Hardy Isuzu ขายอะไหล่อีซุซุ เชฟโรเลตกระบะทุกรุ่น รับซ่อม อัพเกรด ทุกระบบ

The legendary of ไทยรุ่ง union car ep.1         แฟนรถกระบะบ้านเราต้องรู้จัก ไทยรุ่ง แน่นอน  ยิ่งกับอิซุซุ นี่เหมือนเป็นค...
30/10/2025

The legendary of ไทยรุ่ง union car ep.1
แฟนรถกระบะบ้านเราต้องรู้จัก ไทยรุ่ง แน่นอน ยิ่งกับอิซุซุ นี่เหมือนเป็นคู่บุญกันมาเลย เป็นแบรนด์ไทย ที่สร้างรถเอง โดย อิงจากอีซูซุเยอะมาก วันนี้จะมาเล่าเรื่อง ไทยรุ่งให้ฟังกันนะครับ
ไทยรุ่ง ยูเนี่ยนคาร์ หนึ่งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความเป็นไทยแท้ 100% ด้วยสโลแกน “ภูมิใจที่เป็นไทย” กว่าจะมาเป็นบริษัทขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ ต้องผ่านอะไรต่อมิอะไรมาอย่างมากมาย รวมถึงผู้ก่อตั้ง “นายห้างวิเชียร เผอิญโชค” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น “คนถีบสามล้อ” แต่ใครจะรู้บ้างว่า สามล้อถีบ ผู้นั้นคือผู้มีคุณูประการอย่างยิ่งยวดต่อประเทศไทย เพราะเขาคือ ผู้คิดค้นรถสามล้อเครื่องที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อันเป็นสัญลักษณ์เด่นชิ้นหนึ่งของประเทศไทย เมื่อรู้เช่นนี้แล้วเรามาทำความรู้จักไทยรุ่งฯ กันดีกว่า
การก่อกำเนิดของไทยรุ่งนั้นต้องขอเริ่มต้นที่ การถือกำเนิดของนายห้าง วิเชียร เสียก่อนเป็นลำดับแรก โดย นาย วิเชียร เผอิญโชค เป็นชาวจีนแต้จิ๋ว มีบรรพบุรุษ อยู่ในเองซัวเถา ลงเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเล อพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาอาศัยร่มโพธิสมภารผ่านดินสยามพร้อมกับแม่และน้องสาวตั้งแต่เล็ก
เช่นเดียวกับคนจีนโพ้นทะเลจำนวนมากในสมัยนั้นที่ต้องการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต ขณะที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประเทศจีน ชื่อเดิมของนายห้างวิเชียร คือ “จึงเอี่ยวเชียง” หรือ เอี่ยวเชียง แซ่จึง เป็นเด็กชายที่อาภัพ ไม่รู้กระทั่งวันเกิดแท้จริงของตัวเอง ทราบแต่ว่าเป็นปี 2459

“จึงเอี่ยวเชียง”
เมื่อมาปักหลักในเมืองไทย ต้องหาเลี้ยงครอบครัวทุกวิถีทาง จึงเริ่มต้นอาชีพด้วยการรับจ้างขายของ พายเรือขายเต้าหู้ ขายฝรั่งดอง จนถึงซ่อมจักรยาน แต่ด้วยความที่เป็นคนช่างคิดช่างสังเกต หมั่นศึกษาหาความรู้จากสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัวอยู่ตลอดเวลา เขาจึงสามารถเพิ่มพูนความรู้รอบตัวได้อย่างมากมายแม้จะไม่รู้หนังสือเลยก็ตาม
เมื่ออายุได้ 22 ปี ในขณะที่มีอาชีพขี่จักรยานสามล้อรับจ้าง พรสวรรค์ในการประดิษฐ์คิดค้นของ “จึงเอี่ยวเชียง” ก็เริ่มฉายแวว เมื่อสามารถตกแต่งดัดแปลงรถสามล้อเครื่องด้วยตนเอง จนเป็นต้นแบบสามล้อเครื่องอย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยนำมอเตอร์ไซค์เก่าๆ มาดัดแปลงเป็นสามล้อรับส่งผู้โดยสารเป็นคนแรกของเมืองไทย ซึ่งนับเป็นการคันพบตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ เป็นแรงบันดาลใจให้เขามุ่งหน้าไปสู่ทิศทางที่เป็นรากฐานของความเจริญก้าวหน้าในเวลาต่อมา
ในวัยหนุ่มนอกจากมีคุณสมบัติและพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมในการดัดแปลงเครื่องยนต์กลไกต่างๆ แล้ว ยังเป็นนักขายฝีมือฉกาจอีกด้วย และด้วยนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่น รักการบริการพอใจที่จะทำให้ผู้อื่นมีความสุข มีความพึงพอใจ เขาจึงสร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่รู้จักติดต่อค้าขายด้วยกันตลอดมา ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 “อาเซียง” มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับนายจ้างชาวไต้หวันและญี่ปุ่น พร้อมกับมีความเชี่ยวชาญด้านจัดหาอะไหล่ในย่านเชียงกงอย่างหาตัวจับยาก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของคนในวงการค้าของเก่าสมัยนั้น จนมีผู้ตั้งฉายาให้กับเขาว่า “ลื้อชวนเลี้ยง”
ซึ่งหมายความถึง “ผู้วิเศษที่เนรมิตอะไรก็ได้” เพราะเมื่อใดที่ใครไม่สามารถซ่อมแซมเครื่องยนต์หรือจัดหาอะไหล่ให้แก่รถยนต์รุ่นใดได้ ก็จะมาหานายห้างวิเชียร หรือ “อาเชียง” ซึ่งเขาจะสรรหาของที่ต้องการมาให้หรือไม่ก็แก้ไขปัญหาจนลุล่วงได้ทุกคราวไป
ความเก่งทำให้เถ้าแก่ไต้ล้ง(บิดาของนายถาวร พรประภา) ชักชวนวิเชียรเข้าไปทำงานเป็นลูกจ้างร้าน ตั้งท่งฮวด (ต้นกำเนิดของกลุ่มบริษัท สยามกลการ อดีตผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์นิสสัน)
ภายหลังสงคราม ขณะที่วิเชียรทำงานเป็นช่างฟิตให้กับ ตั้งท่งฮวดอยู่นั้น เขามีโอกาสได้ทำงานซ่อมรถยนต์เก่าของสหประชาชาติ ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายในเมืองไทยทำให้เริ่มมีประสบการณ์ในการซ่อมแซมดัดแปลงรถยนต์ขนาดใหญ่ และนั่นเป็นการเจียระไนให้เพชรในตมอย่างวิเชียรเริ่มเปล่งประกายแวววาวขึ้นทีละน้อยโดยที่เขาไม่รู้ตัว
จากนั้นเมื่อนายถาวร พรประภา ทายาทรุ่นลูกของห้างตั้งท่งฮวดได้แยกตัวออกมาก่อตั้งบริษัทสยามกลการขึ้น วิเชียรจึงได้เข้าร่วมงานกับทางสยามกลการซึ่งเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกนิสสัน โดยวิเชียรได้กำกับดูแลงานออกแบบต่อเติมตัวถังรถในฐานะนายช่างใหญ่

