21/04/2026
เคยสงสัยมั้ย...
ทำไมฟิล์มกรองแสงรถยนต์ บางแบรนด์ที่ noname มาก ถึงมีค่า TSER ที่สูงปรี๊ด
แต่พอไปดูฟิล์มแบรนด์ดังๆ อ้าวเฮ้ย ทำไมตัวเลข ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้วะ แล้วจะซื้อของแพงไปทำไม ไปซื้อของถูกๆ สิ คุณสมบัติดีกว่าตั้งเยอะ.....
ช้าก่อน ทำความเข้าใจกับคำว่า TSER หรือ Total Solar Energy Rejected ค่าการลดพลังงานความร้อนรวมของฟิล์มก่อน
ความร้อนที่เราได้รับ มี 3 ส่วน
1. ความร้อนจากรังสีอินฟราเรด
2. ความร้อนจากรังสี UV
3. ความร้อนจากแสงที่มองเห็นด้วยตา หรือ Visible light
ทั้งหมดคือตัวการทำให้เกิดความร้อนที่ เรารู้สึกได้
การส่งผ่านความร้อนก็แบบที่เรารู้กันมาตั้งแต่เด็กๆ นั่นแหละ
การนำความร้อน
การพาความร้อน
และการแผ่รังสีความร้อน
ตัวการที่ทำให้เรารู้สึกร้อนๆ ส่วนหนึ่งที่เรามักไม่ค่อยพูดถึง บางทีเราเอามืออังไว้ใกล้ๆ กระจกรถ ทำไมมันรู้สึก นั่นเพราะฟิล์มและกระจกได้ดูดซับความร้อนไว้แล้ว แผ่รังสีเข้ามาในห้องโดยสาร
ภาพรวม คือ ฟิล์ม/กระจก ถูกแสงอาทิตย์ จะเกิด 3 สิ่งคือ
1.สะท้อนออก
2.ผ่านเข้า
3.ดูดซับไว้
เริ่มจะมองเห็นภาพความแตกต่าง ของฟิล์มยุคโบราณแล้วใช่ไหม ว่าทำไม ฟิล์มปรอท ถึงลดความร้อนได้ดี
เพราะมันสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มอื่นๆ รวมทั้งฟิล์มเซรามิกในยุคใหม่
เมื่อมันสะท้อนความร้อนไปได้มาก การดูดซับความร้อนที่ตัวฟิล์ม/กระจก จึงมีน้อยลง ความร้อนจากการแผ่รังสีเข้ามาในห้องโดยสาร ถึงมีน้อยนั่นเอง
ดังนั้น ฟิล์มที่มีโลหะผสม มักจะลดความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มชนิดอื่นๆ
ฟิล์มตัว Top ของหลายแบรนด์ มีโลหะผสมอยู่ อย่างที่ทราบกัน
สรุปสุดท้ายเรื่องค่า TSER ทำไมแบรนด์ noname ถึงมีตัวเลขสูงกว่าฟิล์มแบรนด์ดังที่มีโลหะผสม
คำตอบ คือ มั่วไงครับ
ค่า TSER มาตรฐานต้องวัดจากสถาบันมาตรฐาน เช่น SGS หรือ Intertek ตามมาตรฐาน ASTM E903/NFRC ไม่สามารถใช้เครื่องมือพกพาวัด หรือคำนวณหาได้...
มันคือช่องโหว่ทางการค้า ที่โฆษณาได้ เพราะคนทั่วไปก็ไม่รู้
คล้ายๆ กับการโฆษณาค่า IRR infrared rejected rate นั่นแหละ
เดี๋ยวว่างจะมาแฉเรื่อง IRR ให้ฟัง