นิรันดร์ Car on line

นิรันดร์ Car on line ที่ปรึกษาการขาย รถใหม่ทุกรุ่น รวมไว้ในที่เดียว เพจที่รวบรวมข้อมูลรถใหม่ รถมือสอง ทุกยี่ห้อไว้ทุกรุ่น รวมถึงข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นแรงๆ ที่นี่มีครบ

ร้อนนี้ต้องรู้! เทคนิคเปิดแอร์รถ เย็นทันใจ ไม่เปลืองน้ำมัน 🚗เคยไหม? กับความรู้สึกเหมือนเข้าไปในเตาอบ เมื่อต้องเปิดประตูข...
14/05/2026

ร้อนนี้ต้องรู้! เทคนิคเปิดแอร์รถ เย็นทันใจ ไม่เปลืองน้ำมัน 🚗

เคยไหม? กับความรู้สึกเหมือนเข้าไปในเตาอบ เมื่อต้องเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ ที่จอดรถตากแดดมานานหลายชั่วโมง สัญชาตญาณแรกของเราทุกคนคือ รีบสตาร์ทรถแล้วเร่งพัดลมแอร์ไปที่เบอร์แรงสุด พร้อมกด ปุ่ม A/C ทันที แต่คุณรู้หรือไม่ว่า... นั่นเป็นวิธีที่ผิด! และยังทำให้รถเย็นช้าลงแถม เปลืองน้ำมัน โดยไม่จำเป็นอีกด้วย

วันนี้ โตโยต้า ลีสซิ่ง จะมาเผยเคล็ดลับการเปิดแอร์รถยนต์ที่ถูกต้อง ที่จะช่วยลดความร้อนในรถได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้จริง! รวมถึงเจาะลึกการใช้ ปุ่ม A/C และปุ่มอากาศหมุนเวียน อย่างถูกวิธี เพื่อให้แอร์รถยนต์ ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ในวันที่อากาศร้อนจัด

ทำไมการเปิดแอร์ทันทีที่ขึ้นรถตากแดดถึงผิด?
การทำเช่นนั้นเปรียบเสมือนการสั่งให้คอมเพรสเซอร์แอร์ ซึ่งเป็นหัวใจของระบบทำความเย็น ทำงานหนักแบบทันทีทันใด เพื่อสู้กับอากาศที่ร้อนระอุ เหมือนซาวน่าภายในห้องโดยสาร
การกระทำนี้ส่งผลเสีย 2 ต่อคือ
• แอร์ทำงานหนักแต่ไม่เย็น คอมเพรสเซอร์จะพยายาม ดูดอากาศร้อนจัดภายในรถ มาทำความเย็น ซึ่งต้องใช้พลังงานและเวลามากกว่าปกติ ทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมแอร์มีแต่ลมร้อนออกมาในช่วงแรก
• สิ้นเปลืองน้ำมันมหาศาล เมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักขึ้น ก็จะไปฉุดกำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างไม่จำเป็น

