Motor Thailand ข่าวสารยานยนต์ นวัตกรรม เทคโนโลยี ข่าวสารยานยนต์ นวัตกรรม เทคโนโลยี การเดินทางท่องเที่ยว

10/08/2026

ฟิลิปปินส์ ยกระดับประเทศขึ้นเป็น "ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่" ในภูมิภาคอาเซียน เปิดศึกแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงกับไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม
Motor Thailand

มิตซูบิชิ ดัน ไฮบริด เพิ่มสายการผลิตรถยนต์ไฮบริดในประเทศฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรกหลังจากประกาศเข้าร่วมโครงการส่งเสริมรถยนต์...
10/08/2026

มิตซูบิชิ ดัน ไฮบริด เพิ่มสายการผลิตรถยนต์ไฮบริดในประเทศฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรก

หลังจากประกาศเข้าร่วมโครงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EVIS) ของรัฐบาล มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฟิลิปปินส์ (MMPC) เตรียมลงทุนเพิ่มอีก 7 พันล้านเปโซหรือประมาณ 3,800 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสายการผลิตรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการผลิตรถยนต์ไฮบริดภายในประเทศ

โครงการ EVIS (Electric Vehicle Incentive Strategy) คือมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ จัดตั้งขึ้นภายใต้ คำสั่งประธานาธิบดี เพื่อยกระดับประเทศขึ้นเป็น "ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่" ในภูมิภาคอาเซียน และเปิดศึกแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงกับไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม

มิตซูบิชิ กล่าวว่า แผนการผลิตรถยนต์ไฮบริด (HEV) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโครงการ EVIS การลงทุนเพิ่มสายการผลิตรถยนต์ไฮบริด (HEV) ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ฟิลิปปินส์ เนื่องจากตลาดรถยนต์ในฟิลิปปินส์เน้นการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลักมาโดยตลอด คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตรวมของโรงงานขึ้นอีกราว 20% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ไว้ที่ประมาณ 50,000–60,000 คันต่อปี เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในฟิลิปปินส์ที่นิยมรถยนต์ไฮบริดมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ

ส่วนเป้าหมายในระยะยาวรัฐบาลฟิลิปปินส์และมิตซูบิชิคาดหวังให้โรงงาน Laguna เติบโตจากการผลิตเพื่อใช้ในประเทศ ไปสู่การเป็น ศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์ไฮบริด (Export Hub) ของภูมิภาคในอนาคต

Motor Thailand

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จับมือ Decathlonเติมเต็มประสบการณ์ Active Health Well Being ชวนคนไทยยิ่งแอ็กทิฟ ยิ่งได้รับความคุ้มเป...
10/08/2026

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จับมือ Decathlon
เติมเต็มประสบการณ์ Active Health Well Being ชวนคนไทยยิ่งแอ็กทิฟ ยิ่งได้รับความคุ้ม

เปิดตัวพันธมิตรด้านกีฬาและ Active Lifestyle รายใหม่ เชื่อมการออกกำลังกาย สุขภาพ และนวัตกรรมประกันภัย
พร้อมส่งเสริมให้คนไทยดูแลสุขภาพเชิงรุก ผ่าน Active Health และ TVI Well Point

กรุงเทพฯ 10 สิงหาคม 2569 – บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดแนวคิด “Rewarding Healthy Behaviors” หรือ “ยิ่งดูแลสุขภาพ ยิ่งได้รับความคุ้ม” ผ่านการขยายพาร์ทเนอร์ Active Health Well Being จับมือ Decathlon Thailand แบรนด์กีฬาระดับโลก ร่วมส่งเสริมให้คนไทยใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle และดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงกีฬา สุขภาพ และนวัตกรรมประกันสุขภาพเข้าด้วยกัน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองแบรนด์ที่เชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดย Decathlon เข้ามาเป็นพันธมิตรด้านกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อช่วยให้ผู้คนออกกำลังกาย และเข้าถึง Active Lifestyle ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ประกันภัยไทยวิวัฒน์นำแนวคิดประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ ผ่านประกันสุขภาพ ActiveHealth มาสร้างแรงจูงใจให้การดูแลสุขภาพได้รับคุณค่ากลับคืนมา

