ShiftzPattern

Directions

ShiftzPattern Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from ShiftzPattern, Automotive, aircraft & boat, London.

เพจเกี่ยวกับยานยนต์​ เช่นข่าวรถยนต์และให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์หรือลงรูปภาพโมเดลรถและ​การแข่งขันรถกีฬา​มอร์เตอ​สสปอร์ตโดยเฉพาะเกมแข่งรถ และรถยนต์ชื่อดัง เพราะยังไม่มีปัญญาซื้อรถ555

page for carguy

เมื่อนานแสนนานมาแล้วผมกับปะป๊าผมเดินคุยกันอยู่ในลานจอดรถที่ห้างดังพัทยา แล้วเจอ BMW Z4 G29จอดอยู่ พ่อ: กูไม่ชอบ BMW Z4 โ...
12/10/2026

เมื่อนานแสนนานมาแล้วผมกับปะป๊าผมเดินคุยกันอยู่ในลานจอดรถที่ห้างดังพัทยา แล้วเจอ BMW Z4 G29จอดอยู่

พ่อ: กูไม่ชอบ BMW Z4 โฉมนี้เลยวะ

ผม:ทำไม อะป๊า

พ่อ: เองดูดิ ไฟหน้าอย่างกับ Suzuki Swift เลยวะ

ผม: ก็เอ๊ะ เหมือนหรอวะ แล้วมีSwift จอดอยู่พอดีเลย ผมก็เพ่ง เออวะถ้าไม่มีกระจังหน้า นี้คือ เหมือนจริงนะ ทั้งโครงฝ่ากระโปรง กันชนแก้ม คล้ายกันอยู่

ผม:ก็แบบ ป๊ามันมีใตคู่นะต้องมองแบบแว๊บๆอะถึงจะเหมือนหรือเพ่ง

พ่อ:ใตคู่มันยาว ดูดิ นิดนึงแทบจะติดกันแล้ว และเองดูทรงกันชนไฟหน้าไฟตัดหมอก เหมือนเด๊ะ

พ่อ: เห็นแค่ด้านข้าง กันแค่หน้าไม่เห็นท้ายนะ นึก ว่า swift ถ้าไม่เห็นล้อ BMW โหงวเฮ้งมัน Suzuki swift ชัดๆ เอกลักษณ์ BMW หายหมดเลยไม่มีความเป็น BMW เลยวะออกแบบมาได้ไงวะ

*ผมสตั้นพูดไม่ออก*

พ่อ: คนขับมันรู้สึกไงวะซื้อรถBMW เปิดประทุนที่แทบไม่เคยได้เปิดหลังคา คันละ 4ล้านกว่าบาท แต่พอมี Swift คันไม่กี่แสนมาจอด แล้ว ด้านข้างกับทรงหัวรถ เหมือน eco car ค่าย Suzuki

เปิดการ์ดขอความเห็นใจกับประกันและตำรวจ กับรีบไปส่งออร์เดอร์ หรือ เปิดการ์ดไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย หรือจะ ขายรถที่ใช้ขี่ทำมา...
07/10/2026

เปิดการ์ดขอความเห็นใจกับประกันและตำรวจ กับรีบไปส่งออร์เดอร์ หรือ เปิดการ์ดไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย หรือจะ ขายรถที่ใช้ขี่ทำมาหากินมาชดใช้เขา ทางไหนหรือจะขยันวิ่งงานแบบไม่พักเพื่อมาจ่าย ทางไหนก็แล้วแต่ เพราะถ้าไม่มีจ่ายก็โดนประกันล่อแค่นั้น
แต่ ทางที่ดีไม่ไปชนจะดีที่สุด ฝากไว้ให้คิด เพราะทุกวันนี้ขี่กันแบบไม่กลัวอะไรเลย ราคากระจกกล้อง ดิจิตอลพวกนี้ มันไม่ใช่ข้างละ 3000-400แบบกระจกหู ที่มีเฟืองและ สายไฟแบบรถecocar กระบะทั่วไปนะ

05/10/2026

POV เมื่อคุณขอลอกการบ้านเพื่อนแต่เพื่อนบอกว่าห้ามลายมือเหมือนกัน คุณเลยเปลี่ยนแค่ชื่อและรหัสนักเรียนกับเลขทีเขียนในลายมือตัวเอง แต่ ดันลอก ลายมือของมันบางส่วนมาด้วย:

Big Altima Energy มันมีสองด้านด้านนึง Teana ผู้ใจดี กับอีก ด้าน Altima ที่พร้อมจะแหกทุกกฏจราจร ขับหวาดเสียวกับ สภาพรถพร้...
05/10/2026

