DD2U by Digiland Thailand - รถไอทีเคลื่อนที่

DD2U by Digiland Thailand - รถไอทีเคลื่อนที่ รถ DD2U เป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รั?

แนวคิดผู้บริหารญี่ปุ่น พลิกวิกฤตสายการบิน JAL จากล้มละลาย สู่กำไรอีกครั้งเชื่อมั้ยครับ..? คืนก่อนผมนั่งอ่านเรื่องราวของผ...
30/12/2015

แนวคิดผู้บริหารญี่ปุ่น พลิกวิกฤตสายการบิน JAL จากล้มละลาย สู่กำไรอีกครั้ง

เชื่อมั้ยครับ..? คืนก่อนผมนั่งอ่านเรื่องราวของผู้นำคนนึง
อย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลา
มองนาฬิกาอีกทีตี 2 กว่าแล้ว ลืมเวลาไปเลยเพราะประวัติขอท่านน่าสนใจมากๆ
ผู้นำคนนี้เป็นชาวญี่ปุ่่นที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกชื่อ Kyocera ตั้งแต่อายุ 27
และคุมบังเหียนในฐานะผู้บริหารมานานแล้วกว่า 56 ปี
มีผลกำไรตลอดไม่เคยขาดทุนแม้แต่ปีเดียว
มิหนำซ้ำ ยังได้รับเชิญให้เป็น CEO ของสายการบิน JALในวัย 78 ปี
ขณะที่สายการบิน JAL ประสบภาวะขาดทุนล้มละลาย
แต่สามารถแก้วิกฤตให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งมีกำไร
และกลับเข้ามาสู่ตลาดหุ้นได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 3 ปี
และ“ขอไม่รับค่าตอบแทนแม้แต่เยนเดียว”

inamori
ผู้บริหารท่านนี้ชื่อว่า “ดร. Kazuo INAMORI”
ผู้ที่คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะนักธุรกิจประเทศญี่ปุ่นให้ความเคารพเป็นอย่างมาก
ในฐานะผู้บริหารผู้เสียสละต่อส่วนรวม

ก่อนที่ JAL จะประสบวิกฤตหนัก คุณ INAMORI ได้รับเชิญจากรัฐบาล
ให้ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดบริหารอยู่หลายครั้ง แต่ได้ทำการปฏิเสธไป
เพราะเห็นว่าตนไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจการบิน และคิดว่าตัวเองยังไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้
ครอบครัวและเพื่อนฝูงทุกคนก็ไม่เห็นด้วยกับการเข้าไปรับตำแหน่งนั้น

แต่มี 3 เหตุผลหลักที่ทำให้สุดท้ายคุณ INAMORI ตัดสินใจรับตำแหน่งนั้นคือ
1. เพื่อเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น
ถ้าสายการบิน JAL ล้มละลายไปทั้งๆแบบนี้ จะส่งผลร้ายอย่างมากต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
เนื่องจากเป็นสายการบินประจำชาติ มีรายได้ถึง 2 ล้านล้านเยน และมีพนักงานเกือบ 50,000 คน
ถ้าบริษัทนี้ต้องล้มละลายซ้ำเป็นครั้งที่สองจะยิ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ตกต่ำอยู่แล้ว

2. เพื่อพนักงานที่ยังอยู่
ถึงแม้แผนการฟื้นฟูสายการบินทำให้ต้องลดพนักงานถึง 16,000 คน
แต่สายการบินยังเหลืออีก 3 หมื่นกว่าชีวิต
จึงต้องปกป้องสิทธิในการทำงานกับพนักงานเหล่านี้
inamori

3. เพื่อผู้โดยสาร
ถ้าประเทศญี่ปุ่นมี 2 สายการบินใหญ่อย่าง JAL และ ANA อยู่จะก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างสมบูรณ์
เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกว่าเดิม ถ้าหายไปสายการบินใดสายการบินหนึ่งจะทำให้เกิดการผูดขาด
แค่บริษัทเดียว ส่งผลให้ค่าโดยสารแพงขึ้น คุณภาพการบริการต่ำลง

