JAC Fanpage จำหน่ายรถตู้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่?

SPECIFICATION
เครื่องยนต์(เบนซิน) 2TR-FE VVT-i 4 สูบ 2,693 ซีซี
กำลังสูงสุด(แรงม้า) 151 แรงม้า ที่ 4,800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร) 241 นิวตันเมตร ที่ 3,800 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์ออโต้ 4 - speed
ระบบเบรก ดิสก์เบรก ABS และ Super LSPV
ยาง 195 R 1

5 C
ความจุถังน้ำมัน 70 ลิตร
ความจุถังก๊าซ 100 ลิตร (2 ถัง)
ไม่ต้องคอยนาน ทางเรามีรถให้ท่านมากพอ เท่าที่ท่านต้องการหลังจากไฟแนน ผ่านรับรถทันที

อุปกรณ์ติดรถ
**กระจกส่องกันชน หน้าหลัง
**กระจกไฟฟ้า
**ระบบเบรค ABS
**ถุงลมนิรภัยคนขับ
**กุญแจรีโมท
**กระจกมองข้างไฟฟ้า

B L A C K 🚐✨
06/05/2015

B L A C K 🚐✨

ลูกค้าของเรา เข้ามาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจสภาพ ตามระยะที่ร้านคอกพิท วิจิตรบริการ มาตรฐานบริการหลังการขายภายใต้การด...
28/11/2013

ลูกค้าของเรา เข้ามาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจสภาพ ตามระยะที่ร้านคอกพิท วิจิตรบริการ มาตรฐานบริการหลังการขายภายใต้การดูแลของ บริดสโตน ค่ะ

วันนี้อากาศดีนะคะ ทางบริษัทนำรถไปตรวจที่ ขนส่ง คะ
19/11/2013

วันนี้อากาศดีนะคะ ทางบริษัทนำรถไปตรวจที่ ขนส่ง คะ

14/11/2013

การดูแลรักษารถติดตั้งแก๊ส
1.เครื่องยนต์
•ควรใช้น้ำมันเครื่องที่สามารถทนกับความร้อนจากการเผาไหม้สูง เนื่องจากระบบการไหม้ที่สมบูรณ์ของก๊าซ LPG อาจทำให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติ และเปลี่ยนตามกำหนดอย่างเคร่งครัด
•ควรตรวจเช็คระบบจุดระเบิด เช่น คอล์ยจุดระเบิด,หัวเทียน อย่างสม่ำเสมอ
•แนะนำให้ใช้หัวเทียนชนิด แพลตตินั่ม หรืออีริเดียมที่เทียบเท่ากับเบอร์หัวเทียนเดิม หรือให้ใช้เบอร์ที่ระบายความร้อนได้มากกว่าเดิมก็ได้
•ควรตรวจเช็คบ่าวาล์วไอเสียทุกระยะ 40,000-60,000 กิโลเมตร เพราะบ่าวาล์วจะมีโอกาสสึกหรอมากกว่าการใช้น้ำมัน

2.การดูแลทั่วไป
•ควรตรวจเช็คน๊อต สกรู ที่ยึดท่อก๊าซ หม้อต้ม และถังเป็นประจำ หรือตามระยะบริการ
•ควรทำความสะอาดกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ
•ควรเปลี่ยนกรองไอก๊าซทุก 20,000 กิโลเมตร และกรองก๊าซทุก 50,000 กิโลเมตร
•ควรเหลือน้ำมันอย่างน้อย 1/4 ของถัง และควรสลับใช้น้ำมันบ้างเพื่อลดความเสียหายที่ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงและหัวฉีดน้ำมัน
•ควรเช็คน้ำในหม้อน้ำให้อยู่ในระยะปกติอยู่เสมอ
•ควรถ่ายตะกอนก๊าซที่หม้อต้มทุก 50,000 กิโลเมตร
•ตรวจเช็คหม้อต้มก๊าซ (Pressure Regulator) ทุก 20,000 กิโลเมตร
•ควรตรวจเช็ครอยรั่วของก๊าซเป็นประจำ โดยใช้น้ำสบู่ลูบ หรือหยดตามข้อต่อต่างๆของท่อก๊าซ
เสริมอีกนิด
-น้ำมันที่เติมควรเป็น เบนซิน 91 หรือ เบนซิน 95 นะคะ อย่าเป็นแก๊สโซฮอล โดยเฉพาะรถที่มีถังน้ำมันเป็นเหล็ก ปี 2000 ลงมา
-ควรน้ำรถที่ท่านรักไปตรวจสภาพอุปกรณ์ที่ศูนย์ที่ท่านติดตั้ง ทุก ๆ 6 เดือนนะคะ เพื่อความปลอดภัย

