Ranger parts จำหน่ายอะไหล่ ใหม่​-มือสอง อุปกรณ์ตกแต่ง รับซ่อม ตกแต่ง​ โมดิฟาย​Ford Ranger ทุกรุ่​น​ ทุกระบบ

ผ่านเทศกาลสงกรานต์กันหมาดๆ  หลายคนเอาฟอร์ดไปลุยต่างจังหวัดกันมา โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  อาจติดค้างกันไว้หรื...
08/04/2025

ผ่านเทศกาลสงกรานต์กันหมาดๆ หลายคนเอาฟอร์ดไปลุยต่างจังหวัดกันมา โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง อาจติดค้างกันไว้หรือไม่มีเวลา วันนี้ เราจะพามาดูกันว่า ใน Everest ที่เรา มีน้ำมันเครื่องอะไรรองรับกันบ้าง ใช้กี่ลิตร และ ราคาเท่าไหร่ มาดูกันครับ

ทดลองขับ Ford Ranger Wildtrack 2.0 bi-turbo 4x4 ภาคต่อของกระบะพันธุ์ล้ำ ที่มีดีขึ้นแทบทุกด้าน ep.2          ด้านหน้าของ ...
08/04/2025

ทดลองขับ Ford Ranger Wildtrack 2.0 bi-turbo 4x4 ภาคต่อของกระบะพันธุ์ล้ำ ที่มีดีขึ้นแทบทุกด้าน ep.2