Active Health ประกันสุขภาพที่ให้รางวัลกับพฤติกรรมสุขภาพที่ดี

ประกันสุขภาพ Active Health พัฒนาภายใต้แนวคิดประกันที่ให้รางวัลกับคนที่ดูแลตัวเอง ที่เชื่อว่าประกันสุขภาพไม่ควรทำหน้าที่เพียงดูแลเมื่อเกิดการเจ็บป่วย แต่ควรมีส่วนช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนดูแลสุขภาพของตนเองตั้งแต่วันนี้

ผลิตภัณฑ์ ประกันสุขภาพ Active Health “ยิ่งออกกำลังกายเบี้ยยิ่งลดทุกเดือน สูงสุดถึง 40%” ออกแบบให้ลูกค้าชำระเบี้ยประกันแบบรายเดือน พร้อมรับส่วนลดเบี้ยประกันในเดือนถัดไป เมื่อมีออกกำลังกายดูแลสุขภาพตามเกณฑ์ ที่กำหนด โดยมีหัวใจสำคัญคือการส่งเสริมให้ลูกค้าออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการนับ จำนวนก้าวเดิน (Steps) และ ระยะเวลาการออกกำลังกายในระดับ Cardio Zone ในแต่ละวันจากอุปกรณ์ Smartwatch ที่ได้รับทันทีเมื่อซื้อประกันสุขภาพ Active Health

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังพัฒนาสิทธิประโยชน์ Active Health Well Being ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายด้าน อาทิ ด้านสุขภาพ ด้านการท่องเที่ยว และด้านความบันเทิง เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ครบมิติมากขึ้น โดยมี TVI Well Point เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า ผ่านกิจกรรมและสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรที่ร่วมโครงการ

ทั้งนี้ การออกกำลังกายและพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตามเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ Active Health ยังคงเป็นหัวใจหลักของการรับสิทธิประโยชน์ ขณะที่ TVI Well Point ทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสะสมคะแนนเพิ่มเติมจากกิจกรรมของพันธมิตร เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดเบี้ยประกันสุขภาพ Active Health ตามเงื่อนไขของบริษัท

ไทยวิวัฒน์ x Decathlon เติมเต็มพลังของ Active Lifestyle

นางสาวกนกกร สุขสบาย ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และฝ่ายพัฒนาการตลาด บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ประกันภัยไทยวิวัฒน์เชื่อว่าประกันสุขภาพในยุคใหม่ ไม่ควรจำกัดบทบาทเพียงการให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดการเจ็บป่วย แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีในทุกวัน นั่นคือแนวคิดของประกันสุขภาพ Active Health ที่ให้คุณค่ากับพฤติกรรมสุขภาพที่ดี และเปลี่ยนความตั้งใจในการดูแลตัวเองให้ได้รับความคุ้มกลับคืนมา”

“ความร่วมมือกับ Decathlon เป็นก้าวสำคัญในการเติมเต็ม Health Ecosystem ด้วยความครบครันทางด้านกีฬา และเป้าหมายที่ตรงกันในการเปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นเรื่องง่าย สนุก และกลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ยั่งยืน”

Decathlon เติมเต็ม Ecosystem ด้วยพลังของกีฬาและ Active Lifestyle

การจับมือกับ Decathlon Thailand เป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดประสบการณ์ Active Health Well Being ด้วยจุดแข็งของแบรนด์ระดับโลกที่มีพันธกิจในการทำให้การเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้

ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่า “กีฬาคือหัวใจสำคัญและจุดเริ่มต้นของคุณภาพชิวิตที่ดี" Decathlon มุ่งสร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้คนเริ่มต้นดูแลสุขภาพได้ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ผ่านอุปกรณ์ นวัตกรรม และบริการด้านกีฬาที่ครอบคลุมมากกว่า 70 ประเภท ตั้งแต่กิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ฟิตเนส โยคะ ไปจนถึงกีฬากลางแจ้ง และกีฬาเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ฟังก์ชันการใช้งาน และความุ้มค่า เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงกีฬาได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ Decathlon ยังให้ความสำคัญกับการมอบคุณค่ามากกว่าการจำหน่ายแค่การจำหน่ายสินค้า ผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา (Sport Advisor) ทีมเมทที่พร้อมแชร์แพชชั่นและประสบการณ์จริง คอยให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้น ไปจนถึงสายแอคทีฟที่ต้องการพัฒนาศักยภาพในกิจกรรมที่ตนเองสนใจ รวมถึงการขับเคลื่อนกิจกรรมและ Community เพื่อทำให้การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างแท้จริง