Big Altima Energy มันมีสองด้าน
ด้านนึง Teana ผู้ใจดี
กับอีก ด้าน Altima ที่พร้อมจะแหกทุกกฏจราจร ขับหวาดเสียวกับ สภาพรถพร้อมพังแต่ยังวิ่งได้ แปะเทปที่เหมือนไปล่อ 10ล้อ มา หรือผ่านสมรภูมิมา 80%คนขับรถนี้ คือ คนดัมและพวกรากหญ้าสูบหญ้ายิ้มโขมงเต็มรถ ไฟเลี้ยวไม่เปิด20%คือวัยรุ่นสายดีด gen z และผู้หญิงทั้งดัมและขาว ที่การขับขี่หลุดโลก
สมชื่อ Big Altuma Energy

เมื่อ Toyota UK นึกสนุกอยากรีเทิร์นความเก๋า เลยขอรีเมคฉากการทดสอบดังในตำนานจากรายการ top gear เปิดคลิปมาก็รู้เลยว่า Toyo...
01/10/2026

เมื่อ Toyota UK นึกสนุกอยากรีเทิร์นความเก๋า เลยขอรีเมคฉากการทดสอบดังในตำนานจากรายการ top gear
เปิดคลิปมาก็รู้เลยว่า Toyota UK ตั้งใจ คารวะต้นฉบับแบบเต็มๆ เพราะเอา Toyota Hilux N150 สีแดงคันที่เป็นตัวแทนจากการทดสอบในตำนานของ Top Gear มาจอดเทียบกับ Hilux EV รุ่นใหม่ ก่อนจะพาเราย้อนกลับไปหาเหตุการณ์เมื่อปี 2003

ตอนนั้น Jeremy Clarkson เคยเอา Toyota Hilux N150สีแดง มาทดสอบความถึกแบบสารพัดวิธี ตั้งแต่ทำลาย ทุบ ชน ไปจนถึงเอา ตู้คาราวานหย่อนลงมากระแทกใส่รถ
ผลคือ…โดนขนาดนั้นแล้ว Hilux ก็ยังสตาร์ทติดและขับต่อได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่ทำมาทั้งหมดนี้คือไม่สะทกสะท้านเลยหรือแค่รู้สึกคันๆสำหรับเจ้า hilux

ผ่านไปสองทศวรรษToyota UK เลยบอกประมาณว่า
“เราเคยทำแบบนี้มาแล้ว…งั้นทำอีกที แต่คราวนี้เป็น EV”
รอบนี้พระเอกคือ Toyota Hilux EV หรือ Hilux Trevo-e ที่เรารู้จักกันในไทย
เลยจัดการเอาตู้คาราวานทิ้งลงหลังคากันจะๆ อีกรอบ ผลลัพธ์ก็คือ… หน้าตาตู้คาราวานเละเป็นโจ๊กเหมือนเดิม! ส่วนตัวรถ Hilux Travo E มีเสา B ด้านขวาบุบนิดหน่อยและกระบะท้ายยุบนิดๆ ตามสไตล์รถ EV ยุคใหม่ที่ต้องเซฟตี้มีความ Soft เพื่อซับแรงตามกฎความปลอดภัย จะให้แข็งโป๊กแบบรถถังเหมือนสมัยก่อนไม่ได้

แต่ถึงจะเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็น ไฟฟ้า แนวคิดของ Hilux ก็ยังเหมือนเดิมอยู่ดี
หลังจากนั้น hilux Ev ก็ได้สตาร์ทติดแล้ววิ่งออกไปแบบหน้าตาเฉยแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนมันจะบอกว่า
"ตามสบายเลยพวก ตู ยังไหว แต่รู็สึกคันๆวะ" และวิ่งออกไปจนตู้คาราวานที่อยู่บนหลังคารถกระเด็นกลิ้งตกลงมาเลย แบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ข้อสงสัยนะถ้ามาเป็นเครื่องสันดาป ก็ยังเติมน้ำมันได้จากรูช่องเติมน้ำมันแต่นี่คือEVมันต้องมีช่องเสียบปลั๊กใช่ไหม ถ้าตรงนั้นบุกด้วยจะชารจ์ตรงไหน
ก็แอบคิดแต่ก็ถือว่าเป็นการแสดงความทนทานและคงามอึดถึกทีาเสมอต้นเสมอปลายของพรี่ toyota hilux จริงๆ
ไม่ว่าจะ generation ไหนก็ตาม ต้องขอขอบคุณ toyota UK เลยที่ทำให้เราได้เห็นอะไรแบบนี้อีกครั้ง