ด้วยเหตุผลเหล่านี้คุณ INAMORI ถึงได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า
“ผมจะรับคำเชิญเพื่อดำรงตำแหน่งผู้บริหารสายการบิน JAL”
“แต่ผมจะไม่ขอรับค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้นๆ”
“ถ้าผิดพลาดในการฟื้นฟูสายการบิน JAL จะส่งผลต่อกำลังใจและเกียรติของพนักงานที่ผมสร้างมากับมือที่ Kyocera และ KDDI ด้วย”
“ผมจะบริหารที่นี่โดยใช้ปรัชญาเดียวกับ Kyocera คือ
สร้างความสุขให้กับพนักงาน เพื่อพนักงานจะได้รู้สึกรักและ
เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จขององค์กร และจะมุ่งมั่นพยายาม
ทำให้องค์กรฟื้นฟูขึ้นมาได้”

ในยามวิกฤติ เก่งอย่างเดียวอาจจะไม่พอ
ต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์ผ่านโลกมาเยอะ
คุณ INAMORI เป็นแบบอย่างที่ดี ของผู้บริหารที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
ผมขอยกย่องท่านนี้จริงๆครับ !
แล้วคุณล่ะชอบแนวความคิดของท่านหรือไม่?

We are here ^^
22/12/2015

We are here ^^

20/12/2015
17/12/2015

แค่เสียบปลั๊ก TP-LINK HS100 เปลี่ยนบ้านธรรมดาเป็นสมาร์ทโฮมอย่างง่ายดาย

TP-LINK ผู้นำนวัตกรรมระบบเครือข่ายภายในบ้านและองค์กร เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ชีวิตของผู้ใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น ล่าสุดเปิดตัว Wi-Fi Smart Plug รุ่น HS100 อุปกรณ์ตัวจิ๋วแต่แจ๋วที่สามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในบ้านได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมใดของโลก อาทิ ควบคุมการเปิดปิดของไฟส่องสว่างได้เป็นปกติแม้ไม่มีใครอยู่บ้าน, เปิดเครื่องปรับอากาศให้ทำงานก่อนถึงบ้าน หรือการตั้งเวลาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ทำงานอัตโนมัติ และให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยยิ่งขึ้นกับคุณสมบัติทามเมอร์ที่ตั้งเวลาปิดการทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ จึงทำให้ไม่ต้องกังวลกับปัญหาการเสียบปลั๊กอุปกรณ์ทิ้งไว้อีกต่อไป ควบคุมการทำงานด้วยแอพลิเคชั่น Kasa ผ่านสมาร์ทโฟนทั้งในระบบปฏิบัติการ IOS และ Android...TP-LINK HS100 Wi-Fi Smart Plug ตัวนี้เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งสินค้าของ TP-LINK ที่จะฮอตฮิตทุกบ้านอย่างแน่นอน ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TP-LINK โทร 0-2440-0763 หรือ facebook.com/tplinkenterprisesthailand

คำถามที่พบบ่อย FAQ

http://www.tp-link-thaiforum.com/forum/index.php?board=14.0

ติดตาม Product Review

http://www.tp-link-thaiforum.com/forum/index.php?board=20.0

SMC Networks, ขอแจ้งยกเลิกสายการผลิต (End Of Life) ผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย ดังต่อไปนีLAN Card Router/ADSL Mode...
04/12/2015

SMC Networks, ขอแจ้งยกเลิกสายการผลิต (End Of Life) ผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย ดังต่อไปนี

LAN Card Router/ADSL Modem Wireless Switches
- SMC1255TX-2
- SMC9452TX-2

Router/ADSL Modem
- SMC7901BRA5
- SMC7904WBRA-N2
- SMC7904WBRAS-N2 v2

Wireless
- SMCWPCIeS-N
- SMCWPCIeS-N5
- SMCWPCI-N3
- SMCWUSBS-N4
- SMCWBR14S-N3
- SMCWBR14S-N5
- SMCWEB-N2
- SMCWBR14-N5

Switches
- SMCFS501
- SMCFS801
- SMCFS801P
- SMCFS1601
- SMCFS2401
- SMCGS502
- SMCGS802
- SMCGS801P
- SMCGS1601 – GS1610
-SMCGS1601P
- SMC2401/GS2410

