04/05/2016
ย่างเข้าหน้าฝนแล้ว น้ำฝนที่ตกลงมาทำให้ถนนเฉอะแฉะ มีความลื่นมากกว่าปกติ ดังนั้นการขับรถต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และการสิ้นเปลืองน้ำมัน วิธีการป้องกันอุบัติเหตุและใช้รถยนต์อย่างประหยัดน้ำมันในช่วงฤดูฝน ดังนี้
#อย่าขับรถด้วยความเร็วสูง
เพราะถนนในฤดูฝนจะลื่นกว่าปกติ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นอกจากนี้การขับรถด้วยความเร็วสูงจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าการขับรถที่ความเร็ว 90 กม./ชั่วโมง หรือความเร็วที่กฏหมายกำหนด
#ตรวจเช็คระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ
เปิดไฟทั้งหมดดูว่าทำงานตามปกติหรือไม่ มีหลอดไหนติดหรือไม่ติด ถ้าพบว่ามีหลอดไหนไม่ติด ควรเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพราะเมื่อเวลาฝนตกหนักๆ ทัศนะวิสัยจะไม่ดี การเปิดไฟช่วยส่องทาง รถคันอื่นจะสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น สามารถลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้
#ตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์
เป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ระยะทาง 50,000 กม. หรือไม่ควรเกิน 2 ปี และควรสับเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ระยะทาง 10,000 กม. อย่าลืมตรวจเช็คอะไหล่ตัวยึดล้อรถให้มีสภาพใช้งานได้ดีทั้งระบบ รวมไปถึงการตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
#อย่าละเลยการตรวจเช็คระบบเบรค
ผ้าเบรคควรจะต้องเปลี่ยนที่ระยะทาง 50,000 กม. หรือไม่ควรเกิน 2 ปี
น้ำมันเบรคควรเปลี่ยนหรือเติมที่ระยะทาง 50,000 กม. หรือไม่ควรเกิน 2 ปี และควรเช็คระดับน้ำมันเบรคทุกสัปดาห์ หรือสังเกตเสียงขณะเบรค สังเกตการเบรคไม่อยู่ในระยะปกติ หรือดูจากไฟเตือนบนหน้าปัด ซึ่งหากระบบเบรคหมดสภาพ นอกจากจะเป็นอันตรายได้ง่ายในช่วงหน้าฝนเพราะถนนลื่นแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึงวันละ 400 ซีซีทีเดียว
#อย่าลืมตรวจเช็คทึ่ปัดน้ำฝน
ใบปัดน้ำฝนเมื่อผ่านการใช้งานไปนานๆ ยางปัดน้ำฝนจะแข็งตัว การยืดหยุ่นจะลดลงทำให้ปัดไม่หมด ควรเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนใหม่ทุกปีเมื่อเข้าหน้าฝน