ด้านหน้าของ Ranger ใหม่ ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่องความปลอดของคนเดินถนนเมื่อเกิดการชน การติดตั้งอุปกรณ์ในห้องเครื่อง ตลอดจนได้แรงบันดาลใจจากพี่ใหญ่อย่าง F-150 สิ่งที่เห็นแล้วสะดุดตามากคือ ชุดไฟหน้าที่เปรียบเสมือนดวงตาเบิกกว้าง ความเห็นของผม หากพอมองภาพกว้างเห็นทุกองค์ประกอบมาอยู่รวมกันมันก็ดูเข้าที แต่พอมองเจาะจงทีละจุดยังชอบรุ่นเดิมมากกว่า ผมค่อนข้างมั่นใจว่าดีไซน์เช่นนี้น่าจะถูกใจบรรดาสาวก Ford ที่นิยมความ Tough ความถึก อย่างแน่นอน
เฉพาะรุ่น Wildtrak 2.0 Bi-Turbo 4×4 จะได้ชุดไฟหน้าแบบ MATRIX LED ประกอบด้วยไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ LED C-Clamp Daytime Running Light ไฟเลี้ยวแบบ LED ไฟส่องสว่างบริเวณมุมด้านข้าง Cornering Light ไฟต่ำแบบ Projector Lens LED (ด้านล่าง) พร้อมระบบปรับมุมลำแสงอัตโนมัติ Adaptive Front Lighting System และไฟสูงแบบ Projector Lens LED (ด้านบน) เสริมการทำงานด้วยระบบเปิด – ปิดอัตโนมัติ Auto High-beam และระบบป้องกันไฟแยงตารถคันที่วิ่งอยู่ด้านหน้าหรือวิ่งสวนมา Adaptive Glare-free
ด้านข้างมีสัดส่วน รวมถึงวิธีการเลือกใช้สีดำ และสีเงินเข้ามาตัดกับสีตัวถัง คล้ายรุ่นเดิม ทว่าทีมออกแบบพยายามสร้างความแตกต่างโดยการเล่นกับเส้นสายด้านข้างตัวรถให้มีความชัดเจนของส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเส้น Character Line ส่วนล้ออัลลอยเป็นลาย Y-Spoke 6 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง Goodyear Wrangler Teritory HT ขนาด 255/65 R18 ความกว้างของยางแคบลง 10 มิลลิเมตร
บั้นท้ายก็ถูกออกแบบให้มีเหลี่ยมสันชัดเจนขึ้นเช่นกัน ฝาท้ายเปลี่ยนมาใช้ดีไซน์แบบ Embossed Tailgate ซึ่งคือการปั้มอักษร R A N G E R ลงไปบนเปลือกฝาท้าย แทนการติดสติ๊กเกอร์เหมือนรุ่นก่อน ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ย้ายจากเหนือกระจกบังลมหลังมาติดตั้งอยู่บริเวณมือจับเปิดฝาท้าย แบบเดียวกันกับ Revo และ Triton ด้านข้างขนาบด้วยชุดไฟท้ายที่ดูตันขึ้น สำหรับ Wildtrak ทุกรุ่นย่อย ไฟท้ายจะเป็นแบบ Full-LED มีไฟหรี่เป็นรูปทรงคล้ายเครื่องหมาย Sigma
นอกจากนี้ ยังติดตั้ง Rear Box Step หรือบันไดสำหรับการก้าวขึ้น-ลงจากด้านหลังในยามที่ฝาท้ายเปิดอยู่ พื้นที่กระบะท้ายมีมิติความยาว x ความกว้าง x ความลึก อยู่ที่ 1584 x 1564 x 529 มิลลิเมตร ใหญ่โตขึ้นกว่ารุ่นเดิม สำหรับรุ่น Wildtrak จะมีการปูพื้นกระบะมาให้เสร็จสรรพพร้อมใช้งาน เสริมมาดเท่ๆ ด้วย Sports Bar สีเทาดำคาดด้วยคานอะลูมิเนียม อีกทั้งยังมีช่องต่อไฟ 12 โวลต์และ 230 โวลต์ (400W) ซึ่งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อีกลูกโดยเฉพาะ
สีตัวถังภายนอกมีให้เลือก 6 สี ได้แก่
สีเงิน Aluminum Metallic
สีเทา Meteor Grey
สีดำ Absolute Black
สีขาว Snow Flake White Pearl (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
สีเหลือง Luxe Yellow (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
สีส้ม Sedona Orange (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
ระบบกลอนประตู เป็นรีโมทคอนโทรล Smart Keyless Entry พร้อมกุญแจ Wave key แบบฝั่งไว้ด้านในตัวรีโมท เมื่อพกกุญแจเดินเข้าใกล้รถ แล้วใช้นิ้วสัมผัสที่ช่อง 4 เหลี่ยมด้านข้างมือจับเปิดประตูคู่หน้า ระบบจะปลดล็อกประตูให้อัตโนมัติ และหากต้องการสั่งล็อกประตู ก็สามารถกดที่ปุ่มเดิมอีกครั้ง หรือจะกดปุ่มล็อก – ปลดล็อก ที่กุญแจรีโมท ก็ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นล็อก-ปลดล็อกรถจากระยะไกล ผ่านแอปพลิเคชั่น FordPass Connect บนโทรศัพท์มือถือ Smartphone รวมถึงมีระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และสัญญาณกันขโมย (Security Alarm System) ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานจากโรงงานด้วย
เบาะนั่งคู่หน้าตามโบรชัวร์ระบุว่าเป็นแบบปรับด้วยไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง แต่พอลองใช้งานจริงกลับรู้สึกว่าปรับได้แค่ 6 ทิศทาง เพราะการปรับความสูงของเบาะรองนั่งเป็นแบบยก-ขึ้นลงทั้งตัว ไม่สามารถแยกปรับให้กระดกขึ้นเฉพาะส่วนรองข้อพับได้ แต่ที่แน่ๆ คือมีปุ่มปรับดันหลัง Lumbar Supoort มาให้ทั้ง 2 ฝั่ง สามารถปรับให้ดันมากหรือดันน้อย แต่ยังปรับขึ้น-ลงได้
ความรู้สึกหลังจากที่นั่งเบาะนั่งคู่หน้าแล้ว แอบมีความคล้ายเบาะนั่งของรุ่นเดิมอยู่มาก ตัวเบาะรองนั่งมียาวปานกลางค่อนไปทางข้างสั้น ปีกเบาะรองนั่งไม่ใหญ่มาก โอบรับต้นขาได้แค่พอประมาณ พนักพิงหลังมีส่วนรองรับแผ่นหลังช่วงกลางค่อนข้างนูน แม้ว่าจะปรับ Lumbar Support ให้ดันน้อยสุดแล้วก็ตาม เลยกลายเป็นว่าทำให้การรองรับหลังช่วงบนจนถึงช่วงหัวไหล่มันหายไป ขอบปีกด้านข้างพนักพิงสูงพอประมาณช่วยพยุงตัวไม่ให้หลุดออกจากเบาะเวลาสาดโค้งแรงๆ ได้ดีประมาณหนึ่ง ส่วนพนักพิงศีรษะไม่ดันกระบาลเพราะฟองน้ำถูกปาดให้บางลงเล็กน้อย แต่ยังแข็งเอาเรื่องเหมือนรุ่นที่แล้วเป๊ะ !
พนักวางแขนตรงกลาง มีการบุนุ่มหุ้มด้วยหนัง พร้อมเดินตะเข็บด้ายมาให้ ถือว่าดูดีทีเดียว ทว่าตำแหน่งการวางยังแอบเตี้ยและถอยร่นไปทางด้านหลังมากกว่าที่ควร ทำให้การวางแขนอาจจะยังไม่สบายซักเท่าไหร่
ภาพรวมยังเป็นเบาะนั่งที่ใครหลายคนพอจะที่จะคาดหวังความสบายได้อยู่ รูปทรงของเบาะทำออกมาดีปานกลาง รองรับผู้โดยสารได้หลากหลายไซส์ แต่ด้วยความที่ปีกเบาะไม่ได้สูงนัก รวมถึงการเลือกใช้วัสดุหนังล้วน อาจจะยังไม่ดูดตัวให้ติดเบาะเวลาเหวี่ยงแรงๆ ได้ดีอย่างที่เบาะของ Ranger Raptor หรือแม้แต่ Revo GR Sport ทำได้
ถัดมาที่เบาะนั่งด้านหลัง ฟังก์ชั่นต่างๆ ยังคงมีมาให้ครบ ตัวเบาะรองนั่งสามารถพับขึ้นไปแขวนกับพนักพิงศีรษะในกรณีที่ต้องการบรรทุกของในแนวตั้ง เมื่อยกขึ้นก็จะพบกับช่องสำหรับเก็บอุปกรณ์ยกรถหรือเปลี่ยนยาง นอกจากนี้ ยังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารมาให้บริเวณหลังกล่องเก็บของคอนโซลกลาง พร้อมกับช่องเสียบชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ USB Type A และ C