สำหรับสินค้าที่ทางบริษัท แจ้งยกเลิกสายการผลิตของผลิตภัณฑ์ข้างต้น ทางบริษัทฯ จะทำการรับประกัน
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต่ออีก 2 ปี (สิน้ สุดการรับประกันวันที่ 31 ธันวาคม 2559) นับจากวันที่ได้ประกาศยกเลิกสายการผลิต
ดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังจากวันที่มีการประกาศยกเลิกสายการผลิต ลูกค้ายังคงหาซือ้ สินค้ารุ่นดังกล่าว ได้จนกว่า
สินค้าจะหมด

http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000129279
21/11/2015

http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000129279

ปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาตระหนักถึงความต้องการและความจำเป็นที่แท้จริงของตนเอง หลายๆ คนอาจจบลงที่การดำเนินชีวิตต่อไปในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งเชอริล คอนเนลลี่ ผู้จัดการฝ่ายคาดการณ์ทิศทางความต้องการของผู้บริโภคระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เผยว่าผู้คนในปัจจุบันพร้อมแล้วที่จะใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่คุ้มค่า

เมื่อพายุมาเป็นลูกค้ารายแรกของวันนี้ ร้านแทบพัง อ๊ากๆๆ
20/11/2015

เมื่อพายุมาเป็นลูกค้ารายแรกของวันนี้ ร้านแทบพัง อ๊ากๆๆ

พบกับสินค้าไอทีราคาพิเศษ แบะกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายที่งานเทศกาลนมัสการ องค์พระปฐมเจดีย์ ได้ตั้วแต่วันนี้ - 6/12/2558 นำเอก...
19/11/2015

พบกับสินค้าไอทีราคาพิเศษ แบะกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายที่งานเทศกาลนมัสการ องค์พระปฐมเจดีย์ ได้ตั้วแต่วันนี้ - 6/12/2558 นำเอกสารนี้ไปโชว์ที่บูธของเรามีความลดพิเศษครับ

07/11/2015

มีเรื่องเล่าในหมู่นักธุรกิจญี่ปุ่นที่มาลงทุนหรือมาทำงานกันในเมืองไทยว่า เจ้าของ 7-11 นั้น รักชอบเจ้าสัวธนินท์แห่งซีพีมากมายนัก เพราะจู่ๆ ก็ได้ช่วยกวาดต้อนเอาอุตสาหกรรมโชห่วยของไทย มาประเคนให้อยู่ในมือของพวกเขา แถมยังมีความซื่อสัตย์มั่นคง ไม่เคยผิดสัญญา ใช่ว่าพอสอนให้ทำเป็นแล้ว ก็ไปเปิดธุรกิจคล้ายคลึงกันขึ้นมาแข่ง เหมือนที่เจ้าสัวรายอื่นของไทยเคยทำไว้กับคู่ค้าที่เป็นต่างชาติ ซึ่งบางรายถึงกับฟ้องร้องกันในต่างประเทศจนเป็นเรื่องใหญ่โต

อันที่จริง ความสำเร็จของ 7-11 ในเมืองไทยนั้น ต้องให้เครดิตกับคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

แต่ทว่า แม้ญี่ปุ่นจะรักชอบและพอใจในผลงานของซีพีสักเพียงใด พวกเขาก็ยังไม่ยอมอนุญาติให้ซีพีขยายสิทธิแฟรนไชส์ไปสู่ประเทศอื่น ทั้งๆ ที่ทางไทยเพียรขอร้องญี่ปุ่นตลอดมา ว่าต้องการขยายสิทธิแฟรนไชส์ 7-11 ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย และไปสู่ประเทศจีน โดยถ้าทางญี่ปุ่นยังไม่มั่นใจ ก็จะขอเริ่มจากบางมณฑลก่อน ไม่จำเป็นต้องได้สิทธิทั้งประเทศจีนก็ได้

แม้ผลงานในเมืองไทยจะน่าประทับใจ ทว่าญี่ปุ่นก็ยังคงสงวนท่าที ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ว่าจะยอมอนุญาติให้ซีพีขยายสิทธิแฟรนไชส์ออกนอกประเทศไทยหรือไม่อย่างไร

สไตล์ญี่ปุ่นก็เป็นแบบนี้แหล่ะ แม้จะสนิทสนมกัน แต่ก็ใช่ว่าจะอ่านพวกเขาออกง่ายๆ

ถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านหลายคนคงสงสัยว่า ทำไมซีพีไม่ทำเองซะเลยหล่ะ เพราะยังไงก็ทำเป็นอยู่แล้ว เปิดเป็น Brand ของตัวเองไปเลยสิ

คำตอบ ถ้าให้เดา คือซีพีไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำสำเร็จ ถ้าไม่มีชื่อและระบบของ 7-11 หนุนหลังอยู่