นางสาวปิยาภรณ์ ไชยสวัสดิ์ ตำแหน่ง Marketing Director บริษัท ดีแคทลอน ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า "Decathlon มุ่งมั่น 'เชื่อมโยงผู้คนผ่านกีฬา เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการมีสุขภาพที่ดีได้' การเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงกีฬาได้ง่ายขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างสังคมสุขภาพดี ความร่วมมือกับไทยวิวัฒน์ในครั้งนี้ จึงเป็นการต่อยอดพันธกิจร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนการดูแลสุขภาพจากเรื่องที่" 'ควรทำ' ให้กลายเป็นเรื่องที่ 'อยากทำ' ในชีวิตประจำวัน

เมื่อการออกกำลังกายได้รับการซัพพอร์ตครบทั้งอุปกรณ์ นวัตกรรม อินไซต์จากประสบการณ์จริง และแรงจูงใจผ่าน Active Health เราเชื่อว่าจะช่วยให้คนไทยเริ่มต้น Active Lifestyle ได้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว"

เปิดตัวสิทธิประโยชน์ใหม่สำหรับลูกค้าไทยวิวัฒน์

เพื่อฉลองความร่วมมือครั้งนี้ ลูกค้าประกันภัยไทยวิวัฒน์ที่ถือกรมธรรม์ที่ร่วมรายการ สามารถรับส่วนลดมูลค่า 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่ Decathlon ทั้งช่องทางออนไลน์และสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โดยกดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2569

นอกจากนี้ ลูกค้าประกันสุขภาพ Active Health ยังสามารถสแกนรับ TVI Well Point ผ่าน QR Code ที่จุดบริการลูกค้า Decathlon ทุกสาขา เพื่อสะสมคะแนนเพิ่มเติมและนำไปใช้เป็นส่วนลดเบี้ยประกันสุขภาพ Active Health ตามเงื่อนไขของบริษัท

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพ กีฬา ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และความบันเทิง เพื่อสร้างประสบการณ์ Active Health Well Being ที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่าย สนุก และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนยุคใหม่

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพ Active Health และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.thaivivat.co.th หรือ Call Center โทร. 1231

10/08/2026

โตโยต้าและนิสสัน ร่วมใช้เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติจาก Huawei ช่วยลดเวลาพัฒนาซอฟต์แวร์ลงได้หลายปี
Motor Thailand

09/08/2026

พูดแบบตรงๆ เลยนะ
หากนโยบายรัฐเอื้อให้แต่ค่ายรถจีน
หากค่ายรถญี่ปุ่นอยู่ไม่ได้
รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้
Motor Thailand

โตโยต้าไม่ใช่รายเเรกที่ถูกเชิญให้ลงทุนที่อินโดนีเซียอินโดนีเซียและฮุนได (Hyundai Motor) ถือเป็นแบบอย่างที่ประสบความสำเร็...
09/08/2026

โตโยต้าไม่ใช่รายเเรกที่ถูกเชิญให้ลงทุนที่อินโดนีเซีย

อินโดนีเซียและฮุนได (Hyundai Motor) ถือเป็นแบบอย่างที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ช่วงปี 2018–2019 รัฐบาลอินโดนีเซียเดินหน้าอย่างจริงจังในการผลักดันให้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภูมิภาค จึงได้เปิดฉากเจรจาและเชื้อเชิญกลุ่มฮุนไดจากเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลอินโดนีเซียใช้มาตรการส่งเสริมการลงทุนเชิงรุกและสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อจูงใจรอบด้าน เช่น

เสนอการลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมถึงการยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับชิ้นส่วนและยานยนต์ไฟฟ้า

ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างโรงงานและการผลิตในช่วงเริ่มต้น

ให้สิทธิประโยชน์ด้านการส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนโดยปราศจากภาษีศุลกากรภายใต้เงื่อนไขสัดส่วนการผลิตในท้องถิ่น

รัฐบาลช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานจัดเตรียมพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรมพร้อมอำนวยความสะดวกเรื่องสาธารณูปโภคและระบบขนส่ง