13/11/2013

15 นาที กับ 6 วิธี
ดูแลรักษารถยนต์ แบบง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง
ประการที่ 1
ที่จะต้องตรวจก็คือ ลมยาง ตรวจง่ายๆด้วยสายตาว่ามันแฟบอ่อนหรือเปล่า ดูทุกเส้นนะคะ เพราะถ้าลมยางของแต่ละล้อไม่เท่ากันจะมีผลต่อการทรงตัวของรถ ทำให้เบรกปัด วิ่งส่าย รถแถไปด้านหนึ่ง เป็นที่มาของการเกิดอุบัติเหตุด้วย อาจจะทำให้อายุของยางสั้นลง จึงต้องควักกระเป๋าก่อนถึงเวลาอันควรด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าพบว่าแรงดันลมไม่เท่ากันต้องตรวจเติมลมให้เรียบร้อย
ประการที่ 2
ที่ต้องตรวจนั้นคือ ตรวจดูรอยหยดรั่วของน้ำและน้ำมันต่างๆ ใต้ท้องรถซึ้งก้มดูด้วยสายตาทำได้ง่ายๆคะ ถ้าพบว่ารั่วที่ล้อและเป็นน้ำมันเบรก จะต้องงดใช้งาน รีบปรึกษาช่าง และเมื่อตรวจพบว่าน้ำระบายความร้อนรั่วหยดให้หาที่มาของการรั่ว ถ้าเป็นข้อต่อให้ใช้ไขควงกดอัดให้แน่น และถ้าพบรอยรั่วของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์หรือน้ำมันเฟืองท้ายก็อย่านิ่งนอนใจ เมื่อมีเวลาจะต้องนำไปปรึกษาช่างเพื่อทำให้รอยรั่วนั้นๆ หมดไป ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อกลไกดังกล่าว ของรถยนต์ นะคะ
ประการที่ 3
คือการดูแลน้ำระบายความร้อน วิธีดูก็ไม่ได้ยุ่งยากเลยนะคะเพียงตรวจโดยการเปิดฝาหม้อน้ำออกถ้าพบว่าน้ำพร่องน้อยลงไปก็ใช้น้ำสะอาดเติมลงไปให้เต็ม สำหรับรถบางคันนะคะ ลองสังเกตดูว่าถ้ามีขวดพลาสติกที่เก็บน้ำอยู่และมีท่อเล็กๆ ต่อไปถึงหม้อน้ำ ก็ไม่ต้องเปิดฝาหม้อน้ำนะคะ ให้ดูระดับน้ำที่ขวดเก็บน้ำสำรองแทน ถ้าน้ำยังอยู่ในระดับที่กำหนดก็ไม่ต้องเติม แต่ถ้าต่ำก็ให้เปิดฝาขวดเก็บน้ำสำรอง แล้วเติมน้ำสะอาดให้เต็มนะคะ เรื่องดูแลน้ำระบายความร้อนอย่าละเลย เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ของท่านเสื่อมสภาพเร็วได้นะคะ
ประการที่ 4
ดูแล ตรวจเติมระดับน้ำมันเครื่องนะคะ เพราะถ้าน้ำมันเครื่องพร่องหรือแห้งจะทำให้เกิดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ วิธีตรวจระดับน้ำมันเครื่องก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแต่ดึงเหล็กวัดออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้วใส่กดลงไปยังตำแหน่งของมันให้สุดจากนั้น ดึงออกมาตรงๆในแนวดิ่ง ระดับน้ำมันจะสังเกตได้จากรอยคราบน้ำมันที่เกาะอยู่ปลายเหล็กวัด น้ำมันจะต้องอยู่ระหว่างกลางขีดที่มีอักษร L(Low) และ F(Full) ถ้าต่ำจาก L ก็ให้เติมให้อยู่ในระดับเท่าเดิมและไม่ควรเติมจนเกินอักษร F เพราะจะทำให้ควันขาวจากน้ำมันเครื่องเข้ามาห้องเผาไหม้และเพลาข้อเหวี่ยงรั่วนะคะ ซึ้งก็ไม่เป็นผลดีต่อเครื่องยนต์เลย
ประการที่ 5
การตรวจเติมน้ำเบรกในกระบอกเก็บน้ำมันเบรกที่แม่ปั๊มเบรก ถ้ามีระดับสูงก็ไม่ต้องเติมนะคะ แต่ถ้าพร่องต่ำกว่าขีดที่กำหนดให้เติมจนได้ระดับที่ถูกต้อง การเติมน้ำมันเบรกมีข้อควรระวังก็คือ อย่าให้น้ำมันเบรกหกราดโดนสีรถจะทำให้สีเสียหาย และถ้าหกห้ามเช็ดนะคะ ให้ใช้น้ำราดให้เจือจาง เพราะจะทำให้สีเสียหายเป็นแผลทางยาวไปตลอดแนวที่เช็ด สำหรับน้ำมันเบรกนั้นถ้าพร่องมากๆทุกวัน จะต้องรีบนำรถไปปรึกษาช่างนะคะ เพราะเบรกคือชีวิต มีชีวิตของใครบ้างหรือคะ ก็ชีวิตของท่าน และผู้ที่โดยสารมากับท่านรวมถึงผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนกับท่านด้วย
ประการสุดท้าย
การบำรุงรักษาประจำวัน คือกระบอกคลัตช์น้ำมันจะต้องมีการตรวจเติมน้ำมันให้อยู่ในระดับที่ถูกต้อง กระบอกดังกล่าวอยู่ข้างๆกระบอกน้ำมันเบรกและน้ำมันที่เติมก็คือน้ำมันเบรกนั่นแหละ อย่าละเลยคะ เพราะถ้าน้ำมันหมดจะเข้าเกียร์ไม่ได้ นั่นคือรถวิ่งไม่ได้นั่นเอง
เพียงท่านเสียสละเวลาเพียง 15 นาทีต่อวันหมั่นดูแลรักษาสภาพเพียงเท่านี้รถของท่านก็จะอยู่ไปกับเราได้อีกนานคะ