อีกอย่าง หากซีพีเกิดบุกไปด้วย Brand ตัวเอง ก็จะทำให้ญี่ปุ่นมีข้ออ้างที่จะยกสิทธิแฟรนไชส์ให้คู่แข่งรายอื่น ทำให้ตัวเองชวดโอกาส หรือไม่ก็ต้องไปแข่งกับ 7-11 ในต่างประเทศ ซึ่งคงจะเอาชนะได้ยาก เพราะศิษย์หรือจะล้างครูได้

ทุกวันนี้ ซีพีต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของ 7-11 อยู่อย่างยากที่จะสลัดหลุด เพราะ 7-11 ใช้วิธี Download ระบบซอฟท์แวร์ที่ใช้บริหารจัดการเครือข่ายระบบค้าปลีกทั้งระบบแบบครบวงจร ตั้งแต่ระบบ Supply Chain ระบบหลังบ้าน หน้าบ้าน สต๊อก Big Data Analytic และ CRM

ญี่ปุ่นใช้วิธีให้ซีพีต้องพึ่งพาโดยการ Upgrade Version ของระบบซอฟท์แวร์บ่อยๆ เพื่อพันธนาการให้ซีพีต้องพึ่งพาตลอดไป

โดยญี่ปุ่นในฐานะเจ้าของความรู้และเจ้าของ Brand จะได้รับค่าตอบแทนตามสัญญาเป็นเงินเท่ากับ 1% ของยอดขาย

ท่านผู้อ่านคิดว่า 1% ของยอดขายนั้น ดูเหมือนน้อย แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจค้าปลีกมีอัตรากำไรสุทธิหรือ Profit Margin ไม่มาก ดังนั้น 1% ของยอดขาย อาจหมายถึง 40-50% ของกำไร ได้ง่ายๆ

ผมยกตัวอย่างว่า ยอดขายของ 7-11 ในประเทศไทยทั้งหมดในปี 2557 ที่ผ่านมา เท่ากับ 326,410 ล้านบาท แต่มีกำไรสุทธิเพียง 10,153 ล้านบาท ดังนั้น 1% ของยอดขาย คือเท่ากับ 3,264 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 35% ของกำไรสุทธิ (เห็นรึยังครับว่าทำไมซีพีถึงต้องพยายามเพิ่ม items ของสินค้าที่เป็นของซีพีเอง เข้าไปในร้าน 7-11 ให้มากขึ้นเรื่อยๆ)

คิดง่ายๆ ว่าถ้าซีพีต้องจ่ายญี่ปุ่นต่อปีประมาณนี้ ดังนั้น 10 ปีที่ผ่านมา ก็เท่ากับซีพีจ่ายไปแล้วประมาณ 32,000 ล้านบาท

ยิ่ง 7-11 ในประเทศไทยขยายสาขามากขึ้น และขายได้มากขึ้น ยิ่งต้องจ่ายให้กับญี่ปุ่นมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

เห็นรึยังครับว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงรักชอบเจ้าสัวธนินท์

มาถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านคงสงสัยเหมือนกับผมว่า ทำไมซีพีซึ่งเป็นกิจการยักษ์ใหญ่ มีเงินทุนมหาศาล มีบุคลากรที่มีการศึกษาจำนวนมาก ทำไมถึงไม่คิดที่จะลงทุนเขียนซอฟท์แวร์ขึ้นมาใช้เอง จะได้พึ่งพิงญี่ปุ่นให้น้อยลง และในที่สุดจะสามารถสร้าง Brand ของตัวเองขึ้นมาได้

ผมคิดว่า ซีพีคงอยากจะทำ แต่เนื่องจากเงื่อนไขของสัญญาผูกมัดอยู่ และอีกข้อหนึ่งคือ การที่จะเขียนซอฟท์แวร์ขึ้นมาเองนั้น ทำได้ยากมาก เพราะในเมืองไทยเรา ไม่มีบุคลากรที่จะทำได้ถึงเพียงนั้น

มันเป็นปัญหาของระบบการศึกษาและวิธีคิดของผู้ประกอบการไทยทั้งระบบ

คือผู้ประกอบการไทย ถนัดแต่การซื้อมาขายไป Buy Low/Sell High หรือไม่ก็ซื้อความรู้หรือเทคโนโลยีจากต่างประเทศมา แล้วทำการ Monopoly โดยลงทุนกับการเมืองในประเทศ (เนื่องจาก Profit Margin ต่ำ เพราะต้องจ่ายค่าเช่าความรู้หรือเช่าเทคโนโลยีให้กับเจ้าของซึ่งเป็นกิจการต่างชาติ)....แล้วก็พอใจแค่นั้น