สำหรับคนไทยและเด็กหนวดหรือ Gen Z ใครทันคลิป
เคยดูคลิปพากย์นรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อนจากช่อง The Bryan TV ที่ตั้งชื่อตอนว่า "รถกระบะผีสิง" พากย์กาวๆ จากการทดสอบรถของรายการท็อปเกียร์ กลายเป็น กลายเป็นเรื่องของชายที่พยายาม ทำรถให้พังเพื่อเขา
จะได้มีข้ออ้างไปขอเมียซื้อรถใหม่...แล้วเอารถ ใหม่ไปรับ "หมอนวด"

หนวดขึ้นกันบ้างหรือยังครับเด็กหนวดถ้าทำดีแล้วกันหนวดขึ้นกันแล้วมั้ง Gen Z ก็น่าจะ มีครอบครัวกันแล้วมั้ง นานพอกับร้อน GTA6 ออกเลยนะเนี่ย

C.r. Toyota UK

แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง
30/09/2026

แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง

และก่อนใครจะเข้าใจผิด...นี่ไม่ใช่ NSX รุ่น Baseไม่ใช่ NSX รุ่นกั๊กและไม่ใช่เอาล้อ 5 ก้านออกแล้วบอกว่า และเอาล้อ Civic มา...
29/09/2026

และก่อนใครจะเข้าใจผิด...

นี่ไม่ใช่ NSX รุ่น Base
ไม่ใช่ NSX รุ่นกั๊ก
และไม่ใช่เอาล้อ 5 ก้านออกแล้วบอกว่า
และเอาล้อ Civic มาใส่แต่อย่างใด

นี่คือ Acura NSX Prototype
รถต้นแบบสำหรับการพัฒนา NSX ของ Honda

และที่สำคัญ...

นี่คือรถต้นแบบที่ Ayrton Senna เคยขับและช่วยพัฒนา

ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 1989 Honda กำลังพัฒนา NS-X อย่างจริงจัง โดยทีมวิศวกรใช้ทั้งสนาม Suzuka และสนามทดสอบต่าง ๆ เพื่อไล่หาจุดบกพร่องของรถ

จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 1989
Ayrton Senna เดินทางมาญี่ปุ่นเพื่อทดสอบรถแข่ง McLaren-Honda F1 และ Honda ได้ขอให้เขาลองขับ NS-X Prototype ที่ Suzuka

Honda ตั้งเป้าให้ตัวรถมีความแข็งแรงระดับเดียวกับ Porsche และ Ferrari

แต่หลังจาก Senna ขับเสร็จ เขากลับบอกว่า

«“I feel it’s a little fragile.”»

แปลแบบภาษาคนเล่นรถก็คือ

“รถมันดีนะ...แต่ตัวถังยังรู้สึกยวบๆ เปราะๆ อยู่”

ไม่ได้หมายความว่า NS-X เป็นรถห่วย แต่ Senna สามารถจับความแตกต่างด้าน rigidity ของ chassis ได้ละเอียดกว่าคนทั่วไปมาก

Honda จึงไม่ได้ตอบว่า
“เอ้า ก็รถใหม่อะพี่ ขับ ๆ ไปก่อน”

แต่เอาคำพูดนั้นกลับไปทำการบ้านใหม่ทันที

เดือนเมษายน 1989 Honda เพิ่มเป้าหมายด้านความแข็งแรงของตัวรถ และส่ง NS-X Prototype ไปทดสอบต่อที่ Nürburgring ประเทศเยอรมนี

ที่นั่นวิศวกรเริ่มเสริมโครงสร้าง ทดลอง และทดสอบซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยใช้เวลาประมาณ 8 เดือน

ผลคือ rigidity ของตัวรถเพิ่มขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับระดับก่อนเริ่มการทดสอบที่ Nürburgring

พูดง่าย ๆ คือ

Senna บอกว่า
มันยังยวบๆ อยู่นะพี่

ทีมวิศวกรHonda ตอบว่า
"โอเค งั้นรื้อใหม่ก็ได้วะ"

แล้ว Prototype คันนี้มีอะไรบ้าง?

ข้อมูล Prototype ที่ Honda เผยแพร่ในปี 1989 ระบุว่า

- ยาว 4,405 mm
- กว้าง 1,810 mm
- สูง 1,170 mm
- ฐานล้อ 2,530 mm
- All-Aluminum Monocoque
- ช่วงล่าง All-Aluminum Double Wishbone
- ดิสก์เบรก Ventilated 4 ล้อ
- เครื่องยนต์ 3.0L V6 DOHC VTEC
- เกียร์ 5MT / 4AT
- ล้อหน้า 15 นิ้ว
- ล้อหลัง 16 นิ้ว
- กำลังมากกว่า 270 PS
- Top Speed มากกว่า 260 km/h
- 0–100 km/h ต่ำกว่า 6 วินาที
- Traction Control
- L*D
- ABS
- SRS Airbag

