24/05/2026
การเดินทางมาโดโลโมท์ ที่อิตาลีรอบนี้
ผมเลือกวิธีเช่ารถขับ เพราะมองว่า มันค่อนข้างจะยืดหยุ่น วางแผนเดินทางแต่ละที่ได้สะดวก
เพราะต้องยอมรับว่า สถานที่เที่ยวแต่ละจุดรอบนี้อยู่ค่อนข้างห่างไกลกัน และระบบขนส่งสาธารณะ บางจุดก็ยังเข้าไม่ถึง
ครั้งนี้ ผมเช่ากับบริษัท Sixt เพราะคิดว่า มีสาขาในไทยด้วย จึงค่อนข้างน่าเชื่อถือ โดยใช้วิธีจองออนไลน์ล่วงหน้า เป็น Peugeot 5008 (รถ 7 ที่นั่ง) และซื้อประกันรถแบบครอบคลุมมาแล้วล่วงหน้า ค่าเช่ารถ รวมค่าประกันรถ ก็อยู่ที่ 4 - 5 หมื่นบาท สำหรับระยะเวลเช่า 7 วัน
โชคดี ที่เราได้รถ ตรงกับรุ่นที่จอง และไม่ถูกบังคับให้ซื้อ Option เพิ่ม เพราะบางคน อาจได้ไม่ตรง ซึ่งตรงนี้ ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละบริษัทให้ดีด้วย
และรุ่นนี้ ถือว่า โอเค ขับง่าย นั่งได้ 4 คน และที่สำคัญ คือ ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 4 ใบ และกระเป๋าใบเล็กๆได้อีก 2-3 ใบได้แบบสบายๆ
การรับรถที่มิลาน ต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ที่สถานีรถไฟ ก่อน เดินมารับรถที่อีกลานจอดนึง ซึ่งต้องใช้เวลาเดิน ประมาณ 10 นาที (หรือ 700 เมตร) ดังนั้น ใครที่จะเช่ารถของที่นี่ ต้องวางแผนเรื่อง การเข็น หรือรับกระเป๋าเดินทางไว้ด้วยครับ
ส่วนการขับรถในเมือง ก็เหมือนกับในเมืองใหญ่ทั่วไป ที่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ห้ามขับเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนด ซึ่งตอนนี้ รถหลายคัน มีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าความเร็วบังคับอยู่แล้ว เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับย้อนหลัง เวลากลับมาถึงเมืองไทยแล้ว
ที่สำคัญ ต้องดูป้าย ดูคน ดูแผนที่ให้ดี เพราะมีโอกาสสับสน เลี้ยวผิดแยก ได้ง่ายมาก สำหรับ คนที่เพิ่งมาครั้งแรก
หลังรับรถแล้ว แนะนำว่า ควรถ่ายรอบรถไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดูร่องรอยความเสียหาย เทียบระหว่าง ก่อนและหลังคืนรถ เพื่อไม่ให้ถูกเรียกเก็บค่าเสียหาย ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวเรา และควรขับรถวนลานจอดซัก 5-10 นาที เพื่อลองระบบรถ และปรับตัวให้ชินล่วงหน้า
ส่วนการขับรถออกนอกเมือง เวลาขึ้นทางด่วน ก็ต้องดูช่องให้ดี เพราะอิตาลี มีช่องที่ใช้บัตรทางด่วน (คล้ายกับ Easypass) กับมีช่องทางปกติ ที่เราต้องใช้ คือ เข้าไปรับบัตร และนำบัตรทางด่วนไปเสียบ ก่อนชำระเงินที่ปลายทาง สังเกตุง่ายๆที่รูปภาพว่าช่องไหนมีภาพเงินสด กับ รูปบัตร เข้าได้หมด (ห้ามเข้าช่องสีเหลือง) ซึ่งจะจ่ายได้เฉพาะเงินสด กับเครดิตการ์ด (Travel Card ไม่ได้ครับ)
โดยดูป้ายสัญลักษณ์ ที่ไม่ใช่ตัว T แล้วเอื้อมไปรับบัตร ซึ่งถ้าเป็นคนตัวเล็กอย่างผม อาจใช้วิธีหามุมจอด เพื่อเปิดประตูลงไป จะสะดวกกว่า การเอื้อมไปหยิบ (เพราะแขนสั้น) และป้องกัน ไม่ให้ล้อครูดกับขอบทางด้วย
ส่วนการขับรถบนทางด่วน และในพื้นที่อุทยานก็ต้องเคร่งครัด ในเรื่องความเร็ว เพราะจะมีกล้องคอยตรวจจับเป็นระยะ ซึ่งถ้าในรถ ไม่มีแจ้งเตือน ง่ายๆ เลย คือ ในเมือง หรือ ในหมู่บ้าย ห้ามใช้ความเร็ว เกิน 30-50 กม ต่อ ชั่วโมง
ส่วนถ้าเป็นทางด่วน ก็ห้ามเกิน 130 กม ต่อ ชั่วโมง และถ้ารถมี 2 เลน ให้ขับช้าชิดขวา แต่ถ้าจะเร่งแซง ก็ให้แซงซ้าย ห้ามจำสลับกันเด็ดขาดนะครับ
คนขับรถในอิตาลี ส่วนใหญ่จะขับเร็ว ขับจี้นะ แต่ไม่มีการบีบแตร หรือ เปิดไฟไล่ เราก็เลยต้องมีสติ อย่าไปกดดัน เพราะถ้ามีจังหวะ เค้าจะหาทางแซงกันเอง แต่ถ้าเราพอ จะชะลอหลบ ให้เค้าแซงไปได้ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ต้องดูความปลอดภัยเป็นหลัก
สการขับรถในอุทยานโดลโลไมท์ ที่กว้างใหญ่ ก็ไม่ยาก เพียงแต่โค้งเยอะ ทางแคบบ้างบางช่วง ซึ่งถ้าใครเคยขับขึ้นเขา ในเมืองไทยอยู่แล้ว ก็คงปรับตัวได้ไม่ยาก
ส่วนวิวข้างทางในโดโลไมท์สวยไปไหม หลากหลายวิว ทั้งภูเขาหิน ภูเขาหิมะ วิวต้นสน วิวทุ่งหญ้า วิวหมู่บ้าน แนะนำเลย ถ้ามีคนไปด้วย ให้ถ่ายบรรยากาศสวยๆ เก็บไว้เลย บอกเลยถ่ายเพลินมาก(ถ้าไม่เมารถไปซะก่อน 5555)
สุดท้าย รอบนี้ ผมเช่ารถไป 7 วัน ใช้ระยะทางไปกลับ เกือบๆ 1400 กิโล น้ำมันใช้ไป ประมาณ 8000 บาท (ราคาช่วง เดือน พค 69)
แลกกับประสบการณ์ขับรถ ของครอบครัวเที่ยว 1 สัปดาห์ ที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย และเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจสุดๆ ❤️ 🚙
และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาขับรถที่ต่างประเทศนะครับ
Enjoy the trip, Enjoy your life
#ขับรถ #ต่างประเทศ