ทำงานกับสยามกลการได้ 6 ปี เขาก็ลาออกมาร่วมงานกับบริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถบรรทุกอีซูซุในขณะนั้น โดยนายโมริตะ ผู้บริหารของมิตซูบิชิเวลานั้น เป็นผู้ชักชวนให้วิเชียรมาเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อีซูซุรายแรกในประเทศไทยในราวปี พ.ศ.2500
ประเด็นเกิดจากการที่นายโมริตะ ถูกชะตากับนายวิเชียรและเห็นว่านายวิเชียรเป็นคนขยันขันแข็งจึงอยากให้มาช่วยงาน ประกอบกับนายวิเชียรกำลังมีปัญหาเรื่อง การไม่มีดีกรีทางการศึกษาใดๆ อาจจะก้าวหน้าได้ยากในบริษัทที่ทำงานแบบสมัยใหม่ จึงตอบตกลงในทันทีหลังจากได้รับคำชักชวน
ด้วยความตั้งใจที่จะเข้ามาเป็นพนักงาน แต่ชะตาฟ้าได้เขียนให้นายวิเชียรต้องเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ใช่แค่ลูกจ้าง เนื่องจากเมื่อเจ้าสัวถาวร รู้ว่านายวิเชียร ลูกน้องคนสำคัญลาออกไปอยู่กับมิตซูบิชิ ซึ่งอยู่ในตึกของตนเองแท้ๆ เจ้าสัวถาวร จึงได้โทรศัพท์ไปต่อว่านายโมริตะว่า ทำเช่นนี้ได้อย่างไร นายโมริตะซึ่งเกรงใจเจ้าสัวถาร เป็นอย่างมากและเพื่อไม่ให้เจ้าสัวโกรธ จึงตอบกลับไปว่า นายวิเชียร เป็นฝ่ายมาหาตนและต้องการที่จะเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อีซูซุ ดังนั้น นายวิเชียรจึงต้องตกกระไดพลอยโจนเป็น ตัวแทนขายรถยนต์อีซูซุ เพื่อรักษาคำพูดของนายโมริตะที่ให้ไว้กับเจ้าสัวถาวร
และนี่คือจุดกำเนิดธุรกิจค้าขายและดัดแปลงรถยนต์ของวิเชียร เผอิญโชค การเข้าร่วมงานกับอีซูซุด้วยความรู้ความสามารถรอบด้าน โดยเฉพาะทางด้านช่างวิศวกรรมซึ่งฝึกฝนขึ้นมาจากประสบการณ์ในการทำงานล้วนๆ ส่งผลให้นายห้างวิเชียรได้รับความไว้วางใจจากนายโมริตะอย่างยิ่ง จนทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน และความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ปูรากฐานสายสัมพันธ์ทางธุรกิจอันดีระหว่างกลุ่มไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์กับทางอีซูซุตลอดมา
ธุรกิจขายรถยนต์อีซูซุ ของวิเชียร จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามต่อตอนที่ 2 หาอะไหล่อีซูซุ หาที่ซ่อมเฉพาะทาง พูดคุย สอบถาม ปรึกษา สั่งของ จองคิวซ่อม ทักแชทมาคุยกันครับ ่อีซูซุ ่อมอีซูซุ #เช็คระยะอีซูซุ #ดูแลอีซูซุ #งานตัวถังอีซูซุ #งานสีอีซูซุ #งานเครื่องยนต์อีซูซุ #งานช่วงล่างอีซูซุ

มีใครเกิดทัน KB ไทยรุ่งบ้างมั๊ยครับ  รถเอนกประสงค์ ที่บ้านไหนมีสตางค์หน่อยก็มักจะมีติดบ้านไว้ สมัยก่อน ไม่มีหรอกครับ Alp...
07/10/2025

มีใครเกิดทัน KB ไทยรุ่งบ้างมั๊ยครับ รถเอนกประสงค์ ที่บ้านไหนมีสตางค์หน่อยก็มักจะมีติดบ้านไว้ สมัยก่อน ไม่มีหรอกครับ Alphard vellfire Hyundai. ก็จะมีรถพวกนี้ใช้งานกัน
สมัยแอดเริ่มเป็นวัยรุ่น รถพวกนี้ถูกผู้ใหญ่โละทิ้ง เอามาให้ใช้งาน เอามาแต่งซิ่งกัน ไว้เล่าเรื่องของมันให้ฟังกันดีมั๊ยครับ ใครเห็นด้วย ขอเสียงหน่อย

รถของบังมาลย์ จากทีม ปาทานฟาร์ม เตรียมวางเครื่องยนต์ 2JZ-GTE มีกว่า 1,000 แรงม้าแน่นอน  เดี๋ยวจะเอามาเล่าให้ฟังนะครับ  ่...
07/10/2025

รถของบังมาลย์ จากทีม ปาทานฟาร์ม เตรียมวางเครื่องยนต์ 2JZ-GTE มีกว่า 1,000 แรงม้าแน่นอน เดี๋ยวจะเอามาเล่าให้ฟังนะครับ
่อีซูซุ ่อมอีซูซุ

Hardy store           นานๆขายของที  คราวนี้จะมาถี่ขึ้นนะครับ วันนี้ มาขาย ลูกหมาก KBZ รถเก่า อายุเยอะ ระบบบังคับเลี้ยวมี...
29/09/2025