12/11/2013

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ป้ายแดง คะ

แผ่นป้ายทะเบียนสีแดง หรือ ที่เรียกติดปากว่า ป้ายแดง นั้น มีเพื่อการขึ้นทะเบียนชั่วคราวของรถที่รอจ... หรือ เพิ่งจำหน่ายใหม่ รอป้ายปกติ สีอื่น
แต่เดิม ป้ายทะเบียนปกติ ไม่ได้ทำไว้ล่วงหน้า จะมีการทำเป็นล็อดๆ รอว่ามีคนมาจดทะเบียน แล้วจึงจะทำ
แต่เดี่ยวนี้ มีทำไว้ล่วงหน้า เหมือนกัน
ส่วน แบบ ป้ายแดง นั้น ส่วนใหญ่ ตัวแทนจำหน่ายรถ หรือ คนขายรถ จะไปทำการขอมา เพื่อมาติดกับรถของตนไว้ เพื่อรอจำหน่าย ก็เลยมีป้ายแดง ปลอม เยอะแยะ มากมาย เพราะไม่ต้องการเสียภาษีคะ

ป้ายแดง จำเป็นไหม?
เป็นได้ทั้งสอง กรณี หากรถรอจำหน่าย อยู่เฉยๆ และ ผู้ซื้อก็ไม่ได้ เอาไปใช้ จดทะเบียน แล้วรอป้าย ก็ไม่จำเป็น
ในทางกลับกัน รถรอจำหน่าย หรือ ขายแล้ว แต่ยังไม่ได้ป้ายปกติ อยากเอามาวิ่งตามท้องถนน
ตำรวจจราจร ผู้มีหน้าที่ ดูแลกฎหมายด้านการจราจร ก็จะคอยสอดส่อง มองหา ผู้กระทำผิด เมื่อพบ รถที่ไม่มี แผ่นป้าย ทะเบียน ก็จะเรียกมา เพื่อตรวจสอบ ตักเตือน หรือ ใดๆ เพื่อให้ผู้ครอบครองรถ ได้นำรถไปขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และ หากพบเห็น ความผิดปกติใดๆ ในระหว่างการ ตรวจสอบนั้น
เจ้าพนักงานจราจร มีสิทธิ ในการ ออกใบสั่ง เปรียบเทียบปรับ หรือ ยึดรถไว้เพื่อการพิสูจน์ อย่างใดอย่างหนึ่่ง หรือ ทั้งสองกรณีคะ

