15/02/2022
#วันมาฆบูชา : #วันแห่งความรักอันบริสุทธิ์
#วันแห่งความรักทางพระพุทธศาสนา
มาฆบูชา เป็นวันที่มีความสำคัญ คือ
1. มีพระภิกษุ 1,250 รูป เดินทางไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
2. พระภิกษุเหล่านั้นล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
3. ทุกรูปล้วนบวชโดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา
4. วันนี้เป็นวันเพ็ญเดือน 3 (วันเพ็ญมาฆฤกษ์)
เหตุ 4 อย่างนี้เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต คือการประชุมพร้อมกันขององค์ 4 ในวันนั้น พระองค์ประทานโอวาทปาติโมกข์แก่พระภิกษุ เป็นแม่บทในการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไม่เฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้เท่านั้น แต่เป็นพุทธประเพณีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ว่าจะต้องมีการประชุมสงฆ์โดยมิได้นัดหมายอย่างนี้ แล้วพระองค์ก็จะประทานโอวาทปาติโมกข์เหมือนกันทุกพระองค์
โอวาทปาติโมกข์มี 3 หมวด
หมวดที่ 1 พระภิกษุที่ตั้งใจจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาจะต้องยึดหลักนี้เป็นอุดมการณ์ไว้
1. ต้องอดทน (ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา) ภาษาไทยแปลว่า ความอดทนคือความทนทานเป็นตบะอย่างยิ่ง คือถ้าคิดจะเผยแผ่ ต้องอดทน ถ้าบวชแล้วตั้งใจปฏิบัติธรรมเงียบ ๆ คนเดียว ก็รับผิดชอบแค่ตัวเอง อย่างนี้ง่าย แต่ถ้าลงมือเผยแผ่เมื่อไร จะต้องไปสัมพันธ์กับผู้คนจำนวนมาก แล้วคนเรานิสัยไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีเงื่อนไขตัวแปรต่าง ๆ มากมายเพราะฉะนั้นท่องไว้ในใจเถิดว่า “ทน” ถ้าอดทนไม่ได้ ทงานเผยแผ่ไม่สำเร็จ
2. พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่าพระนิพพานเป็นเยี่ยม (นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา) คือให้รู้ว่าเป้าของเราคือจะไปนิพพาน ต้องตอกย้ำในใจ ไม่อย่างนั้นเป้าหมายมีโอกาสเบี่ยงเบนตอนปฏิบัติส่วนตัวไม่มีปัญหา แต่พอทำงานเผยแผ่ ถ้าทำได้สำเร็จดี มีคนนับหน้าถือตามากให้ความเคารพบูชามาก ลาภสักการะ คำสรรเสริญจะเข้ามา ถ้าเป็นพระอรหันต์ก็รอดตัว แต่ถ้ายังไม่ใช่พระอรหันต์แล้วไม่ระมัดระวังตัวให้ดี มีโอกาสพลาดสูง พระองค์จึงทรงย้ำว่า อย่าลืมว่าเป้าหมายในการเผยแผ่คือจะไปนิพพาน ไม่ใช่ลาภสักการะ แล้วขณะเดียวกันอีกแง่หนึ่ง พอเผยแผ่ไปแล้วเกิดเจออุปสรรค มีอะไรมาปะทะมากมาย เจอคนพาลมากลั่นแกล้งบ้าง ถ้าไม่ได้ยึดว่าจะไปนิพพาน เดี๋ยวก็จะไปลุยกับเขา ท่านจึงมีข้อ 3 มาให้ด้วยว่า
3. ผู้ฆ่าสัตว์อื่น เบียดเบียนสัตว์อื่น ไม่ชื่อว่าสมณะเลย (นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต) ก่อนจะเริ่มไปทำหน้าที่เผยแผ่ จะต้องย้ำในใจก่อน 3 ข้อ ตรวจสอบตัวเองก่อนว่า ความอดทนเราพอไหม เป้าหมายอย่าเบี่ยงเบน เราตั้งใจจะไปนิพพานแล้วก็ย้ำตัวเองเสมอว่า อย่าไปฆ่าไปเบียดเบียนใครเด็ดขาด