Hardy store
นานๆขายของที คราวนี้จะมาถี่ขึ้นนะครับ วันนี้ มาขาย ลูกหมาก KBZ รถเก่า อายุเยอะ ระบบบังคับเลี้ยวมีการเสื่อมแน่นอน ตรวจสอบ ตรวจเช็ค อันไหนเสีย สั่งไปเปลี่ยน หรือ เอามาตรวจเช็คที่เราก็ได้ ลูกหมาก ก็จะมี
-ลูกหมากปีกนกบน
-TRW ใช้สองตัว ตัวละ 708 บาท
-Cera ใช้สองตัว ตัวละ 625 บาท
-CTR ใช้สองตัว ตัวละ 564 บาท
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 650 บาท
-BBB ใช้สองตัว ตัวละ 460 บาท
-ลูกหมากปีกนกล่าง
-TRW ใช้สองตัว ตัวละ 1,198 บาท
-Cera ใช้สองตัว ตัวละ 672 บาท
-Kayaba ใช้สองตัว ตัวละ 796 บาท
-CTR ใช้สองตัว ตัวละ 720 บาท
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 792 บาท
-BBB ใช้สองตัว ตัวละ 555 บาท
-ลูกหมากคันชักนอก สั้น
-Kayaba ใช้สองตัว ตัวละ 505 บาท
-Cera ใช้สองตัว ตัวละ 380 บาท
-CTR ใช้สองตัว ตัวละ 340 บาท
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 792 บาท
-BBB ใช้สองตัว ตัวละ 270 บาท
-ลูกหมากแร็ค
-TRW ใช้สองตัว ตัวละ 808 บาท
-Kayaba ใช้สองตัว ตัวละ 830 บาท
-Cera ใช้สองตัว ตัวละ 675 บาท
-CTR ใช้สองตัว ตัวละ 600 บาท
-333 ใช้สองตัว คู่ละ 1,200 บาท
-กล้องยา
-TRW ใช้สองตัว ตัวละ 1,760 บาท
-Cera ใช้สองตัว ตัวละ 865 บาท
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 865 บาท
-คันส่งกลาง
-TRW ใช้สองตัว ตัวละ 2,250 บาท
-Cera ใช้หนึ่งตัว ตัวละ 1,200 บาท
-333 ใช้สองตัว ตัวละ 1,440 บาท
-ขาไก่ พวงมาลัย
-333 ใช้หนึ่งตัว ตัวละ 1,320 บาท
ลูกหมากยังมีให้เปลี่ยนครบทุกตัว คุณภาพถือว่าok ในทุกยี่ห้อ ตรวจสอบ และแก้ไขการบังคับควบคุมจะได้แน่นหนึบเหมือนรถใหม่นะครับ เอามาเช็คที่เราก็ได้ สอบถามเพิ่มเติม พูดคุย ปรึกษา สั่งของ จองคิวซ่อม ทักแชทมาคุยได้เลยครับ หาอะไหล่อีซูซุ หาที่ซ่อมเฉพาะทาง แวะมาคุยกันได้ครับ ่อีซูซุ ่อมอีซูซุ ่KBZ ่อมอีซูซุKBZ #ลูกหมากKBZ

หลังจากที่ ISUZUCameo อเนกประสงค์ 5 ประตู ยุติการตลาดไปตอนปี 1995 ด้วยพิษภาษีสรรพสามิตในยุคนั้นทำให้ค่าตัวสูงขึ้นจนถอดใจ...
19/09/2025

หลังจากที่ ISUZUCameo อเนกประสงค์ 5 ประตู ยุติการตลาดไปตอนปี 1995 ด้วยพิษภาษีสรรพสามิตในยุคนั้นทำให้ค่าตัวสูงขึ้นจนถอดใจไม่จำหน่าย ต่อมาในปี 1998 อีซูซุ หวนกลับมาทำตลาดอีกครั้ง ครั้งนี้นำ Cameo มาตกแต่งใหม่ผสมกับความเป็น DragonEyes กลายเป็น ISUZUVEGA เอสยูวีแท้ๆ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ประกอบจากโรงงาน ISUZU โดยตรง
ด้านหน้าหล่อด้วยกระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถพร้อมไฟหน้าฮาโลเจนแบบเต็ม (เปลี่ยนมาเป็นแบบตราเพชรมัลติรีเฟลกเตอร์ ตามยุค Dragon Eyes) เข้มด้วยกันชนสีเดียวกับตัวรถ พร้อมการ์ดเสริมกันชนหน้า โป่งล้อหน้าซ้าย-ขวาออกแบบใหม่รับกับดีไซน์โค้งพร้อมไฟเลี้ยวซ้าย-ขวามุมบังโคลนหน้า พร้อมชุดแต่งโครเมี่ยมแพ็คเกจที่กระจกมองข้าง กับ ที่เปิดประตู ล้ออัลลอยลายพิเศษขนาด 15 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/70 R15 และรุ่นนี้ยังเหมือน ISUZU Cameo ด้วยฝาท้ายที่สามารถเปิดได้ถึง 2 บาน บน-ล่างพร้อมสวิตช์เปิดฝาท้ายจากภายใน พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ติดตั้งที่กระจกฝาบน พร้อมยางอะไหล่ห้อยท้ายแบบสวิงพร้อมผ้าหุ้มครอบยางอะไหล่แบบไวนิล ติดตั้งที่ปัดน้ำฝนด้านหลังและกันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ
ภายในยกดีไซน์จากปิกอัพรุ่น Golden Power/ Dragon Eyes มาตั้งแต่แผงคอนโซลหน้า แผงประตูด้านหน้ามาทั้งชุด พร้อมอัพเกรดความสะดวกสบายมากขึ้น ตั้งแต่ พวงมาลัยพาวเวอร์ 4 ก้าน หุ้มหนังปรับสูง-ต่ำได้ สวิตช์กระจกมองข้างปรับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมสวิตช์เปิด-ปิดฝาท้าย เครื่องปรับอากาศ วิทยุ-เทปพร้อมลำโพง 4 จุด จาก Pioneer กล่องคอนโซลกลางพร้อมเบรกมือคันโยกและที่วางแก้วในตั้ว เบาะนั่งกำมหยี่หุ้มทั้งแผงพร้อมพนักพิงศีรษะ 4 จุด กับเข็มขัดนิรภัย 3 จุด 4 ตำแหน่งและ 2 จุด กลางผู้โดยสารตอนหลัง โดยเบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60/40 รวมถึงวัสดุปูพื้นเป็นแบบพรมทั้งชิ้น และหุ้มหลังคาแบบผ้าขึ้นรูป
พอช่วงต้นปี 2000 มีการปรับโฉมอีกครั้ง โดยปรับหน้าตาใหม่แบบเดียวกับปิกอัพ ISUZU Super Dragon Eyes ด้วยไฟหน้าใหม่แบบ Xenon HID ที่ส่องสว่างกว่ารุ่นเดิม พร้อมกระจังหน้าใหม่ กันชนหน้าใหม่สีเดียวกับตัวรถขึ้นรูปชิ้นเดียว พร้อมไฟตัดหมอกหน้าและเพิ่มบันไดข้าง กับ เพิ่ม Shift-on-the-fly โดยเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อน 2H เป็น 4H โดยไม่ต้องหยุดรถในความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. โดยในปี 1998-ต้นปี 2000 ยังใช้ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร รหัส 4JB1-T Direct Injection ทำงานด้วยระบบแม่ปั้มนำมันเชื้อเพลิงแบบ VE ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
ปลายปี 2000 ปรับโฉมอีกครั้งพร้อมหัวใจที่แรงกว่ากับ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ Direct Injection รหัส 4JH1-T 3.0 ลิตร ฉีดจ่ายน้ำมันด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมด้วยกล่องสมองกล ECU 16 บิต ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาทีจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดและขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-Time 4WD Shift-on-the-fly และช่วงล่าง Super Aussie Suspension พร้อมหน้าหรูด้วยชุดโครเมี่ยม บันไดข้าง ฝาครอบยางไหล่รถ ล้ออัลลอย15 นิ้ว พร้อมยาง 265/70 R15 และกาบข้างประตู และมีการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ จำหน่ายมายาวนานจนปี 2004 เป็นการสิ้นสุด เอสยูวีขนานแท้
ถึงยอดขายได้รับตอบรับอย่างพอสมควรในยุคนนั้น แต่ด้วยสมรรถนะ การลุยเต็มพิกัด พร้อมความสบาย 5 ที่นั่ง ทำให้ ISUZU VEGA ยังคงหาได้ในตลาดมือสอง ตั้งแต่ แสนปลาย ถึง สามแสน
อะไหล่ตัวถัง และภายใน ตั้งแต่กระจกหน้าไปถึงด้านหลัง ไม่มีแล้วนะครับ แต่อะไหล่เครื่องยนต์ ช่วงล่างเพียบ เวลาขับต้องระวังกันหน่อย หาอะไหล่อีซูซุ หาที่ซ่อม อีซูซุ พูดคุย ปรึกษา สอบถาม สั่งของจองคิวทำรถ ทักแชทมาครับ ่Vega ่อมอีซูซุvega