ส่วนมหาวิทยาลัยของไทย ก็ไม่สามารถผลิตวิศวกร หรือโปรแกรมเมอร์ที่มีความรู้พอที่จะสร้างระบบซอฟท์แวร์ขนาดนี้ขึ้นมาได้

ในประเทศไทยเรา มีการเรียนการสอนวิศวกรรมศาสตร์มาถึง 100 ปีแล้ว แต่เราก็ไม่สามารถสร้างหรือผลิตเครื่องจักรกลที่จำเป็นต้องใช้ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ หรือแม้กระทั่งรถจักรยานยนต์ หรือ Machine Tools ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาประเทศ (ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เช่นทุกวันนี้คนไทยนิยมดื่มกาแฟ แต่รู้ไหมว่าเครื่องชงกาแฟเกือบทั้งหมดต้องสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ จำนวนไม่น้อย ราคาเกินแสนบาทต่อเครื่อง)

องค์ความรู้ของเรามีเพียงแค่ระดับ 6-7-8-9-10 แต่ในระดับ 0-1-2-3-4-5 นั้นยังขาดอยู่มาก (อ่านว่า "ศูนย์-หนึ่ง-สอง-สาม-สี่-ห้า”)

เช่น เรามีคณะวิศวกรรมมาช้านาน แต่พอจะคิดผลิตรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เอง เราก็ต้องสั่งเครื่องจักรเข้ามา (ซึ่งเจ้าของที่เป็นฝรั่งของต้องคิดราคาแพงอยู่แล้ว) สั่งวัสดุที่ผสมแล้วเข้ามา สั่ง Mold เข้ามา สั่งเครื่องยนต์เข้ามา แล้วค่อยประกอบเอง

คนของเราอาจมีความรู้ในระดับที่ออกแบบรถยนต์ได้ รู้ทฤษฎีแอร์โรไดนามิก วางแผนการตลาดและขายรถยนต์เป็น รู้จัก Market Segmentation รู้เรื่อง Branding ดีมาก แต่เราไม่สามารถหล่อลูกสูบได้ สร้าง Mold และ สร้างเครื่องยนต์เองเป็น

หรือเรามีคณะเภษัชศาสตร์มาช้านาน แต่ไม่มีใครผลิตยาเองได้ เพราะไม่มีองค์ความรู้ในระดับการผลิต "สารตั้งต้น" เป็นต้น (ทั้งๆ ที่แต่ละปี คนไทยเราบริโภคยาคิดเป็นมูลค่ามหาศาล)

การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมแทบทุกชนิดในเมืองไทย มีลักษณะเป็นแบบนั้น ซึ่งทำให้ต้นทุนสูง และไม่มีทางจะไปแข่งขันกับใครได้ในตลาดโลก

เพราะเรารู้แต่เพียงเปลือกกระพี้ โดยมิได้เข้าถึงแก่นสารของความรู้ที่จะมาเป็นประโยชน์ได้จริง

นั่นคือสถานะของสังคมการผลิตไทยในปัจจุบัน

จึงไม่แปลกที่เราเป็นได้แต่เพียงผู้รับจ้างทำของ

แม้กระทั่งกิจการขนาดยักษ์ใหญ่ที่สุดของเรา ก้าวหน้าที่สุดของเรา ร่ำรวยที่สุดของเรา อย่าง ปตท. ซีพี เอสซีจี เหล่านี้ยังขาดแคลนความรู้ในระดับ 0-1-2-3-4-5 อยู่มาก

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า "เทคโนโลยี" หรือ "นวัตกรรม" หรือ "R&D” หรือ "ต่อยอด" "โนว์ฮาว" สุดแท้แต่จะเรียก

การจะปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศเสียใหม่ เราจำเป็นต้องมี "0-1-2-3-4-5” ในทุกๆ วงการ มิใช่เฉพาะเพียงวงการวิทยาศาตร์หรือเทคโนโลยีหรือวงการออกแบบเท่านั้น เพราะมันจะสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างให้สินค้าของพวกเราแตกต่าง และจะช่วยให้เราไต่ Value Chain ได้