ส่วนเครื่อง V6 ก็มีที่มาน่าสนใจ เพราะ C30A พัฒนาต่อยอดจาก C-series V6 ของ Honda Legend โดยเริ่มจากแนวคิด C25A 2.5L แล้วขยายเป็น 3.0L ก่อน Honda จะเปลี่ยนจาก SOHC เป็น DOHC VTEC ในช่วงท้ายของการพัฒนา จนกลายเป็นเครื่องเฉพาะของ NSX

สุดท้าย C30A ในรถผลิตจริงมีความจุ 2,977 cc ให้กำลัง 280 PS ที่ 7,300 rpm แรงบิด 30.0 kg-m ที่ 5,400 rpm และ Redline 8,000 rpm พร้อม Titanium Connecting Rods

ดังนั้นมันไม่ใช่แค่

“เอาเครื่อง Legend มายัดแล้วใส่ VTEC”

แต่เป็นการเอาพื้นฐาน C-series มาพัฒนาต่อจนกลายเป็นเครื่องยนต์ที่เหมาะกับ NSX โดยเฉพาะ

ตัวถังของ NSX ถือว่าเป็นจุดเด่นตั้งแต่แรก เพราะ Honda ใช้โครงสร้าง Aluminium Monocoque เพื่อลดน้ำหนัก แต่ช่วงต้นของการพัฒนา วิศวกรยังพบว่าความแข็งแรงของตัวถังไม่ถึงเป้าหมาย

หลังจาก Senna ทดลองขับที่ Suzuka และให้ความเห็นว่ารถยังรู้สึก “fragile” Honda จึงกลับไปปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ก่อนนำไปทดสอบที่ Nürburgring และเพิ่มความแข็งแรงของตัวถังขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการทดสอบ

นี่จึงไม่ใช่แค่การทำรถให้ “แรงขึ้น” แต่ Honda กำลังทำให้ Chassis ตอบสนองต่อคนขับได้แม่นยำขึ้น ด้วย

และใช่...

ล้อหน้าของ Prototype มีแค่ 15 นิ้ว
ล้อหลัง 16 นิ้ว

มองผ่าน ๆ อาจนึกว่า

“เอ๊ะ นี่ Civic,CRX รุ่นไหนวะ?”

แต่ข้างหลังเบาะคือ V6 DOHC VTEC 3.0 ลิตร
และรถคันนี้เคยถูก Ayrton Senna เอาไปกดที่ Suzuka มาแล้ว

จาก Prototype ที่ Senna บอกว่า chassis ยัง “a little fragile”

Honda ก็เอากลับไปพัฒนาโครงสร้างใหม่

จากพื้นฐานเครื่องยนต์ C-series
จากเทคโนโลยี VTEC
จาก Suzuka
จาก Nürburgring
และจาก feedback ของ Senna

ทั้งหมดถูกเอามารวมกัน
จนกลายเป็นรถที่โลกได้รู้จักในชื่อ product

Honda NSX NA1

หรือในตลาดอเมริกา...

Acura NSX ที่คุ้นชินตากันนั้นเอง

NSX จึงกลายเป็นหนึ่งใน Supercar ญี่ปุ่นยุคแรก ๆ ที่เน้น ความทนทาน ขับสนุก และใช้งานได้จริง มากกว่าการไล่ตัวเลขแรงม้าแบบบ้าพลัง
แถมยุคนั้นญี่ปุ่นมี Gentleman’s Agreement ที่จำกัดกำลังไว้ที่ 280 PS ทำให้ NSX อาจไม่ได้แรงสะใจเท่า Supercar บางคัน แต่ Honda เลือกเอาเวลาไปลงกับ น้ำหนัก Balance และ Chassis แทน
พูดง่ายๆ คือ
ไม่ได้สร้างมาให้แรงที่สุด แต่สร้างมาให้ขับแล้วสนุกที่สุดและใส่เทคโนโลยีจากสนามแข่งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

บ้านเรา ณ ตอนนี้มี Suzuki Swift โคตรจะ MVPขับลุยน้ำจนกลายเป็นกระแส แต่ถ้าเป็นที่ Florida...ละ มี"ปลากระเบน"เมื่อวันที่ 4...
28/09/2026

บ้านเรา ณ ตอนนี้มี Suzuki Swift โคตรจะ MVP
ขับลุยน้ำจนกลายเป็นกระแส

แต่ถ้าเป็นที่ Florida...ละ มี"ปลากระเบน"

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2022 ที่ South Florida เมือง Miami เกิดฝนตกหนักจนถนนหลายแห่งกลายเป็นคลอง และมีชายชาว Florida คนหนึ่งตัดสินใจเอา Chevrolet Corvette C8 Stingray ขับฝ่าน้ำท่วมออกไป

และนี่ไม่ใช่น้ำขังระดับล้อจมหน่อยๆ นะ

แต่น้ำท่วมสูงจน ด้านหน้าของ C8 จมหายไปเกือบทั้งคัน บางช่วงน้ำขึ้นไปถึงกระจกหน้า ไฟหน้าส่องอยู่ใต้น้ำ และตัวรถถึงกับสร้างคลื่นเหมือนเรือ

ตรงนี้แหละที่บทสนทนาในหัวน่าจะประมาณว่า...