Isuzu speed            มาดูค่าย จ๊อบ มนตรี กับดีแม็กซ์ของเค้าเลยครับ             D-MAX ขาวนวลชวนสยิว จาก JOB MONTRI ที่ม...
19/09/2025

Isuzu speed
มาดูค่าย จ๊อบ มนตรี กับดีแม็กซ์ของเค้าเลยครับ
D-MAX ขาวนวลชวนสยิว จาก JOB MONTRI ที่มาแบบเรียบๆ ซ่อนความแรงไว้ในห้วงปรารถนา เรียกว่าสไตล์เรียบๆ “คลีน” นี้ก็ดีไปอย่าง ไม่ค่อยจะล่อตาล่อใจมากนัก มีล้อชุดนึง ขนาดกำลังพอดีๆ ขับใช้งานได้ไม่ยาก ส่วนการโมดิฟายก็เน้นจัดเต็มในสเต็ปที่ยังขับใช้งานได้ เปลี่ยนเกียร์เป็นรุ่น 3000 VGS ที่ราคาถึง “65,000 บาท” (เห็นมั้ย เราไม่ได้หลอก) ลองดูครับว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง

-Max Power : 383.65 PS @ 4,500 rpm
-Max Torque : 606.09 N-m @ 3,500 rpm
สำหรับคันนี้ ก็มาแนวเน้นพลังอีกคัน สไตล์ JOB MONTRI สำหรับกราฟแรงม้า (สีแดงเข้ม) จะเน้นกำลังที่ค่อนไปรอบปลาย ทั้งนี้ก็อยู่ที่การเซ็ตแคมชาฟต์ด้วยครับ ที่นิยมใช้แคมชาฟต์โมดิฟายด้านไอเสีย น่าจะเป็นเพราะต้องการให้ไอเสียออกมากขึ้น เพิ่ม Overlap ให้มากขึ้นกว่าแคมชาฟต์เดิม ส่วนกราฟแรงบิดคันนี้ “มาสวยครับ” โดดขึ้นตั้งแต่ 2,300 rpm เป็นมุมชัน ก่อนจะนอนเป็น Flat Torque ตั้งแต่ 3,000-4,500 rpm การตอบสนองจะทำได้ดีอย่างต่อเนื่องครับ ตรงนี้จะอยู่ที่สไตล์การปรับเซ็ตเครื่องยนต์ของแต่ละอู่ครับ

-0-100 km/h : 7.77 sec. @ 94.76 m
-0-402 m : 15.35 sec. @ 179.99 km/h
คันนี้น่าจะออกแนวไปแบบประคองๆ เหมือนกัน ออกหนักไม่ได้มากนักจากความแรงของเครื่องยนต์ ตอนแรกเจ้าของรถเองก็ไม่เคยขับสไตล์จับเวลามาก่อน ออกแรงจนฟรีทิ้งเยอะ ช่วงหลังๆ ก็ค่อยๆ ปรับลงมา ก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่ได้เอาเวลามาจัดอันดับ ถือว่ามาร่วมขับกันสนุกๆ นะครับ อัตราเร่ง 0-100 km/h ทำได้ “7.77 วินาที” เลขสวยแฮะ ส่วนอัตราเร่ง 402 ม. เช็คบิลที่ “15.35 วินาที” ที่ความเร็ว 179.99 km/h ความเร็วปลายเยอะด้วยเหตุผลเดียวกับคันที่แล้ว
Comment : กิตติธัช เสี่ยงบุญ
เป็นครั้งแรกของผมจริงๆ ที่นำรถมาวิ่งแดร็ก และขับจับเวลาแบบแดร็ก ปกติจะใช้ขับบนถนนสนุกๆ ใช้งานทุกวันมากกว่า ถือว่าสนุกดีครับ พอใจกับเวลา และแรงม้าในครั้งแรกครับ งบประมาณทั้งหมดในส่วนของเครื่องและระบบส่งกำลังประมาณ “500,000 บาท” เป็นราคาที่รวมตัวเครื่องรุ่น 3000 ที่ซื้อมาวางใหม่ ฝากขอบคุณ ทีมงาน จ๊อบ มนตรี ดีเซล ในส่วนของการโมดิฟายทั้งหมด, ทีมงาน XO AUTOSPORT ที่ทำคอลัมน์พิเศษนี้ให้พวกเราได้มาร่วมสนุกกัน
Comment : XO AUTOSPORT
เห็นเงียบๆ แต่ “จัดหนัก” เหมือนกันนะ เพราะเล่นซื้อเครื่อง 3000 มาเปลี่ยนทั้งตัวเลย แค่เฉพาะเกียร์อย่างเดียวก็ปาเข้าไปเกินครึ่งแสนแล้ว โดยรวมคันนี้เราว่าแต่งเป็นแนวเรียบร้อยดีไปอีกแบบ ส่วนแรงม้าที่ได้ก็เป็นแนวจัดหนักอีกคัน แต่ที่ชอบ คือ “กราฟแรงบิด” คันนี้มายาวเลยอย่างที่เห็น ส่วนเรื่องเวลาเราไม่ได้ซีเรียส แต่ถ้าคนขับมีโอกาสฝึกฝนบ่อยๆ ก็จะทำเวลาได้ดีขึ้นอีกเยอะครับ
-Credit : JOB MONTRI