ป้ายทะเบียรถของไทยในปัจจุบัน ทำจากอลูมิเนียม มีขนาด 13.5 x 6 นิ้ว พื้นป้ายสะท้อนแสง ?สำหรับประเภทของป้ายทะเบียนนั้นสามาร...
12/11/2013

ป้ายทะเบียรถของไทยในปัจจุบัน ทำจากอลูมิเนียม มีขนาด 13.5 x 6 นิ้ว พื้นป้ายสะท้อนแสง ?สำหรับประเภทของป้ายทะเบียนนั้นสามารถแบ่งได้ตามประเภทการใช้งานของรถต่างๆดังต่อไปนี้

1. ป้ายสีขาวอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง

2. ป้ายสีขาวอักษรสีฟ้า คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง

3. ป้ายสีขาวอักษรสีเขียว คือ ป้ายทะเบียนรถบรรทุกส่วนบุคคล

4. ป้ายสีขาวอักษรสีแดง คือ ป้ายทะเบียนรถ 3 ล้อส่วนบุคคล

5. ป้ายสีเหลืองอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน

6. ป้ายสีเหลืองอักษรสีเขียว คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้าง 3 ล้อ

7. ป้ายสีเหลืองอักษรสีฟ้า คือ ป้ายทะเบียนรถ 4 ล้อเล็กรับจ้าง (ป้ายรถกระป๊อ)

8. ป้ายสีเหลืองอักษรสีแดง คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้างระหว่างจังหวัด

9. ป้ายสีแสดอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถใช้งานเกษตรกรรม

10. ป้ายสีเขียวอักษรสีขาว คือ ป้ายทะเบียนรถบริการธุรกิจ รถบริการทัศนาจร และรถบริการให้เช่า

12/11/2013

เกร็ดความรู้เรื่องป้ายทะเบียนรถ
เพิ่มเติมความรู้เรื่องป้ายทะเบียนรถค่ะ

ป้ายทะเบียนรถในประเทศไทย ปัจจุบันทำจากอะลูมิเนียม มีขนาด 13.5 x 6 นิ้ว พื้นป้ายมีลักษณะสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขจะถูกปั๊มนูนออกจากผิวหน้าของป้ายทะเบียน ทำให้ด้านหลังของป้ายนั้นบุ๋มเว้าลงไปตามหมายเลขทะเบียนด้วยเช่นกัน ประเภทของป้ายทะเบียนนั้นสามารถใช้จำแนกประเภทการใช้งานรถได้ ดังนี้

1.ป้ายขาวอักษรดำ คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง
2.ป้ายขาวอักษรฟ้า คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง
3.ป้ายขาวอักษรเขียว คือ ป้ายทะเบียนกระบะ
4.ป้ายเหลืองอักษรดำ คือ ป้ายรถรับจ้าง
5.ป้ายเหลืองอักษรฟ้า คือ ป้ายรถกระป๊อ
6.ป้ายเหลืองอักษรเขียว คือ ป้ายรถตุ๊กตุ๊ก
สำหรับป้ายทะเบียนรถอีกประเภทหนึ่งคือป้ายทะเบียนกราฟิก ซึ่งมีขึ้นภายหลังป้ายทะเบียนแบบปกติ ป้ายทะเบียนนี้จะมีพื้นหลังเป็นรูปภาพ สำหรับเลขทะเบียนรถที่มีลักษณะพิเศษ (เลขสวย) เช่น กก 9999 ซึ่งเลขทะเบียนเหล่านี้จะถูกเปิดประมูลโดยกรมการขนส่งทางบก ป้ายทะเบียนชนิดนี้จะมีภาพพื้นหลังป้าย ที่สื่อถึงจังหวัดนั้นๆ เช่น กรุงเทพมหานคร จะมีรูปวัดพระแก้ว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานพระราม 8 เป็นพื้นหลัง เป็นต้น ปัจจุบันมีการเปิดประมูลป้ายทะเบียนกราฟิกเฉพาะที่เป็นทะเบียนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เท่านั้น

12/11/2013

วิธีการดูแล รถสีขาว คะ
เอาแบบเซฟๆเลยนะคะ ..............