ทันทีที่เข้าในนั่งด้านหลัง ความรู้สึกแรกที่โผล่มาในหัวคือ ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่ง พื้นที่วางขา หรือพื้นที่เหนือศีรษะ เหมือนรุ่นเดิมมาก เบาะรองนั่งถูกติดตั้งมาในตำแหน่งที่สูงพอดีและมุมเงยทำให้ไม่ต้องนั่งชันขา พนักพิงหลังมีองศาความชันเท่ารุ่นเดิม นั่งแล้วไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเท่า Triton หรือคู่แฝด D-Max / BT-50 สูสีกับ Hilux Revo และดีกว่า Navara จุดที่ทำให้รู้สึกต่างกลับเป็นการวางแขนบนแผงประตูซึ่งดีขึ้นมาก พนักวางแขนบริเวณแผงด้านข้างประตูออกแบบมาให้มีพื้นเหลือมากพอที่จะวางท่อนแขนได้เกือบทั้งหมด
แผงหน้าปัดด้านหน้าถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด ตามแนวคิด Coast-to-Coast ลักษณะของแผงหน้าปัดมีความตั้งชันคล้ายรถกระบะยุคก่อน แต่ทำให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยการติดตั้งหน้าจอแสดงผลตรงกลางแนวตั้งระบบสัมผัส (Multi-touch Screen) ขนาด 12 นิ้ว พร้อม ชุดมาตรวัดแบบสี ขนาด 8 นิ้ว ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุบุนุ่มหุ้มด้วยหนัง เดินตะเข็บด้ายจริง ทว่านั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจเท่ากับการช่องเก็บของ Glove Compartment Box มาให้ถึง 2 จุด บนและล่าง คาดกลางด้วยถาดวางพระเครื่องตรงกลาง รวมถึงการมีช่องวางแก้วน้ำใต้ช่องแอร์ซ้าย-ขวาแบบพับเก็บได้ แบบเดียวกับ Hilux Revo และ D-Max
พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง ทั้งสูง – ต่ำ และระยะใกล้ – ห่างจากลำตัว วงพวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง มีขนาดอวบอุมกระชับมือกำลังดี และมีการเดินตะเข็บด้ายสีส้มมาให้ด้วย สวิตช์บนก้านพวงมาลัยฝั่งซ้ายใช้สำหรับปรับหน้าจอชุดมาตรวัด รับสาย-วางสายโทรศัพท์ และเลื่อนเพลงหรือคลื่นวิทยุ ฝั่งขวาใช้สำหรับควบคุมการทำงานของระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ พร้อมสวิตช์ปรับระยะห่างจากรถคันข้างหน้า มีสวิตช์เปิด-ปิดระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน สวิตช์สั่งงานเสียง และสวิตช์เพิ่ม-ลดเสียง
ดูจากรูป บางคนอาจจะสงสัยว่า มือจับเปิดประตูจากภายในหายไปไหน มันไม่ได้หายไปไหนครับ แต่ถูกย้ายจากตำแหน่งปกติมาอยู่บริเวณพนักวางแขน ใช้วิธีการบีบแล้วดึงเพื่อกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ให้กับงานออกแบบ ในการใช้งานจริงอาจจะสับสนในช่วงแรก แต่พอชินแล้วก็ใช้งานได้สะดวก ไร้ปัญหา ยกเว้นว่าคุณจะเป็นคนที่ชอบเก็บบัตรจอดเข้าห้างหรือเศษเหรียญเอาไว้ในช่องตรงนั้น
ชุดมาตรวัดเป็นหน้าจอ Full Digital แบ่งฟังก์ชั่นการทำงานหลักออกเป็น 2 ส่วน ซีกขวาจะเป็นหน้า Multi-information Display ที่สามารถเลือกปรับให้แสดงได้ทั้ง ข้อมูลการเดินทาง 1, ข้อมูลการเดินทาง 2, อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง, สถานะการรัดเข็มขัดนิรภัย และระบบความบันเทิง เมื่อใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ หน้าจอฝั่งซ้ายก็จะเปลี่ยนมาโชว์สถานะ Off-road บอกได้ทั้งการถ่ายกำลังลงส่งล้อ และองศาความเอียงของตัวรถซ้าย-ขวา หน้า-หลัง ในขณะที่หน้าจอซีกซ้าย จะแสดงตัวเลขความเป็นตัวเลข และการทำงานของระบบรักษาความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ รวมถึงการทำงานของระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ อาทิ ระบบช่วยควบคุมให้อยู่ในช่องจราจร เป็นต้น
ในแง่ของความสวยงามทันสมัย และการแสดงตัวเลขตัวมูลต่างๆ ถือว่าทำได้ดี หากในอนาคตจะมีแก้ปรับปรุงแก้ไข อยากให้องศาของจอเอียงตั้งฉากกับระดับสายตาของผู้ขับขี่มากกว่า จะช่วยให้มองเห็นชัดและเป็นธรรมชาติมากขึ้น และอยากให้ออกแบบมาตรวัดครอบเครื่องยนต์ที่มองเห็นชัดเจนและอ่านง่ายกว่านี้ เพราะในการใช้งานจริงการแสดงผลแบบกราฟแท่งที่ไม่มีเส้นกริดหรือสเกลแบ่ง แทบจะไม่มีประโยชน์ต่อผู้ขับขี่แม้แต่นิดเดียว
หน้าจอกลางซึ่งเป็นไฮไลท์ภายในของ Ranger ใหม่ เป็นแบบสัมผัส Multi-touch Screen ขนาด 12 นิ้ว แบ่งการแสดงผลออกเป็น 2 ส่วนหลัก ด้านล่างซึ่งกินพื้นราวๆ 30% สำหรับแสดงการทำงานของเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกปรับอุณหภูมิอิสระ ซ้าย-ขวา มีฮีตเตอร์ สามารถปรับรูปแบบการกระจายลม ปรับอุณหภูมิ หรือพัดลม ได้จากการกดปุ่มบนหน้าจอและสวิตช์ที่แยกออกมาอยู่ด้านล่างของจอ ด้านบนสำหรับแสดงข้อมูลตัวรถ ระบบความบันเทิง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมถึงกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา มาพร้อมระบบส่ังงาน SYNC 4 รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
คอนโซลกลางถูกออกแบบมาเป็นลักษณะพื้นราบ เป็นตำแหน่งติดตั้งคันเกียร์แบบธรรมดา ยังไม่ใช่คันเกียร์ไฟฟ้าแบบ Raptor ใหม่ มีสวิตช์เบรกมือไฟฟ้า สวิตช์ปรับระบบขับเคลื่อน และระบบ Terrain Management และช่องวางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง ถัดขึ้นไปด้านหน้าเป็นแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สาย Wireless Charging พร้อมช่องเสียบชาร์จอุปกร์ไฟฟ้าแบบ USB Type A และ Type C โดยรวมแล้วขอชื่มชมว่าจัดตำแหน่งการวางของอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถูกต้อง ใช้งานสะดวก แต่สิ่งที่น่าติคือการพยายามยัดเอาทุกสิ่งเข้าไปรวมในหน้าจออันเดียว แม้กระทั่งสวิตช์ Rear Diff-lock และ Auto Brake Hold ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการความง่ายต่อการใช้งาน
เดี๋ยวมาต่อกันในส่วนของเครื่องยนต์ครับ หาอะไหล่ฟอร์ดกระบะ หาที่ซ่อมซ่อม ที่ทำ ที่ตกแต่งโมดิฟาย ทักเข้ามาพูดคุย สอบถาม ปรึกษา สั่งของหรือนัดหมายคิวซ่อมได้ทางช่องแชทครับ ่ฟอร์ดกระบะ ่อมฟอร์ดกระบะ #อะไหล่ฟอร์ด #ซ่อมฟอร์ด