5 ขั้นตอนเปิดแอร์ให้เย็นเร็วและประหยัดน้ำมัน
ลองเปลี่ยนพฤติกรรมเดิม ๆ แล้วทำตาม 5 ขั้นตอนง่าย ๆ นี้ รับรองว่ารถของคุณจะเย็นฉ่ำเร็วขึ้นอย่างรู้สึกได้
1. ระบายความร้อนก่อน อย่าเพิ่งรีบกดปุ่ม A/C
เมื่อขึ้นรถมาแล้ว ให้ลดกระจกทุกบานลงก่อน (หรืออย่างน้อย 2 บานในแนวทแยง) จากนั้น เปิดเฉพาะพัดลมแอร์ในระดับแรงสุด โดยที่ ยังไม่ต้องกดปุ่ม A/C ขับรถออกไปช้า ๆ สัก 1-2 นาที วิธีนี้คือการไล่อากาศร้อนที่สะสมอยู่ในห้องโดยสาร และในช่องแอร์ออกไปให้ได้มากที่สุด เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการ ทำให้รถเย็นเร็ว
2. ปิดกระจก แล้วค่อยเปิด A/C
หลังจากรู้สึกว่าไอร้อนภายในรถ ถูกไล่ออกไปจนเกือบหมดแล้ว ให้ปิดกระจกทุกบาน จากนั้นจึงค่อยกด ปุ่ม A/C เพื่อให้คอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มทำงาน ตอนนี้ระบบจะสามารถดูดอากาศ ที่อุณหภูมิลดลงแล้วมาทำความเย็นต่อได้ทันที ทำให้ห้องโดยสารเย็นเร็วขึ้นมาก
3. ใช้ "ปุ่มอากาศหมุนเวียน" ให้ถูกจังหวะ
ในช่วงแรกที่เพิ่งเปิด A/C ให้กดใช้ "ปุ่มอากาศหมุนเวียนภายในรถ" (สัญลักษณ์รูปรถและมีลูกศรโค้งอยู่ข้างใน) เพื่อให้แอร์นำอากาศที่เริ่มเย็นแล้วภายในห้องโดยสาร มาหมุนเวียนทำความเย็นซ้ำ จะช่วยลดภาระของคอมเพรสเซอร์และทำให้ห้องโดยสารเย็นฉ่ำได้อย่างรวดเร็ว
4. ปรับอุณหภูมิและความแรงพัดลมให้เหมาะสม
เมื่อรู้สึกว่าอุณหภูมิในรถเย็นสบายแล้ว ให้ปรับลดความแรงของพัดลมลง และปรับอุณหภูมิไปที่ระดับที่เหมาะสม (ประมาณ 24-25 องศาเซลเซียส) ไม่จำเป็นต้องตั้งอุณหภูมิต่ำสุด และเปิดพัดลมแรงสุดตลอดเวลา เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตัด-ต่อบ่อยครั้งและสิ้นเปลืองน้ำมัน
5. สลับไปรับอากาศภายนอกบ้าง (เมื่ออากาศดี)
หากขับขี่ทางไกล หรือเมื่อรู้สึกว่าอากาศภายในรถเริ่มอับ ควรปรับสวิตช์ไปที่โหมด "รับอากาศจากภายนอก" (สัญลักษณ์รูปรถและมีลูกศรตรงจากข้างนอกเข้ามา) สัก 5-10 นาที เพื่อให้ออกซิเจนจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียน จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและลดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้
เคล็ดลับเพิ่มเติม การดูแลแอร์รถยนต์เพื่อความเย็นฉ่ำในระยะยาว
การใช้งานอย่างถูกวิธีเป็นเพียงส่วนหนึ่ง การบำรุงรักษาคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ แอร์รถ ของคุณเย็นฉ่ำและปราศจากกลิ่นอับไปได้อีกนาน
• ความสำคัญของ "ไส้กรองแอร์" ที่หลายคนมองข้าม
ไส้กรองแอร์ หรือ กรองแอร์ ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ไม่ให้เข้าไปในระบบแอร์ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ไส้กรองจะอุดตัน ทำให้ลมแอร์เบาลง และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ แอร์ไม่เย็นและมีกลิ่นอับชื้น เราควรเปลี่ยนไส้กรองแอร์ทุก ๆ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร ซึ่งไส้กรองแอร์เป็นชิ้นส่วนที่สามารถเปลี่ยนเองได้ง่าย ๆ

11/05/2026

เรียนรู้วิธีค้นหากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับโฆษณาบน Facebook และ Instagram ของคุณ

11/05/2026

ยอดขาย B-SUV / BC-SUV ไตรมาส 1 ปี 2026 (ม.ค.-มี.ค.69) รวม 50,578 คัน : Toyota Yaris CROSS ครองแชมป์ อันดับ1 รวม 9,303 คัน สัดส่วน 18.4% ตามด้วย JAECOO 5 / Honda HR-V / BYD ATTO 3 / Toyota Corolla CROSS อยู่ใน Top 5

- สันดาป ICE / HEV รวม 23,801 คัน สัดส่วน 47.1%
- ไฟฟ้า100% BEV รวม 26,777 คัน สัดส่วน 52.9%

ยอดขาย รถยนต์ กลุ่ม B-SUV / BC-SUV สันดาป + ไฟฟ้า100% ไตรมาส 1 ปี 2026 เดือน มกราคม - มีนาคม 2569 รวม 50,578 คัน

- อันดับ 1 Toyota Yaris Cross : 9,303 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 18.4%

- อันดับ 2 JAECOO 5 EV : 8,694 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 17.2%

- อันดับ 3 Honda HR-V : 5,359 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 10.6%

- อันดับ 4 BYD ATTO 3* : 4,382 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 8.7%

- อันดับ 5 Toyota Corolla Cross : 4,110 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 8.1%

- อันดับ 6 Mitsubishi XForce : 2,714 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 5.4%