1 ล้างเองชัวร์สุดคะ โอกาสเกิดรอยน้อย แถมล้างละเอียดกว่าคะ ถ้ารักรถแนะนำทำเองทุกขั้นตอนคะ ..........
2 ล้างด้วยซิตรัสวอช เช็ดด้วยผ้าไมโครซับน้ำ หรือ ชามัวร์เกรดดีๆ
3 ลูบดินน้ำมัน ครั้งเว้นครั้ง
4 ลงคลีนเนอร์ทุกครั้งที่ล้าง อาจจะอย่างน้อยอาทิตย์ เว้น อาทิตย์ จะให้ดี อาทิตย์ละคร้ง
5 จากนั้นลงแว็กตัวที่ชอบ หรือ กันแดดได้ดี และเช็ดได้ง่าย จะได้ไม่ขี้เกียจก่อนคะ ตัวอย่างแว็ก เพาเวอร์ล็อก แบ็กไลท์ เจ็ทซีล หรือ หมาป่า (ตัวนี้แนะนำ)
6 เก็บด้วยดีเทลเลอร์สักตัว เพื่อเก็บคราบแว็กที่อาจเช็ดไม่หมด
7 สุดท้ายเก็บด้วย CG ไทร์เจล ทาที่ยางสักนิด เผื่อยางเงางาม

ทำตามนี้ได้รถก็เงา แถมไม่เหลือง ได้ออกกำลังกายด้วยคะ เคลือบเร็วก็ปกป้องได้เร็วคะ ............

ซื้อแบบแบ่งอย่างละ 4 หรือ 8 ออนซ์ มาลองดูก่อนชอบแว็กตัวไหนค่อยซื้อขวดใหญ่คะ ราคาทั้งหมด 2500 น่าจะเหลือ ใช้ได้นานคะ ...........

เพิ่มเติม 6 เดือนจัดเข้าคาร์แคร์ดีๆหน่อยขัดพวกรอยขแมวออก จากนั้นก็มาดูแลต่อเองคะ ................

แมกไกว์เริ่มต้น ซีจีอับขึ้นมาอีกหน่อย พินาเคิ่ลกะแก็งค์หมาป่าได้ผลงานแบบเทพๆเลย ............... แล้วแต่ว่าท่านชอบงานแบบไหนคะ เหมือนที่ท่านปริ้นบอก สวยของเรา ท่านอาจมองไม่สวยก็เป็นได้คะ ...... ต้องลองคะ

ในนามของ บริษัทแจแปน ออโตโมบิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ขอขอบคุณที่ไว้ใจและวางใจเราคะ ^^
11/11/2013

ในนามของ บริษัทแจแปน ออโตโมบิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ขอขอบคุณที่ไว้ใจและวางใจเราคะ ^^

11/11/2013

การที่เราไม่ค่อยล้างรถในช่วงหน้าฝน เพราะคิดว่า ล้างไป เดี๋ยวก็เลอะอีก
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมาแบบผิดๆ

ลองคิดง่ายๆ คะ

เวลาที่เราออกกำลังกาย เหงื่อท่วมไปทั้งตัว
เราเองยังต้องรีบอาบน้ำ เพื่อทำความสะอาดร่างกายใช่มั๊ยคะ

รถสวยๆ ของเราก็เช่นเดียวกันคะ

เมื่อเราขับรถลุยฝน ลุยน้ำท่วม สกปรก เลอะเทอะ
เราก็ควรที่จะรีบทำความสะอาด ล้างรถ เช่นเดียวกันคะ

เพราะอะไรคะ....

เพราะว่า ปัจจุบันนั้น ฝนเมืองไทย โดยเฉพาะกรุงเทพ และเขตอุตสาหกรรมนั้น จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หรือที่เรียกกันว่า "ฝนกรด" นั้นแหล่ะคะ

ถ้าเราไม่รีบล้าง ทำความสะอาด ฝนกรดนี้ก็อาจจะกัดสีรถเราได้นะคะ

ดังนั้น เราควรเปลี่ยนความคิด หันมาล้างรถอย่างประจำจะดีกว่าคะ
หน้าฝน ควรที่จะต้องล้างรถ มากกว่าหน้าอื่นๆ ด้วยคะ เพราะถ้าเราไม่ล้างรถ คราบน้ำ คราบขี้ไคล ก็จะสะสมอยู่ที่ผิวสี และอาจจะฝั่งแน่นเป็นคราบขี้ไคล ทำให้รถเราหม่น เหลือง ล้างไม่ออกคะ

วิธีการดูแลรักษาสีรถยนต์ ในช่วงหน้าฝน อย่างง่ายๆ

1. หมั่นล้างรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังลุยฝนมาคะ
เพื่อจะช่วยไม่ให้เกิดคราบฝังแน่นคะ แต่ถ้าเราไม่มีเวลามาก แนะนำให้ใช้สายยางฉีดไล่ฝุ่น โคลน และคราบน้ำฝนคะ

2. เมื่อเราขับรถลุยฝนมาแล้ว พยายามอย่าจอดรถตากแดดนะคะ

เพราะจะทำให้คราบน้ำฝนแห้ง และเป็นคราบน้ำ ยิ่งถ้าเจอฝนกรดด้วยแล้ว คราบน้ำนั้นจะฝังตัวแน่น และอาจกัดลงถึงเนื้อสีได้คะ
(เช่นเดียวกันคราบน้ำแป้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์)

ซึ่งถ้าเป็นคราบน้ำแล้วเราล้างไม่ออก แนะนำให้รีบนำรถเข้ามาขัดเคลือบสีโดยด่วนเลยนะคะ อย่าทิ้งไว้นาน เพราะมันอาจจะขัดไม่ออกคะ

3. ไม่ควรนำผ้าแห้งเช็ดรถหลังฝนตก เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดรอยได้คะ

เพราะขณะที่เราขับรถลุยฝนนั้น จะมีฝุ่น ทราย โคลน เกาะที่ผิวสี
เมื่อเช็ดรถด้วยผ้าแห้ง ก็อาจเกิดริ้วรอยได้คะ
ดังนั้น ควรฉีดน้ำล้างจะดีที่สุดคะ

4. ไม่ควรล้างรถเองในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ

เพราะบางครั้ง น้ำที่ตกค้างอยู่ตามซอก ตะเข็บรถ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รถเป็นสนิมได้คะ

5. ในช่วงหน้าฝน ไม่ควรจอดรถใต้ร่มไม้ที่มียาง เกสร ดอก หรือผล

เพราะในฤดูฝน มักมีลมกรรโชกที่รุนแรง นอกจากต้นไม้จะหักหรือล้มมาโดนรถแล้ว สิ่งดังกล่าวอาจจะปลิวมาติดรถ และทำให้ผิวสีด่างและเสียได้ หากเราไม่แก้ไขให้ทันท่วงที

6. หากมีเวลาว่าง ก็แนะนำให้เคลือบสีด้วยคะ

การเคลือบสีนั้น นอกจากจะทำให้รถเราสวยงามแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบน้ำจากฝนกรดด้วยนะคะ ถ้าเราเคลือบสีบ่อยๆ น้ำจะไม่เกาะที่ตัวรถ จะทำให้ลดการเกิดคราบน้ำคะ และยังจะช่วยให้เราล้างรถได้ง่ายขึ้นด้วยคะ

แต่ถ้าเราไม่เคลือบสีเลย โอกาสเกิดคราบน้ำก็มีสูง คราบสกปรกก็จะฝังตัวได้ง่าย ทำให้เราล้างรถลำบากคะ

SPECIFICATIONเครื่องยนต์(เบนซิน)                2TR-FE  VVT-i  4 สูบ 2,693 ซีซีกำลังสูงสุด(แรงม้า)                  151 ...
08/11/2013

SPECIFICATION
เครื่องยนต์(เบนซิน) 2TR-FE VVT-i 4 สูบ 2,693 ซีซี
กำลังสูงสุด(แรงม้า) 151 แรงม้า ที่ 4,800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร) 241 นิวตันเมตร ที่ 3,800 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์ออโต้ 4 - speed
ระบบเบรก ดิสก์เบรก ABS และ Super LSPV
ยาง 195 R 15 C
ความจุถังน้ำมัน 70 ลิตร
ความจุถังก๊าซ 100 ลิตร (2 ถัง)

ไม่ต้องคอยนาน ทางเรามีรถให้ท่านมากพอ เท่าที่ท่านต้องการหลังจากไฟแนนซ์ ผ่านรับรถทันที

อุปกรณ์ติดรถ
**กระจกส่องกันชน หน้าหลัง
**กระจกไฟฟ้า
**ระบบเบรค ABS
**airbag 2 ข้าง ซ้าย ขวา
**กุญแจรีโมท
**กระจกมองข้างไฟฟ้า
**กระจกง้วงช้าง

ที่อยู่

85/151 ซอยแจ้งวัฒนะ 12 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
กทม
10210

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ JAC Fanpageผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์