ทดลองขับ Ford Ranger Wildtrack 2.0 bi-turbo 4x4 ภาคต่อของกระบะพันธุ์ล้ำ ที่มีดีขึ้นแทบทุกด้าน ep.1           ในขณะที่ผมค...
24/03/2025

ทดลองขับ Ford Ranger Wildtrack 2.0 bi-turbo 4x4 ภาคต่อของกระบะพันธุ์ล้ำ ที่มีดีขึ้นแทบทุกด้าน ep.1
ในขณะที่ผมคิดว่าการนอนเป็นความสุขอย่างหาที่สุดไม่ได้ของมนุษย์ แต่อีกใจนึงผมก็อยากจะให้ร่างกายของคนเรา รู้สึกเพียงพอกับการนอนพักผ่อนเพียงแค่ 2 ชั่วโมงบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะเวลางานต่างๆ ถาโถมเข้ามาจนกระทั่งปั่นแทบไม่ทัน ยกตัวอย่างเช่นช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา
โดยปกติแล้ววันใหม่ของผมมักจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากลืมตาตื่น แล้วก็นอนเมือกเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงอีกซัก 15 นาที แต่ไม่ใช่กับวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมาที่ผมได้รับมอบหมายจากพี่ J!MMY ให้ไปปฏิบัติภารกิจ ณ จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องของหาดทรายที่สวยงาม น้ำทะเลใส ชื่อขึ้นต้นด้วย “ภู” ลงท้ายด้วย “เก็ต”
ผมจัดเตรียมข้าวของจำเป็นที่ต้องใช้สำหรับค้างแรมนอกบ้านหนึ่งคืน รีเช็กตารางเวลาการเดินทาง รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ให้ชัวร์อีกครั้ง ก่อนจะตั้งนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่ง (หมายถึงแบตฯ หมดเก่ง) ไล่เรียงเป็นขั้นบันได ตั้งแต่ 04.00 > 04.05 > 04.10 ไปจนถึง 04.15 น. เพราะรู้นิสัยตัวเองดีว่าเป็นคนหลับลึก และสะดุ้งจากเสียงนาฬิกาปลุกยากมาก
กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ !!!!!! เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น เป็นรอบที่เท่าไหร่ผมไม่แน่ใจ เพราะต้องรีบเด้งตัวเองขึ้นจากเตียงแล้วปรี่เข้าห้องน้ำไปด้วยความเร็ว รีบจัดการภารกิจส่วนตัวให้เรียบร้อยภายในเวลา 15 นาที จากนั้นก็สะพายเป้พุ่งออกจากบ้านโดยไม่ลืมก้าวเท้าซ้ายตามคำโบราณว่าเอาไว้ แฟนผู้ตื่นแค่กายแต่ใจยังนอนอยู่บนเตียงรับบทเป็นโชว์เฟอร์ขับรถไปส่งผมยังสนามบินดอนเมืองให้ทัน 05.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่คุณกล้วย หนึ่งในทีม PR ของ Ford ประเทศไทย นัดหมายกับสื่อมวลชนกลุ่มแรกที่จะบินไปทดลองขับ Ford Ranger ใหม่ ไกลถึงจังหวัดภูเก็ต
เครื่องบิน Airbus A320 ของสายการบิน Thai Air Asia แลนดิ้งลงสู่สนามบินนานาชาติภูเก็ตด้วยความนุ่มนวล ไม่ชวนสะดุ้งประหนึ่งกัปตันกำลังจินตนาการว่าตัวเองเป็นชูมัคเกอร์เหมือนบางครั้งที่เคยเจอ จากนั้นเดินทางต่ออีกนิด ไปยังโรมแรม Renaissance Phuket Resort & Spa ซึ่งอยู่ติดทะเล (บรรยากาศได้ ห้องพักดี แต่ไม่มีสายฉีดชำระ!) เพื่อพบป่ะพูดคุยกับ คุณออม กมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Ford ประเทศไทย และตลาดอาเซียน รับฟังบรีฟเกี่ยวกับการทดลองขับ Ranger ใหม่ บนเส้นทางที่พาดผ่าน 3 จังหวัด ทั้งภูเก็ต กระบี่ และพังงา
แต่ก่อนที่จะไปทดลองขับกัน ตามธรรมเนียม ก็ต้องมีการรับฟังแนวทางการพัฒนาของรถยนต์จากหัวหน้าทีมวิศวกร หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนา ซึ่งคราวนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ยังคงเป็น Mr. Ian Foston ชายผู้หลงใหลการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และการท่องเที่ยว ที่อดีตเคยร่วมงานกับทั้ง Jaguar และ Land Rover แต่ปัจจุบันมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าวิศวกรแพลตฟอร์ม T6 และเป็นหัวเรือใหญ่ของโครงการพัฒนา Ford Ranger และ Everest รับผิดชอบการพัฒนารถที่มีโครงสร้างแบบ Body-on-frame ซึ่งรวมถึงรถรุ่ที่ผลิตอยู่ ณ ปัจจุบัน และการพัฒนารถรุ่นใหม่ๆ เพื่อจำหน่ายใน 180 ประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการออกแบบจาก Mr. Max Tran หัวหน้าดีไซน์เนอร์ของ Ranger ใหม่ ผู้รับผิดชอบการออกแบบและพัฒนารถกระบะ SUV และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ต่างๆ ให้กับตลาดนานาชาติของ Ford Motor Company ร่วมงานกับ Ford มาแล้ว 15 ปี เคยมีส่วนร่วมกับการพัฒนา Ranger และ Everest รุ่นปี 2009, Branco รุ่นปี 2010, Mustang รุ่นปี 2015 และ Branco รุ่นล่าสุด ที่เพิ่งส่งลงสู่ตลาดเมื่อปี 2020 และนั่นก็ทำให้ผมได้รู้ว่าดีไซน์การออกแบบที่เห็นอยู่บนเรือนร่างอันบึกบึน Ranger ใหม่นั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลงานจากปลายปากกาดีไซน์เนอร์ชาวไทย นามว่า นนทวัชร์ คงสาหร่าย ด้วยเช่นกัน
Ford Ranger ใหม่ ถูกรังสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานแพลตฟอร์ม T6 เจเนอเรชั่น 3 ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่น 1 และ 2 ใน Ranger รุ่นที่แล้ว โดยการปรับปรุงครั้งนี้มีจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ การยืดความยาวช่วงกลางลำตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงจุดยึดส่วนประกอบช่วงล่าง เมื่อดูจากภายนอกจะเห็นว่าระยะห่างจากกรอบประตูคู่หน้าและซุ้มล้อคู่หน้ามีความยาวเพิ่มขึ้น นั่นทำให้ทีมออกแบบสามารถเล่นสนุกกับเส้นสายบริเวณด้านข้างตัวถังได้มากขึ้น ในขณะที่โครงสร้างห้องโดยสารยังเหมือนเดิม เมื่อดูจากเสาหลังคาคู่หน้า คู่กลาง และคู่หลัง
Ian Foston กล่าวว่า “ตัวเขาเองรวมถึงทีมวิจัยและพัฒนาทุกคนมีความมุ่งมั่นที่พา Ranger ใหม่ ไปยืนอยู่ในใจของลูกค้า ด้วยการเป็นรถกระบะที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ ในคราวนี้ Ford ได้ทำการเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคจากทั่วทุกมุมโลกให้ได้มากที่สุดเท่าที่พอจะเป็นไปได้ ก่อนที่จะนำไปสร้างว่าที่รถกระบะที่มีคุณสมบัติตรงใจกลุ่มลูกค้ามากกว่าที่เคย”
เพื่อให้การพัฒนาถึงจุดคุ้มทุนเร็วขึ้น Ford จำเป็นต้องหาพันธมิตรใหม่ หลังจาก Mazda ประกาศสวม converse เปิดคนละทาง แล้วหันไปซบอกผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเดียวกันอย่าง Isuzu ส่วนทางด้าน Ford เอง ก็หันไปจับมือกับ Volkswagen ร่วมกันทำ Ranger และ Amarok ใหม่ โดยใช้ความรู้ความสามารถของทั้ง 2 บริษัทมาประกอบกัน
Ford Ranger ใหม่ ถูกเผยโฉมออกสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก ผ่าน livestream เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2021 ที่ประเทศออสเตรเลีย ส่วนฝั่งบ้านเรา Ford ประเทศไทย ได้นำรถคันจริงของทั้ง Ranger, Everest และ Ranger Raptor มาโชว์ตัวภายในงาน Bangkok International Motor พร้อมประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และเปิดรับจอง Ranger Sport และ Wildtrak รวม 7 รุ่นย่อย ดังนี้

