GP Motorsport GRANDPRIX MOTORSPORT

Grand Prix Motorsport พร้อมพาทุกคนเข้าสู่โลกของความเร็ว ในงาน The 47th Bangkok International Motor Showปีนี้ยกทัพ Line U...
23/03/2026

Grand Prix Motorsport พร้อมพาทุกคนเข้าสู่โลกของความเร็ว ในงาน The 47th Bangkok International Motor Show

ปีนี้ยกทัพ Line Up มอเตอร์สปอร์ตตัวจริงมาไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็น Honda One Make Race กับ Honda City Challenge, Grand Prix Time Attack กับ Honda S2000 จาก YK Motorsports รวมถึงความมันส์ของ “10 เซียนประจัญบาน” กับรถบักกี้สายโหด และกิจกรรมปลูกฝังจิตวิญญาณนักแข่งให้กับเยาวชนใน Grand Prix Run Bike

พบกันที่หน้า Challenger 1 (Entrance 3)
แวะมา Check-in ทักทาย และสัมผัสรถแข่งตัวจริงแบบใกล้ชิดได้ที่บูธ

แล้วเจอกันครับ 🏁

Ascend ผนึกกำลัง Tom’s Racing ยกระดับวงการแต่งรถไทย สู่มาตรฐาน “สนามแข่ง” อย่างแท้จริงเปิดตัวในฐานะ Exclusive Sub Dealer...
21/03/2026

Ascend ผนึกกำลัง Tom’s Racing ยกระดับวงการแต่งรถไทย สู่มาตรฐาน “สนามแข่ง” อย่างแท้จริง
เปิดตัวในฐานะ Exclusive Sub Dealer พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้สาย Toyota GR และ Alphard–Vellfire

Ascend ศูนย์ตกแต่งรถยนต์พรีเมียมภายใต้ Kcar Group ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Tom’s Racing แบรนด์มอเตอร์สปอร์ตชื่อดังจากญี่ปุ่น เดินหน้าเปิดโชว์รูมอย่างเป็นทางการ พร้อมรับบทบาท Exclusive Sub Dealer ในประเทศไทย

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำเข้าชุดแต่งระดับตำนาน แต่คือการยกระดับมาตรฐานการติดตั้งสู่ระดับเดียวกับ Supercar โดย Ascend มุ่งเน้นการถ่ายทอด DNA “สมรรถนะจากสนามแข่ง” สู่รถถนนจริง โดยเฉพาะในกลุ่ม Toyota GR และ Alphard–Vellfire

คุณจิมมี่ พสิษฐ์ ภิรมอัครวุฒิ ผู้บริหาร Ascend เผยว่า ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ “การได้เป็น Exclusive Sub Dealer ของ Tom’s Racing คือก้าวใหญ่ของเรา เป้าหมายไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือการปลดล็อก Performance ของรถให้ถึงขีดสุด ด้วยทีมช่างที่ผ่านมาตรฐานการดูแลรถระดับ Supercar จาก Elite Supercar”

นอกจากนี้ Ascend ยังวางระบบ Ecosystem การดูแลรถแบบครบวงจร (One-stop Solution) ร่วมกับ Car Loft ครอบคลุมตั้งแต่การติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลรักษา เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ระดับพรีเมียมแบบครบจบในที่เดียว


เมื่อทางด่วนกลางโตเกียว…กลายเป็น “พิพิธภัณฑ์ Porsche กลางอากาศ”เช้าวันหนึ่งของ Tokyoเมืองที่ไม่เคยหลับใหลจังหวะชีวิตที่เ...
18/03/2026

เมื่อทางด่วนกลางโตเกียว…กลายเป็น “พิพิธภัณฑ์ Porsche กลางอากาศ”

เช้าวันหนึ่งของ Tokyo
เมืองที่ไม่เคยหลับใหล
จังหวะชีวิตที่เคยเร่งรีบบนทางด่วน…ถูก “หยุดเวลา” ลงชั่วคราว

บนเส้นทางประวัติศาสตร์อย่าง
KK Line Expressway
ที่พาดผ่านย่านสำคัญของเมือง
ทั้ง Ginza, Shinbashi, Yurakucho, Marunouchi และ Kyobashi

ถนนสายนี้ถูก “ปิดทั้งเส้น”

เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับ “วัฒนธรรมยานยนต์” ระดับโลก

นี่คือ
Luftgekühlt Tokyo 2026
การจัดงาน Luftgekühlt ครั้งแรกในญี่ปุ่น และถือเป็นหมุดหมายสำคัญของเอเชีย

ทันทีที่ประตูงานเปิด
โตเกียวเหมือนถูกดึงเข้าสู่โลกอีกใบ

Porsche เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ “กว่า 200 คัน”
ถูกจัดวางเรียงรายตลอดแนวทางด่วน

ตั้งแต่
Porsche 356
จุดเริ่มต้นของแบรนด์

ไปจนถึง
Porsche 911 (993)
บทสุดท้ายของยุค Air-cooled

มูลค่ารวมของรถทั้งงานถูกประเมินในระดับ “หลายพันล้านเยน”

แต่สำหรับคนรัก Porsche
ตัวเลขไม่เคยสำคัญเท่ากับ “ความรู้สึกตรงหน้า”

บนถนนเส้นเดียวกัน
รถระดับ Museum จอดเคียงข้างรถที่ยังถูกใช้งานจริง

มีตั้งแต่รถถนนคลาสสิก
รถคัสตอมจากสำนักแต่งระดับโลก
ไปจนถึงรถแข่งระดับตำนานจาก Le Mans era

ไม่ว่าจะเป็น
Porsche 935
Porsche 956
และ Porsche 962

รถที่นิยามคำว่า “Motorsport Heritage” ของแบรนด์ได้อย่างแท้จริง

หนึ่งในภาพที่หยุดทุกสายตา
คือการปรากฏตัวของ
Porsche 910

รถแข่งยุค 60s ที่มีความเชื่อมโยงกับ
Tetsu Ikuzawa
หนึ่งในนักแข่งญี่ปุ่นผู้บุกเบิกเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ
และมีบทบาทสำคัญกับ Porsche ในช่วงยุคทองของการแข่งขัน

ภาพของรถแข่งจากอดีต
จอดนิ่งอยู่บนทางด่วนกลางมหานครในปี 2026

มันให้ความรู้สึกเหมือน
“เวลา 2 ยุค…กำลังซ้อนทับกัน”

เมื่อมองออกไปด้านหลัง
คือเสน่ห์ของเมืองโตเกียวที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

แต่เมื่อมองไปข้างหน้า
คือเส้นสายของ Porsche จากหลากหลายยุคสมัย

ภาพทั้งหมดตรงหน้า
ไม่ใช่แค่ “สวย”

แต่มันถูกออกแบบให้ “cinematic” อย่างตั้งใจ

เพราะ Luftgekühlt
ไม่เคยเป็นแค่งานโชว์รถ

ผู้ก่อตั้งอย่าง
Patrick Long
และ Jeff Zwart

สร้างงานนี้ขึ้นด้วยแนวคิดแบบ “ภาพยนตร์”

เลือกสถานที่ที่มี character ระดับโลก
เพื่อเล่าเรื่องของ Porsche ผ่าน “ฉาก” ที่ทรงพลัง

และครั้งนี้…
พวกเขาเลือก “ทางด่วนกลางเมืองโตเกียว”

KK Line Expressway
ซึ่งปิดตัวลงหลังใช้งานมายาวนานหลายทศวรรษ
ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเวทีของวัฒนธรรม Porsche อย่างสมบูรณ์

ผู้เข้าร่วมงานหลายพันคนจากทั่วโลก
ได้มีโอกาสเดินอยู่บนถนน
ที่ปกติไม่มีใครมีสิทธิ์เหยียบ

เสียงเครื่องยนต์ที่เคยก้อง
ถูกแทนที่ด้วยบทสนทนาของคนที่หลงใหลในสิ่งเดียวกัน

นี่ไม่ใช่แค่การจัดแสดงรถ

แต่มันคือการรวมตัวของ
ประวัติศาสตร์
มอเตอร์สปอร์ต
งานคัสตอม
และ “ตัวตน” ของเจ้าของรถแต่ละคัน

บางคันคือรถแข่งระดับตำนาน
บางคันคือโปรเจกต์ที่ใช้เวลาทั้งชีวิตสร้าง
บางคันคือมรดกที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

ทุกคันมี “เรื่องเล่า”

และในวันนั้น
เรื่องเล่าทั้งหมด…มารวมกันบนถนนเส้นเดียว

ภาพของ
Porsche 356
จอดเคียงข้าง
Porsche 911 (993)

กลางกรุงโตเกียว

อาจเป็นหนึ่งในภาพที่อธิบายคำว่า
“มรดกทางยานยนต์” ได้ชัดที่สุด

เพราะในโลกของ Porsche

เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีของอดีต

แต่มันคือ “จิตวิญญาณ”
ที่ยังคงโลดแล่นอยู่จนถึงวันนี้

แล้วสำหรับคุณ…

Porsche Air-cooled เจเนอเรชันไหน
คือ “ที่สุด” ในใจ?

Special Thanks : Nong Banjonglikit




Porsche

“รถบางคันเกิดมาเพื่อขาย…แต่ GR Yaris เกิดมาเพื่อแข่งก่อน แล้วค่อยขายทีหลัง”ในโลกของรถสปอร์ตสมัยใหม่ มีรถไม่กี่รุ่นที่เกิ...
13/03/2026

“รถบางคันเกิดมาเพื่อขาย…
แต่ GR Yaris เกิดมาเพื่อแข่งก่อน แล้วค่อยขายทีหลัง”

ในโลกของรถสปอร์ตสมัยใหม่ มีรถไม่กี่รุ่นที่เกิดขึ้นจาก “สนามแข่งจริง” มากกว่าห้องประชุมของฝ่ายการตลาด และหนึ่งในนั้นคือ Toyota GR Yaris

ตั้งแต่วันที่มันเปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 รถคันนี้ก็ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดที่ชัดเจนของ Toyota Gazoo Racing นั่นคือ “สร้างรถที่พัฒนาจากมอเตอร์สปอร์ตจริงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ” ไม่ใช่เพียงการทำรุ่นพิเศษแล้วจบ แต่คือการพัฒนาต่อเนื่องผ่านการแข่งขันจริง ทั้งในสนามเซอร์กิตและแรลลี่

และในปี 2026 GR ก็กลับมาอีกครั้งกับเวอร์ชันอัปเกรดที่เรียกว่า Type 26 GR Yaris รถรุ่นที่ถูกขัดเกลาเพิ่มเติมจากประสบการณ์ในสนามแข่ง พร้อมเปิดรับออเดอร์ในญี่ปุ่นแล้ว โดยมีกำหนดเริ่มจำหน่ายวันที่ 6 เมษายน 2026

สิ่งที่น่าสนใจของการอัปเดตครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขแรงม้าใหม่ หรือชุดแต่งหวือหวา แต่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เกิดจากการใช้งานจริงของนักแข่ง

หนึ่งในนั้นคือ พวงมาลัย GR แบบใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยอิงข้อมูลจากนักแข่งมืออาชีพโดยตรง

ในโลกของมอเตอร์สปอร์ต บางสถานการณ์ของการขับในสนามแข่ง โดยเฉพาะโค้งแคบหรือโค้งแฮร์พิน นักแข่งจำเป็นต้องหมุนพวงมาลัยเกือบ 180 องศาโดยไม่ปล่อยมือจากตำแหน่งเดิม แต่พวงมาลัยของ GR Yaris รุ่นก่อนหน้า ยังมีตำแหน่งสวิตช์ที่ทำให้ฝ่ามืออาจไปโดนปุ่มโดยไม่ตั้งใจ

ทีมวิศวกรจึงเริ่มต้นพัฒนาใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐานมาก ๆ ด้วยการทำ พวงมาลัยต้นแบบจากดินปั้น (clay prototype) ติดตั้งลงในรถจริง แล้วนำไปทดสอบในสนามแข่งร่วมกับนักแข่งอาชีพ

ผลลัพธ์คือพวงมาลัยที่ มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลง เพื่อเพิ่มความไวในการบังคับทิศทาง ขณะที่รูปทรงกริปด้านซ้ายและขวาถูกออกแบบให้รองรับแรงดันจากฝ่ามือได้ดีขึ้นในจังหวะกดพวงมาลัยขณะเข้าโค้ง

สวิตช์บนพวงมาลัยก็ถูกจัดวางใหม่ โดยแยกตำแหน่งแต่ละปุ่มออกจากกันชัดเจน และเพิ่มวงไฟเรืองแสงรอบปุ่มเพื่อให้มองเห็นได้ง่ายในเวลากลางคืน

อีกจุดหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุงคือระบบ พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering)

ข้อมูลจากการแข่งขันจริงทำให้ทีมพัฒนาพบว่า เมื่อใช้ยางที่มีแรงยึดเกาะสูงมาก เช่นยางสำหรับสนามเซอร์กิตหรือแรลลี่ แรงที่ส่งกลับมายังพวงมาลัยจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเข้าโค้งด้วยแรงเบรกสูง

เพื่อรองรับสถานการณ์เหล่านี้ วิศวกรได้ปรับ ความแข็งของ torsion bar ในเซนเซอร์แรงบิด และปรับปรุงซอฟต์แวร์ควบคุมใหม่ ทำให้ช่วงการตรวจจับแรงบิดของพวงมาลัยกว้างขึ้น ส่งผลให้ระบบช่วยผ่อนแรงยังทำงานได้อย่างแม่นยำแม้ในสภาวะโหลดสูงมาก

การเปลี่ยนแปลงอีกจุดที่สะท้อนแนวคิด “รถแข่งที่วิ่งถนนได้” คือเรื่องของยาง

ในรุ่น RZ High Performance และรุ่นที่มาพร้อม Aero Performance Package ทาง GR ได้ติดตั้งยาง Bridgestone Potenza Race เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ยางรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นผ่านการทดสอบภาคสนามอย่างเข้มข้น โดยมีการปรับทั้งลายดอกยาง โครงสร้างภายใน และสูตรยางใหม่ เพื่อให้สามารถรักษาระดับแรงยึดเกาะสูงได้เป็นระยะเวลานาน

เป้าหมายคือให้ผู้ขับสามารถ “เล่นกับขีดจำกัดของรถ” ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในสนามแข่งหรือการขับแบบสปอร์ตบนถนน ขณะเดียวกันทีมพัฒนายังปรับเซ็ตแดมเปอร์ของโช้คหน้าและหลัง เพื่อดึงประสิทธิภาพของยางออกมาได้เต็มที่

รายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนการรับฟังผู้ใช้จริงยังรวมถึงการปรับปรุง ตัวเลือกอุปกรณ์จากโรงงาน

ก่อนหน้านี้ หากลูกค้าเลือก คันเบรกมือแนวตั้งแบบมอเตอร์สปอร์ต (Vertical Parking Brake) พร้อมแพ็กเกจ Navigation หรือ Comfort จะไม่สามารถเลือก ระบบอุ่นเบาะและพวงมาลัย ได้

แต่ในรุ่นใหม่ ระบบอุ่นทั้งสองอย่างสามารถติดตั้งร่วมกันได้แล้ว แม้จะเลือกคันเบรกมือแบบเดียวกับรถแรลลี่ก็ตาม

ทั้งหมดนี้ทำให้ Type 26 GR Yaris กลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดพัฒนารถแบบ “Continuous Evolution” ของ GR

แทนที่จะเปิดตัวรถใหม่ทั้งคันทุกไม่กี่ปี Toyota Motor Corporation เลือกใช้วิธีส่งรถลงแข่งขันจริง แล้วนำข้อมูลจากสนามกลับมาปรับปรุงรถโปรดักชันทีละจุด

แนวทางนี้สอดคล้องกับปรัชญาของ Akio Toyoda อดีตประธานบริษัทผู้ผลักดัน Gazoo Racing ที่เคยกล่าวไว้ว่า

“รถสปอร์ตที่ดี ต้องถูกสร้างขึ้นจากการขับจริง ไม่ใช่จากตัวเลขในคอมพิวเตอร์”

ดังนั้น GR Yaris จึงไม่ใช่รถที่ “เสร็จสมบูรณ์แล้ว” ตั้งแต่วันเปิดตัว แต่เป็นรถที่ยังคงพัฒนาไปพร้อมกับการแข่งขัน

และถ้ามองในมุมของคนรักรถ นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้รถคันเล็กจากโปรเจกต์โฮโมโลเกชันคันนี้ กลายเป็นหนึ่งใน ไอคอนของรถสปอร์ตยุคใหม่ ได้อย่างแท้จริง



เมื่อรถกู้ภัยในสนาม…ต้องแรงระดับ NISMOในโลกของมอเตอร์สปอร์ตระดับสูง ทุกวินาทีในสนามแข่งมีค่า ไม่ใช่แค่สำหรับรถแข่งที่กำล...
13/03/2026

เมื่อรถกู้ภัยในสนาม…ต้องแรงระดับ NISMO

ในโลกของมอเตอร์สปอร์ตระดับสูง ทุกวินาทีในสนามแข่งมีค่า ไม่ใช่แค่สำหรับรถแข่งที่กำลังไล่ล่าชัยชนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทีมกู้ภัยที่ต้องพร้อมเข้าถึงจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ล่าสุดในฤดูกาล 2026 ของ Super GT บทบาทสำคัญนี้กำลังจะถูกส่งต่อให้กับรถคันใหม่จากฝั่งนิสสัน เมื่อ Nissan Motor และ Nissan Motorsports & Customizing ประกาศเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 ว่า รถที่รับหน้าที่ FRO (First Rescue Operation) ประจำสนามแข่ง จะเปลี่ยนมาใช้ Nissan Patrol NISMO Y63 รุ่นใหม่ล่าสุด โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่สนามเปิดฤดูกาลที่ Okayama International Circuit และมีพิธีมอบรถอย่างเป็นทางการในวันแข่งขันจริง 12 เมษายนนี้

สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต รถ FRO อาจไม่ใช่ดาวเด่นในภาพถ่ายทอดสด แต่ในความเป็นจริง มันคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สุดของระบบความปลอดภัยในสนามแข่ง รถประเภทนี้ถูกเตรียมไว้เพื่อเข้าถึงจุดเกิดอุบัติเหตุอย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมเจ้าหน้าที่แพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และอุปกรณ์ดับเพลิงครบชุด เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวคือช่วยเหลือนักแข่งให้เร็วที่สุดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ดังนั้นรถที่ทำหน้าที่นี้ต้องมีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และความสามารถในการวิ่งผ่านสภาพพื้นผิวที่ไม่สมบูรณ์ของสนามแข่งได้อย่างมั่นใจ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Nissan ก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลัก โดยเคยส่งทั้ง Nissan Skyline Crossover และ Nissan Patrol NISMO Y62 ทำหน้าที่รถกู้ภัยในรายการนี้มาแล้ว ก่อนที่บทบาทดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับ Patrol เจเนอเรชันล่าสุดในปี 2026

รถคันใหม่ที่ถูกเลือกคือ Patrol NISMO รหัส Y63 ซึ่งถือเป็น Patrol รุ่นที่ 7 ของตระกูล SUV ระดับฟูลไซซ์ของ Nissan รุ่นนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในตลาดตะวันออกกลางจากความสามารถในการลุยสภาพถนนที่หนักหน่วง แต่เมื่อถูกพัฒนาโดยแผนกมอเตอร์สปอร์ตอย่าง NISMO รถคันนี้ก็ได้รับการยกระดับสมรรถนะไปอีกขั้น หัวใจของมันคือเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบขนาด 3.5 ลิตรที่ผ่านการปรับจูนเฉพาะ ให้กำลังสูงสุด 495 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตันเมตร ผสานกับช่วงล่างที่ถูกตั้งค่าขึ้นใหม่และชุดแอโรไดนามิกที่ออกแบบเพื่อเสถียรภาพที่ความเร็วสูง แม้ตัวถังจะเป็น SUV ขนาดใหญ่ แต่การตอบสนองของรถยังคงเฉียบคมและสามารถเร่งความเร็วได้อย่างทรงพลัง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับภารกิจในสนามแข่งที่ทุกวินาทีมีความหมาย

แน่นอนว่ารถที่ใช้ในบทบาท FRO จะไม่ได้ถูกใช้งานเหมือนรถโปรดักชันทั่วไป ภายในห้องโดยสารจะถูกติดตั้งอุปกรณ์กู้ภัยเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นสวิตช์ควบคุมเฉพาะสำหรับภารกิจฉุกเฉิน ระบบสื่อสารกับ Race Control อุปกรณ์ดับเพลิง และอุปกรณ์กู้ภัยต่างๆ เพื่อให้ทีมงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันทีที่เกิดเหตุ แม้โครงสร้างหลักจะยังคงพื้นฐานจากรถโปรดักชัน แต่การปรับแต่งเหล่านี้ทำให้ Patrol NISMO กลายเป็นหนึ่งในรถกู้ภัยที่มีสมรรถนะสูงที่สุดคันหนึ่งในโลกมอเตอร์สปอร์ต

ทางด้าน Hiroshi Sanada ประธานและ CEO ของ NMC กล่าวถึงโครงการนี้ว่า Patrol NISMO รุ่นใหม่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการผสานเทคโนโลยีจากฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตและฝ่ายคัสตอมของบริษัทเข้าด้วยกัน และการที่รถรุ่นนี้ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ในรายการ Super GT ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เขายังเชื่อว่าด้วยสมรรถนะและความน่าเชื่อถือของรถ จะสามารถช่วยสนับสนุนภารกิจกู้ภัยในสนามแข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสานต่อหน้าที่จาก Patrol NISMO รุ่น Y62 ที่เคยทำหน้าที่นี้มาอย่างยาวนาน

หากมองจากมุมของคนรักรถ การมี SUV ขนาดใหญ่ที่มีกำลังเกือบ 500 แรงม้า ทำหน้าที่เป็นรถกู้ภัยในสนามแข่งอาจฟังดูเกินความจำเป็น แต่ในโลกของมอเตอร์สปอร์ตระดับสูง ความจริงกลับตรงกันข้าม รถที่สามารถออกตัวได้รวดเร็ว วิ่งผ่านเศษซากในสนามได้อย่างมั่นคง และบรรทุกอุปกรณ์กู้ภัยจำนวนมากได้ในคันเดียว ย่อมเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักแข่งและเจ้าหน้าที่ในสนามอย่างมีนัยสำคัญ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมในรายการระดับโลกอย่าง Super GT รถกู้ภัยจึงไม่ได้ถูกเลือกเพียงเพราะความทนทานเท่านั้น แต่ยังต้องมี DNA ของสมรรถนะและความเร็วซ่อนอยู่ในตัวด้วย เพราะในสนามแข่งจริง บางครั้ง “รถที่ช่วยชีวิตนักแข่ง” ก็ต้องเร็วไม่แพ้รถที่กำลังแข่งขันอยู่บนแทร็กเลยแม้แต่น้อย…

Source : Autosport Web



เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการการแข่งขัน Honda One Make Race  2026 ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถสมัครได้ในรุ่น• Honda ...
12/03/2026

เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ
การแข่งขัน Honda One Make Race 2026

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถสมัครได้ในรุ่น
• Honda Pro Cup
• Honda City Challenge
• Honda Club

วิธีสมัคร
📍สแกน QR Code ที่ปรากฏบนภาพ
📍กรอกข้อมูลลงทะเบียนตามขั้นตอน

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันในฤดูกาล 2026




Subaru กลับสู่สนาม Super Taikyu พร้อมอาวุธใหม่ “HIGH PERFORMANCE X Version II”ในยุคที่โลกยานยนต์กำลังเดินหน้าเข้าสู่พลัง...
12/03/2026

Subaru กลับสู่สนาม Super Taikyu พร้อมอาวุธใหม่ “HIGH PERFORMANCE X Version II”

ในยุคที่โลกยานยนต์กำลังเดินหน้าเข้าสู่พลังงานไฟฟ้า ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายเริ่มลดบทบาทเครื่องยนต์สันดาปลงเรื่อย ๆ แต่ในอีกมุมหนึ่ง สนามแข่งยังคงเป็นสถานที่ที่ผู้ผลิตใช้พิสูจน์ว่า “เครื่องยนต์แบบดั้งเดิมยังไปต่อได้” และหนึ่งในค่ายที่ยืนยันแนวคิดนั้นอย่างชัดเจนก็คือ Subaru

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 Subaru ประกาศอย่างเป็นทางการว่า พวกเขาจะส่งรถแข่งรุ่นใหม่ชื่อ SUBARU HIGH PERFORMANCE X Version II ลงแข่งขันในรายการ Super Taikyu Series ฤดูกาล 2026 โดยจะเริ่มตั้งแต่สนามเปิดฤดูกาลทันที

สนามแรกของปีคือการแข่งขัน ENEOS Super Taikyu Series 2026 Empowered by BRIDGESTONE – Motegi Super Taikyu 4 Hours Race ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 มีนาคม 2026 ที่สนาม Mobility Resort Motegi จังหวัดโทจิงิ ประเทศญี่ปุ่น

รถแข่งคันใหม่นี้ยังคงยึดเอกลักษณ์ของ Subaru ไว้อย่างครบถ้วน หัวใจหลักคือเครื่องยนต์ BOXER 2.4 ลิตร เทอร์โบ รหัส FA24 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สูบนอนแบบเดียวกับที่ Subaru ใช้ในรถสมรรถนะสูงหลายรุ่น ผสานการทำงานกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Symmetrical AWD และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ซึ่งเป็นรูปแบบที่แฟน Subaru คุ้นเคยดีในรถสายสมรรถนะของแบรนด์

แนวคิดของรถคันนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างรถแข่งที่ซับซ้อนที่สุด แต่กลับเป็นแนวคิดที่เรียบง่ายกว่า Subaru ระบุว่ารถรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นจากการ “ผสมผสานทรัพยากรที่มีอยู่แล้วของบริษัท” เพื่อสร้างรถที่ยังคงให้ความสนุกในการขับขี่ แต่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แนวทางนี้ต่อยอดมาจากรถแข่งต้นแบบรุ่นก่อนหน้า HIGH PERFORMANCE X FUTURE CONCEPT ที่เคยลงแข่งขันในซีรีส์เดียวกัน

สิ่งที่ Subaru ให้ความสำคัญมากกว่าตัวรถ คือกระบวนการพัฒนาในสนามแข่ง เพราะการแข่งขันจริงจะทำให้ทีมวิศวกรได้ข้อมูลที่มีค่ามากกว่าการทดสอบในห้องทดลอง ทั้งเรื่องความทนทานของเครื่องยนต์ การจัดการความร้อน ระบบขับเคลื่อน และสมดุลของตัวรถ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้พัฒนารถโปรดักชันและชิ้นส่วนใหม่ในอนาคต ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้ผลิตญี่ปุ่นใช้กันอย่างแพร่หลายในมอเตอร์สปอร์ต

สำหรับฤดูกาล 2026 Subaru ยังประกาศด้วยว่าทีมจะให้ความสำคัญกับ “ชัยชนะ” มากกว่าที่ผ่านมา เพราะการแข่งขันไม่ได้มีเป้าหมายแค่การทดสอบเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีฝึกฝนบุคลากรด้านมอเตอร์สปอร์ตของบริษัท ทั้งวิศวกร ช่างเทคนิค และนักขับ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญของแบรนด์ในระยะยาว

อีกประเด็นที่สำคัญของโครงการนี้คือเรื่องพลังงาน ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา Subaru เข้าร่วมแข่งขันใน Super Taikyu ด้วยรถที่ใช้เชื้อเพลิงแบบ Low Carbon Fuel E20 ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมเอทานอลประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากเครื่องยนต์สันดาป แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาไปสู่สังคมคาร์บอนเป็นศูนย์ โดยยังคงรักษาเสน่ห์ของเครื่องยนต์แบบดั้งเดิมเอาไว้

ในด้านเทคนิค รถแข่งคันนี้ใช้เครื่องยนต์ FA24 BOXER DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน AVCS และเทอร์โบแบบ Twin-Scroll ความจุ 2,387 ซีซี ให้กำลังสูงสุดประมาณ 364 แรงม้า และแรงบิด 475 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบ AWD แบบ DCCD หรือ Driver Controlled Center Differential ซึ่งเป็นระบบเฟืองท้ายกลางที่ผู้ขับสามารถปรับการกระจายแรงบิดได้

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นมัลติลิงก์ ระบบเบรกใช้คาลิเปอร์หน้า 6 พอต หลัง 4 พอต ล้อเป็นของ BBS ขนาด 18 นิ้ว จับคู่กับยางแข่งขันจาก Bridgestone ขนาด 260/660 R18 ซึ่งเป็นสเปกที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันเอ็นดูรานซ์โดยเฉพาะ

ทีมแข่งในฤดูกาลนี้ใช้ชื่อว่า Team SDA Engineering โดยมี Masato Motoi เป็นตัวแทนทีม และ Sho Ito ทำหน้าที่ทั้งผู้จัดการทีมและหัวหน้าวิศวกร นักขับมืออาชีพหลักคือ Takuto Iguchi และ Hideki Yamauchi พร้อมด้วยนักขับจากพนักงานบริษัทอีกสองคน ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในทีมโรงงานของญี่ปุ่น เพราะวิศวกรที่ได้ลงขับรถแข่งจริงจะเข้าใจพฤติกรรมของรถได้ลึกกว่าการดูข้อมูลเพียงอย่างเดียว

ถ้ามองในภาพใหญ่ โครงการนี้สะท้อนแนวคิดที่กำลังเกิดขึ้นในวงการรถญี่ปุ่น ผู้ผลิตหลายค่ายไม่ได้เลือกทิ้งเครื่องยนต์สันดาปทันที แต่กำลังพัฒนาให้มันสะอาดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังคงให้ความสนุกในการขับขี่แบบที่แฟนรถยังหลงรักอยู่

ในโลกที่รถไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Subaru กำลังใช้สนามแข่งเป็นพื้นที่พิสูจน์ว่า เครื่องยนต์สันดาปยังมีบทบาทได้ในอนาคต เพียงแค่ต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับยุคสมัย และ HIGH PERFORMANCE X Version II ก็คืออีกหนึ่งบททดลองของแนวคิดนั้นบนสนามจริง


ญี่ปุ่นเริ่มคอมเมนต์ทันที หลังภาพทีเซอร์ของ Toyota GR Yaris ที่กำลังจะเปิดตัว ในวันที่ 13 มีนาคม นี้แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ...
11/03/2026

ญี่ปุ่นเริ่มคอมเมนต์ทันที หลังภาพทีเซอร์ของ Toyota GR Yaris ที่กำลังจะเปิดตัว ในวันที่ 13 มีนาคม นี้

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ คอมเมนต์จำนวนมากไม่ได้ถามว่า
“แรงขึ้นไหม” พวกเขาถามว่า “มันต่างจากเดิมตรงไหน?” เพราะหลายคนมองว่า หน้าตาของรถ แทบไม่ต่างจากรุ่นปัจจุบัน

บางคนถึงกับคอมเมนต์ว่า “หน้าตามันก็เหมือนเดิมนี่?”แต่ในอีกมุมหนึ่ง แฟน GR เริ่มเดากันไปไกลกว่าเดิม อาทิเช่น
• จะมี เครื่อง 2.0 ลิตร หรือไม่
• อาจเกี่ยวกับ GR Yaris M Concept
• หรือเป็น เวอร์ชันพิเศษของ GR

แต่คอมเมนต์ที่พีคสุด มาจากคนที่เพิ่งซื้อรถ “ผมเพิ่งรับรถรุ่น 2025 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว“ อันนี้ฮาเลย

ในขณะที่อีกกลุ่ม ไม่ได้สนใจสเปคเลย พวกเขาสนใจแค่ “สีแดง” บางคนบอกว่า “แดงนี้สวยดี” บางคนก็หวังว่า “อยากให้มีสีเหลืองลิมิเต็ด”

ตอนนี้แฟนรถในญี่ปุ่น กำลังสนุกกับการเดาว่า
Toyota GR Yaris ที่กำลังจะเปิดตัว จะเป็น
• Minor Change
• รุ่นพิเศษ
• หรือการอัปเกรดครั้งใหญ่

13 มีนาคม เราจะได้รู้คำตอบ แล้วคุณล่ะคิดว่า
GR ซ่อนอะไรไว้ใน Yaris คันนี้?



Rally Fest Thailand 2026
05/03/2026

Rally Fest Thailand 2026

🔥 เปิดศักราชใหม่ของวงการ Rally ไทย!

ครั้งแรกกับ Festival ของคนรักรถที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ที่รวมทุกความมันส์ของ Motorsport ไว้ในที่เดียว

RALLY FEST THAILAND 2026

พบกับการแข่งขันสุดเดือดของ
🏁 RAAT Thailand Rally Championship
การดวลความเร็วของนักแข่งระดับแถวหน้าของประเทศ

พร้อมศึกครั้งแรกของ
🏁 TRANE TITANIUM XCR Sprint Cup Thailand
การแข่งขันกระบะขับสี่
เพื่อค้นหาผู้ชนะเป็นตัวแทนประเทศไทย
ไปพิสูจน์ฝีมือบนสนาม Snow Rally ที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

ภายในงานยังอัดแน่นด้วยประสบการณ์ Rally แบบใกล้ชิด
🔧 Service Park เปิดให้ชมการทำงานของทีมแข่งจริง
🏎 Classic Car & รถแต่งสุดโดดเด่น
👨‍👩‍👧‍👦 Mini Buggy สนุกได้ทั้งครอบครัว
🎶 Festival & Concert Experience
🔥 ไฮไลต์ Super Stage Show จุดชมการแข่งขันที่ใกล้ที่สุด!

และยังมี
🛍 Booth & Merchandise Zone
Item และของสะสมที่มีเฉพาะในงานนี้

📅 13 – 15 มีนาคม 2026
📍 ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

เข้าชมฟรี❗️

พิเศษ! เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
รับคูปองส่วนลด และมีสิทธิ์ลุ้นร่วมกิจกรรม
Drive Experience Fortuner Hyper-F
ในแท็กการแข่งขันจริง

ถ้าคุณรักรถ งานนี้ห้ามพลาด
และถ้าคุณยังไม่เคยดู Rally มาก่อน

นี่คือประสบการณ์ครั้งแรกที่คุณต้องลอง!

🚩 แล้วเจอกันที่
RALLY FEST THAILAND 2026




อยู่ ๆ ก็โผล่มา… แล้วทั้งโลกโซเชียลก็ลุกเป็นไฟรถทดสอบลึกลับที่หลายคนเชื่อว่าเป็น Toyota WRC รุ่นใหม่ ปรากฏตัวพร้อมลายพรา...
02/03/2026

อยู่ ๆ ก็โผล่มา… แล้วทั้งโลกโซเชียลก็ลุกเป็นไฟ

รถทดสอบลึกลับที่หลายคนเชื่อว่าเป็น Toyota WRC รุ่นใหม่ ปรากฏตัวพร้อมลายพราง GR เต็มคัน ทันทีที่ภาพหลุดออกมา คำถามเดียวที่ดังขึ้นพร้อมกันคือ “นี่มันอะไรกันแน่?” และที่สำคัญ… มันใช่การกลับมาของ Celica หรือไม่?

กระแสเริ่มต้นจากรถทดสอบปริศนาที่คาดว่าเป็นตัวแข่งใหม่ของ World Rally Championship ซึ่งจะปรับกติกาครั้งใหญ่ในปี 2027 ทุกค่ายกำลังเร่งพัฒนาอาวุธลับของตัวเอง และทาง Toyota เองก็ถูกจับตาว่าจะพัฒนาไปจาก GR Yaris Rally1 อย่างไร

แต่รถคันนี้ไม่เหมือนอะไรที่เราเคยเห็น

ห้องโดยสารดูนูนสูงผิดปกติ ช่วงตัวรถหน้าหลังสั้นกระชับ และที่สะดุดตาที่สุดคือปีกหลังทรงตั้งชันแบบดุดัน รายละเอียดช่วงท้ายและสัดส่วนด้านหลังทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นเลย์เอาต์ “มิดชิป” ก็เป็นได้ ถ้าใช่มิดชิป + ขับเคลื่อน 4 ล้อ ภาพในจินตนาการของ “Celica ยุคใหม่” ก็เริ่มชัดขึ้นทันที

ยิ่งจังหวะเวลาไปตรงกับการที่ Akio Toyoda หรือที่แฟน ๆ รู้จักในชื่อ “Morizo” ลงขับรถเดโมร่วมกับ Takamoto Katsuta ในงานแรลลีญี่ปุ่น กับรถต้นแบบ Toyota GR Yaris M Concept ยิ่งทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

GR Yaris M Concept คือรถต้นแบบวางเครื่องกลางที่ถูกพัฒนาเพื่อทดสอบศักยภาพใหม่ของแพลตฟอร์ม GR ก่อนหน้านี้เคยลงแข่ง Super Taikyu เพื่อเก็บข้อมูลจริงในสนาม และล่าสุดถูกนำมาเดโมรันในรายการแรลลี เสียงเครื่อง 1.6 เทอร์โบคำรามก้อง พร้อมอินเทคบนหลังคาและเส้นสายโป่งล้อหลังที่ดูคุ้นตาเหลือเกิน

สำหรับ Toyota แล้ว WRC คือเวทีศักดิ์ศรี และถ้าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 2027 จะมาพร้อมการปลุกตำนานอย่าง Toyota Celica ให้คืนชีพอีกครั้ง นั่นคงเป็นสตอรี่ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกเฝ้ารอ

GR Yaris M Concept อาจไม่ใช่ปลายทาง แต่อาจเป็น “สะพาน” ไปสู่บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ทั้งการทดสอบในสนามเซอร์กิตและเวทีแรลลีล้วนเป็นการขัดเกลาของจริงก่อนวันเปิดตัว หรือบางที… เราอาจกำลังเห็นบทแรกของการกลับมาของ Celica โดยไม่รู้ตัว

เรื่องนี้ยังไม่จบ และถ้ากลยุทธ์ของ Toyota คือการปล่อยเงาให้เราตามล่า บอกเลยว่ามันได้ผลเต็ม ๆ

เตรียมตัวไว้ให้ดี ตำนานอาจกำลังจะกลับมาอีกครั้ง

สุขภาพแข็งแรงทุกวันครับผม 🎂
28/02/2026

สุขภาพแข็งแรงทุกวันครับผม 🎂

28 กุมภาพันธ์ : สุขสันต์วันเกิด "คุณสุพจน์ กสิกรรม" 🏎️

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง อุปนายกที่ 3 และประธานคณะอนุกรรมการทางฝุ่น ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ สมาคมกีฬา รวมถึงเป็นนักแข่งสุดเท่ของ AIM Motor Sports ของอีกด้วย!

ร่วมอวยพรวันเกิดคุณสุพจน์ ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่าง 🥳

ที่อยู่

4/299 หมู่ 5 ซอยลาดปลาเค้า 66 แขวงอนุสาวรีย์
Bang Khen
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GP Motorsportผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง GP Motorsport:

แชร์

ประเภท