Florida Man:
“Buckle up ไอ้หนู วันนี้ Corvette เราจะไปดำน้ำกัน”

Corvette: “พี่ชาย...กูคือรถสปอร์ตเรือธงของ Chevrolet กูไม่ใช่เรือ!”

Florida Man:
ยูชื่อ Stingray ไม่ใช่เหรอ? งั้นลุยโลด

C8 Stingray เป็นรถ Mid-Engine V8 6.2 ลิตร และถูกออกแบบมาเป็นรถสปอร์ตสำหรับใช้งานบนถนนจริง แต่ Chevrolet ไม่ได้ระบุว่า C8 มีความสามารถในการลุยน้ำลึกได้
แต่ ไม่เกิน20 ซม. เป็นสเปกโรงงาน ตามสเปคที่ทดสอบมา

แต่
ในทางกลับกัน คู่มือยังเตือนให้หลีกเลี่ยงน้ำลึก เพราะอาจทำให้รถเสียการควบคุมหรือเกิดความเสียหายได้

ดังนั้นภาพนี้ไม่ใช่

“C8 ผ่านการรับรองให้ลุยน้ำ 90 ซม.”
รับรองลุยน้ำลึกโดยโรงงานและสื่อกับหน่วยงานทดสอบรถยนต์❌
FloridaMan Certified ✅

แล้วก็ขับผ่านน้ำตามที่สื่อรายงานว่าลึกประมาณ ครึ่งคันออกมาเฉยๆ

บ้านเรามี Swift เป็น MVP ลุยน้ำท่วมได้

ส่วน Florida มี...
Corvette Stingray C8 ปลากระเบนที่ไม่กลัวน้ำที่สมกับเป็น Stingray เลยจริงๆ

ช่วงกลางยุค 2000s ในขณะที่ชาวบ้านชาวช่องเริ่มเอารถ Sedan หรูๆ หรือ sedan performance มายัดเครื่อง V8 กันจนเป็นเรื่องปกติ...
24/09/2026

ช่วงกลางยุค 2000s ในขณะที่ชาวบ้านชาวช่องเริ่มเอารถ Sedan หรูๆ หรือ sedan performance มายัดเครื่อง V8 กันจนเป็นเรื่องปกติ

BMW M3 E90 ก็มาพร้อม V8 4.0L เป็นครั้งแรกในตระกูล M3

Mercedes-Benz C-Class ก็มี C55 AMG ใน W203 ก่อนจะส่ง C63 AMG V8 ลงมาใน W204

Audi ก็มี RS4 B7 กับ V8 4.2L NA

Jaguar เองก็เริ่มเดินสาย V8 กับ XF และรุ่นสมรรถนะสูงในเวลาต่อมา

ส่วนฝั่งอเมริกา hell yea...

พวกนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะ

V8 ใส่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วพี่

ทั้ง Chevrolet Impala SS, Lumina SS, Cadillac STS-V, Pontiac G8 หรือ Dodge Charger R/T

คือถ้าเปิดฝากระโปรงมาแล้วไม่เจอ V8 บางทีเหมือนซื้อหวยแล้วไม่ถูก

ตัดภาพกลับมาที่ Lexus...

ตอนนั้น Lexus มีรถหรูที่ใช้ V8 อยู่แล้ว ไม่ว่าจะ LS, GS บางรุ่น หรือ SC แต่ปัญหาคือ...

มันยังไม่มี Lexus V8 ที่เกิดมาเพื่อไล่ฆ่ารถยุโรปโดยเฉพาะ

IS รุ่นนั้นมี IS250 และ IS350 เครื่อง V6 รหัสตัวถังโฉมนี้คือ XE20

IS รุ่นแรกโฉมXE10 ในญี่ปุ่นที่มีรากมาจาก Altezza ก็มีชื่อเรื่องความสนุกในการขับ แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเอา M3 E46 ไปตบกันตรง ๆ

ส่วน Toyota Aristo ที่มี 2JZ-GTE ก็ไม่ได้ถูกขายทั่วโลกในสเปกเดียวกัน เพราะตลาดต่างประเทศอย่าง Lexus GS มีเครื่องยนต์ V8 ในหลายตลาดแทน

พูดง่าย ๆ คือ Toyota/Lexus มีของแรง...