ISUZU ALL NEW D-MAX
ทีม : JOB MONTRI
ภายนอก : ฝากระโปรงหน้า : MONZA
: กระจกมองข้าง : CRAFT SQUARE
เครื่องยนต์ BY JOB MONTRI
รหัส : 4JJ
แคมชาร์ฟ : JOB MONTRI
ก้านสูบ : MRX
เทอร์โบ : IHI F55V
อินเตอร์คูลเลอร์ : BLITZ
ท่อร่วมไอดี : CUSTOM
หัวฉีดหลัก : MONTRI DIESEL
กล่อง ECU : ALPHA TECH
แรงดันเทอร์โบ : 50 ปอนด์

ระบบส่งกำลัง
-เกียร์ : VGS
-หวีคลัทช์ : TC CLUTCH
-ผ้าคลัทช์ : TC CLUTCH
-อัตราทดเฟืองท้าย : 3.3
-ลิมิเต็ดสลิป : MU7

ช่วงล่าง
-ช๊อคอัพ : หน้า SUNCHO , หลัง AZTEX FORCE
-ชุดอาร์ม : JOB MONTRI
-ล้อ : VOLK RACING CE28 ขนาด 5” , 18×10.5”
-ยาง : YOKOHAMA AD08 ขนาด 245/40R18 , 265/45R18
-เบรก : หน้า ENDLESS

ภายใน
-เบาะ : BRIDE STRADIA
-พวงมาลัย : VERTEX
-วัดบูสท์ : AUTOMETER
-เกจ์วัด : DEFi
่อีซูซุ ่อมอีซูซุ

Isuzu KB 2500 งานมันๆจาก หนึ่ง โชคทวี
18/03/2025

Isuzu KB 2500 งานมันๆจาก หนึ่ง โชคทวี

The legendary of Dmax ep.ที่3 มาต่อกันกับ เรื่องราวของ D max RC กันต่อ. วันนี้มาดูดีแม็กซ์ ในภูมิภาคต่างๆทั่วโลกกันบ้าง ...
14/03/2025