Double Cab Sport 2.0L Turbo 4×2 6MT : 929,000 บาท
Double Cab Sport 2.0L Turbo 4×2 6AT : 964,000 บาท
Double Cab Sport 2.0L Turbo 4×4 6AT : 1,049,000 บาท
Double Cab Wildtrak 2.0L Turbo 4×2 6MT : 999,000 บาท
Double Cab Wildtrak 2.0L Turbo 4×2 6AT : 1,049,000 บาท
Double Cab Wildtrak 2.0L Bi-Turbo 4×2 10AT : 1,159,000 บาท
Double Cab Wildtrak 2.0L Bi-Turbo 4×4 10AT : 1,299,000 บาท (รุ่นที่เราทดลองขับ)
(ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรมการรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิต Warranty 5 ปี หรือ 150,000 กม. และประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure นาน 1 ปี)
กระบะอเมริกันพันธุ์ล้ำแสดงความ Hot ไม่แพ้อากาศช่วงนี้ ยืนยันได้จากยอดจองทั่วประเทศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2022 ที่กวาดไปได้ทั้งหมด 1,472 คัน โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2022 ในขณะที่ตัวถังตอนเดียว (Standard Cab) ตอนครึ่ง (Open Cab) และตัวถัง 4 ประตู (Double Cab) เกรด XL+ และ XLT อีกกว่า 12 รุ่นย่อย จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยข้อมูลตัวรถทั้งหมดในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้เช่นเดียวกัน ประกอบไปด้วย

Chassis Cab XL 2.0 Turbo 4×2 5MT (ตัวเตี้ย)
Standard Cab XL 2.0 Turbo 4×2 5MT (ตัวเตี้ย)
Standard Cab XL 2.0 Turbo 4×4 6MT (ตัวเตี้ย)
Open Cab XL 2.0 Turbo 4×2 5MT (ตัวเตี้ย)
Double Cab 2.0 Turbo 4×2 5MT (ตัวเตี้ย)
Open Cab Hi-Rider XL+ 2.0 Turbo 4×2 6MT
Double Cab Hi-Rider XL+ 2.0 Turbo 4×2 6MT
Open Cab Hi-Rider XLT 2.0 Turbo 4×2 6MT
Open Cab Hi-Rider XLT 2.0 Turbo 4×2 6AT
Open Cab XLT 2.0 Turbo 4×4 6MT
Double Cab Hi-Rider XLT 2.0 Turbo 4×2 6MT
Double Cab Hi-Rider XLT 2.0 Turbo 4×2 6AT
Ford Ranger ใหม่ มีมิติตัวถังภายนอกยาว 5,370 มิลลิเมตร กว้าง (ไม่รวมกระจกมองข้าง) 1,918 มิลลิเมตร สูง 1,884 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อยาว 3,270 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม จะพบว่า Ranger ใหม่ สั้นลง 6 มิลลิเมตร แต่กว้างขึ้น 51 มิลลิเมตร สูงขึ้น 36 มิลลิเมตร อีกทั้งยังมีระยะห่างจากล้อคู่หน้าถึงล้อคู่หลังเพิ่มขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร ซึ่งมาจากการยืดตำแหน่งล้อคู่หน้าให้ไกลจากห้องโดยสารออกไปอีก ถ้าคิดว่ารุ่นเดิมโตพอตัวแล้ว รุ่นใหม่นี้ใหญ่ขึ้นไปอีก
งานออกแบบตัวถังภายนอกใหม่ นอกจากจะทำให้ระห่างจากกันชนหน้าถึงกันหลังสั้นลง ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถการปีนป่ายเนินสูงชัน มุมไต่ (Approach Angle) จากเดิม 28.5 องศา เพิ่มขึ้นมาเป็น 30 องศา ในขณะที่มุมจาก (Departure Angle) ก็เพิ่มขึ้นจาก 21 องศา เป็น 25.6 องศาเช่นกัน ทว่าขีดจำกัดการลุยน้ำรอการระบาย บ่อวัดใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ ยังเคลมเอาไว้เท่าเดิมที่ 800 มิลลิเมตร เมื่อวิ่งด้วยความเร็ว 7 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เมื่อนำไปเทียบกับรถกระบะ 4 ประตู ยกสูงของแต่ละค่ายแล้วเป็นอย่างไร ? ดูได้จากตัวเลขด้านล่างนี้ (ยาว x กว้าง x สูง / ความยาวฐานล้อ)

Ford Ranger รุ่นใหม่ : 5,370 x 1,918 x 1,884 / 3,270 มิลลิเมตร
Ford Ranger รุ่นเดิม : 5,376 x 1,867 x 1,848 / 3,220 มิลลิเมตร
Isuzu D-Max (V-Cross) : 5,265 x 1,870 x 1,810 / 3,125 มิลลิเมตร
Mazda BT-50 : 5,280 x 1,870 x 1,810 / 3,125 มิลลิเมตร
Toyota Hilux Revo (Rocco) : 5,325 x 1,900 x 1,815 / 3,085 มิลลิเมตร
Nissan Navara (Pro-4X) : 5,260 x 1,875 x 1,840 / 3,150 มิลลิเมตร
Mitsubishi Triton (Athlete) : 5,300 x 1,815 x 1,795 / 3,000 มิลลิเมตร
MG Extender : 5,365 x 1,900 x 1,850 / 3,155 มิลลิเมตร
เพิ่มเติม มาต่อกันตอนหน้าครับ
car.headlightmag
หาอะไหล่ฟอร์ดกระบะ หาที่ซ่อมที่ทำรถฟอร์ด ทักมาสอบถาม พูดคุย ปรึกษา สั่งของ หรือนัดหมายคิวได้ทางแชทครับ ่ฟอร์ดกระบะ ่อมฟอร์ดกระบะ #อะไหล่ฟอร์ด #ซ่อมฟอร์ด

The legendary of Ford Courier ep.4 วันนี้มาดู คูเรียร์ตัวแรก  รุ่นนี้ บ้านเราไม่มีก็จริง แต่มีคู่แฝดเป็นมาสด้า โปรซีด แท...
24/03/2025

The legendary of Ford Courier ep.4 วันนี้มาดู คูเรียร์ตัวแรก รุ่นนี้ บ้านเราไม่มีก็จริง แต่มีคู่แฝดเป็นมาสด้า โปรซีด แทน
สำหรับการผลิตในปี 1972 ฟอร์ดได้ฟื้นชื่อรุ่น Courier ขึ้นมาอีกครั้งหลังจากหยุดผลิตไป 12 ปี โดยนำมาใช้กับรถกระบะขนาดเล็กรุ่นแรกของบริษัท ซึ่งเป็นรุ่นที่เปลี่ยนโฉมมาจาก Mazda B-Series โดยรุ่นดังกล่าวซึ่งจำหน่ายทั่วโลกถือเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกที่ทำการตลาดร่วมกันระหว่างผู้ผลิตทั้งสองราย โดยเป็นการเปิดตัวพันธมิตรที่จะดำเนินต่อไปจนถึงการผลิตในปี 2020
ในช่วงต้นทศวรรษปี 1970 ชื่อ Ford Courier ถูกนำไปใช้กับMazda B seriesซึ่งเป็นรถกระบะขนาดกะทัดรัดที่ผลิตโดย Mazda โดยรถรุ่นนี้ประหยัดน้ำมันมากกว่ารถกระบะขนาดปกติในสมัยนั้น Courier ผลิตโดย Toyo Kogyo (Mazda) และนำเข้ามายังอเมริกาเหนือและจำหน่ายโดย Ford Motor Company เพื่อตอบสนองต่อความนิยมที่ไม่คาดคิดของรถกระบะขนาดเล็กของToyotaและNissan/Datsun โดยครองส่วนแบ่งตลาดที่เคยมี Rancheroที่ใช้พื้นฐานจาก Ford Falcon เมื่อแพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการอัปเกรดเป็น Ford Fairlaneที่ใหญ่กว่าในปี 1966
เช่นเดียวกับรถปิกอัพขนาดเล็กรุ่นอื่นๆ ในสมัยนั้น รถปิกอัพรุ่นนี้มีเครื่องยนต์สี่สูบขนาดเล็ก (ตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา) เกียร์ธรรมดา สี่สปี ดขับเคลื่อนล้อหลังความสามารถในการบรรทุกที่น่าประทับใจที่ 1,400 ปอนด์ (635 กก.) เมื่อเทียบกับขนาด และราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับรถปิกอัพขนาดเต็มในสมัยนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีไก่ 25% สำหรับรถบรรทุกขนาดเบา บริษัทขนส่ง Courier (เช่นเดียวกับChevrolet LUV ) จึงนำเข้ามาในรูปแบบ "แชสซีส์แค็บ" ซึ่งรวมรถบรรทุกขนาดเบาทั้งหมด ยกเว้นกล่องบรรทุกหรือกระบะบรรทุก และมีภาษีเพียง 4% เท่านั้น หลังจากนั้น จึงได้ติดกระบะบรรทุกเข้ากับแชสซีส์ และสามารถขายรถได้ในฐานะรถบรรทุกขนาดเบา
การออกแบบตัวรถมีประสิทธิผลเช่นเดียวกับ Mazda B-series ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การออกแบบด้านหน้ามีความพิเศษตรงที่กระจังหน้าได้รับการออกแบบให้เลียนแบบ Ford F-series ขนาดใหญ่กว่า รวมถึงไฟหน้าเดี่ยวขนาดใหญ่แทนที่จะเป็นชุดไฟหน้าคู่ขนาดเล็กของ B-series
เมื่อเปิดตัว Courier ก็มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรแบบโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ซึ่งให้กำลัง 74 แรงม้า (55 กิโลวัตต์) ที่ 5,070 รอบต่อนาที และแรงบิด 92 ปอนด์-ฟุต (125 นิวตันเมตร) ที่ 3,500 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดาสี่สปีดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และเกียร์อัตโนมัติ สามสปีด เป็นอุปกรณ์เสริม เกียร์ธรรมดาห้าสปีดได้รับการแนะนำสำหรับรุ่นปี 1976 Northwest ATV ใน Kelso รัฐวอชิงตัน ได้แปลงตัวอย่างประมาณ 1,500 ตัวอย่างเป็น "Courier Sasquatch" ขับเคลื่อนสี่ล้อ Sasquatch ติดตั้งกล่องถ่ายโอนความเร็วสองสปีดของ Dana Spicer และเพลาหน้าแบบแข็ง โดยจำหน่ายเฉพาะตามชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ตราสัญลักษณ์ของ Courier มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งในรุ่นแรก ในปี 1972 และ 1973 ฝาท้ายรถมีตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ยกขึ้น พร้อมตราสัญลักษณ์ "FORD" ขนาดเล็กที่มุมซ้ายบน รุ่นปี 1972 มีตราสัญลักษณ์ "COURIER" ขนาดเล็กที่ขอบฝากระโปรงหน้าฝั่งคนขับ และตั้งแต่ปี 1973 ถึงปี 1976 ตราสัญลักษณ์บนฝากระโปรงหน้ามีตัวอักษร "FORD" ตั้งแต่รุ่นปี 1974 ฝาท้ายรถมีตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ยกขึ้น พร้อมตราสัญลักษณ์ "COURIER" ขนาดเล็กที่มุมล่างขวา ในปี 1976 ห้องโดยสารได้รับการขยายให้ยาวขึ้น 3 นิ้ว (76 มม.) และกระจังหน้าได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม
ตอนหน้า มีอะไรจะเล่าให้ฟัง คิดตามกันต่อครับ หาอะไหล่ฟอร์ดกระบะ หาที่ซ่อม ที่ทำ ทักมาพูดคุย ปรึกษา หรือจะสั่งของ สำรองคิวซ่อม ทักแชทได้เลยครับ ่ฟอร์ดกระบะ ่อมฟอร์ดกระบะ #อะไหล่ฟอร์ด #ซ่อมฟอร์ด

“เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Ford Ranger ep.2”             ทีนี้ แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเราต้องใช้น้ำมันเครื่องอะไร ต้องเปลี่ย...
11/03/2025

“เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Ford Ranger ep.2”
ทีนี้ แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าเราต้องใช้น้ำมันเครื่องอะไร ต้องเปลี่ยนกี่ลิตร ดูอ้างอิงจากสเปคโรงงาน มาดูกันครับ
-Ecosport ‘14-‘18
-เครื่อง : HXJA 1.5 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหน้า
-เชื้อเพลิง : เบนซิน
-น้ำมันเครื่อง : SM SAE 5w30
-จำนวน : 3.8-4.1 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : WSS M2C936A
-จำนวน : 5.2 ลิตร
-Everest 2wd 6AT ‘15-‘19
-เครื่อง : P4AT 2.2ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : ACEA A1/B1 A5/B5 A5/B7 SAE 5w30
-จำนวน : 7.7 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง : GL5 SAE 80w90
-จำนวน : 2.35 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : Mercon LV
-จำนวน : 9.0-10.5 ลิตร
-Everest 2wd 6AT ‘15-‘19 3.2
-เครื่อง : P5AT 3.2 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : ACEA A1/B1 A5/B5 A5/B7 SAE 5w30
-จำนวน : 8.0 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง : GL5 SAE 80w90
-จำนวน : 2.35 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : Mercon LV
-จำนวน : 9.0-10.5 ลิตร
-Everest 2wd 10AT ‘19-‘20
-เครื่อง : YM2Q 2.0 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : wss M2C913 C-D SAE 5w30
-จำนวน : 6.7 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง : GL5 SAE90
-จำนวน : 2.35 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : Mercon LV
-จำนวน : 10.35 ลิตร
-Everest 4wd ‘03-’06
-เครื่อง : WLT 2.5 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : CH-4 SAE 5w30
-จำนวน : 6.3-7.1 ลิตร
-น้ำมันทรานสเฟอร์ : GL 4 SAE 75w90
-จำนวน : 2.0 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า : GL 4 SAE 75w90
-จำนวน : 2.0 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง : GL 5 SAE 80w90 L*D
-จำนวน : 1.85 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา : GL 4 SAE 75w90
-จำนวน : 2.8 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : ATF DexronIII
-จำนวน : 7.5 ลิตร
-Everest 4wd ‘07-’14
-เครื่อง : WEC 3.0 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : CH-4 SAE 5w30
-จำนวน : 6.3-7.1 ลิตร
-น้ำมันทรานสเฟอร์ : Mercon AFT XT-2 QDX
-จำนวน : 1.85 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า : GL5 SAE90
-จำนวน : 1.9 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง : GL5 SAE 80w90 L*D
-จำนวน : 2.35 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : Mercon LV
-จำนวน : 9.9 ลิตร
-Everest 4wd 6AT ‘15-‘19
-เครื่อง : P5AT 3.2 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : ACEA A1/B1,A5/B5,A5/B7 SAE 5w30
-จำนวน : 9.7-9.8 ลิตร
-น้ำมันทรานสเฟอร์ : Mercon LV
-จำนวน : 1.2 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า : GL5 SAE 80W 90
-จำนวน : 1.27 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง : GL5 SAE 80W 90 L*D
-จำนวน : 2.35 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : Mercon LV
-จำนวน : 10.35 ลิตร
-Everest 4wd 10 AT ‘19-‘20
-เครื่อง : YN2Q bi-turbo
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : WSS-M2C913 C/D SAE 5w30
-จำนวน : 6.7 ลิตร
-น้ำมันทรานสเฟอร์ : Mercon LV
-จำนวน : 1.2 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า : GL5 SAE 80w90
-จำนวน : 1.27 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง : GL5 SAE 80w90 L*D
-จำนวน : 2.35 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : Mercon LV
-จำนวน : 10.35 ลิตร
-Ranger ‘06-‘11
-เครื่อง : WLC 2.5 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง : CH-4 SAE 5w30
-จำนวน : 7.0 ลิตร
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง : GL5 SAE 80w90
-จำนวน : 1.4-2.45 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา : Mercon AFT XT2 QDX
-จำนวน : 3.55 ลิตร
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก : Mercon LV
-จำนวน : 9.9 ลิตร
-Ranger 6AT/6MT 2wd ‘11-‘18
-เครื่อง : P4AT 2.2 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก :
-จำนวน :
-Ranger 6AT/6MT 2wd ‘18-‘20
-เครื่อง : YM2Q 2.0 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก :
-จำนวน :
-Ranger 4wd ‘06-‘11
-เครื่อง : WEC 3.0 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก :
-จำนวน :
-Ranger 6AT/6MT 4wd ‘11-‘18
-เครื่อง : P4AT 2.2 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก :
-จำนวน :
-Ranger 6AT/6MT 4wd ‘11-‘18
-เครื่อง : P5AT 3.2 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก :
-จำนวน :
-Ranger 6AT/10MT 4wd ‘
-เครื่อง : YM2Q 2.0 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก :
-จำนวน :
-Ranger Raptor 10AT 4wd ‘18-‘20
-เครื่อง : YM2Q bi-turbo 2.0 ลิตร
-ระบบขับเคลื่อน : สี่ล้อ
-เชื้อเพลิง : ดีเซล
-น้ำมันเครื่อง
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหน้า
-จำนวน
-น้ำมันเฟืองท้ายหลัง
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ธรรมดา
-จำนวน
-น้ำมันเกียร์ออโตเมติก :
-จำนวน :
คงพอทราบกันแล้วนะครับว่า Ranger ของคุณใช้น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์แบบไหน จำนวนเท่าไหร่ รุ่นที่ไม่ได้ลงใว้ สอบถามกันเข้ามาได้ครับ เดี๋ยวจะทะยอยลง ราคาน้ำมันเครื่องที่ทางร้านขายให้ในโพสต์ถัดๆไปนะครับ หาอะไหล่Ford Ranger หาที่ซ่อม ที่ทำ พูดคุย ปรึกษา สั่งของ ทักแชทมาได้เลยครับ

“เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Ranger  EP1”            ใกล้สงกรานต์แล้ว หลายๆคนเตรียมรถเพื่อเดินทาง บางคนมีอู่ประจำที่วางใจได้ดูแ...
11/03/2025

“เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Ranger EP1”
ใกล้สงกรานต์แล้ว หลายๆคนเตรียมรถเพื่อเดินทาง บางคนมีอู่ประจำที่วางใจได้ดูแลให้ แต่บางคนยังไม่มี บางทีเข้าไปแล้วเกิดไม่ชัวร์ในช่าง จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ของอะไรดี ต้องเปลี่ยนกี่ลิตร เตรียมงบประมาณเท่าไหร่ดี postนี่ Ranger parts มีคำตอบให้ครับ
1. เปลี่ยนอะไรดี อันนี้ต้องเอารถของคุณเป็นตัวตั้งนะครับ เริ่มด้วย
-รถวิ่งมากี่กิโลแล้ว ถ้า 0-ไม่เกิน150,000กม. แนะนำเป็นเบอร์ w30 ที่ใสหน่อย รถเครื่องยังไม่หลวมมาก จะใช้งานได้ดี แต่ถ้า ใช้เกินแสนห้า เครื่องเริ่มหลวม w40ที่หนืดขึ้นหน่อยจะดีกว่า หรือจะเป็นรถที่ใช้ความเร็วสูงๆ รถที่วิ่งไกลๆอัดยาวๆ W40เหมาะกว่าครับ
-ระยะในการเปลี่ยน แบ่งเป็น ถ้าถูกหน่อย จะเป็นเกรดรวม พวกนี้รอบเปลี่ยนจะอยู่ที่ 7,000ไม่เกินหมื่น กม. เกินกว่านี้ น้ำมันจะเสื่อมสภาพ มันจะไม่ลื่นแล้ว และ คุณสมบัติบางอย่าง จะหมดเร็ว เหมือนเรากินอาหารทั่วไป
รองลงมา เป็นเกรดกึ่งสังเคราะห์ พวกนี้ อายุมันจะยาวขึ้นมาอีกหน่อย แตะหมื่นโลเปลี่ยนได้สบายๆ เกินนี้จะไม่ค่อยดีแล้ว เกรดของน้ำมันเครื่องจะดีขึ้น ลื่นได้ยาว ราคาก็จะสูงขึ้นมาด้วย เหมือนเรากินอาหารครบห้าหมู่
เกรดสูงสุด เป็นน้ำมันเครืองสังเคราะห์100% อันนี้ก็ยาวขึ้นไปอีก หมื่นห้าพันกิโลได้สบายๆ นอกจาก อายุที่ยาวขึ้นของมันแล้ว คุณสมบัติต่างๆของตัวน้ำมันก็ดีตามไปด้วย ลื่นกว่าลื่นยาวกว่า แต่ราคาของมันก็จะสูงขึ้นไปอีก เหมือนเรากินอาหารเสริม กินวิตามิน
ก้เอาพวกนี้เป็นตัวแปร น้ำมันเครื่องบางตัว เน้นประหยัด บางตัวเน้นเครื่องสะอาด บางตัว เน้นเพิ่มสมรรถนะ บวกกับนิสัยเราเองว่า เปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อยแค่ไหน ดูแลรถเป็นยังไง นิสัยการขับรถเป็นยังไง ขับเร็ว ขับช้า ขับข้ามจังหวัดบ่อยมั๊ย เจอรถติดบ่อยมั๊ย พวกนี้มีผลหมด สมมุติ ใช้นานแล้ว ยังไม่ครบระยะเปลี่ยน เอาเวลาก็ได้ครับ เต็มที่หกเดือนเปลี่ยนได้แล้วเปลี่ยน กรองเบนซิน กรองน้ำมันเครื่องพร้อมกันทุกครั้งจะดีมาก แล้วรถคุณจะวิ่งลื่น แรงไม่ตก เรื่องนี้ยังไม่จบ เดี๋ยวมาต่อตอนหน้ากันนะครับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม จะสั่งของ จะนัดคิวทำรถ ทักมาคุยกันได้ครับ ่ฟอร์ดกระบะ ่อมฟอร์ดกระบะ #น้ำมันเครื่องฟอร์ดเรนเจอร์ #อะไหล่ฟอร์ด #ซ่อมฟอร์ด