แต่ดันเอาของแรงไปอยู่ในรถหรูหมด

ส่วนรถที่ควรจะออกไปไล่กัด BMW M กับ AMG?

เงียบกริบ

แล้ว Lexus ก็เลยดูเหมือนบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างรถให้คุณลุงขับไปตีกอล์ฟ

จนกระทั่งมีกลุ่มวิศวกร Lexus กลุ่มหนึ่งเริ่มคิดอะไรที่ไม่น่าจะคิดในเวลางาน...

“ถ้าเอา IS มาทำเป็นรถ Performance จริง ๆ ล่ะ?”

หนึ่งในคนสำคัญคือ Yukihiko Yaguchi ซึ่งเริ่มผลักดันโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2004 โดยทำงานกับทีมวิศวกรที่มีความหลงใหลใน Motorsport และเริ่มสร้างรถต้นแบบนอกกรอบงานปกติ

พวกเขาเอารถไปวิ่งที่ Fuji Speedway

แล้วก็วิ่งวิ่งอีก..

จนสุดท้ายมันเริ่มไม่เหมือนงานอดิเรกของวิศวกรอีกต่อไป

มันเริ่มเหมือน Lexus กำลังจะสร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมาจริง ๆ

ในขณะเดียวกัน Akio Toyoda เองก็เริ่มลงไปคลุกกับ Motorsport มากขึ้น ภายใต้นามแฝง “Morizo” และเข้าร่วมการแข่งขัน Nürburgring กับทีม Gazoo Racing

ซึ่งตอนนั้น Toyota เองก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่ใครจะมองว่าเป็นเจ้าพ่อรถ Performance อะไรขนาดนั้น จนภาพของ Supra A80 กับ Altezza รุ่นเก่าๆ ที่ เขาใช้แข่ง ก็เริ่มถูกมองว่า “ลุงโตโยต้าหมดยุครถแรงแล้วมั้ง”

ประสบการณ์จากสนามทำให้ Akio เห็นว่าการสร้างรถที่ดี ไม่ควรจบแค่ตัวเลขแรงม้าหรือความหรู แต่ต้องเป็นรถที่ผ่านการพัฒนาจากสนามจริง และทำให้คนขับรู้สึกสนุกกับมันด้วย
แนวคิดนี้เองก็เริ่มเชื่อมโยงกับการผลักดันรถสมรรถนะสูงของ Toyota และ Lexus ในเวลาต่อมา

F SPORT Division จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เป็น performance Division ของ Lexus

และตรงนี้เองที่คำว่า F เริ่มมีความหมาย

ไม่ใช่

F = Fu***ng fast Sport

ถึงแม้จะอธิบายบุคลิกของรถได้ค่อนข้างดี

แต่ F อย่างเป็นทางการมาจาก Fuji Speedway สนามที่ถูกใช้เป็นสนามบ้านและสนามทดสอบสำคัญของโครงการ F

Toyota/Lexus เอารถไปเค้นกันที่สนามจริง ไม่ใช่แค่เอาโลโก้ F ไปแปะกันชนแล้วจบ

เพราะแนวคิดของ F คือ

“รถมันต้องถูกสนามแข่งสอนก่อน แล้วค่อยกลับมาวิ่งบนถนน”

และสิ่งที่ Lexus ต้องการพิสูจน์ก็คือ

“ถ้า BMW มี M division
Mercedes มี AMG
Audi มี RS

แล้ว Lexus จะทำอะไรได้บ้างวะ?”

คำตอบคือ... Sleeper car คันแรกของ Lexus

IS F ส่วนคำว่า IS ไม่ได้แปลว่า IS หรือ อิส ที่แปลว่าคือ นะ แต่ย่อมาจาก "Intelligent Sport"

วันที่ 7 มกราคม 2007 Lexus เอา IS F Prototype ไปเปิดตัวที่ North American International Auto Show หรือ Detroit Auto Show

พร้อมกับ LF-A Prototype

สองคันนี้ถือเป็นการประกาศให้โลกเห็นว่า

“เออ Lexus ก็ทำรถแรงเป็นเหมือนกันนะ”

ภายนอก ถึงจะยังดูเป็น IS อยู่ แต่จริง ๆ แล้วโป่งซุ้มล้อทั้งหน้าและหลังถูกขยายออกแบบเนียน ๆ จนคนทั่วไปแทบดูไม่ออก พร้อม Aero Parts ที่สปอร์ตขึ้น และช่องดักลมที่ใช้งานได้จริง

