&รถสไลด์ ลุงหมี:

แชร์

ประเภท