- อันดับ 7 Deepal S05 BEV* : 2,526 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 5.0%

- อันดับ 8 MG S5 EV* : 2,507 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 5.0%

- อันดับ 9 CHERY V23* : 2,141 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 4.2%

- อันดับ 10 GAC Aion Y Plus* : 1,817 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 3.6%

- อันดับ 11 GAC Aion V* : 1,653 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 3.3%

- อันดับ 12 Jaecoo6 EV* : 1,546 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 3.1%

- อันดับ 13 GEELY EX5* : 920 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 1.8%

- อันดับ 14 Deepal S05 REEV : 442 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.9%

- อันดับ 15 JAECOO 7 : 396 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.8%

- อันดับ 16 Nissan Kicks : 359 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.7%

- อันดับ 17 Mazda CX-30 : 318 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.6%

- อันดับ 18 Mazda CX-3 : 229 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.5%

- อันดับ 19 Omoda C5 EV* : 222 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.4%

- อันดับ 20 Suzuki Fronx : 177 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.3%

- อันดับ 21 GWM Haval Jolion : 135 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.3%

- อันดับ 22 MG ZS : 118 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.2%

- อันดับ 22 MG ZS EV* : 118 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.2%

- อันดับ 24 LeapMotor B10* : 109 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.2%

- อันดับ 25 Honda e:N1* : 73 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.1%

- อันดับ 26 Subaru XV : 71 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.1%

- อันดับ 27 ZEEKR X* : 61 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.1%

- อันดับ 28 Hyundai Creta : 60 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.1%

- อันดับ 29 MG VS : 10 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.05%

- อันดับ 30 NETA X* : 8 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 0.05%

*รถไฟฟ้า100%

อ่านข้อมูล ยอดขาย B-SUV / BC-SUV ไตรมาส 1 ปี 2026 (ม.ค.-มี.ค.69) รวม 50,578 คัน : Toyota Yaris CROSS ครองแชมป์ ได้ที่นี่ https://autolifethailand.tv/sales-report-b-suv-bc-suv-q1-2026-jan-mar/

#ยอดขาย #ยอดขายรถ #ยอดขายรถยนต์

09/05/2026

รถยนต์ที่มียอดจดทะเบียนมากสุดในไทย เมษายน 2569

06/05/2026

เรื่องประหยัดไว้ใจ แต่เรื่องราคาน้ำมันเริ่มไม่ไว้ใจ

06/05/2026

3 รุ่นกับระยะสูงสุดของ TOYOTA BEV ในสหรัฐฯ ส่วน Highlander EV ยังไม่เปิดราคา

06/05/2026

ยอดขาย SUV - PPV ไตรมาส 1 ปี 2026 (มกราคม - มีนาคม 69) รวม 12,068 คัน : Toyota Fortuner ครองแชมป์ ยืนหนึ่ง แม้ปลายอายุตลาด ตามด้วย ISUZU MU-X / GWM TANK 300

ยอดขาย Sales Report รถยนต์กลุ่ม SUV - PPV ไตรมาส 1 ปี 2026 เดือน มกราคม - มีนาคม 2569 รวม 12,068 คัน

- อันดับ 1 Toyota Fortuner : 3,883 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 32.2%

- อันดับ 2 Isuzu MU-X : 3,326 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 27.6%

- อันดับ 3 GWM TANK 300 : 2,291 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 19.0%

- อันดับ 4 Ford Everest : 1,806 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 15.0%

- อันดับ 5 Mitsubishi Pajero Sport : 493 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 4.1%

- อันดับ 6 GWM TANK 500 : 269 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 2.2%

* GWM TANK 300 / TANK 500 / Toyota Land Cruiser FJ จดทะเบียน เสียภาษีสรรพสามิต เป็น รถยนต์นั่งที่ดัดแปลงจากรถปิกอัพ (PPV : Pickup Passenger Vehicle)

อ่านข้อมูล ยอดขาย SUV - PPV ไตรมาส 1 ปี 2026 (ม.ค.-มี.ค.69) รวม 12,068 คัน : Toyota Fortuner ครองแชมป์ ได้ที่นี่ https://autolifethailand.tv/sales-report-suv-ppv-q1-2026-jan-mar/