หมวดที่ 2 มี 3 ข้อ คือ 1. ละชั่ว 2. ทำดี 3. ทำใจให้ผ่องใส (สัพพะปาปัสสะ อะกะระณังกุสะลัสสูปะสัมปะทา สะจิตตะปะริโยทะปะนัง) การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ ละชั่ว การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ ทำดี การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว คือ ทำใจให้ผ่องใส อันนี้คือเนื้อหาที่ใช้สอนญาติโยม
หมวดที่ 3 หมวดนี้สอนตัวเอง พระองค์ทรงกำกับไว้อีกทีว่า สิ่งที่พระภิกษุหรือผู้ทำหน้าที่เผยแผ่ทั้งหลายจะต้องประพฤติปฏิบัติ คือ
1. ไม่ว่าร้าย (อะนูปะวาโท) คือ ไม่ไปด่าไปว่า กระทบกระเทียบ กระแนะกระแหน หรือโจมตีใคร
2. ไม่ทำร้าย (อะนูปะฆาโต) นี้คือหลักพระพุทธศาสนา จะเห็นว่าพระพุทธศาสนาไม่เคยมีสงครามพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งกำกับไว้ก่อนว่า อย่าไปว่าร้ายใครยิ่งลงมือทำร้ายยิ่งห้ามใหญ่
3. สำรวมในพระปาติโมกข์ (ปาติโมกเข จะ สังวะโร) คือ สำรวมในความประพฤติของตัวเอง เกิดอะไรขึ้นมา แทนที่จะไปโทษว่าคนนั้นคนนี้ไม่ดี ให้มาเช็กตัวเองว่า เรายังมีอะไรบกพร่องอยู่หรือเปล่า ให้ดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง
4. รู้ประมาณในโภชนาหาร (มัตตัญญุตา จะ ภัตตัส๎มิง) คือ จะบริโภค จะใช้สอยอะไรเอาให้พอดีๆ อย่าให้เกินขอบเขตความเหมาะสม ให้เป็นไม้ใหญ่ที่กินน้ำน้อย ไม้ใหญ่ที่กินน้ำน้อยถึงคราวเกิดอะไรขึ้นมามันอยู่ได้ แต่ถ้าเป็นไม้ใหญ่กินน้ำมาก ช่วงฝนตกชุกก็รอด ถ้าเกิดฝนแล้งเมื่อไรก็ตาย
5. การนอนการนั่งอันสงัด (ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง) คือ ไม่เอิกเกริกเฮฮา รู้จักหาความสงัด ไม่ใช่ไปเผยแผ่แล้วหลงไปกับเทคโนโลยี สนุกสนานเพลิดเพลินไปจนกระทั่งหลงลืมเป้าหมายที่แท้จริงของการบวชว่าคืออะไรเทคโนโลยีใช้ได้ แต่ใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไม่ได้ใช้เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน
6. รู้จักประกอบความเพียรในอธิจิต (อะธิจิตเต จะ อาโยโค) เพราะมีเป้าหมายจะไปนิพพาน ถ้าจะไปได้ต้องทำสมาธิ ทำใจให้ผ่องใส นี้คือหน้าที่ที่พระต้องทำนักเผยแผ่ทุกคนต้องทำพระพุทธศาสนาเติบโตอย่างรวดเร็ว เริ่มจาก 1 ผ่านไป 9 เดือน อัตราการเติบโตของบุคลากรพันกว่าเท่า จากพระบรมศาสดาพระองค์เดียว กลายเป็นพระอรหันต์เป็นพันรูป แล้วออกไปประกาศศาสนากนั พระองค์จึงทรงให้หลักการทั้งหมดไว้ก่อน เพราะในสมัยก่อนการคมนาคมไม่สะดวก ไม่มีวิทยุ อินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ โทรศัพท์ ดังนั้น ก่อนไปเผยแผ่จึงมาประชุมกันก่อน ซักซ้อมอุดมการณ์ หลักการเนื้อหาในการสอน และวิธีการในการประพฤติปฏิบัติตน ว่าต้องทำอย่างไร ให้ทั้งหมดเข้าใจตรงกัน แล้วแยกกันไปคนละทิศคนละทาง แต่ก็มีฟอร์มเดียวกันโอวาทปาติโมกข์เป็นวัฒนธรรมองค์กรของพระพุทธศาสนาที่แข็งมาก แน่นมาก รัดกุมมากทำให้พระพุทธศาสนาเติบโตและขยายไปสู่ประชาชนอย่างกว้างขวางรวดเร็ว
#16กุมภาพันธ์65วันมาฆบูชา
#บริษัททอปลู้บ(ประเทศไทย)จำกัด