The legendary of Dmax ep.ที่3 มาต่อกันกับ เรื่องราวของ D max RC กันต่อ. วันนี้มาดูดีแม็กซ์ ในภูมิภาคต่างๆทั่วโลกกันบ้าง เริ่มที่
“ตลาดประเทศไทย”
รถกระบะ D-Max เปิดตัวครั้งแรกในโลกในปี 2002 ในประเทศไทย. สถานที่นี้ถูกเลือกเนื่องจาก GM-Isuzu เพิ่งตัดสินใจปิดโรงงานประกอบรถบรรทุกขนาดเล็กในญี่ปุ่นและย้ายการดำเนินงานร่วมกันมาที่ประเทศไทย. D-Max มีจำหน่ายในรุ่นต่างๆ Spark (ห้องโดยสารเดี่ยว) (EX) มีจำหน่ายเฉพาะแบบ 4x2 โดยมี 3 รูปแบบ คือ แชสซีห้องโดยสาร กระบะยาวพร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ และไม่มีห้องโดยสาร SpaceCabs (ห้องโดยสารขยาย) และ Cab4s (ห้องโดยสารคู่) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ ความสูงมาตรฐาน 4x2s (SL, SX, SLX) และ 4x4s (S และ LS) โดยใช้ชื่อ "Rodeo" แทน SpaceCab ห้องโดยสารสำหรับผู้โดยสารทั้งหมดจำหน่ายโดยใช้ชื่อ Cab4 เดียวกัน (รุ่น Cab4 มีจำหน่ายในช่วงปลายไตรมาสที่แล้ว) ทุกรุ่นผลิตและจำหน่ายควบคู่ไปกับ Chevrolet Colorado ซึ่งเปิดตัวในช่วงปลายไตรมาสแรกของปี 2005 โดยเครื่องยนต์ที่ใช้ในปีนั้นจนถึงปลายไตรมาสที่สามของปี 2005 มาจากรุ่นก่อนหน้าโดยตรง ได้แก่ 4JH1-T 3.0 และ 4JA1-T 2.5
Hi-Lander 3.0 (ยกสูง 4x2) สไตล์การตกแต่งเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2003 และระยะห่างจากพื้นเท่ากับรุ่น 4x4 มีห้องโดยสารให้เลือกเพียงสองสไตล์เท่านั้น ทำให้ Isuzu เป็นผู้ผลิตรายที่สามในประเทศไทยที่เริ่มจำหน่ายรถกระบะ 4x2 ที่ยกสูง (หลังจาก Toyota และ Ford)
ในเดือนตุลาคม 2005 Isuzu ได้เปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล DDi iTEQ สำหรับ D-Max เครื่องยนต์ตัวแรกที่ปรากฏคือ 3.0 4JJ1-TC 146 PS (107 กิโลวัตต์; 144 แรงม้า) อย่างไรก็ตามตั้งแต่นั้นมา การปรับปรุงกลางรอบทำให้รุ่นต่างๆ จำนวนมากติดตั้งกันชนหน้าใหม่ที่มี "สปอยเลอร์ทันที" อยู่ด้านล่าง นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวเกียร์ธรรมดาห้าสปีด MUA-5H ใหม่ด้วย
ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2005 ได้มีการเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.5 4JK1-TC 116 PS (85 กิโลวัตต์; 114 แรงม้า) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ DDi iTEQ ตัวที่สอง และนำเสนอเป็นตัวเลือกประหยัดเพื่อแทนที่รุ่นก่อนหน้าที่เก่าแก่ (4JA1-T พร้อมใช้งานในเวลาเดียวกันสำหรับปีนั้นเท่านั้น) รุ่น 4x4 และระบบกันสะเทือนของ Hi-Lander ได้รับการยกขึ้นอีก 25 มิลลิเมตร
ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2006 D-Max ได้รับการปรับปรุงโฉมใหม่และมีการเปิดตัวเครื่องยนต์ DDi iTEQ รุ่นที่สาม คือ 3.0 4JJ1-TCX เครื่องยนต์นี้เป็นเครื่องยนต์ 4JJ1-TC ที่ดัดแปลงมา โดยมีเทอร์โบแปรผันวาล์ว (VGS) ใหม่ พลังที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องมีการเปิดตัวระบบส่งกำลังใหม่ด้วย ได้แก่ เกียร์ธรรมดา MUX 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ MaxMatic-III รุ่นที่มีไฟหน้า Xenon ทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์แทน นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวห้องโดยสารแบบ "Hexapod-plot" ใหม่ เครื่องยนต์ DDi iTEQ อื่นๆ ก็ได้รับการปรับแต่งเล็กน้อยเพื่อพลังและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
ในปี 2007 Isuzu เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีในประเทศไทยด้วยรุ่น "Gold Series" ที่จำหน่ายในปี 2008 รุ่น Hi-Lander Cab4 ที่มีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ VGS วางจำหน่ายเป็นครั้งแรก รุ่น 4x4 มีการออกแบบกันชนหน้าใหม่พร้อมแถบโครเมียม นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 สูบในรุ่น LS 4x4 และ Hi-Lander อีกด้วย
ในช่วงกลางไตรมาสแรกของปี 2008 Rodeo LS และ Hi-Lander SpaceCab ยังติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ VGS ขนาด 3.0 ลิตร เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เหลือในกลุ่มผลิตภัณฑ์
ในช่วงต้นไตรมาสที่สี่ของปี 2008 Isuzu ได้เปิดตัวรุ่น D-Max Platinum สำหรับปี 2009 เพื่อแทนที่รุ่น Gold Series ที่กำลังจะออกจำหน่าย LS 4x4 และ Hi-Lander ได้รับการออกแบบกระจังหน้าใหม่ โดยมีโครเมียมในรุ่น LS 4x4 และสีเงินแพลตตินัมกึ่งเงินในรุ่น Hi-Lander ไฟหน้าที่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยและไฟตัดหมอกใหม่เพื่อให้ได้ลุคแพลตตินัม 4x2 SLX และ SX ได้มาจากรุ่น 4x4/Hi-Lander (ก่อนจะถึงรุ่น Platinum) แผงหน้าปัดโครเมียมสำหรับรุ่น 3.0 SLX และแผงหน้าปัดสีเดียวกับรุ่น SX ส่วนหัวด้านบนของเครื่องยนต์ 3 DDi iTEQ เปลี่ยนจากสีทองเป็นแพลตตินัม รุ่นบางรุ่นเลิกใช้เครื่องยนต์ 4JJ1-TC 3.0 ลิตร ทั้งหมดได้รับการปรับปรุงใหม่ให้รองรับการใช้ไบโอดีเซล B5 รุ่น SpaceCab ทุกรุ่นมีเสากลางใหม่ที่เรียกว่า Safety Pillar Cab เสาและคานประตูมีขนาดใหญ่และหนาขึ้น รุ่น Cab4 บางส่วนไม่ได้รับระบบกันสะเทือนหลังที่ปรับปรุงใหม่ที่เรียกว่าระบบกันสะเทือน Super Flex Plus รุ่น Spark EX ยังได้รับมาตรวัดและไฟเลี้ยวใหม่ รุ่น D-Max Platinum เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม
ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2009 อีซูซุได้เปิดตัวรุ่น D-Max Super Platinum โดยรุ่น SL ถูกยกเลิกไป รุ่น Highline SLX 4x2 ได้รับแผงหน้าปัดและกันชนหน้าแบบเดียวกับรุ่น Hi-Lander / LS 4x4 ล้อขนาด 16 นิ้วใหม่และล้ออัลลอยด์แบบใหม่สำหรับ SLX / Hi-Lander / LS 4x4 กันชนหลังแบบใหม่และตราสัญลักษณ์ "Super Platinum" ใหม่ที่ประตูท้าย รุ่น LS 4x4 ได้รับแผ่นกันกระแทกที่ติดไว้ใต้กันชนด้วยสีเงินสว่างขึ้นและบันไดข้างแบบใหม่ รุ่น Highline Hi-Lander / LS 4x4 มีกระจกมองข้างแบบจุดบอดแบบใหม่และเสาอากาศแบบสั้นแบบใหม่
ทุกปีตั้งแต่ปลายปี 2005 จนถึงปัจจุบันมีรุ่นพิเศษ D-Max และ MU-7 หลายรุ่น มีจำหน่ายเฉพาะช่วงหนึ่งในงานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุด 2 งานของประเทศไทยและงานพิเศษอื่นๆ ของ Isuzu ทุกรุ่นมีความพิเศษแต่ไม่เหมือนกันในการนำเสนอแต่ละครั้ง รุ่น D-Max Smart เป็นชุดรุ่นพิเศษที่น่าทึ่ง มีจำหน่ายในโอกาสต่างๆ หลายครั้งในปี 2008รุ่นนี้ปรับเปลี่ยน SpaceCab 4x2 2.5 ด้วยสีขาวพิเศษ สีภายนอกแบบมุกและอุปกรณ์เสริม เช่น กุญแจป้องกันการโจรกรรม
นับตั้งแต่เปิดตัวรุ่น Platinum รุ่น D-Max Smart ก็มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นถึง 3 แบบ ได้แก่ SpaceCab 4x2, Cab4 4x2 และ Hi-Lander 2-Door โดยทั้ง 3 รุ่นนี้ยังได้รับการอัพเดตเป็นรุ่น Super Platinum ใหม่ด้วย
ในปี 2009 D-Max รุ่นสปอร์ตที่มีชื่อว่า X-Series ได้เปิดตัวขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนหนุ่มสาวที่ปกติแล้วไม่สนใจที่จะใช้รถกระบะ โดยทำตลาดในชื่อ "รถกระบะไลฟ์สไตล์" พร้อมติดตั้งกระโปรงเสริมและตัวอักษร Isuzu สีแดงอันโดดเด่นที่กระจังหน้า ส่วนล้อยังคงเหมือนเดิมจากรุ่นปกติ แต่มาพร้อมกับสีปืนเมทัลลิก มีให้เลือกทั้งรุ่น SpaceCab 2 ประตูและ Cab4 4 ประตูพร้อมเกียร์ธรรมดา
ในปี 2010 D-Max และ MU-7 Super Titanium ได้เปิดตัวขึ้น โดยมาพร้อมกล้องหน้าซึ่งมักพบในรถหรู เป็นครั้งแรกในรถกระบะของไทย และเป็นรุ่นสุดท้ายในเจเนอเรชัน
ตอนหน้า ยังมีเรื่องราวของ ดีแม็กซ์ ตัวแรกมาฝากกันอยู่ ติดตามนะครับ หาอะไหล่ อีซูซุ หาที่ซ่อม ทักมาพูดคุย ปรึกษา สั่งอะไหล่ หรือนัดหมายคิวซ่อมได้ ่อีซูซุ ่อมอีซูซุ #อะไหล่Dmax #ซ่อมDmax

“เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Isuzu ep.2”             ทีนี้ แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเราต้องใช้น้ำมันเครื่องอะไร ต้องเปลี่ยนกี่ลิ...
11/03/2025

“เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Isuzu ep.2”
ทีนี้ แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเราต้องใช้น้ำมันเครื่องอะไร ต้องเปลี่ยนกี่ลิตร ดูอ้างอิงจากสเปคโรงงาน มาดูกันครับ
-รุ่น : Mu7 2wd ปี‘07-‘13
-เครื่อง : 4JJ1-TCX 3.0
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : CH4 SAE 10w30
-จำนวน : 6.2-7.3 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา : ACEA A3/B3,A3/B4 SAE 5w30 ,10w30
-จำนวน : 3.0 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง : GL5 SAE 85w140
-จำนวน : 2.4 ลิตร
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ : diamond sp-III,JAS01A
-จำนวน : 10.2-10.7 ลิตร