The legendary of Ford Courier ep. ที่3 มาดู คูเรียร์โฉมแรกกันครับ         โดยในคูเรีย จะแบ่งเป็นตัวที่ใช้กระบะมาสด้าเป(้...
20/02/2025

The legendary of Ford Courier ep. ที่3 มาดู คูเรียร์โฉมแรกกันครับ
โดยในคูเรีย จะแบ่งเป็นตัวที่ใช้กระบะมาสด้าเป(้นพื้นฐาน ที่เรากำลังจะเล่าไปนี้ และ ที่ใช้รถเก๋งเป็นพื้นฐาน อันนี้ยังไม่ขอเล่า เพราะบ้านเราไม่มี เอาไว้ก่อน
ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ชื่อ Ford Courier ถูกนำไปใช้กับ Mazda B series ซึ่งเป็นรถกระบะขนาดกะทัดรัดของ Mazda มีการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารถปิคอัพขนาดใหญ่ในยุคนั้น
Courier ผลิตโดย Toyo Kogyo (Mazda) และนำเข้าไปยังอเมริกาเหนือ และจำหน่ายโดยบริษัท Ford Motor เพื่อตอบสนองต่อความนิยมอย่างคาดไม่ถึงของรถกระบะ Toyota และ Nissan/Datsun ขนาดเล็ก มันครอบครองกลุ่มตลาดที่ก่อนหน้านี้ถือโดย Ranchero ที่ใช้ Ford Falcon เมื่อแพลตฟอร์มนั้นได้รับการอัพเกรดเป็น Ford Fairlane ที่ใหญ่กว่าในปี 1966
เช่นเดียวกับรถกระบะขนาดเล็กอื่นๆ ในยุคนั้น มันมีเครื่องยนต์สี่สูบขนาดเล็ก (ตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา) เกียร์ธรรมดาสี่สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง ความสามารถในการบรรทุกที่น่าประทับใจที่ 1,400 ปอนด์ (635 กก.)
เมื่อพิจารณาจากขนาด และราคาที่ค่อนข้างเบาๆเมื่อเทียบกับรถปิคอัพขนาดใหญ่ในยุคนั้น เพื่อหลีกเลี่ยง "ภาษี" 25% สำหรับรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัทขนส่ง (เช่นเดียวกับ Chevrolet LUV) จึงนำเข้าในรูปแบบ "แชสซีห้องโดยสาร" ซึ่งรวมถึงรถบรรทุกขนาดเล็กทั้งหมด - ไม่รวมกล่องใส่สินค้าหรือกระบะรถบรรทุก - และเสียภาษีเพียง 4% เท่านั้น ต่อจากนั้นก็ติดกระบะท้ายเข้ากับโครงรถและสามารถขายเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กได้
การออกแบบตัวถังมีประสิทธิภาพเหมือนกับ Mazda B-series ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การออกแบบด้านหน้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตรงที่กระจังหน้าได้รับการออกแบบมาเพื่อเลียนแบบ Ford F-series ที่ใหญ่กว่า และไฟหน้าเดี่ยวขนาดใหญ่แทนที่จะเป็นไฟคู่ที่เล็กกว่าของ B-series
เมื่อ Courier เปิดตัว มันมาพร้อมกับเครื่องยนต์โอเวอร์เฮดแคมขนาด 1.8 ลิตรเป็นมาตรฐาน ซึ่งให้กำลัง 74 แรงม้า (55 กิโลวัตต์) ที่ 5,070 รอบต่อนาที และแรงบิด 92 ปอนด์ฟุต (125 นิวตันเมตร) ที่ 3,500 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดาสี่สปีดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และเกียร์อัตโนมัติสามสปีดเป็นอุปกรณ์เสริม มีการแนะนำตัวเลือกเกียร์ธรรมดาห้าสปีดสำหรับรุ่นปี 1976 เอ.ที.วี. ตะวันตกเฉียงเหนือ ในเมืองเคลโซ รัฐวอชิงตันได้แปลงตัวอย่างประมาณ 1,500 ตัวอย่างเป็น "Courier Sasquatch" แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Sasquatch ติดตั้งเกียร์ออโต้สองสปีด Dana Spicer และเพลาหน้าที่มั่นคง มีขายเฉพาะตามชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ชื่อของ Courier เปลี่ยนไปสองสามครั้งในรุ่นแรก ในปี 1972และ 1973 ตรงประตูท้ายอ่านว่า "COURIER" ด้วยตัวอักษรยกขนาดใหญ่ โดยมีตรา "FORD" เล็กๆ ที่ด้านซ้ายบน โมเดลปี 1972 มีตราสัญลักษณ์ "COURIER" ขนาดเล็กอยู่ที่ขอบฝากระโปรงหน้าด้านคนขับ และตั้งแต่ปี 1973 ถึง 1976 ป้ายฝากระโปรงอ่านว่า "FORD" ตั้งแต่รุ่นปี 1974 ประตูท้ายอ่านว่า "FORD" ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ โดยมีตรา "COURIER" ขนาดเล็กอยู่ที่มุมขวาล่าง ในปี 1976 ห้องโดยสารยาวขึ้น 3 นิ้ว (76 มม.) และกระจังหน้าได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม
พรุ่งนี้ เรามาลงลึกในรายละเอียดตัวรถ ฟอร์ด คูเรียร์รุ่นแรกกันต่อครับ หาอะไหล่รถปิคอัพฟอร์ด ทุกรุ่น หาที่ซ่อม ที่ทำ ทักมา พูดคุยกัน สอบถาม หรือพูดคุยปรึกษา นัดหมายคิวซ่อมได้เลยครับ ่ฟอร์ดกระบะ ่อมฟอร์ดกระบะ #ฟอร์ดคูเรียร์ #อะไหล่ฟอร์ด #ซ่อมฟอร์ด

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:30
อังคาร 09:00 - 18:30
พุธ 09:00 - 18:30
พฤหัสบดี 09:00 - 18:30
ศุกร์ 09:00 - 18:30
เสาร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ranger partsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์