รหัส ตัวถังที่แตกต่างใช้ชื่อ USE20 ต่างจาก รหัสเดิมของ Lexus IS ธรรมดา ที่ใช้รหัส XE20

ล้อแม็ก 19 นิ้ว 10 ก้าน มีให้เลือกทั้งแบบปกติและ Diamond Cut

แต่สิ่งที่ทำให้มันไม่ใช่ “Camry Extremo หรือ ISโง่ๆ
ก็คือท่อไอเสีย 4 ท่อที่ซ้อนกันอยู่ตรงกันชนหลัง
แค่เห็นจากด้านหลังก็รู้แล้วว่า
ไอ้คันนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน ถึงไม่รู้จัก IS F ก็ตาม

และ IS F ไม่ได้มาแบบเล่นๆหรือแค่ชุดแต่ง

เพราะใต้ฝากระโปรงไม่ได้เป็น V6 แล้วใส่สติ๊กเกอร์ F

แต่มันคือ...

2UR-GSE

V8 5.0L DOHC

พัฒนาโดยใช้พื้นฐานจากตระกูล 2UR และร่วมพัฒนากับ Yamaha

ใช้ระบบ D-4S ที่รวม Direct Injection กับ Port Injection

กำลังในสเปกเปิดตัวญี่ปุ่นอยู่ที่ 423 PS

แรงบิด 505 Nm

ขับเคลื่อนล้อหลัง

และส่งกำลังผ่านเกียร์

8-Speed Sport Direct Shift

กับTop Speed 270 km/h
เกียร์ 8-Speed SPDS อัตราทดตั้งแต่ 4.596 ในเกียร์ 1 ไปจนถึง 0.685 ในเกียร์ 8
พูดง่าย ๆ คือ เกียร์ 1 เอาไว้กระชากคอ ส่วนเกียร์ 8 เอาไว้ให้ตำรวจเห็นแค่ไฟท้าย

พูดง่าย ๆ คือ Lexus เอา Sedan ที่หน้าตาโดยรวมยังดูเหมือน IS ธรรมดา...

แล้วเอา V8 5.0L ยัดเข้าไปข้างหน้า ปรับโครงสร้างใส่โป่ง

นี่มัน Camryขับหลัง ที่หลงเข้าห้องCraft ของLexus หรือยังไงวะ

แต่ความบันเทิงจริงๆ อยู่ที่เครื่องยนต์

2UR-GSE เป็น V8 มุม 90 องศาแบบ cross-plane crankshaft

การจัด crankshaft แบบนี้ไม่ได้ให้เสียงแหลมและถี่แบบ V8 ที่ใช้ flat-plane crankshaft ซึ่งพบในรถสปอร์ตบางประเภท

แต่จะให้เสียงที่มีจังหวะ

“บึ้ม...บึ้ม...บึ้ม...บึ้ม...”

หนาและทุ้มกว่า

เพราะการจัด crankpin ของ cross-plane ทำให้ลำดับ firing และจังหวะ pulse ของไอเสียในแต่ละ bank ไม่ได้เรียงตัวแบบสม่ำเสมอเหมือน flat-plane

ผลที่ได้คือเสียง V8 ที่มี character หนัก ๆ

โดยเฉพาะตอนรอบต่ำและกลางจะรู้สึกถึงเสียง pulse ของเครื่องค่อนข้างชัด

พอรอบสูงขึ้นก็เริ่มแผดขึ้นมา แต่ยังมีความ “หนา” ของ V8 อยู่

ดังนั้นถ้าคุณเคยฟังเสียงของ IS F แล้วรู้สึกว่า

“ทำไมแม่งเหมือน American V8 มากกว่า BMW M3 วะ?”

ส่วนหนึ่งก็มาจาก architecture ของเครื่องและลักษณะ exhaust pulse นี่แหละ

ไม่ใช่เพราะ Lexus แอบเอาเครื่อง Corvette มายัด

แต่เป็นเพราะมันเลือก character ของ V8 คนละแนว

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ IS F มีเสียงเป็นของตัวเอง

ไม่หวาน ไม่บาง และไม่พยายามเลียนแบบ Ferrari

มันออกแนว

กูเป็น Lexus แต่ V8กูต้องกระหึ่มเหมือนกันนะ

แล้ว Lexus ยังไม่ได้หยุดแค่การยัดเครื่องแล้วจบ

ตัวรถถูกปรับใหม่ทั้งช่วงล่าง เบรก ล้อ ยาง ตัวถัง และระบบควบคุมต่าง ๆ

และที่สำคัญ
รถIS F ทุกคันผ่านการประกอบและตรวจสอบโดย Takumi หรือช่างฝีมือของ Lexus ที่ผ่านการฝึกฝนเฉพาะทาง
คนพวกนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ขันน็อตให้แน่นแล้วจบ

และมันถูกทดสอบทั้งที่ Fuji Speedway และสนามอื่น ๆ เพื่อให้สมรรถนะของรถไม่ได้มีแค่ตัวเลขบนกระดาษ

และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของตระกูล Lexus F

หลังจากนั้นเรื่องราวก็ไม่ได้จบที่ IS F...
เพราะ Lexus ยังมีโปรเจกต์อีกคันที่เปิดตัวมาพร้อมกันในปี 2007

รถที่ตอนแรกใช้ชื่อว่า LF-A

ก่อนจะกลายเป็น

Lexus LFA

และตรงนั้นแหละ...

เรื่องของ Lexus ที่พยายามพิสูจน์ว่า

“พวกเขาก็ทำรถแรงให้ชาวโลกรู้ได้เหมือนกัน ได้เหมือนกัน”

ถึงจะเริ่มเข้าสู่ระดับที่บ้ากว่าเดิมอีกหลายเท่า เรื่องราวนี้จะเชื่อมโยงกับต้นกำเนิด ของ LFA แต่ เราจะมาพูดถึง IS F กัน ต่อ

หลังจากเปิดตัวในปี 2007 แล้ว IS F ก็ไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ เพราะ Lexus ค่อย ๆ ปรับปรุงมันตลอดอายุการผลิต
ปี 2010 ได้ Torsen L*D และล้อ forged 19 นิ้วลายใหม่แบบ 10 ก้าน พร้อมปรับปรุงระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ USB/Bluetooth

ปี 2011 มีการปรับช่วงล่างและพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่ เพิ่ม LED Daytime Running Lights และที่เห็นชัดในห้องโดยสารคือ เรือนไมล์ใหม่ที่มีรอบเครื่องขนาดใหญ่ตรงกลาง พร้อมรายละเอียดภายในที่ปรับใหม่
หลังจากนั้น Lexus ยังค่อย ๆ ปรับช่วงล่างและพวงมาลัยต่อในปี 2012–2013 ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโมเดล โดยไม่ได้มี Facelift ใหญ่แบบเปลี่ยนหน้าตาทั้งคัน แต่เป็นการ ค่อย ๆ ขัดเกลารถทีละจุด
มากกว่า

กำลังเครื่องในตลาดสหรัฐฯ ยังคงอยู่ที่ 416 hp สำหรับ IS F รุ่นท้าย ๆ ดังนั้นไม่ได้มีการเพิ่มแรงม้าแบบก้าวกระโดดอย่างที่บางข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเข้าใจกัน

สุดท้าย IS F ก็ยุติการผลิตในปี 2014 หลังอยู่ในตลาดประมาณ 7 ปี และ Lexus ก็ส่งไม้ต่อให้ RC F ในปี 2015 ซึ่งใช้ V8 5.0L ที่พัฒนาต่อจนให้กำลัง 467 hp

แต่เรื่องราวของ IS ที่มี V8 ก็ยังไม่ได้ตายสนิท...
ในปี 2022 Lexus เปิดตัว IS 500 F SPORT Performance พร้อม V8 5.0L NA กำลัง 472 hp และระบบขับเคลื่อนหลัง แต่ Lexus จัดมันอยู่ในตระกูล F SPORT Performance ไม่ใช่ F โดยเป็นโมเดลแรกของระดับใหม่นี้

เพราะฉะนั้น ถึง IS F จะหายไป...
สายพันธุ์ F ก็ไม่ได้หายไปไหน
มันอาจหายจากตลาดไปสักพัก แต่แนวคิดของมันยังถูกส่งต่อ ทั้งในสาย F, F SPORT Performance และฝั่ง GR – Gazoo Racing ของ Toyota
IS F จึงเป็นรถที่พิสูจน์ให้เห็นว่า...
Lexus ไม่ได้มีดีแค่รถหรูที่นุ่ม เงียบ และขับไปตีกอล์ฟ

แต่พวกเขาก็สามารถสร้างรถที่ทั้ง หรู ดิบ แรง และสนุก จนขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีเดียวกับรถ Performance จากยุโรปได้
และเรื่องราวของตัว F...
อาจหยุดไปเป็นช่วง ๆ แต่ยังไม่จบง่าย ๆ แน่นอน

แต่ต่อให้เป็น IS F เครื่อง V8 5.0L พ่อแม่ของแอดมินเขาก็ยังมองว่ามันคือ Camry Extremo ขับหลังที่ กินน้ำมันกว่าเดิม แค่นั้น🥲

Address

London

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ShiftzPattern posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Sponsored

Share