-รุ่น : Mu X 2wd ปี’14-‘16
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : Mu X 2wd ปี‘14-‘20
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : Mu X 2wd ปี ‘16-’20
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : Mu X 4wd ปี‘14-‘20
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : D max 2wd ปี ‘07-’11
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : D max 2wd ปี‘11-‘16
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : D max 2wd ปี ‘11-‘19
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : Dmax 2wd ปี16-‘19
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : Dmax 4wd ปี ‘07-‘11
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

-รุ่น : D max 4wd ปี11-’19
-เครื่อง :
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-น้ำมันเชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง :
-จำนวน :
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา :
-จำนวน :
-น้ำมันเฟืองท้าย หลัง :
-น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ :
-จำนวน :

คงพอทราบกันแล้วนะครับว่า อีซูซุ ของคุณใช้น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์แบบไหน จำนวนเท่าไหร่ รุ่นที่ไม่ได้ลงใว้ สอบถามกันเข้ามาได้ครับ เดี๋ยวจะทะยอยลง ราคาน้ำมันเครื่องที่ทางร้านขายให้ในโพสต์ถัดๆไปนะครับ

หาอะไหล่อีซูซุ หาที่ซ่อม ที่ทำ พูดคุย ปรึกษา สั่งของ ทักแชทมาได้เลยครับ

“เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง อีซูซุ EP1”            ใกล้สงกรานต์แล้ว  หลายๆคนเตรียมรถเพื่อเดินทาง บางคนมีอู่ประจำที่วางใจได้ดูแ...
11/03/2025

“เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง อีซูซุ EP1”
ใกล้สงกรานต์แล้ว หลายๆคนเตรียมรถเพื่อเดินทาง บางคนมีอู่ประจำที่วางใจได้ดูแลให้ แต่บางคนยังไม่มี บางทีเข้าไปแล้วเกิดไม่ชัวร์ในช่าง จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ของอะไรดี ต้องเปลี่ยนกี่ลิตร เตรียมงบประมาณเท่าไหร่ดี postนี่ Hardy Isuzu มีคำตอบให้ครับ
1. เปลี่ยนอะไรดี อันนี้ต้องเอารถของคุณเป็นตัวตั้งนะครับ เริ่มด้วย
-รถวิ่งมากี่กิโลแล้ว ถ้า 0-ไม่เกิน150,000กม. แนะนำเป็นเบอร์ w30 ที่ใสหน่อย รถเครื่องยังไม่หลวมมาก จะใช้งานได้ดี แต่ถ้า ใช้เกินแสนห้า เครื่องเริ่มหลวม w40ที่หนืดขึ้นหน่อยจะดีกว่า หรือจะเป็นรถที่ใช้ความเร็วสูงๆ รถที่วิ่งไกลๆอัดยาวๆ W40เหมาะกว่าครับ
-ระยะในการเปลี่ยน แบ่งเป็น ถ้าถูกหน่อย จะเป็นเกรดรวม พวกนี้รอบเปลี่ยนจะอยู่ที่ 7,000ไม่เกินหมื่น กม. เกินกว่านี้ น้ำมันจะเสื่อมสภาพ มันจะไม่ลื่นแล้ว และ คุณสมบัติบางอย่าง จะหมดเร็ว เหมือนเรากินอาหารทั่วไป
รองลงมา เป็นเกรดกึ่งสังเคราะห์ พวกนี้ อายุมันจะยาวขึ้นมาอีกหน่อย แตะหมื่นโลเปลี่ยนได้สบายๆ เกินนี้จะไม่ค่อยดีแล้ว เกรดของน้ำมันเครื่องจะดีขึ้น ลื่นได้ยาว ราคาก็จะสูงขึ้นมาด้วย เหมือนเรากินอาหารครบห้าหมู่
เกรดสูงสุด เป็นน้ำมันเครืองสังเคราะห์100% อันนี้ก็ยาวขึ้นไปอีก หมื่นห้าพันกิโลได้สบายๆ นอกจาก อายุที่ยาวขึ้นของมันแล้ว คุณสมบัติต่างๆของตัวน้ำมันก็ดีตามไปด้วย ลื่นกว่าลื่นยาวกว่า แต่ราคาของมันก็จะสูงขึ้นไปอีก เหมือนเรากินอาหารเสริม กินวิตามิน
ก้เอาพวกนี้เป็นตัวแปร น้ำมันเครื่องบางตัว เน้นประหยัด บางตัวเน้นเครื่องสะอาด บางตัว เน้นเพิ่มสมรรถนะ บวกกับนิสัยเราเองว่า เปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อยแค่ไหน ดูแลรถเป็นยังไง นิสัยการขับรถเป็นยังไง ขับเร็ว ขับช้า ขับข้ามจังหวัดบ่อยมั๊ย เจอรถติดบ่อยมั๊ย พวกนี้มีผลหมด สมมุติ ใช้นานแล้ว ยังไม่ครบระยะเปลี่ยน เอาเวลาก็ได้ครับ เต็มที่หกเดือนเปลี่ยนได้แล้วเปลี่ยน กรองโซล่า กรองน้ำมันเครื่องพร้อมกันทุกครั้งจะดีมาก แล้วรถคุณจะวิ่งลื่น แรงไม่ตก เรื่องนี้ยังไม่จบ เดี๋ยวมาต่อตอนหน้ากันนะครับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม จะสั่งของ จะนัดคิวทำรถ ทักมาคุยกันได้ครับ ่อีซูซุ ่อมอีซูซุ #ซ่อมอีซูซุ #อะไหล่อีซูซุ #น้ำมันเครื่องอีซูซุ

เขียนถึง Cameo มาหลายตอน แต่ก็แบบ ไม่ได้ลงลึก  มา จะพามาลงลึกกัน              “รถมือสองในความทรงจำ!! ISUZU Cameo / ISUZU...
21/02/2025