สิทธิประโยชน์ด้านห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ อินโดนีเซียมีแร่นิเกิล (Nickel) มากที่สุดในโลก รัฐบาลจึงยื่นข้อเสนอสร้าง ecosystem ยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ซึ่งต่อมาฮุนไดได้ร่วมทุนกับ LG Energy Solution ก่อตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ EV แห่งแรกในประเทศอินโดนีเซีย

ฮุนไดตัดสินใจทุ่มเงินลงทุนในระยะแรกราว 1,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 50,000 ล้านบาท)ก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อ ฮุนได มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง อินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเดลตามัส ใกล้กับเมืองซีคารัง เริ่มเดินสายการผลิตในปี 2022 ผลิตทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า เช่น Hyundai IONIQ 5 และ Creta โดยมีกำลังการผลิตสูงถึง 250,000 คันต่อปี

อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ฮุนไดใช้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ และอินโดนีเซียยังเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับกลยุทธ์ด้านการคมนาคมในอนาคตของ Hyundai Motor โดยโรงงานแห่งนี้จะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านรถยนต์ไฟฟ้า

อินโดนีเซียมีประชากรที่มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ประมาณ 280 ล้านคน จึงเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับการจัดจำหน่ายรถยนต์ที่ผลิตได้ภายในประเทศ นอกจากศักยภาพด้านประชากรและการเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนแล้ว สัดส่วนประชากรส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต ซึ่งมีกำลังซื้อสูงขึ้นและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รวดเร็ว

Motor Thailand

ฮุนไดร่วมฉลอง "ช้างศึก" ฟอร์มแกร่ง! อัดเมียนมา 2-0 คว้าแชมป์กลุ่ม ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ทีมชาติไทยปิดรอบแรก 12 คะแนนเต...
09/08/2026

ฮุนไดร่วมฉลอง "ช้างศึก" ฟอร์มแกร่ง! อัดเมียนมา 2-0
คว้าแชมป์กลุ่ม ASEAN Hyundai Cup™ 2026
ทีมชาติไทยปิดรอบแรก 12 คะแนนเต็ม ชนะ 4 นัดรวดแบบไม่เสียประตู
พร้อมฉลองชัยกับฮุนได ทดลองขับ 9-17 สิงหาคมนี้ รับเสื้อทีมชาติไทยฤดูกาลใหม่

ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงเล่นเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี พบกับ เมียนมา ในศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ท่ามกลางสายฝน และ เสียงเชียร์จากแฟนบอลกว่า 13,026 คน

เกมนี้ยังคงเป็น ทีมชาติไทย ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 โดยได้ประตูแรกจากลูกจุดโทษของ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ในนาทีที่ 11 ก่อนจะมาได้ประตูปิดท้ายในช่วงครึ่งเวลาหลัง ในนาทีที่ 52 จากลูกจุดโทษของ เจะฮานาฟี มามะ ส่งผลให้ทัพช้างศึกเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด มี 12 คะแนนเต็ม โดยไม่เสียแม้แต่ลูกเดียว คว้าแชมป์กลุ่มบี พร้อมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ โดย เจะฮานาฟี มามะ ได้รับรางวัล Man of the Match ในเกมนี้ไปครอง

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ ทีมชาติไทย จะพบกับ สิงคโปร์ รองแชมป์ของกลุ่มเอ โดยรอบรองชนะเลิศ นัดแรก จะบุกไปเยือนก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2569 และจะกลับมาเล่นที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569

การแข่งขัน ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ยังสะท้อนบทบาทของฮุนได มอเตอร์ในการเดินหน้าสนับสนุนฟุตบอลอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นผู้สนับสนุนหลักของ ASEAN Hyundai Cup™ แต่ยังครอบคลุมอีก 3 รายการสำคัญ ได้แก่ ASEAN Club Championship Shopee Cup™, ASEAN Women’s MSIG Cup™ และ ASEAN U-23 Championship™ ภายใต้แบรนด์ ASEAN United FC ต่อยอดบทบาทของฮุนไดในวงการฟุตบอลจากการเป็นพันธมิตรกับ FIFA มาตั้งแต่ปี 1999 สู่การสร้างความใกล้ชิดกับแฟนฟุตบอลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) การแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับแฟนฟุตบอลไทยผ่านกิจกรรมทั้งในและนอกสนาม โดยเฉพาะเกมเหย้าของทัพ “ช้างศึก” ที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศการแข่งขัน พร้อมกิจกรรมที่ต่อยอดความสนุกจากผลการแข่งขันไปยังโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ

ชัยชนะของทัพ “ช้างศึก” ยังเดินหน้าต่อจากในสนามสู่นอกสนามกับกิจกรรม “ถ้าทีมไทยชนะ..ฮุนไดจะแจก! เสื้อทีมชาติไทยที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ” โดยผู้ที่เข้าร่วมทดลองขับรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ณ โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9–17 สิงหาคม 2569 จะได้รับเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ฤดูกาล 2026/2027 มูลค่า 399 บาท จำนวนจำกัดและเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

แฟนบอลสามารถร่วมฉลองชัยชนะไปพร้อมกับทดลองขับรถยนต์ฮุนได และรับเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยฤดูกาลใหม่ได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9–17 สิงหาคม 2569 พร้อมติดตามรายละเอียดกิจกรรมและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Hyundai Thailand

จบรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี ทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยชัยชนะ 4 นัดรวด เก็บ 12 คะแนนเต็ม พร้อมคว้าแชมป์กลุ่ม และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศโดยไม่เสียประตูตลอด 4 นัด

จากนี้ทัพ “ช้างศึก” จะพบกับสิงคโปร์ รองแชมป์กลุ่มเอ โดยเกมนัดที่สองจะกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนบอลไทยที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 18 สิงหาคม 2569

ฮุนไดขอชวนแฟนบอลชาวไทย ร่วมส่งเสียงเชียร์กันอีกครั้ง และลุ้นให้ทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของศึก Asean Hyundai Cup™ 2026

มาสด้า มอเตอร์ มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 1.2857 ล้านล้านเยน มาสด้า มอเตอร์ ประกาศผลประกอบไตรมาสสองของปีงบประมาณ...
09/08/2026

มาสด้า มอเตอร์ มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 1.2857 ล้านล้านเยน

มาสด้า มอเตอร์ ประกาศผลประกอบไตรมาสสองของปีงบประมาณ ( 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2569 )

ยอดขายเพิ่มขึ้น 16.9% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (1,099.77 พันล้านเยน) เป็น 1,285.706 พันล้านเยน

รายได้รวม 1.2857 ล้านล้านเยน (เพิ่มขึ้น 16.9% ) ทำสถิติ ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์

​กำไรจากการดำเนินงาน 3.28 หมื่นล้านเยน พลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดดจากที่เคยขาดทุน ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

​กำไรสุทธิ 2.96 หมื่นล้านเยน
​ยอดขายรถยนต์รวมทั่วโลก 304,000 คัน

มาสด้ายังคงตั้งเป้าหมายยอดขายทั่วโลกไว้ที่ 1,324,000 คัน โดยเน้นการเติบโตในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป และตั้งเป้ารายได้รวมตลอดทั้งปีงบประมาณไว้ที่ 5.5 ล้านล้านเยน และคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานรวมทั้งปีไว้ที่ 1.5 แสนล้านเยน
Motor Thailand

รัฐบาลจีนเข้าควบคุมและกำกับดูแล Alibaba และ Tencent รวมถึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายอื่นอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้...
08/08/2026

รัฐบาลจีนเข้าควบคุมและกำกับดูแล Alibaba และ Tencent รวมถึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายอื่นอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการ "กินรวบ" หรือผูกขาดตลาดและป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดและให้อยู่ในกรอบของรัฐ

การป้องกันการผูกขาดและการเอาเปรียบผู้ค้า Alibaba เคยมีพฤติกรรมบังคับให้ร้านค้าเลือกแพลตฟอร์ม หากร้านค้าขายสินค้าบนแพลตฟอร์มคู่แข่งจะถูกลดการมองเห็นหรือถอดสินค้าออก ทำให้ผู้ค้ารายย่อยไม่มีทางเลือกและสูญเสียการแข่งขันที่เสรี

Ant Group บริษัทลูกของ Alibaba ผู้ให้บริการ Alipay ที่เติบโตจากการเป็นเพียงระบบชำระเงิน จนขยายไปทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อ การลงทุน และประกันภัย การปล่อยสินเชื่อดิจิทัลจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบต่อแบงก์ชาติจีน หากเกิด NPL หรือวิกฤตการเงินขึ้นมา

นโยบายเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จีนมองว่าการปล่อยให้บิ๊กเทคกอบโกยกำไรและกระจุกตัวของความมั่งคั่งไว้ที่กลุ่มนายทุนเพียงไม่กี่คน ส่งผลเสียต่อคนรุ่นใหม่และธุรกิจ SME รัฐจึงต้องควบคุมเพื่อกระจายรายได้และโอกาส

การผูกขาดและควบคุมข้อมูลประชากร ข้อมูลธุรกรรม พฤติกรรมการบริโภค และระบบการเงินของชาวจีนหลายร้อยล้านคนอยู่ในมือของบริษัทเอกชนแห่งเดียว รัฐบาลจีนมองว่าข้อมูลคือทรัพยากรและความมั่นคงของชาติที่รัฐต้องเป็นผู้กำกับดูแล ไม่ใช่บริษัทเอกชน

เมื่อบริษัทเอกชนมีขนาดใหญ่เกินไปจนเข้าข่ายมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันประชาชนมากกว่าหน่วยงานรัฐ ย่อมกระทบต่ออำนาจการสั่งการของรัฐบาลกลางและพรรคคอมมิวนิสต์จีน

รัฐบาลจีนจึงเริ่มเข้าควบคุมและกำกับดูแล Alibaba Group อย่างจริงจัง ตั้งแต่ปลายปี 2020 โดยสั่งปรับเงินมหาศาล 18,000 ล้านหยวน ประมาณ 86,000 ล้านบาท ณ ขณะนั้น กรณีบังคับผู้ค้าห้ามขายบนแพลตฟอร์มอื่น

ระงับการนำ Ant Group เข้าตลาดหุ้น เพื่อบังคับให้ปรับโครงสร้างองค์กรให้ปฏิบัติตามเกณฑ์สถาบันการเงินที่เข้มงวด

สั่งห้ามการบังคับสัญญาผูกขาด และบังคับให้เปิดระบบการชำระเงิน/ลิงก์เชื่อมโยงข้ามแพลตฟอร์มกับคู่แข่ง

แจกจ่ายการบริหารภายในองค์กรให้กระจายตัว และลดอิทธิพลของผู้ก่อตั้ง การควบคุมนี้ช่วยลดการผูกขาดในตลาดดิจิทัลและเปิดโอกาสให้คู่แข่งรายอื่นขยายตัวได้มากขึ้น

ในส่วนเวียดนาม สั่งห้าม YouTube ไม่ให้มีโฆษณาบังวิดีโอเกิน 5 วินาที และห้ามบังคับดูโฆษณาแบบกดข้ามไม่ได้ โฆษณาที่บังคับดูต้องมีความยาวไม่เกิน 5 วินาที และผู้ชมต้องสามารถกดข้ามโฆษณาได้ทันทีเพียงกด 1 ครั้ง บังคับทุกแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องทั้ง YouTube, Facebook และ TikTok

ในส่วนประเทศประชาธิปไตย ทำตรงข้ามทุกอย่าง

Motor Thailand

โตโยต้าลงทุนสะสมในประเทศไทยรวมทุกโรงงานสูงถึง 286,000 ล้านบาท และประกาศแผนลงทุนเพิ่มอีก 55,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับไทยสู...
08/08/2026

โตโยต้าลงทุนสะสมในประเทศไทยรวมทุกโรงงานสูงถึง 286,000 ล้านบาท และประกาศแผนลงทุนเพิ่มอีก 55,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับไทยสู่การเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฮบริดและชิ้นส่วนไฟฟ้าในอนาคต

ประเทศไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกหลักของโตโยต้าในภูมิภาค โดยมีกำลังการผลิตรวมกันถึง 770,000 คันต่อปี จากโรงงานหลัก 3 แห่ง ได้แก่

โรงงานสำโรง มีกำลังการผลิต 240,000 คันต่อปี
ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ และไฮลักซ์ แชมป์

โรงงานเกตเวย์ มีกำลังการผลิต 300,000 คันต่อปี
ผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เช่น ยาริส, โคโรลล่า อัลติส และคัมรี่

และโรงงานบ้านโพธิ์ มีกำลังการผลิต 230,000 คันต่อปี
เน้นผลิตรถกระบะและรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก

พร้อมการจ้างงานพนักงานโดยตรงกว่า 13,000 คน

ขณะที่ PT Toyota Motor Manufacturing Indonesia (TMMIN) ในอินโดนีเซียมีกำลังการผลิตรถยนต์สำเร็จรูปประมาณ 282,000 ถึง 300,000 คันต่อปี

หากโตโยต้าตัดสินใจย้ายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดจากไทยไปยังประเทศอินโดนีเซียจริง ผลกระทบต่อประเทศไทยจะไม่ใช่เพียงการย้ายเครื่องจักรและเงินทุน แต่เป็นการรื้อถอนโครงสร้างห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาคที่ก่อตัวและพัฒนามานานกว่า 60 ปี

แม้การจ้างงานโดยตรงของโตโยต้าจะมีประมาณ 13,000 คน แต่โครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพึ่งพาซัพพลายเออร์ Tier-1 , Tier-2 และ Tier-3 อย่างลึกซึ้ง โดยมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์และเกี่ยวเนื่องรวมกันสูงถึง 500,000 ถึง 2,000,000 ตำแหน่ง

อุตสาหกรรมยานยนต์คิดเป็น 10-12% ของ GDP ไทย และยังทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน การหายไปของค่ายรถอันดับหนึ่งจะส่งผลให้ GDP ไทยหดตัวรุนแรง รายได้จากการส่งออกลดลงอย่างมหาศาล และกระทบต่อดุลการค้าของประเทศ

หากโตโยต้าตัดสินใจย้ายฐานการผลิตจะฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวมทันทีเพราะรถยนต์และชิ้นส่วนเป็นสินค้าส่งออกหลักอันดับต้นๆ ของไทยมาโดยตลอดสร้างรายได้เข้าประเทศปีละมากกว่า 1 ล้านล้านบาท

ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ Tier 1, 2, 3 นับพันรายอาจต้องปิดกิจการหรือลดขนาดลง ส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังค่ายรถยนต์อื่น เนื่องจากต้นทุนการผลิตในไทยจะสูงขึ้นจากสเกลการผลิตที่ลดลง

เกิดการว่างงานวงกว้างกระทบแรงงานทางตรงและทางอ้อมในอุตสาหกรรมยานยนต์ทันที ทั้งจากพนักงานในโรงงานประกอบของโตโยต้า และแรงงานในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ โลจิสติกส์ และบริการ ซึ่งรวมแล้วอาจสูงถึงหลักแสนตำแหน่ง และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงธุรกิจภาคบริการ ภาคอสังหาริมทรัพย์ และหนี้ครัวเรือน

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติจะลดลงอย่างมาก เกิดปรากฏการณ์สมองไหลทางการลงทุนย้ายตามไปยังอินโดนีเซียหรือประเทศอื่นในอาเซียน

ผลประโยชน์ที่ประเทศอินโดนีเซียจะได้รับ
อินโดนีเซียจะกลายเป็น "Detroit of Asia" แทนที่ประเทศไทยทันที ด้วยขนาดตลาดในประเทศที่ใหญ่กว่า ประชากรราว 280 ล้านคนและทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์

อินโดนีเซียมีแร่นิกเกิล (Nickel) สำรองมากที่สุดในโลก โดยมีปริมาณสำรอง 21 ถึง 55 ล้านตัน คิดเป็น 20-40% ของทั้งโลก ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก การย้ายห่วงโซ่อุปทานของโตโยต้าจะช่วยเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ในอินโดนีเซียแบบก้าวกระโดด

เกิดการจ้างงานและการพัฒนาทักษะนับล้านตำแหน่งและเกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีครั้งใหญ่ในประเทศ

ผลกระทบต่อโตโยต้าเชิงบวก
เข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่และแหล่งวัตถุดิบ (นิกเกิล) โดยตรง
ได้รับการสนับสนุนอย่างหนักจากรัฐบาลอินโดนีเซีย
ค่าแรงโดยเฉลี่ยต่ำกว่าประเทศไทย

การย้ายฐานการผลิตทั้งหมดในความเป็นจริงทำได้ยากมาก เนื่องจากไทยมีระบบ Eco-system ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค แต่หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อาเซียน

Motor Thailand
@แฟนตัวยง

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Motor Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Motor Thailand:

ทางลัด

แชร์

ประเภท