ไม่ว่าคุณเกี่ยวข้องกับความรู้ด้านไหน คุณต้องรู้ 0-1-2-3-4-5 ให้ได้

เช่นถ้าคุณเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลที่ไปเรียนในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ คุณก็จำเป็นต้องนำ 0-1-2-3-4-5 กลับมาสอนคนของเรา อย่าเอามาแต่เพียง 6-7-8-9-10

และถ้าคุณเป็นผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ คุณก็ต้องเริ่มที่จะลงทุนใน 0-1-2-3-4-5 เสียที จะได้ลดการพึ่งพิงความรู้หรือเทคโนโลยีจากต่างประเทศลง เพราะมันแพง และคุณจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิด นอกเสียจาก ต้อง Monopoly ตลาด เหมือนกับ 7-11

โลกยุคใหม่ เป็นโลกของ 0-1-2-3-4-5

กิจการที่เราเขียนถึงในเล่มนี้ เช่น UBER, airbnb, wework หรือ TripAdvisor เป็นต้น
เหล่านี้ พวกเขาล้วนเป็นเจ้าของ “0-1-2-3-4-5”

UBER ให้บริการแท็กซี่ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของแท็กซี่แม้แต่คันเดียว

airbnb ให้บริการจองและเช่าที่พัก แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของโรงแรม อพาร์ตเม้นต์ ห้องเช่า เกสต์เฮ้าส์ หรือแม้แต่โฮมสเตย์ แม้แต่ห้องเดียว

wework ให้บริการเช่าสำนักงานพร้อมเครื่องใช้สำนักงานที่เรียกว่า co-working space ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของอาคารสำนักงานเลยแม้แต่น้อย

TripAdvisor เป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและประเมิน Rating สำหรับบริการท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลก ก็มิได้มีนักวิจารณ์ที่คอยให้ Rating เป็นของตัวเองแม้แต่คนเดียว

ถ้าอย่างนั้น พวกเขามีอะไรเป็น Core Asset เล่า? Business Model ใหม่หรือเปล่า?

เปล่าเลย...แท็กซี่ โรงแรม ห้องพัก และการให้เช่าสำนักงาน ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด

“กึ๋น" ของพวกเขา คือ คอมพิวเตอร์ ระบบซอฟท์แวร์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ใช้บริหารจัดการระบบเครือข่ายการให้บริการของพวกเขา

พวกเขาคือ "ผู้ประกอบการคนหนึ่ง มากับคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง พร้อมกับซอฟท์แวร์ชุดหนึ่ง" แล้วก็มาปฏิวัติวงการบริการ ที่เรียกว่า Disruption นั่นเอง

พวกเขาเหมือนกับ หงา คาราวาน ที่มากับกีตาร์ตัวหนึ่ง แล้วก็ขับขานบทกวี โดยที่ ไมค์โครโฟน เวที เครื่องเสียง ล้วนเป็นของคนอื่น แต่ทว่า สามารถกุมหัวใจของคนฟังได้ด้วย บทกวี บทเพลง และเมโลดี ที่กินใจ

หากว่า ผู้มีอำนาจและผู้ประกอบการน้อยใหญ่ของเราขบคิดประเด็นที่ผมพูดมานี้ได้ "แตกฉาน" เราก็ยังคงมีความหวังว่าจะสามารถ "ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ" หรือ "ปรับโครงสร้างระบบการผลิต" หรือ "สร้างมูลค่าเพิ่ม" หรือ "สร้างนวัตกรรม" หรือ "เสริมสร้างความสามารถเชิงแข่งขัน" ของเราได้ ในอนาคต

credit: ทักษ์ศิล ฉัตรแก้ว
ที่มา: http://mba-magazine.blogspot.com/2015/10/blog-post_25.html

http://www.thaipr.net/it/659172
31/10/2015

http://www.thaipr.net/it/659172

Commart Comtech 2015Date :05 พ.ย. -08 พ.ย. 2558Time :10.00-20.00คอมมาร์ต คอมเทค 2015 มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีส่งท้ายปี จัดโดย บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 5 8 พฤศจิกายน 2558 เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นัดรวมพลคนไอทีเต็มพื้นที่ กับงานไอที Solution อ่…

ที่อยู่

JODD FAIRS Ratchada
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

02-642-8700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ DD2U by Digiland Thailand - รถไอทีเคลื่อนที่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท