UV-Car ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ Premium Grade

UV-Car ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ Premium Grade UV-Car ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ เกรดพรีเมี่ยม คุ้มราคา

👉5 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
28/03/2025

👉5 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

🏃ไม่ว่าคุณจะเป็นตำนาน Indiana Jones , ตำนาน Han Solo หรือเป็นนักแสดงที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ...😁ถ้าเมียใช้ให้ไปซื้อของ คุณก็ต...
21/10/2023

🏃ไม่ว่าคุณจะเป็นตำนาน Indiana Jones , ตำนาน Han Solo หรือเป็นนักแสดงที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ...

😁ถ้าเมียใช้ให้ไปซื้อของ คุณก็ต้องไป ✌️

🚗8 จุด ตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางไกล   ☺อย่าให้การเดินทางต้องมาสะดุด เพราะปัญหารถเสียกลางทาง เพื่อความปลอดภัยและความราบรื่...
12/10/2023

🚗8 จุด ตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางไกล

☺อย่าให้การเดินทางต้องมาสะดุด เพราะปัญหารถเสียกลางทาง เพื่อความปลอดภัยและความราบรื่นในการเดินทาง ควรหมั่นตรวจเช็คสภาพรถของเราก่อนออกเดินทาง

🚗หลายท่านขับรถเดินทางไกลเพื่อกลับบ้านไปหาครอบครัว บ้างก็ขับรถพาครอบครัวเที่ยวต่างจังหวัดเพื่อพักผ่อนหลังจากที่ทำงานหนักกันมาทั้งปี เพื่อความปลอดภัยและความราบรื่นในการเดินทาง ไม่ต้องมากังวลกับปัญหารถเสียระหว่างทาง วันนี้เรามีวิธีตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางไกลมาฝากทุกท่านครับ

✅จุดที่ 1 ตรวจเช็คแบตเตอรี่

หัวใจหลักของการสตาร์ทเครื่องยนต์คือแบตเตอรี่ ตรวจดูสภาพของแบตเตอรี่ ว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ หมั่นตรวจเช็คทำความสะอาดคราบขี้เกลือที่ขั้วแบต เช็คระดับน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่กำหนด ตรวจสอบความแน่นของขั้วแบต และฉนวนหุ้มสาย

✅จุดที่ 2 ล้อและยางรถยนต์

เป็นอีกจุดที่สำคัญมากๆ เพราะอุบัติเหตุส่วนหนึ่งบนท้องถนน เกิดจากยางระเบิดขณะขับขี่ ดังนั้นยางที่ดีต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ไม่รั่ว ไม่ซึม ไม่แตกลายงา มีดอกยางเพียงพอ เติมลมยางตามที่คู่มือประจำรถกำหนด ส่วนล้อก็ควรอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่คด ไม่เบี้ยว และที่สำคัญ อย่าลืมเช็คน็อตล้อด้วยนะครับ ว่าขันแน่นหรือเปล่า

✅จุดที่ 3 เช็คช่วงล่าง

ตรวจเช็คด้วยการลองขับบนถนนเรียบทางตรง โดยสังเกตพวงมาลัยว่าตรงหรือไม่ หากพวงมาลัยไม่ตรงก็จัดการนำรถไปตั้งศูนย์ใหม่ พวกชิ้นส่วนต่างๆของช่วงล่าง เช่นลูกหมาก หากขับทางขรุขระแล้วมีเสียงกุกกัก ก็รีบให้ช่างแก้ไขโดยด่วน โช้คก็เช่นกัน ตรวจเช็คคราบน้ำมันบริเวณแกนโช้ค ว่ารั่วหรือไม่ เพราะระบบช่วงล่างทั้งหมดมีผลต่อการทรงตัวขณะขับขี่

✅จุดที่ 4 เช็คระดับน้ำมันเบรก และ ระบบเบรก

หลายท่านเข้าใจว่าหากน้ำมันเบรกหาย เราต้องเติมน้ำมันเบรกเพื่อให้อยู่ในระดับปริมาณที่พอดี แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าระบบเบรกความเป็นจริงแล้วคือระบบปิด ความหมายก็คือน้ำมันเบรกจะอยู่แต่ภายในระบบเบรก จะไม่มีการละเหยเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าผ้าเบรกไม่สึก หรือถ้าไม่มีจุดไหนรั่ว น้ำมันเบรกจะไม่สามารถหายไปได้ง่ายๆ ดังนั้นหากรถเราน้ำมันเบรกหาย อย่าเพิ่งเติมครับ เราต้องหาสาเหตุให้ได้ก่อนว่าน้ำมันเบรกหายไปได้อย่างไร

✅จุดที่ 5 เช็คระบบไฟส่องสว่าง
ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟตัดหมอก ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉิน จะต้องใช้งานได้ครบทุกจุด แสงสว่างจะต้องคมชัด ไม่มัว ยิ่งเดินทางในช่วงกลางคืนระบบไฟส่องสว่างถือว่าจำเป็นมากในการเดินทาง

✅จุดที่ 6 น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องถือเป็นสิ่งที่จำเป็นของระบบกลไกต่างๆในเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องที่ดี จะต้องผ่านการใช้งานไม่เกินระยะทางที่คู่มือกำหนด ระดับน้ำมันเครื่องจะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเราสามารถตรวจเช็คได้จากก้านวัดน้ำมันเครื่อง และขณะเดินทางควรมีน้ำมันเครื่องสำรองติดรถไว้อย่างน้อย 1 ลิตร เผื่อได้ใช้ในยามฉุกเฉิน

✅จุดที่ 7 เช็คหม้อน้ำ ท่อยาง และ ระบบหล่อเย็น

ระบบระบายความร้อน ถือเป็นอีกหัวใจหลักของเครื่องยนต์ เพราะด้วยความร้อนสะสมในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน บวกกับอุณหภูมิภายนอกที่ร้อน หากระบบระบายความร้อนไม่ดีหรือมีปัญหา อาจทำให้เครื่องยนต์น็อคได้ ดังนั้นเราควรเช็คระดับน้ำหล่อเย็นในหม้อพักและหม้อน้ำ เช็คการทำงานของพัดลมหม้อน้ำและมอเตอร์ ตรวจสอบรอยรั่วของหม้อน้ำ ท่อยาง และข้อต่อต่างๆ หากตรวจพบว่ามีน้ำไหลซึม ควรรีบแก้ไขโดยด่วน

✅จุดที่ 8 ชุดเครื่องมือประจำรถ

เช่น ล้อ-ยางอะไหล่ ,แม่แรง ,ชุดเครื่องมือในการถอดล้อ ,ที่เติมลมฉุกเฉิน ,สายพ่วงแบต ,สายลากรถ ,ไฟฉาย ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ควรมีติดรถเอาไว้ จะได้อุ่นใจยามเดินทาง มีแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มีนะครับ

🚗และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นนะครับ รถก็เหมือนคนนั่นแหละครับ ต้องการการดูแลใส่ใจ หากพบอะไรผิดปกติ อย่ารีรอที่จะแก้ไข เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเราเองและเพื่อนร่วมทางทุกๆคน และที่สำคัญ

“ขับรถไม่ประมาทนะครับ เพราะคนที่บ้านกำลังรอคุณอยู่”

ขอบคุณ
https://www.autospinn.com/2019/04/8-checking-your-car-before-a-long-drive-55968

ยางสึกช้า เบรกดี ระบายร้อนดี ดูที่ไหน❓  ไม่ว่าใครๆ ต่างก็อยากซื้อยางรถที่มีคุณภาพดี ใช้งานได้ยาวนาน เพื่อให้คุ้มค่ากับกา...
13/08/2023

ยางสึกช้า เบรกดี ระบายร้อนดี ดูที่ไหน❓

ไม่ว่าใครๆ ต่างก็อยากซื้อยางรถที่มีคุณภาพดี ใช้งานได้ยาวนาน เพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด แต่เราจะมีวิธีเช็คยางรถได้อย่างไรล่ะ?! วันเรามีคำตอบให้เพื่อนๆ ลงรายละเอียดกันว่า เวลาที่เขานำไปทดสอบเพื่อให้ได้ค่านี้นั้นมันได้มาอย่างไรกัน ตามมาดูกันเลย...

👉ค่าที่บ่งบอกว่ายางสึกเร็วสึกช้า ยางที่เบรกได้ดีบนถนนเปียก และยางที่สามารถระบายอากาศเพื่อลดความร้อนในยางได้ดีนั้นจะมีลักษณะบ่งชี้อยู่ที่แก้มยาง คือ Treadwear, Traction, Temperature ทั้งสามสัญลักษณ์นี้แหละที่บ่งบอกว่ายางที่เพื่อนๆ ใช้เป็นยังไง งั้นจะมาอธิบายอีกทีว่าแต่ละอย่างมันบ่งชี้ยังไงบ้าง แต่ต้องบอกก่อนว่าตัวบ่งชี้สัญลักษณ์นี้ไม่ใช่มีกับยางทุกเส้นทุกแบรนด์นะ ส่วนมากจะเป็นยางที่ส่งออกด้วย ซึ่งจะเป็นส่วนที่ทางแต่ละประเทศกำหนดว่าต้องมีค่ามาตรฐานดังกล่าว เพื่อที่จะสามารถเข้าไปจำหน่ายในประเทศนั้นๆ

☺3T ตัวอักษร Treadwear Traction Temperature

👉มาเริ่มกันที่อันแรก Treadwear ส่วนนี้จะเป็นเรื่องของการจัดระดับความคงทนต่อการสึกยาง ยกตัวอย่างง่ายๆ ยาง A มีค่า Treadwear ที่ 460 ยางB มีค่า Treadwear ที่ 360 แปลว่ายาง A มีการสึกที่ยากมากกว่ายาง B ซึ่งค่า Treadwear นี้จะเริ่มตั้งแต่ 60-800 โดยขึ้นทีละ 20 การทดสอบแบบนี้จะเป็นการทดสอบในถนนที่มีความหลากหลายรูปแบบตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยจะเป็นการหาค่าเฉลี่ยโดยใช้รถ 4 คันในการขับไปในเส้นทางเดียวกัน รูปแบบคาราวาน และจะทำการวัดร่องดอกยางทุกๆ 800 ไมล์ จนถึง 7,200 ไมล์ ทางผู้ตรวจสอบจะเช็กว่าอัตราการสึกเป็นอย่างไรบ้าง และ เมื่อทำการทดสอบกับยางที่เทสเสร็จ ก็จะนำยางที่เป็นค่ากลางหรือค่ามาตรฐานที่สุดมาใช้ในเส้นทางเดียวกันรูปแบบการวัดเหมือนกัน แล้วนำเอาค่าที่ได้ของยางที่จะเทส และยางที่เป็นค่ากลางมาเทียบกันอีกครั้ง เพื่อออกมาเป็นตัวเลขของค่า Treadwear

ยิ่งค่าสึกสูงยิ่งไม่ดี เพราะอะไรมาดูกัน
จริงๆ แล้วเท่าที่สัมผัสมาการที่ค่าการสึกนั้นสูงมากๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องดีซะทีเดียว เพราะว่าอาจไม่เป็นไปตามสิ่งที่เราหวังไว้ อาจจะค่อนข้างส่วนทางกันคือ การยึดเกาะถนนกับการสึกที่ช้าเปรียบเทียบง่ายๆ เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูยางแข็งๆกับยางนิ่มๆ แบบไหนจะมีแรงต้าน หรือแรงเหนี่ยวที่กระทำกับพื้นมากกว่ากัน แน่นอนว่ายางที่นิ่มนั้นจะเกาะถนนดีกว่า แต่การสึกก็จะเร็วกว่า โดยส่วนมากแล้วผู้ผลิตก็จะมีค่ากลางๆ อยู่ที่ประมาณ 300-460 เป็นที่นิยมกัน ถ้าค่ายิ่งสูงสึกช้ากว่า แต่ยางแข็งมากๆ จนลืมนุ่มเงียบไปได้เลย

👉ส่วนที่สองก็คือ Traction คือการจัดระดับการเบรกบนถนนเปียก โดยจะเป็นการเบรกแบบล็อคล้อตายบนทางถนนเปียกเลย เพื่อให้รู้เลยว่ายางที่นำมาทดสอบนั้นจะมีความสามารถในการหยุดรถเป็นระยะเบรกยางกี่เมตร โดยจะมีการตัดแบ่งเกรด AA, A, B, C ตามลำดับ ในส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่น่าเชื่อถือได้ ซึ่งปัจจุบัน Label หรือสติกเกอร์ยางในปัจจุบันจะมีบอกอยู่ว่า การเบรกบนถนนเปียกของยางรุ่นนั้นๆ อยู่ที่เกรดอะไร A-G ระยะห่างกันประมาณ 18 เมตร เพราะฉะนั้นถ้าสะดวกเรื่องการเบรกบนถนนเปียกดูจากสติกเกอร์ยางรุ่นนั้นๆ ได้เลย

👉ส่วนสุดท้ายก็คือ Temperature เป็นการวัดระดับการระบายความร้อนจากภายในท้องยางออกจากข้างนอก ตามปกติจะทำทดสอบในห้องทดลอง จะมีการแต่งแบ่งเกรด A ถึง C โดย A จะเป็นเกรดที่ระบายความร้อยได้ดีที่สุด

สรุปเลือกยางดีให้เหมาะกับรถคุณสักเส้นอย่างไร
ทั้งสามส่วนนี้จริงๆ คือ ข้อบ่งชี้ที่สามารถที่จะดูด้วยตนเองที่แก้มยาง แต่อยากจะบอกว่ามันอาจจะไม่ได้ชี้ชัด 100% ขนาดนั้นเพราะขึ้นอยู่กับการใช้งาน ลักษณะการขับขี่ของแต่ละคนด้วยว่ามีผลต่อยางมากน้อยขนาดไหน ดังนั้นเราอาจจะยึดที่แบรนด์ว่าแบรนด์ไหนที่มีคุณภาพและเลือกใช้ เนื่องจากแบรนด์ยางคุณภาพในบ้านเราตอนนี้มี มอก. รองรับแล้ว ความคงทน สมรรถนะ อาจจะแตกต่างกัน 10-30% ดูเรื่องปัจจัยราคามาประกอบการลงทุนซื้อยางด้วยนะครับ

☺9ท่ายืด แก้เส้นตึงทั่วทุกส่วน
25/07/2023

☺9ท่ายืด แก้เส้นตึงทั่วทุกส่วน

18/06/2023

🚗ติดฟิล์มรถยนต์ แบบไหนดีกว่า?
อยากเปลี่ยนฟิล์มรถยนต์ แต่ยังไม่ชัวร์ว่าจะติดฟิล์มแบบไหนดี?? เพราะมีให้เลือกหลากหลายแบบ คุณสมบัติก็แตกต่างกันไป บางประเภทก็มีอายุใช้งานมากถึง 7 ปี โดยขึ้นอยู่กับวัสดุในเนื้อฟิล์ม แถมมีสีฟิล์มให้เลือกหลากหลายแบบ เพื่อนๆ ตามไปดูกันเลย

✴1. ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ (Dyed Window Tints)
เรียกอีกชื่อว่า ฟิล์มกรองแสงรถยนต์แบบย้อมสี สามารถกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้มีความเข้มที่น้อยลง สะท้อนรังสีได้บางส่วน ทำให้ไม่สามารถลดปริมาณความร้อนสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่สามารถลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้ดีเท่าที่ควร มีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าเมื่อเทียบกับฟิล์มกรองแสงประเภทอื่นๆ คือฟิล์มกรองแสงจะสีซีด สีเพี้ยนค่อนข้างไว แต่เป็นราคาฟิล์มรถยนต์ถูกที่สุด

✴2. ฟิล์มลดความร้อนประเภทไอโลหะ (Metalized Window Tint)
ตามปกติทั่วไปเรียกว่า “ฟิล์มปรอท” เป็นฟิล์มติดรถยนต์ที่มีการเคลือบด้วยไอโลหะ มีคุณสมบัติมันวาวเมื่อมองจากด้านนอก และคุณภาพดีกว่าฟิล์มกรองแสงแบบปกติ ข้อดีของฟิล์มปรอทคือ สามารถสะท้อนรังสีความร้อน และลดปริมาณความร้อนสะสมภายในห้องโดยสารได้ ทั้งช่วยลดแสงสะท้อนจากภายนอก จึงทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกสบายตาขณะขับรถในตอนกลางวันที่มีแดดจัด แถมมีหลายสีด้วย แต่ปัจจุบันมีฟิล์มติดรถยนต์ประเภทใหม่มาแทน ทำให้ฟิล์มปรอทได้รับความนิยมน้อยลง

✴3. ฟิล์มกรองแสงรถยนต์แบบคาร์บอน (Carbon Window Tints)
ฟิล์มประเภทคาร์บอน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า นาโนคาร์บอน เป็นฟิล์มติดรถยนต์ที่มีลักษณะพื้นผิวด้าน ภายในเนื้อฟิล์มมีส่วนผสมของอนุภาคคาร์บอนสะท้อนแสงพิเศษ นั่นหมายความว่า สะท้อนความร้อนได้ดี และลดความเข้มของรังสีต่างๆ อย่างรังสีอินฟาเรดสูงถึง 40% ป้องกันความร้อนที่เข้ามาภายในห้องโดยสาร ฟิล์มคาร์บอนจึงเหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขณะขับขี่ ถึงแม้ภายนอกจะดูมืดแต่ภายในสามารถมองได้อย่างชัดเจน มีทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีเยี่ยมทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานนาน 7-10 ปี

✴4. ฟิล์มกรองแสงรถยนต์แบบเซรามิก (Ceramic Window Tints)
ฟิล์มกรองแสงเซรามิค หรือเรียกว่า นาโนเซรามิค เป็นฟิล์มกรองแสงที่ใช้การเคลือบเซรามิคอนุภาคเล็กระดับนาโน มาเคลือบบนเนื้อฟิล์ม มีความละเอียดกว่าฟิล์มทั่วไป จุดเด่นคือ ช่วยป้องกันรังสี UVA/UVB ได้ 99.9% และรังสีอินฟราเรด(IR) ได้สูงมากกว่า 80% ไม่มีส่วนผสมของโลหะ คาร์บอน หรือสีย้อมในแผ่นฟิล์ม แต่ข้อเสียคือติดฟิล์มราคาค่อนข้างสูง

✴5. ฟิล์มคาร์บอน-เซรามิค (Carbon-Ceramic Window Tint)
นอกจากนี้ยังมี ฟิล์มคาร์บอน-เซรามิค ที่ผสมระหว่างฟิล์มคาร์บอนและฟิล์มเซรามิคเข้าด้วยกัน เมื่อเอาฟิล์มทั้งสองประเภทรวมไว้ด้วยกัน กรณีมองจากภายนอกตัวฟิล์มจะมืดกว่าฟิล์มนาโน ลดความเสี่ยงถูกโจรกรรมรถยนต์หรือทรัพย์สินมีค่าภายในรถ ส่วนผสมของคาร์บอนจะช่วยลดแสงภายนอกขณะขับขี่กลางแดดจัดๆ ทำให้แสงไม่แยงตาอีกด้วย

😊ฟิล์มติดรถยนต์ แบบไหนดีกว่า?
ฟิล์มรถยนต์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ทุกท่านควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ หรือสามารถเลือกฟิล์มที่กันความร้อนดีอย่างฟิล์มปรอท จะเหมาะกับสภาพอากาศในไทยที่ร้อนจัดๆ ได้รับความนิยมสูงเพราะราคาไม่แพงมาก โดดเด่นเรื่องการสะท้อนรังสีความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิได้

😊ส่วนฟิล์มนาโนยังช่วยป้องกันรังสีความร้อนได้เช่นกัน เนื้อฟิล์มจะมีความเข้มเมื่อมองจากภายนอก ถึงแมราคาฟิล์มรถยนต์แพงกว่า แต่อายุการใช้งานนานถึง 10 ปี คุ้มค่าในระยะยาว อย่างไรก็ตามให้เพื่อนๆ เลือกตามประเภทฟิล์มที่คุณชื่นชอบ เทคโนโลยีการผลิตที่ใช้ อายุการใช้งาน ราคาที่ตรงใจคุณ

นอกจากนี้สามารถเลือกตามระดับความเงา สีที่คุณชื่นชอบไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มรถยนต์สีเขียว ฟิล์มรถยนต์สีฟ้า ฟิล์มรถยนต์สีชา ฟิล์มรถยนต์สีเทา ฟิล์มรถยนต์สีดำ และเลือกตามระดับความเข้มที่ชอบ เช่น ฟิล์ม 40 / ฟิล์ม 60 / ฟิล์ม 80 หากค่าแสงส่องผ่าน VLT น้อยแสงก็ยิ่งผ่านน้อย สีฟิล์มยิ่งเข้ม เอาเป็นว่าใครถูกใจฟิล์มติดรถยนต์แบบไหน เลือกฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ลองไปศึกษากันดูนะจ๊ะ

ัเครดิต>บริษัท โบลท์เทค อินชัวร์นส์ โบรคเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

🚘ของไหว้แม่ย่านาง 2566 มีอะไรบ้าง?ไหว้แม่ย่านางรถ 2566 ตามความเชื่อของคนไทย เชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคลให้แก่ผู้ที่นับถื...
17/06/2023

🚘ของไหว้แม่ย่านาง 2566 มีอะไรบ้าง?
ไหว้แม่ย่านางรถ 2566 ตามความเชื่อของคนไทย เชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคลให้แก่ผู้ที่นับถือบูชา คนส่วนใหญ่ที่เพิ่งออกรถใหม่ มักนำรถไปเจิมเสริมมงคล พร้อมกับคาถาบูชาแม่ย่านางรถ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยคุ้มครองให้แก่ผู้ขับขี่ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ วิธีไหว้แม่ย่านางรถจะต้องเตรียมของไหว้แม่ย่านางให้ถูกต้องและครบถ้วน มาดูกันสิว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง??

🚗1. ผลไม้ จำนวน 5 ชนิด
ผลไม้มงคล เป็นสิ่งที่คนไทยนิยมนำมาไหว้ในเทศกาลต่างๆ เช่น วันตรุษจีน วันสารทจีน ขึ้นบ้านใหม่ และการทำพิธีไหว้แม่ย่านางรถ โดยจะนิยมไหว้ด้วยผลไม้มงคล 5 อย่างได้แก่ สับปะรด แอปเปิ้ล กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร หรือส้ม แต่ละอย่างจะสื่อความหมายดังนี้
✨สับปะรด แทนสัญลักษณ์ให้โชคลาภ เงินทอง ความโชคดีมาหาเรา
✨แอปเปิ้ล แทนสัญลักษณ์ที่ช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และ สุขภาพที่แข็งแรง
✨กล้วยน้ำว้า แทนสัญลักษณ์ครอบครัวเจริญงอกงาม มีลูกหลานมากมาย และ ความร่ำรวย
✨แก้วมังกร แทนสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ นำพาความเฮงมาให้ครอบครัว
✨ส้ม แทนสัญลักษณ์ความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะส้มที่มีสีส้มหรือสีเหลืองทอง สื่อถึงความร่ำรวยเงินทอง

หมายเหตุ: ไม่แนะนำผลไม้ที่สีเข้มหรือออกดำ หรือผลไม้ชื่อไม่เป็นมงคล เช่น ระกำ มังคุด ระกำ กระท้อน ลูกจาก มังคุด ละมุด องุ่นสีดำ และเชอรี่สีดำ ฯลฯ

🚗2. ขนมมงคล สัก 3 อย่าง
ต่อมาให้เตรียมขนมมงคล ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคล เช่น ขนมถ้วยฟู ขนมทองหยิบ ขนมเทียน เป็นต้น เพราะคนโบราณเชื่อว่าจะนำพาความโชคดีในด้านต่างๆ ให้แก่คนไหว้ สื่อความหมายดังต่อไปนี้

✨ขนมถ้วยฟู หมายถึงการอวยพรให้มีความเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟู
✨ขนมทองหยิบ หมายถึงเพิ่มความมั่งคั่ง ช่วยหยิบโชคลาภ เงินทอง
✨ขนมเทียน สื่อถึงความหวานชื่น ความราบรื่น และความอุดมสมบูรณ์

🚗3. ข้าวสุก และน้ำเปล่า
อย่าลืมเตรียม ข้าวสวยสุก จำนวน 1 ถ้วย เพื่อจัดเตรียมไหว้ให้กับแม่ย่านาง ซึ่งข้าวจะแทนสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ และเสริมสิริมงคลให้กับเจ้าของรถ นอกจากนี้อย่าลืมเตรียมน้ำเปล่า 1 ขวด โดยใช้ขวดใหม่ถวายให้แม่ย่านางด้วย

🚗4. น้ำแดง จำนวน 1 ขวด
น้ำแดง ถือเป็นของไหว้ที่คนนิยมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อโบราณ ไม่ว่าจะเป็นศาลพระภูมิ นางกวัก กุมารทอง รวมถึงแม่ย่านางรถ หากคุณเพิ่งออกรถใหม่ รถป้ายแดง และต้องการไหว้แม่ย่านาง ให้เตรียมน้ำแดง 1 ขวด (ซื้อขวดใหม่) ในความเชื่อของคนจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งความมงคล โดดเด่น มีมนต์ขลัง และให้ความรู้สึกเสริมพลังได้ดีกว่าสีอื่นๆ และแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์

🚗5. หมาก พลู ยาเส้นสีฟัน และยาสูบ
หลังจากนั้นให้เตรียมของใช้จำพวก หมากพลู ยาเส้นสีฟัน 3 คำ และยาสูบ 3 มวน เพื่อจัดวางมาทำพิธีไหว้แม่ย่านางเช่นเดียวกัน

หมายเหตุ: ยาเส้นสีฟัน หมายถึงยาเส้นหรือใบยาสูบหั่นฝอยตากแห้ง ที่กินกับหมากพลูได้ 3 คำ สามารถใช้สีฟันได้ โบราณเลยเรียกยาเส้นสีฟัน ไม่ใช่ยาสีฟัน

🚗6. ธูป 9 ดอก และเทียน 2 เล่ม
การทำพิธีไหว้แม่ยางนางรถ ให้เตรียมธูปจำนวน 9 ดอก และ เทียนจำนวน 2 เล่ม เพื่อนำมาประกอบพิธีพร้อมกล่าวคำถวายของไหว้แม่ยางนางรถ ดังนี้

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)

สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ

ทุติยัมปิ สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ

ตะติยัม สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ

ลูกขอถวายสิ่งของเหล่านี้แก่แม่ย่านางรถ ขอท่านจงรับซึ่งสิ่งของเหล่านี้ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ลูกทั้งหลายเทอญ สาธุ
🚗
7. พวงมาลัยไหว้ 1 พวง
ตามความเชื่อคนไทย มักจะนิยมดูฤกษ์ออกรถ และมีการไหว้แม่ย่านางด้วย วิธีไหว้แม่ย่านางให้เตรียมพวงมาลัยไหว้ จำนวน 3 พวง โดยเลือกสีริบบิ้นพวงมาลัยรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิดของแต่ละคน

✨วันจันทร์ ควรใช้พวงมาลัยที่ประดับด้วยริบบิ้นสีม่วง
✨วันอังคาร ควรใช้พวงมาลัยที่ประดับด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน
วั✨นพุธ ควรใช้พวงมาลัยที่ประดับด้วยริบบิ้นสีเหลือง
✨วันพฤหัสบดี ควรใช้พวงมาลัยที่ประดับด้วยริบบิ้นสีแดง
วั✨นศุกร์ ควรใช้พวงมาลัยที่ประดับด้วยริบบิ้นสีชมพู
วั✨นเสาร์ ควรใช้พวงมาลัยที่ประดับด้วยริบบิ้นสีฟ้า
✨วันอาทิตย์ ควรใช้พวงมาลัยที่ประดับด้วยริบบิ้นสีเขียว

🚗8. ดอกไม้ไหว้ จำนวน 1 กำ
สุดท้ายนี้ให้เตรียม ดอกดาวเรือง หรือ ดอกกล้วยไม้ จำนวน 1 กำ ซึ่งดอกไม้มงคลทั้ง 2 ประเภทนี้จะสื่อความหมายดังต่อไปนี้

✨ดอกดาวเรือง แทนสัญลักษณ์สีเหลืองทองอร่ามของดอกดาวเรือง เปรียบเสมือนเงินทองไหลมาเทมา มีโชคมีลาภ
ดอกกล้วยไม้ แทนสัญลักษณ์ความมั่งคั่ง ความรัก ความสง่างาม เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป แสดงถึงความเมตตา
เมื่อท่านเตรียมของไหว้แม่ย่านางแล้ว สามารถเข้ามาอ่านขั้นตอนการไหว้แม่ย่านางรถ ซึ่งจะสรุปทุกขั้นตอนละเอียด!! เชื่อว่าจะนำพาความสิริมงคลและขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าของรถ และสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้ดีที่สุดคือ เราจะต้องไม่ประมาท มีสติทุกครั้งก่อนสตาร์ทรถ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ^^

🚘สี 1k 2k คืออะไร? แล้วอะไรคือแห้งช้า แห้งเร็ว?   😀สวัสดีเพื่อนๆ วันนี้จะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต...
14/06/2023

🚘สี 1k 2k คืออะไร? แล้วอะไรคือแห้งช้า แห้งเร็ว?
😀สวัสดีเพื่อนๆ วันนี้จะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ที่สามารถทำให้รถของเพื่อนๆ ดูโดดเด่นขึ้นมาได้อย่างดีเยี่ยมเลย นั่นก็คือ สี นั่นเอง ปัจจุบันจะเห็นว่ามีรถซิ่งที่ทำสีแสบๆ เจ็บๆ วิ่งให้เห็นกันทั่วไปหมด เชื่อว่าเพื่อนๆ ก็คงมีความคิดที่อยากจะขัดสีฉวีวรรณให้กับเจ้ารถสุดที่รักของเพื่อนๆ ด้วยเหมือนกัน แน่นอนว่าการเลือกชนิดของสีนั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าหากเลือกชนิดสีที่เหมาะสมแล้ว จะทำให้สีที่อยู่บนรถสุดที่รักของเพื่อนๆ ติดทน มันวาว แบบสุดๆ ช่วยเสริมสร้างออร่าให้รถดูหล่อขึ้นอีกหลายระดับเลยล่ะครับ และที่สำคัญ จะได้ไม่โดนอู่ทำสีที่ไม่หวังดีหลอกเอานะคับ ฉะนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักชนิดของสีกันดีกว่า


🚗สี 1K

สี 1K คือ สี 1 Komponent หมายความว่าสีที่มีแต่ตัวสีอย่างเดียว เวลาใช้จำเป็นต้องนำมาผสมกับตัวทำละลายอีกครั้ง เพื่อนๆ คงจะไม่คุ้นหูกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็น สีแบบ แห้งช้า หรือแห้งเร็ว เพื่อนๆ คงจะถึงบางอ้อกันเลย ซึ่งมีเพื่อนๆ หลายคน ยังมีความสับสนและเข้าใจผิดอยู่ว่า สีแห้งเร็ว คือสี 1K สีแห้งช้าคือ สี 2K นั่นต้องบอกว่าเป็นความคิดที่ผิดนะครับ แต่ก็ไม่ผิดซะทีเดียว เพราะอย่างที่บอกครับ ว่าสี 1K มีทั้งแบบแห้งเร็วและแห้งช้า ซึ่งก็แตกต่างกันออกไปตาม ชนิดของสี เช่น

1K Synthetic Enzymes หรือ สีน้ำมัน สีแบบนี้จะเป็นสีที่ แห้งช้า โดยที่เนื้อสีจะแห้งเอง โดยการทำปฏิกริยา Oxidation กับออกซิเจนในอากาศครับ
1K Nitrocellulose หรือ ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ สีแห้งเร็ว โดยสีแบบนี้ จะแห้งเมื่อสารทำละลายที่ใช้ผสมมีการ ระเหย ออกไปจนเหลือแต่ชั้นฟีล์มของสีนั่นเองครับ

🚗สี 2K

สี 2K คือ สีที่มี 2 Komponent นั่นเอง จะต่างจากสีแบบ 1K ตรงที่ สีแบบนี้จะมีองค์ประกอบที่ 2 นั่นคือ สารเร่งปฏิกริยา ไม่ว่าจะเป็น Hard หรือ Activator นั่นเอง ซึ่งจำเป็นต้องผสมทั้ง 2 องค์ประกอบอย่างสมส่วนและลงตัว จึงจะทำให้สีที่ออกมาทำปฏิกริยา แล้วเกิดการแห้งจากปฏิกริยาเคมีนั่นเองครับ โดยหลักๆ แล้ว สีแบบ 2K นั่นจะมีอยู่ 2 แบบ คือ 2K Epoxy และ 2K Polyurethane ส่วนสารทำละลายหรือตัวเร่งปฏิกริยานั้น จะนิยมใช้เป็นสารในจำพวก Isocyanate ถ้าหากสีแบบ 2K แห้งแล้ว จะให้คุณภาพของสีที่เทียบเคียงได้กับสีเดิมจากโรงงานมากที่สุด ทั้งเรื่องคุณภาพความเงา ความทนทาน รวมไปถึงชั้นฟีล์มที่ได้ สามรถเทียบได้กับ OEM เลยทีเดียวครับ โดยทั่วไปแล้ว เจ้าสี 2K มักจะรู้จักกันในนามของ สีแห้งช้า ซึ่งก็ไม่ถูกซะทีเดียว เนื่องจากสี 2K นั้น ก็มีการผลิตสีแบบแห้งเร็วอีกด้วย ฉะนั้นการที่เรียกว่า สีแห้งช้า คือ 2K แห้งเร็ว คือ1K ต้องทำความเข้าใจใหม่นะครับ เพราะแต่ละตัวนั้น มีการออกแบบทั้งแบบแห้งช้าและแห้งเร็วได้เหมือนกัน

🚙หากจะกล่าวถึงข้อดีเทียบกันระหว่าง 1K กับ 2K คงจะตอบได้ไม่ยากว่า 2K มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า เหตุผลหลักอย่างหนึ่งเกี่ยวกับระยะเวลาการแห้งของสีก็มีผล เพราะว่าสีที่แห้งช้า ทำให้ชั้น Resin ในเนื้อสีสามารถทำ ปฏิกริยากับ Hardner ได้อย่างเต็มที่ ผลที่ได้คือ ชั้นฟิล์มที่หนากว่าแบบ 1K มีผลต่ออายุการใช้งานที่ยาวนานมาก ทนต่อสภาพดินฟ้าอากศที่เปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ รวมไปถึงทนการกัดกร่อนจากสารเคมี เช่น น้ำมันเบรคได้ดี และที่สำคัญความเงางามที่สี 1K นั้น เทียบไม่ได้เลยครับ แต่จะว่าไปสี 1K นั้นก็มีข้อได้เปรียบตรงที่ราคานั้นจะถูกกว่าเกือบครึ่งเลยทีเดียว รวมไปถึงระยะเวลายังใช้น้อยกว่า 2K อีกด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเพื่อนๆแล้วล่ะครับว่าสะดวกแบบไหน

ขอบคุณเกร็ดความรู้ดีๆจากBoxzaRacing นะครับ

👉5อู่ทำสีรถยนต์คุณภาพ แถวอ่อนนุชคุณภาพจัดเต็ม บริการมาตรฐาน
13/06/2023

👉5อู่ทำสีรถยนต์คุณภาพ แถวอ่อนนุช
คุณภาพจัดเต็ม บริการมาตรฐาน

รถยนต์ เมื่อใช้งานไปนานวันเข้าก็ย่อมเกิดรอยขูดขีดหรือโดนแดดเลียได้เช่นกัน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี....

😀5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปเคลือบสีรถใหม่!    ไม่ว่าใครก็คงอยากเห็นรถตัวเองใหม่อยู่เสมอใช่ไหมล่ะ ? การเคลือบสีรถก็เป็นอีกหนึ...
10/06/2023

😀5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปเคลือบสีรถใหม่!
ไม่ว่าใครก็คงอยากเห็นรถตัวเองใหม่อยู่เสมอใช่ไหมล่ะ ? การเคลือบสีรถก็เป็นอีกหนึ่งวิธียอดฮิต !! ที่สามารถช่วยคุณได้นะ เพราะมันจะคอยรักษาสีรถของคุณให้ดูใหม่ และเงางามอยู่เสมอ ด้วยคุณสมบัติพิเศษของน้ำยาเคลือบรถ ที่สามารถทำให้รถมีชีวิตชีวา และลบรอยขูดขีดได้ กลายเป็นเทรนใหม่ที่ผู้รักรถทุกคนต้องทำกัน แต่ก่อนคุณจะเริ่มตัดสินใจเคลือบสีรถยนต์ ก็ต้องรู้ 5 สิ่งสำคัญนี้ก่อน จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเถอะ !!

✨เคลือบสีรถ
เมื่อคุณกำลังศึกษาวิธีการเคลือบสีรถใหม่ ก็ควรจะต้องรู้สิ่งสำคัญเหล่านี้ด้วยครับ เพื่อให้คุณเลือกขั้นตอนการเคลือบรถอย่างถูกวิธี ว่าควรจะต้องทำแบบไหน และเหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ดังนั้น เราลองมาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่เพนกวิน Frank หยิบยกมาข้างต้นกันดีกว่า จะช่วยทำให้คุณเข้าใจชัดเจนได้มากขึ้นครับ


💖1 รู้จักประเภทการเคลือบสีรถ
เคลือบสีรถ
ก่อนอื่นเลยเราควรมาทำความรู้จักกับ "ประเภทการเคลือบสีรถยนต์" กันก่อนนะครับ เพราะแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติต่างกัน เราก็ต้องศึกษาให้เข้าใจเป็นอย่างดี เพื่อเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของเราครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ประเภทการเคลือบสีรถ มีให้เลือกมากมาย เพนกวิน Frank ขอแนะนำประเภทหลักๆ ที่หลายคนนิยมทำกัน ดังนี้ครับ

✨เคลือบแว็กซ์
สำหรับ “การเคลือบด้วยเเว็กซ์” ถือว่าเป็นวิธีเรียบง่าย และราคาถูกที่สุดในท้องตลาด แต่ก็มีอายุการใช้งานน้อยเช่นกัน โดยข้อดีของการเคลือบแว็กซ์นั้น จะช่วยทำความสะอาดให้รถของคุณเงางาม สามารถลบรอยเล็กๆน้อยๆได้ แบบไม่ต้องเสียราคาแพง แถมยังมีให้เลือกทั้ง 2 ประเภทอีกด้วยนะ ได้แก่ “การเคลือบสีรถด้วยเเว็กซ์ครีม” หรือเรียกกันอีกอย่างว่า คาร์นูบาร์ เเว็กซ์ จะช่วยเพิ่มความเงางามแก่รถเป็นหลัก และ “การเคลือบสีรถด้วยเเว็กซ์น้ำ” หรือเรียกกันว่า โพลิเมอร์ซีลแลนท์ อันนี้จะทนต่อความร้อนได้ดีกว่าครับ และนอกจากจะเลือกบริการทำที่ร้านแล้ว เรายังสามารถทำเองที่บ้านได้เช่นกัน

✨เคลือบซิลิโคน
อันดับต่อมา ก็จะเป็น “การเคลือบซิลิโคน” ครับ วิธีนี้จะป้องกันรอยขีดข่วน และอยู่ทนได้นานกว่าการเคลือบด้วยแว็กซ์ ส่วนราคาก็จะสูงขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าหากคุณอยากให้รถดูเงางาม มีมิติเสมือนใหม่ และทนต่อแสงแดด UV ก็สามารถบริการเคลือบสีรถด้วยซิลิโคนได้นะครับ อีกทั้งยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ เช่น ฝุ่น ควัน มูลนก คราบน้ำมัน หรือคราบฝนกรด โดยไม่ทำลายสีของรถยนต์ ถือว่าช่วยปกป้องได้ดีระดับหนึ่งเลยล่ะ

✨เคลือบแก้ว
มาถึงวิธีสุดท้ายที่หลายคนนิยมไม่แพ้กันก็คือ “การเคลือบแก้ว” ครับ ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพ และอายุการใช้งาน จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเลยครับ เสมือนเป็นการเคลือบสีรถยนต์ให้ดูใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่เคลือบนั้นทำมาจากซิลิกา (Silica) เลยทำให้มีความเงางามคล้ายแผ่นกระจก จึงช่วยลดปัญหาเรื่องคราบเปื้อนต่างๆ ทั้งฝุ่น ยางมะตอย คราบหยดน้ำ หรือแม้กระทั่งคราบฝังลึก ก็สามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังป้องกันรอยขนแมว รอยขีดข่วนได้ดีอีกด้วย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทครับ อันดับแรกก็คือ “การเคลือบแก้วระบบพ่น” จะเป็นการพ่นสีรถยนต์เหมือนกับระบบพ่นทั่วไป เพื่อให้สารแทรกซึมบนสีผิว แน่นและติดทนทาน ส่วนอีกแบบหนึ่งก็คือ “การเคลือบแก้วระบบทา” จะเป็น เทคนิคดูแลสีรถยนต์ให้ใหม่ ด้วยการใช้น้ำยาเคลือบแก้วทาลงไป จะช่วยปรับสภาพสีผิวให้ดูเงางามมากขึ้น แต่ระยะเวลาการปกป้องสีของรถยนต์อาจจะไม่นานเท่าระบบพ่นนะครับ จึงทำให้ราคาค่อนข้างถูกกว่า

💖2. เลือกประเภทการเคลือบสีรถให้เหมาะกับการใช้งาน
เคลือบสีรถ
อันดับต่อมาที่คุณควรจะรู้ก่อนทำสีรถ ก็คือ ระยะเวลาการใช้งาน ต้องขอบอกว่าแต่ละประเภทที่ Frank กล่าวมาข้างต้นนั้น จะมีระยะเวลาการใช้งานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ และความลักษณะการใช้งานของคุณนั่นเอง เพื่อความเข้าใจกันอย่างชัดเจน เราสรุปมาให้ฟังคร่าวๆ ดังนี้ครับ

เคลือบเเว็กซ์ แบบครีม มีระยะเวลาใช้งานแค่ 3-4 วัน แบบน้ำอยู่ได้ 3-4 อาทิตย์
เคลือบซิลิโคน สามารถใช้งานได้ประมาณ 1 ปี
เคลือบแก้ว ใช้งานได้ยาวนานสุด อยู่ถึง 3-5 ปี


💖3. การบริการหลังการขาย และการรับประกัน
เคลือบสีรถ
หลังจากศึกษาประเภทของการเคลือบสีรถ และระยะเวลาใช้งานแล้ว ก่อนจะเริ่มทำสีรถเราก็จะต้องค้นหาร้านบริการเคลือบสีรถที่มีคุณภาพเช่นกัน ซึ่งเราสามารถตัดสินใจได้จากผลงานที่ผ่านมา ว่าผู้ให้บริการชำนาญเฉพาะด้านมากแค่ไหน หรือการรับประกันสินค้า มีขอบเขตระยะเวลา และค่าใช้จ่ายใดบ้าง รวมถึงการบริการหลังการขายอีกด้วย เช่น การบำรุงรักษา การรับผิดชอบต่อความเสียหาย การรีวิวสินค้าและบริการ เป็นต้น ซึ่งบางอย่างก็อาจจะไม่เข้าใจในรายละเอียด เราก็สามารถถามร้านบริการได้เลยนะครับ ดังนั้น ความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ใครจะตัดสินใจเลือกร้านบริการ ต้องคิดให้ดีเชียวล่ะ !!
** แนะนำให้เลือกใช้บริการ คาร์เเคร์ ทางร้านจะใช้เครื่องมือที่มีมาตรฐาน บริการที่เหมาะสม และการรับประกันที่น่าเชื่อถือครับ


💖4. ศึกษาวัสดุเคลือบสีรถให้ดี
เคลือบสีรถ
นอกจากนี้ เราควรเลือกใช้วัสดุเคลือบรถให้ดีและเหมาะสมกับเราด้วย เพราะถึงแม้เราจะเลือกร้านบริการที่มีคุณภาพ แต่ใช้วัสดุที่ไม่ตรงกับความต้องการ และไม่มีมาตราฐานก็เท่านั้นนะครับ ซึ่งวัสดุการเคลือบสีรถก็มีให้เราเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบครีม สเปรย์ เเว็กซ์ หรือน้ำยาเคลือบสีรถ เราก็จะต้องรู้จักยี่ห้อของวัสดุที่จะนำไปใช้งานด้วย เพราะบางร้านอาจใช้วัสดุทำสีรถที่ไม่มีคุณภาพ อาจจะทำให้รถของเรามีรอยเสียหายได้ เราก็ควรจะศึกษาวัสดุเคลือบสีรถที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับการใช้งาน ถ้าการันตีคุณภาพได้ ก็ยิ่งดีครับ !!

💖5. ราคาเคลือบสีรถตามตลาด
เคลือบสีรถ
ส่วนขั้นตอนสุดท้าย ห้ามพลาดเลยครับ !! สำหรับการตรวจเช็คราคาเคลือบสีรถตามท้องตลาด และก็พบว่า ปัจุบันนี้มีร้านบริการเคลือบสีรถมากมาย หลากหลายราคา มีตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น หากคุณศึกษาราคาล่วงหน้าไว้ ก็อาจจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้กับคุณได้ และการเคลือบสีของรถยนต์แต่ละประเภท จะมีราคาต่างกันคร่าวๆ ตามนี้ครับ

เคลือบแว็กซ์ ราคาบริการ 4xx - 3,### บาท
เคลือบซิลิโคน ราคาบริการ 4,### บาท ขึ้นไป
เคลือบแก้ว ราคาบริการ 1x,### - 4x,### บาท
** ทั้งนี้ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นทางร้านนั้นๆ ลองเช็คราคาให้ดีก่อนเลือกใช้บริการ

😀เป็นยังไงบ้างครับ? กับสิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปเคลือบสีรถใหม่ ถือว่าสำคัญสำหรับคุณไม่มากก็น้อยเลยล่ะ เพื่อให้คุณได้รับบริการเคลือบสีรถที่ถูกใจ และคุ้มค่าที่สุด แถมยังทำให้รถของคุณออกมาสวยเหมือนซื้อใหม่เลยครับ แล้วก็อย่าลืมหมั่นดูแลรถยนต์ของคุณกันด้วยนะ มันจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้กับคุณได้เช่นกัน
ส่วนใครที่กำลังจะตัดสินใจทำสีรถใหม่ ก็ลองเข้ามาอ่านเคล็ดลับดีดีที่เพนกวิน Frank.co.th หยิบยกมานะครับ แฟรงค์มีเรื่องราวเกี่ยวกับ เคล็ดลับประกันรถยนต์ มาเล่าสู่กันฟังอีกเพียบ !!

ขอบคุณข้อมูลจาก : smartcost.co.th

7 วิธีดูแลรถคู่ใจในช่วงฤดูฝนทำให้ปลอดภัย   🚙การขับรถ หากขับรถเร็ว หรือขับรถด้วยความประมาทใจร้อน จะมีความเสี่ยงให้เกิดอุบ...
08/06/2023

7 วิธีดูแลรถคู่ใจในช่วงฤดูฝนทำให้ปลอดภัย
🚙การขับรถ หากขับรถเร็ว หรือขับรถด้วยความประมาทใจร้อน จะมีความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ยิ่งในช่วงเวลาที่ฝนตกหนัก หากสมรรถนะของรถไม่พร้อมใช้งานด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มีความเสี่ยงมากกว่าปกติ มาดูกันเลย

✅1. ตรวจเช็คสภาพใบปัดน้ำฝนหน้ารถยนต์
การขับรถในหน้าฝนทัศนวิสัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตกหนัก การมองเห็นสภาพภายนอกถนนแทบยังมองไม่เห็นอะไรเลย หากที่ปัดน้ำฝนเสื่อม จะทำให้กระจกหน้ารถเป็นรอยและเวลาปัดจะมีเสียงดัง อายุการใช้งานประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพของที่ปัดน้ำฝน

✅2. ตรวจเช็คที่บรรจุน้ำฉีดกระจก
ควรเช็คน้ำฉีดกระจกอยู่เสมอ ทำได้เองโดยการเปิดฝากระโปรงหน้ารถ ดูระดับน้ำไม่ให้เหลือน้อย และเติมน้ำให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้ หรืออาจผสมกับน้ำยาเช็ดกระจกเล็กน้อยเพื่อให้กระจกรถใสยิ่งขึ้น และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

✅3. ตรวจเช็กระบบเบรกล้อ สึก-เสื่อม หรือยัง?
ระบบเบรกเป็นระบบที่สำคัญที่สุดในการหยุดรถไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เมื่อฝนตกถนนลื่น หากผ้าเบรกสึกหรือเสื่อมสภาพ ทำให้เวลาเหยียบเบรกนั้นจมลึกกว่าปกติ แนะนำให้นำรถเข้าศูนย์หรืออู่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ

✅4. ตรวจเช็กลมยางและยางรถยนต์ สภาพพร้อมใช้งาน?
ลมยางและยางรถยนต์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับขี่บนถนน หากลมยางอ่อน และสภาพของยางรถยนต์ไม่พร้อมใช้งาน อาจจะทำให้รถลื่นไถลเวลาเข้าโค้ง ถ้าในช่วงเวลาที่ฝนตกอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพจะรีดน้ำบนถนนได้ไม่ดี

วิธีง่ายๆ ในการตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ด้วยตัวเอง

หากดอกยางต่ำกว่า 2.5 มิลลิเมตร หรืออายุการใช้งาน มากกว่า 3 ปี แนะนำให้เปลี่ยนยางเส้นใหม่
✅5. เช็คระบบไฟสัญญาณรถยนต์
ระบบไฟสัญญาณรถ สำคัญมากในช่วงเวลาที่ฝนตกหนัก ควรเปิดไฟหน้ารถขณะขับขี่ และอย่าลืมเช็คไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟเบรค ยังใช้งานได้ปกติหรือไม่ หากหลอดไฟขาดควรรีบเปลี่ยนทันที จะเข้าศูนย์หรืออู่ใกล้บ้านก็ได้

✅6. หลีกเลี่ยงการจอดรถยนต์ที่ใต้ต้นไม้
เป็นอีกสาเหตุนึงที่คาดไม่ถึง ในขณะที่ฝนตกหนัก อาจมีกิ่งไม้ที่ใกล้จะหักร่วงตกลงมาโดนรถของเราได้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงจอดรถใต้ต้นไม้

✅7. เมื่อฝนตกหนักควรขับรถอย่างมีสติ อย่าขับรถเร็วจนเกินไป
หากฝนตกหนักจนทัศนวิสัยภายนอกรถมองไม่เห็น ต้องมีสติตลอดขณะขับรถ จับพวงมาลัยรถให้มั่น ไม่ประมาท ควรขับขี่โดยใช้ความเร็วที่มั่นใจจะสามารถเบรกได้ทัน เบรกในระยะปลอดภัยไม่ให้ชนรถคันข้างหน้า

😀7 วิธีดูแลรถช่วงหน้าฝนให้ปลอดภัยทุกการขับขี่ ที่ใครก็สามารถทำตามได้ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ด้วยตัวคุณเอง จากการเริ่ม ไม่เบียด ไม่แซง ไม่ปาด ในที่คับคัน มีน้ำใจขับขี่ปลอดภัย

เครดิตรูปTPIS ตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส ที่ปรึกษาด้านประกันภัยรถยนต์

ที่อยู่

37/78 ถนน รามคำแหง ซอย 98 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง
Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ UV-Car ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ Premium Gradeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง UV-Car ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ Premium Grade:

แชร์