เขียนถึง Cameo มาหลายตอน แต่ก็แบบ ไม่ได้ลงลึก มา จะพามาลงลึกกัน
“รถมือสองในความทรงจำ!! ISUZU Cameo / ISUZU VEGA อเนกประสงค์รุ่นบุกเบิก…ประกอบจากโรงงานโดยตรง”
ในช่วงยุคทศวรรษ 90 ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์หรืออีกชื่อคือตลาดรถยนต์นั่งตรวจการณ์เริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น โดยช่วงนั้นหลังจากการเปิดตัว Suzuki Caribian 3 ประตูตามมาจนถึงรุ่นใหญ่อย่าง Mitsubishi Pajero 5 ประตู ทำให้ผู้ใช้รถในยุคนั้นมีเริ่มมีตัวเลือกหลากหลายขึ้น ทำให้ ตรีเพขรอีซูซุเซลส์ เล็งเห็นตลาดกลุ่มจึงมีการสั่งนำเข้า ISUZU Trooper สอดรับกับนโยบายนำเข้ารถยนต์เสรี
แต่เมื่อเหล่าประชาคม อีซูซุ ยุคนั้น อยากได้รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัดเล็กกว่า ISUZU Trooper แต่อยากได้คุณภาพดีกว่ารถประกอบจากไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ ผู้ดัดแปลงเจ้าดังที่ดัดแปลงรถปิกอัพ ISUZU ให้กลายเป็นสเตชั่นแวก้อนขนาดยาวและปิกอัพ 4 ประตู จึงเป็นที่มาของการแนะนำ เปิดตัวประตูที่ 5 สู่รูปแบบของชีวิต ภายใต้ชื่อ ISUZU Cameo ในรูปแบบรถยนต์อเนกประสงค์ 5 ที่นั่ง โดยเป็นการดัดแปลงมาจากปิกอัพมังกรทอง ISUZU Faster Z 2500Di 90 แรงม้า โดยอีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นผู้ประกอบส่วนหน้ารถกะแชสซีส์ ส่งไปให้ทาง บ.ในเครือ อีซูซู ในชื่อ บจก.อินเตอร์เนชั่นแนลออโต้เวิร์ค (IAW) เป็นประกอบตัวถังสมบูรณ์ทั้งคัน
ภายนอกดีไซน์คล้ายกับ ISUZU RODEO หรือ ISUZU MU Wizard อเนกประสงค์ชื่อดังที่ขายในอเมริกา และญี่ปุ่น มาผสมกับความเป็นมังกรทองเข้าด้วยจนลงตัวทุกรายละเอียด ด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยมแบบเดียวกับเวอร์ชั่นอเมริกา พร้อมไฟหน้าฮาโลเจนแบบเต็ม เข้มด้วยกันชนหน้าทูโทน (ส่วนบนสีเดียวกับตัวรถ และ ส่วนล่างสีดำเข้ม) ล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้ว 6 ก้าน พร้อมยางเรเดียลขนาด 205/75R14 ที่เปิดประตูและขอบไฟท้ายแนวตั้งเป็นแบบโครเมี่ยมและความโดดเด่นของรุ่นนี้จะอยู่ตรงที่ฝาท้าย ที่สามารถเปิดได้ถึง 2 บาน บน-ล่าง
ภายในให้ออพชั่นที่ครบครันในยุคนั้น ทั้ง พวงมาลัยพาวเวอร์ เบาะนั่งผ้าสีเข้มคุณภาพสูงพร้อมพนักพิงศีรษะ 4 จุด ทรงโดนัทกับเข็มขัดนิรภัย 3 จุดคู่หน้าเบาะหลังพับได้ 100 % เครื่องปรับอากาศจากโรงงาน พร้อมกล่องคอนโซลกลางและไฟในห้องโดยสาร รวมถึงวัสดุปูพื้นเป็นแบบพรมทั้งชิ้น
หลังจากนั้นเปิดตัวรุ่นปรับโฉมหรือ Facelift โดยกระจังหน้าใหม่แบบเดียวกับปิกอัพ Spacecab SLX ฉายาหน้าหนู พร้อมไฟหน้าฮาโลเจนใหม่เข้มด้วยกันชนหน้าทูโทน (ส่วนบนสีเดียวกับตัวรถ และ ส่วนล่างสีดำเข้ม) เช่นเดิม ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 14 นิ้ว 5 ก้าน พร้อมยางขนาดเดิม 205/75R14 กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ และเปลี่ยนที่เปิดประตูและขอบไฟท้ายเป็นสีดำทั้งหมดส่วนภายในเปลี่ยนวัสดุหุ้มเบาะเป็นกำมะหยี่และหมอนรองศรีษะแบบเต็ม 4 จุด ด้วยตัวรถที่สั้นกว่าเวอร์ชั่นปิกอัพ Faster Z มังกรทองทำให้ความคล่องตัวมีมากขึ้นด้วย ตัวรถมีขนาดสมส่วนตั้งแต่ความยาว 4,480 มม. ความกว้าง 1,690 มม. ความสูง 1,595 มม. ฐานล้อ 2,760 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 190 มม. น้ำหนักรถ 1,580 กก. และความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร
เครื่องยนต์กลไกของ ISUZU Cameo ยกชุดมาจากเวอร์ชั่นปิกอัพ ISUZU Faster Z มังกรทองกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รุ่น 4JA1 Direct Injection ทำงานด้วยระบบแม่ปั้มนำมันเชื้อเพลิงแบบ VE ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,499 ซีซี ขนาดความโตกระบอกสูบ/ระยะชัก 93/92 มม. ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 4,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด รุ่น MSG5K ซึ่งเครื่องยนต์ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากเหล่าประชาคมอีซูซุว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ อึดถึกทนที่สุด ประหยัดน้ำมันที่สุด โดยทำงานด้วยระบบโซ่ซึ่งอาจทำให้เสียงเครื่องยนต์ดังตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย ก็ตาม
ระบบช่วงล่างให้ความนุ่มนวลด้วยช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมทอร์ชั่นบาร์และเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบแหนบทำจากวัสดุเหล็กล้าพร้อมโช้คอัพไฮดรอลิคทำงาน 2 จังหวะ ที่ให้ความนุ่มนวลแบบรถเก๋ง และพวงมาลัยพาวเวอร์แบบลูกปืนหมุนวน โดยราคาจำหน่ายในยุคนั้นเริ่มต้นที่ 398,000 -500,000 กว่าบาท ขายตั้งแต่ปี 1993-1995 และในช่วงปี 1995 การคิดภาษีสรรพสามิตในยุคนั้น ทำให้รถยนต์รุ่นนี้ต้องจำหน่ายในราคาที่สูงขึ้นถึง 7-8 แสนบาท ทำให้ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ตัดสินใจหยุดการจำหน่าย ISUZU Cameo ไปในที่สุด
ยังไม่จบครับ พรุ่งนี้มาดู ตัวตายตัวแทนของ Cameo อย่าง Vega กัน หาอะไหล่อีซูซุ หาที่ซ่อม ที่ทำ ทักมาสอบถาม พูดคุย ปรึกษา นัดหมายคิวซ่อมกันได้ครับ ่อีซูซุ ่อมอีซูซุ #อีซูซุคาเมโอ #อะไหล่อีซูซุ #ซ่อมอีซูซุ

ที่อยู่

สุขุมวิท 55
Amphoe Bangkok Noi
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:30
อังคาร 09:00 - 19:30
พุธ 09:00 - 19:30
พฤหัสบดี 09:00 - 19:30
ศุกร์ 09:00 - 18:30
เสาร์ 09:00 - 19:30

เบอร์โทรศัพท์

+66989684695

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Hardy Isuzuผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์