15/08/2026
รีวิวแข่ง HYROX ครั้งแรก จากที่ตั้งใจมาทำเวลา สุดท้ายกลายเป็นแวะนวดแทบทุกรัน 😂
ก่อนแข่ง HYROX ครั้งแรก ผมค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองน่าจะไหว
พื้นฐานผมเป็นคนเข้ายิมมาตลอดหลายปี และก็วิ่งเป็นประจำอยู่แล้ว ก่อนแข่งมีโอกาสไปลองคลาส HYROX จริงๆ แค่ 2 ครั้ง พอลองทำแต่ละสถานีก็รู้สึกว่า “น้ำหนักไม่ได้เยอะเท่าไหร่นี่หว่า”
ก็เลยคิดว่าสบาย…
ช่วงก่อนแข่งผมเลยเทเวลาไปกับการซ้อมวิ่ง รวมถึง SKI และ ROW เป็นหลัก เพราะยิมที่ผมเล่นประจำมีสองเครื่องนี้อยู่แล้ว และคิดว่าส่วนสถานีอื่นๆ ด้วยพื้นฐานที่เล่นเวตมานาน น่าจะเอาตัวรอดได้
ซึ่งคิดผิด 😂
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากสนามจริงคือ
“น้ำหนักที่ยกไหว” กับ “น้ำหนักที่ต้องทำตอนร่างกายล้าจากการแข่งขัน” มันคนละเรื่องกันเลย
ตอนอยู่ในยิม เราเล่นเวตเป็นเซ็ต พัก แล้วค่อยเล่นต่อ แต่ HYROX คือการเอากล้ามเนื้อหลายส่วนมาใช้งานต่อเนื่อง แล้วคั่นด้วยการวิ่ง ก่อนจะกลับไปใช้กล้ามเนื้ออีกชุดหนึ่งซ้ำๆ
น้ำหนักที่ตอนร่างกายสดๆ รู้สึกว่าไม่ได้หนักอะไร พอผ่านการวิ่งและสถานีก่อนหน้ามาหลายรอบ ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปหมด
และปัญหาใหญ่ของผมในวันนั้นคือ “ตะคริว”
ส่วนตัวผมคิดว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากความล้าของกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อบางส่วนไม่ได้ถูกฝึกให้รับงานในรูปแบบนี้มากพอ มากกว่าจะเป็นเรื่องเกลือแร่เพียงอย่างเดียว เพราะตั้งแต่เช้าผมเตรียมเรื่องน้ำและเกลือแร่ค่อนข้างเยอะ ระหว่างแข่งก็เลือกดื่มเกลือแร่ตลอด
แต่พอตะคริวมาเท่านั้นแหละ…
แผนทุกอย่างที่คิดไว้ก่อนแข่ง พังหมด 😂
จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะวิ่ง Pace เท่าไหร่
สถานีนี้ต้องจบกี่นาที
ตรงไหนควรเร่ง ตรงไหนควรผ่อน
กลายเป็นว่าเริ่มนับรอบวิ่งผิด สมาธิไม่ได้อยู่กับการแข่งขันแล้ว
แทนที่จะคอยมองหาทางเข้าสถานี…
ผมเริ่มมองหา Medical 😂
แล้วก็กลายเป็นแวะให้นวดแทบทุกรัน และเกือบทุกสถานี เพื่อให้ขากลับมาพอทำต่อได้
จากการแข่งขันที่ก่อนเริ่มรู้สึกทั้งสนุกและตื่นเต้น
ค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นหนังชีวิต 🤣
แต่สิ่งที่ชอบมากคือ HYROX ทำให้รู้เลยว่า “ความฟิต” มัน Specific มาก
วิ่งเก่ง ไม่ได้แปลว่าจะ HYROX เก่ง
เล่นเวตมานาน ไม่ได้แปลว่าจะ HYROX เก่ง
ยกน้ำหนักของแต่ละสถานีได้ ไม่ได้แปลว่าเราจะทำมันได้เหมือนเดิม หลังจากผ่านการวิ่งและความล้าสะสมมาแล้วหลายรอบ
ถ้าถามว่าครั้งแรกพลาดตรงไหน?
สำหรับผมคือ ประเมินความสำคัญของการซ้อมสถานีต่ำเกินไป และคิดว่าพื้นฐานจากการเล่นเวตกับการวิ่งสามารถเอามาทดแทนการซ้อม HYROX โดยตรงได้
ถ้าย้อนกลับไปได้ สิ่งที่ผมจะเพิ่มไม่ใช่แค่การวิ่งให้เร็วขึ้น หรือ SKI / ROW ให้แรงขึ้น
แต่คือการฝึก Sled Push, Sled Pull, Burpee Broad Jump, Farmers Carry, Sandbag Lunges และ Wall Ball ให้ร่างกายคุ้นเคย รวมถึงฝึกทำสถานีพวกนี้ ตอนที่ร่างกายเริ่มล้าแล้ว ให้มากกว่านี้ เพราะการลากตะคริว และลุ้นทุกการขยับว่าตะคริวจะมาเพิ่มตอนไหน ดันทุลังจนแข่งจบ มันเครียดกว่า เหนื่อยหลายเท่า 😆
เพราะสุดท้ายสิ่งที่สนามสอนผมคือ
“ทำได้” กับ “ทำได้ตอนเหนื่อย” มันคนละเรื่องกัน
ครั้งแรกถือว่าจ่ายค่าเรียนไปเรียบร้อยครับ ได้เรียนรู้ว่ากล้ามเนื้อขา มีกี่ส่วนบ้าง เพราะตะคริวเป็นครบเกือบทุกมัด ค่อยๆมา สลับกันมา 😆
ไว้ครั้งหน้า…ค่อยกลับมาแก้มือ