#ยอดขาย #ยอดขายรถ

05/05/2026

“เรือบรรทุกน้ำมันดิบ” ขนาดใหญ่พิเศษ ลำที่ 2 ของอิหร่าน สามารถฝ่าวงล้อมการปิดกั้นของ “กองทัพเรือสหรัฐฯ” ได้สำเร็จ และกำลังแล่นผ่านน่านน้ำอินโดนีเซียมุ่งหน้าสู่หมู่เกาะรีเยา
เว็บไซต์ TankerTrackers.com บริษัทติดตามการขนส่งน้ำมันรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน ชื่อ “DERYA” กำลังเดินทางผ่านช่องแคบลอมบอก ของอินโดนีเซีย โดยระบุว่า “เราพบเรือลำนี้มุ่งหน้าลงใต้ ในขณะที่เรือลำอื่นๆ ของอิหร่านในบริเวณนั้นถูกกองทัพเรือสหรัฐฯ บังคับให้หันหลังกลับไปยังอิหร่าน แต่ DERYA สามารถเล็ดลอดมาได้ และขณะนี้กำลังเดินทางไปยังจุดนัดพบในหมู่เกาะรีเยา”
รายงานนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลัง TankerTrackers ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษอีกลำของอิหร่าน ชื่อ "HUGE" ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบ 1.9 ล้านบาร์เรล ได้ฝ่าวงล้อมของสหรัฐฯ และกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกัน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ TankerTrackers พบว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบประมาณ 25 ลำเดินทางออกจากอิหร่าน โดย 7 ลำ ถูกกองทัพเรือสหรัฐฯ สกัดกั้นและผลักดันให้กลับไปยังท่าเรืออิหร่าน, 2 ลำ ถูกกองกำลังสหรัฐฯ บุกยึดเรือ และส่วนที่เหลือ สามารถเดินทางถึงจุดหมายปลายทางหรือจุดนัดพบได้สำเร็จ

#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวต่างประเทศ

05/05/2026

💡 รู้หรือไม่..? โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยกำลังก้าวข้ามพรมแดน และเปลี่ยน "เงินบาท" ให้กลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลระดับภูมิภาค โดยที่เราอาจสแกนคิวอาร์โค้ดใช้งานกันอยู่ทุกวันโดยไม่ทันสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างนี้

การเชื่อมโยงระบบ PromptPay ของไทยเข้ากับระบบการชำระเงินของ 5 ชาติเศรษฐกิจสำคัญในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ (PayNow), มาเลเซีย (DuitNow), อินโดนีเซีย (QRIS), เวียดนาม (VietQR) และกัมพูชา (Bakong) ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกนจ่ายค่าอาหารและของฝากได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อมองผ่านเลนส์ของเศรษฐศาสตร์มหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ นี่คือ "ยุทธศาสตร์ระดับชาติ" ที่กำลังพลิกโฉมหน้าการค้าและการเงินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพเชิงโครงสร้างและกำลังสร้างความได้เปรียบให้เศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง? ลองมาวิเคราะห์เจาะลึกกันทีละประเด็น

1. จุดเริ่มต้นของการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) ในระดับรากหญ้า
ในอดีตที่ผ่านมา การทำธุรกรรมข้ามพรมแดน ไม่ว่าจะก้อนใหญ่หรือก้อนเล็ก มักจะต้องวิ่งผ่านระบบตัวกลางและใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นมาตรฐานในการแปลงค่าเงิน สิ่งนี้สร้างต้นทุนแฝงที่มหาศาลจากค่าธรรมเนียมและส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (Spread) ที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งยังทำให้เศรษฐกิจภูมิภาคต้องรับความเสี่ยงจากนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ การเชื่อมโยง Cross-Border QR Payment ทำให้เกิดการชำระเงินระหว่างสกุลเงินท้องถิ่นโดยตรง (Local Currency Settlement - LCS) ระบบนี้ช่วยปกป้องเสถียรภาพทางการเงินของภูมิภาค และดันสถานะของ "เงินบาท" ให้กลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินแกนหลักสำหรับการค้ารายย่อยข้ามพรมแดนได้อย่างแนบเนียน

2. ทางด่วนดิจิทัล (Digital Trade Route) ที่เสริมแกร่งให้ SMEs
หากโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพคือการสร้างถนนและท่าเรือเพื่อขนส่งสินค้า โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลอย่าง PromptPay ก็คือเส้นทางสายไหมทางการเงินที่ให้เม็ดเงินทุนไหลเวียนได้รวดเร็วและไร้รอยต่อ การทลายกำแพงค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศแบบดั้งเดิมที่สูงลิ่ว ช่วยให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้คล่องตัวขึ้น นักท่องเที่ยวหลายล้านคนจาก 5 ประเทศเพื่อนบ้านสามารถอัดฉีดเม็ดเงินตรงสู่ร้านค้ารายย่อย หาบเร่ แผงลอย ในไทยได้ทันที นี่คือการกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และเปิดโอกาสให้ SMEs ไทยทำการค้าระดับภูมิภาคได้ด้วยต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ

3. การวางรากฐานสู่ระบบนิเวศเงินบาทดิจิทัล (CBDC)
ระบบ PromptPay ของไทยถือเป็นกรณีศึกษาความสำเร็จของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับโลก การต่อยอดนำระบบนี้ไปเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน ถือเป็นการสร้าง Data Flow ขนาดมหาศาล และเป็นการเตรียมความพร้อมของพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อรองรับเทคโนโลยีทางการเงินแห่งอนาคต อย่างสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (Retail CBDC) หากประเทศไทยสามารถสร้างเครือข่ายและทำให้เพื่อนบ้านคุ้นชินกับการใช้แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับเราได้ก่อน ย่อมหมายถึงอำนาจในการต่อรองและโอกาสในการกำหนดมาตรฐานเทคโนโลยีทางการเงิน (Standardization) ในภูมิภาค

บทสรุป: ขั้วอำนาจทางการเงินที่กำลังขยับตัว
ในยุคที่นิยามของ "พรมแดนประเทศ" ไม่ได้ถูกขีดกั้นด้วยเส้นบนแผนที่ภูมิศาสตร์อีกต่อไป แต่ถูกกำหนดและขยายอาณาเขตผ่านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเทศที่สามารถดึงดูดให้พันธมิตรเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศทางการเงินของตนได้ คือผู้ที่จะกุมความได้เปรียบในทศวรรษหน้า

การรุกคืบของระบบการชำระเงินข้ามแดนนี้ จึงไม่ใช่แค่นวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย แต่เป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ชั้นยอดที่กำลังสร้าง "Soft Power ทางเศรษฐกิจ" ให้กับประเทศไทย ท่ามกลางกระแสการจัดระเบียบขั้วอำนาจโลกใหม่ การสร้างแนวร่วมและเชื่อมโยงเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินภายในอาเซียนเข้าด้วยกัน ถือเป็นหมากกระดานสำคัญที่ฉลาดล้ำ และเป็นก้าวเดินที่คนไทยควรทำความเข้าใจเพื่อคว้าโอกาสจากกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้

#ทางเลือกประเทศไทย

05/05/2026

ขายคนเดียวไม่แบ่งใคร อันดับ1 ตั้งแต่เปิดตัว ! ยอดขาย ECO / B-Seg Sedan ไตรมาส 1 ปี 2026 (มกราคม - มีนาคม 2569) รวม 23,751 คัน : Toyota Yaris ATIV ครองแชมป์ 18,099 คัน ส่วนแบ่งตลาด 76.2% เกินครึ่ง คิดเป็นสัดส่วน 3 ใน 4 ของยอดรวมรถในกลุ่มนี้

ยอดขาย ECO / B-Segment Sedan เดือน มกราคม - มีนาคม 2569 รวม 23,751 คัน

- อันดับ 1 Toyota Yaris ATIV : 18,099 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 76.2%

- อันดับ 2 Honda City : 3,008 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 12.7%

- อันดับ 3 Mazda 2 Sedan : 774 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 3.3%

- อันดับ 4 Mitsubishi Attrage : 720 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 3.0%

- อันดับ 5 Nissan Almera : 509 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 2.1%

- อันดับ 6 BYD Seal 5 DM-i : 350 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 1.5%

- อันดับ 7 MG5 : 291 คัน
ส่วนแบ่งตลาด 1.2%

อ่านข้อมูล ยอดขาย ECO / B-Seg Sedan ไตรมาส 1 ปี 2026 (ม.ค.-มี.ค.69) รวม 23,751 คัน ได้ที่นี่ https://autolifethailand.tv/sales-report-eco-b-seg-sedan-q1-2026-jan-mar-thailand/

#ยอดขาย #ยอดขายรถ

29/04/2026

ที่อยู่

777 ถ. สายไหม แขวงสายไหม เขตสายไหม
คลองหลวง
10220

เบอร์โทรศัพท์

+66816218351

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นิรันดร์ Car on lineผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง นิรันดร์ Car on line:

แชร์

ประเภท